เอ็กโซโด บทที่ 20
2. กฎบัญญัติเป็นพยานของพระเจ้าได้เปิดเผยพระเจ้าแก่พลไพร่ของพระองค์
20:1–17
20:1–17
อซด.
20:1 กพระเจ้าได้ตรัส1ถ้อยคำทั้งสิ้นเหล่านี้ว่า.
อซด.
20:2 เราคือ1กยะโฮวาพระเจ้าของเจ้า ผู้ได้ขนำเจ้าออกจากดินแดนอียิปต์ คือจากครอบครัวของทาสนั้น
อซด.
20:3 ห้ามมีกพระเจ้าอื่น1ต่อหน้าเราเลย.
อซด.
20:4 ห้ามกทำ1รูปเคารพสำหรับตน เป็น2สัณฐานรูปสิ่งหนึ่งสิ่งใดซึ่งมีอยู่ในฟ้าอากาศเบื้องบน หรือซึ่งมีอยู่ที่แผ่นดินเบื้องล่างหรือซึ่งมีอยู่ในน้ำใต้แผ่นดิน.
อซด.
20:5 ห้ามกราบไหว้หรือกปรนนิบัติรูปเหล่านั้น ด้วยเราคือยะโฮวาพระเจ้าของเจ้าเป็นขผู้หวงแหน คผู้ที่ชังเรานั้น เราจะลงโทษความบาปชั่วของเขาตั้งแต่บิดาไปถึงลูกหลานสามสี่ชั่วอายุ
อซด.
20:6 แต่แสดงกความเอ็นดูรักใคร่แก่ผู้ที่1รักเรา และถือรักษาบัญญัติของเรา ถึง2หลายพันชั่วอายุ.
อซด.
20:7 ห้ามใช้กพระนามพระยะโฮวาพระเจ้าของเจ้าในทางที่ผิด เพราะผู้ที่ใช้พระนามพระองค์ในทางที่ผิดนั้น พระยะโฮวาจะถือว่าไม่มีโทษก็หามิได้.
อซด.
20:8 จงระลึกถึง1กวันซะบาโต จงแบ่งแยกให้เป็นวันบริสุทธิ์.
อซด.
20:9 จงตรากตรำการงานทั้งสิ้นของเจ้ากหกวัน
อซด.
20:10 แต่กวันที่เจ็ดนั้นเป็นซะบาโต1แด่พระยะโฮวาพระเจ้าของเจ้า เจ้าห้ามกระทำการงานใดๆ คือเจ้าเอง หรือบุตราบุตรีของเจ้า หรือทาสาทาสีของเจ้า หรือสัตว์ใช้ของเจ้า หรือคนต่างแดนที่อาศัยอยู่ภายในประตูเมืองของเจ้า.
อซด.
20:11 เพราะในกหกวันพระยะโฮวาได้ทรงสร้างฟ้าและแผ่นดิน และทะเล และสรรพสิ่งซึ่งมีอยู่ในที่เหล่านั้น แต่ในวันที่เจ็ดได้ทรงพักสงบ เหตุฉะนั้นพระยะโฮวาได้ทรงอวยพรแก่วันซะบาโต และทรงแบ่งแยกให้เป็นวันบริสุทธิ์.
อซด.
20:12 จงกเคารพบิดามารดาของเจ้า เพื่ออายุของเจ้าจะได้ยืนยาวในดินแดนซึ่ง1พระยะโฮวาพระเจ้าของเจ้าประทานให้แก่เจ้า.
อซด.
20:13 1กห้ามขฆ่าคน.
อซด.
20:14 กห้ามล่วงประเวณี.
อซด.
20:15 กห้ามลักทรัพย์.
อซด.
20:16 กห้ามเป็นพยานเท็จให้ร้ายต่อเพื่อนบ้าน.
อซด.
20:17 ห้าม1กโลภเรือนของเพื่อนบ้าน ห้ามโลภภรรยาของเพื่อนบ้าน หรือทาสาทาสีของเขา หรือโค ลาของเขา หรือสิ่งใดๆ ซึ่งเป็นของๆ เพื่อนบ้าน.
3. ในด้านลบของกฎบัญญัติ
20:18–21
20:18–21
อซด.
20:18 พลไพร่ทั้งปวงเมื่อได้มองเห็น ได้ยินเสียงฟ้าร้อง ฟ้าแลบและเสียงกแตร และควันที่พลุ่งขึ้นจากภูเขานั้น ต่างคนก็ยืน1ตัวสั่นอยู่แต่ไกล.
อซด.
20:19 เขาจึงกล่าวแก่โมเซว่า กขอท่านได้พูดกับพวกข้าพเจ้าแล้วพวกข้าพเจ้าจะฟัง แต่อย่าให้พระเจ้าตรัสกับพวกข้าพเจ้าเลย เกรงว่าข้าพเจ้าจะขตาย.
อซด.
20:20 โมเซจึงกล่าวแก่พลไพร่ว่า อย่ากลัวเลย เพราะว่าพระเจ้าเสด็จมาเพื่อจะทรงกทดสอบเจ้าทั้งหลาย และเพื่อขความยำเกรงต่อพระองค์จะได้อยู่ต่อหน้าเจ้า และพวกเจ้าจะไม่ทำบาป.
อซด.
20:21 ฝ่ายพลไพร่ได้ยืนอยู่แต่ไกล แต่โมเซนั้นได้เข้าไปใกล้กที่มืดอันหนาทึบที่พระเจ้าทรงสถิตอยู่นั้น.
4. บทบัญญัติเกี่ยวกับการนมัสการพระเจ้าในกฎบัญญัติ
20:22–26
20:22–26
อซด.
20:22 พระยะโฮวาจึงตรัสแก่โมเซว่า 1จงไปบอกชนชาติอิสราเอลดังนี้ว่า พวกเจ้าเองได้เห็นแล้วว่าเราได้2กตรัสกับพวกเจ้าจากฟ้าสวรรค์.
อซด.
20:23 พวกเจ้าห้ามทำรูปพระใดๆ ไว้บูชาเทียบเทียมกับเรา ห้ามทำกรูปพระด้วย1เงินและ1ทองสำหรับตัวเอง.
อซด.
20:24 จงใช้1ดินก่อ2แท่นบูชาสำหรับเรา และบนแท่นนั้นจงใช้แกะและโคของเจ้า 1ถวายเครื่องบูชาเผาและเครื่องบูชาสันติสุข ในทุกแห่งที่เราให้ระลึก3กนามของเรา เราจะ4มาหาเจ้าและจะ4ขอวยพรแก่เจ้า.
อซด.
20:25 ถ้าจะก่อแท่นกศิลาบูชาสำหรับเรา อย่าได้ใช้ศิลาที่ตกแต่งแล้ว เพราะถ้าเจ้ายกเครื่องมือขึ้นกระทำอะไรแก่ศิลานั้น เจ้าก็ทำให้ศิลานั้น1เป็นมลทินเสียแล้ว.
อซด.
20:26 และอย่าใช้1บันไดพาดขึ้นไปถึงแท่นบูชาของเรา เกรงว่า2กายเปลือยเปล่าของเจ้าจะปรากฏในที่นั้น.
คำอธิบาย เอ็กโซโด บทที่ 20
อซด.
20:1 ก ข้อ 1–17; พบญ.5:4–21
อซด.
20:1 1 กฎบัญญัติของพระเจ้าคือพระคำของพระเจ้า (ในบทที่ 34:28 พระบัญญัติทั้ง 10 ข้อ ซึ่งเป็นเนื้อหาหลักของกฎบัญญัติถูกเรียกว่า “ถ้อยคำทั้งสิบ” ดูคำอธิบายในข้อนั้น). เหตุฉะนั้นกฎบัญญัติจึงเป็นพยานของพระเจ้า (16:34; 31:18; 32:15; 40:20; พบญ.19:7) การสำแดงของพระเจ้า เพื่อนำพระเจ้าเปิดเผยแก่พลไพร่ของพระองค์ (ดู ยฮ.1:1 คำอธิบาย 2; ฮร.1:1 คำอธิบาย 1 ย่อหน้าที่ 1). กฎบัญญัติของพระเจ้าเปิดเผยถึงคุณลักษณะของพระเจ้า ซึ่งแสดงให้เห็นว่า พระองค์ทรงเป็นผู้หวงแหน (ข้อ 4–6; เทียบ 2กธ.11:2) ผู้บริสุทธิ์ (ข้อ 7–11) ผู้เป็นที่รัก (ข้อ 6, 12–15; เทียบ รม.13:8–10; ฆต.5:14) ผู้ที่ชอบธรรม (ข้อ 5) ผู้ที่สัตย์จริง (ข้อ 16; เทียบ 1ยฮ.1:5–6) และผู้ที่ใสสะอาดหมดจด(ข้อ 2–3, 17). ในฐานะที่เป็นพระคำของพระเจ้าและพยานของพระองค์ (การสำแดงของพระองค์) กฎบัญญัติเป็นเครื่องหมายเล็งถึงพระคริสต์ผู้เป็นพระคำของพระเจ้าและพยานของพระเจ้า (การสำแดงของพระเจ้า; ยฮ.1:1, 18; วว.19:13; 1:5; กซ.1:15).
ความเที่ยงแท้แห่งการถือรักษากฎบัญญัติก็คือการดำเนินชีวิตพระเจ้าและสำแดงพระองค์. การดำเนินชีวิตเช่นนี้ก็คือการดำเนินชีวิตที่อยู่ในแผนการบริหารอันนิรันดร์ของพระเจ้า คือการดำเนินชีวิตของมนุษย์พระเจ้า ซึ่งเป็นการดำเนินชีวิตที่ปฏิเสธตนเองอย่างต่อเนื่อง และตรึงกางเขนเพื่อดำเนินชีวิตพระคริสต์ผู้เป็นพยานของพระเจ้าโดยการหล่อเลี้ยงที่ครบสมบูรณ์ของพระวิญญาณแห่งพระเยซูคริสต์ เพื่อพระเจ้าจะได้รับการสำแดงที่ขยายใหญ่ขึ้นและแผ่กว้างขึ้น (มธ.16:24; ฆต.2:20; ฟป.1:19–21ก; รม.8:4).
ความเที่ยงแท้แห่งการถือรักษากฎบัญญัติก็คือการดำเนินชีวิตพระเจ้าและสำแดงพระองค์. การดำเนินชีวิตเช่นนี้ก็คือการดำเนินชีวิตที่อยู่ในแผนการบริหารอันนิรันดร์ของพระเจ้า คือการดำเนินชีวิตของมนุษย์พระเจ้า ซึ่งเป็นการดำเนินชีวิตที่ปฏิเสธตนเองอย่างต่อเนื่อง และตรึงกางเขนเพื่อดำเนินชีวิตพระคริสต์ผู้เป็นพยานของพระเจ้าโดยการหล่อเลี้ยงที่ครบสมบูรณ์ของพระวิญญาณแห่งพระเยซูคริสต์ เพื่อพระเจ้าจะได้รับการสำแดงที่ขยายใหญ่ขึ้นและแผ่กว้างขึ้น (มธ.16:24; ฆต.2:20; ฟป.1:19–21ก; รม.8:4).
อซด.
20:2 ก ลวต.26:13; บพส.81:10
อซด.
20:2 1ก ชื่อเรียก “ยะโฮวาพระเจ้าของเจ้า” ได้ปรากฏอยู่ในพระบัญญัติ 5 ข้อแรก (ข้อ 2–3, 4–6, 7, 8–11, 12) แต่ไม่ได้ปรากฏอยู่ใน 5 ข้อหลัง (ข้อ 13–17) ซึ่งบ่งชี้ว่า พระบัญญัติทั้ง 10 ข้อแบ่งออกเป็น 2 กลุ่ม กลุ่มละ 5 ข้อ กลุ่มแรกเกี่ยวข้องกับพระเจ้า และกลุ่มที่สองเกี่ยวข้องกับมนุษย์ (ดู ข้อ 12 คำอธิบาย 1).
อซด.
20:2 ข อซด.12:51
อซด.
20:3 ก 2พกษ.17:35; ยซย.45:21; ยรม.25:6; 35:15; ฮซอ.13:4
อซด.
20:3 1 หรือนอกเหนือจาก. พระบัญญัติ 3 ข้อแรกเรียกร้องไม่ให้มนุษย์มีรูปเคารพใดๆ หรือความรักที่มีต่อสิ่งอื่นใดทั้งสิ้น (ดู ข้อ 6 คำอธิบาย 1) ที่นอกเหนือจากพระเจ้า (34:14–17; เทียบ 1ยฮ.5:21 คำอธิบาย 3 ย่อหน้าที่ 1 และ ยก.4:4 คำอธิบาย 1 และข้อ 5 คำอธิบาย 1).
อซด.
20:4 ก ลวต.26:1; พบญ.5:8; 27:15; บพส.97:7; กจ.17:29
อซด.
20:4 1 หรือ รูปสลัก.
อซด.
20:4 2 หรือ รูปลักษณะ.
อซด.
20:5 ก พบญ.5:9; อซด.23:24; ยฮซ.23:7
อซด.
20:5 ข อซด.34:14; พบญ.4:24; 6:15; ยฮซ.24:19; นฮย.1:2; 1กธ.10:22; 2กธ.11:2
อซด.
20:5 ค อซด.34:7; อฤธ.14:18
อซด.
20:6 ก พบญ.7:9; ยรม.32:18
อซด.
20:6 1 ในที่นี้ได้กล่าวถึงความรัก ซึ่งบ่งชี้ว่า จุดประสงค์ที่พระเจ้าได้ทรงโปรดประทานกฎบัญญัติของพระองค์แก่พลไพร่ที่พระองค์ทรงเลือกสรรนั้นคือเขาจะได้กลายเป็นผู้ที่รักพระองค์ (พบญ.6:5; มธ.22:35–38; มก.12:28–30). พระเจ้าทรงนำพลไพร่ของพระองค์ออกจากอียิปต์ และประทานกฎบัญญัติของพระองค์แก่เขา เพื่อเสาะแสวงหาเขา ขอแต่งงานกับเขาและแสวงหาความรักใคร่จากเขา. ยิระมะยา 2:2; 31:32 และยะเอศเคล 16:8 ชี้ให้เห็นว่า พันธสัญญาที่ถูกตั้งขึ้นบนภูเขาของพระเจ้าโดยการประทานกฎบัญญัติ (24:7–8; 34:27–28) เป็นพันธสัญญาแห่งการหมั้น ในพันธสัญญานี้พระเจ้าทรงหมั้นหมายชนชาติอิสราเอลไว้กับพระองค์เอง (เทียบ 2กธ.11:2). พระบัญญัติทั้ง 10 ข้อโดยเฉพาะ 5 ข้อแรกคือเงื่อนไขที่พระเจ้าทรงหมั้นกับพลไพร่ของพระองค์. การใช้งานที่สูงสุดของกฎบัญญัติคือนำพลไพร่ที่พระเจ้าทรงเลือกสรรนั้นเข้าสู่ความเป็นหนึ่งกับพระองค์ เช่นเดียวกับภรรยาถูกนำเข้าสู่ความเป็นหนึ่งกับสามีของเธอ (เทียบ ยนซ.2:24; วว.22:17). การที่พระเจ้าและพลไพร่ของพระองค์จะกลายเป็นหนึ่ง จึงต้องมีความรักซึ่งกันและกันระหว่างทั้งสองฝ่าย (ยฮ.14:21, 23). ความรักระหว่างพระเจ้าและพลไพร่ของพระองค์ที่ถูกเปิดเผยไว้ในพระคัมภีร์โดยหลักแล้วเปรียบเสมือนความรักใคร่กันอย่างลึกซึ้งระหว่างชายหญิง (ยรม.2:2; 31:3). ขณะที่พลไพร่ของพระเจ้ารักพระองค์และใช้เวลาสามัคคีธรรมกับพระองค์ในพระคำของพระองค์ พระเจ้าก็นำองค์ประกอบอันศักดิ์สิทธิ์ของพระองค์ถ่ายเทเข้าสู่ภายในเขา เพื่อทำให้เขาเป็นหนึ่งกับพระองค์เป็นคู่ครองของพระองค์และเหมือนกับพระองค์ในชีวิต นิสัย และการสำแดง (ยนซ.2:18–25 และคำอธิบาย; ดู 19:8 คำอธิบาย 1 ย่อหน้าที่ 2 และ 3). พระคัมภีร์ทั้งเล่มก็คือโรมานซ์อันศักดิ์สิทธิ์ ซึ่งเป็นบทบันทึกถึงเรื่องที่พระเจ้าทรงเสาะแสวงหาพลไพร่ที่พระองค์ทรงเลือกสรร และสุดท้ายแต่งงานกับเขาอย่างไร (ยนซ.2:21–24; พพร.1:2–4; ยซย.54:5; 62:5; ยรม.2:2; 3:1, 14; 31:32; ยอค.16:8; 23:5; ฮซอ.2:7, 19; มธ.9:15; ยฮ.3:29; 2กธ.11:2; อฟ.5:25–32; วว.19:7; 21:2, 9–10; 22:17). เมื่อเราซึ่งเป็นพลไพร่ของพระเจ้าได้เข้าสู่ความสัมพันธ์แห่งรักกับพระองค์ เราก็ได้ต้อนรับชีวิตของพระองค์ ดุจดังเอวาได้ต้อนรับชีวิตของอาดาม (ยนซ.2:21–22). ชีวิตนี้เองทำให้เราสามารถกลายเป็นหนึ่งกับพระเจ้าและก็ทำให้พระองค์เป็นหนึ่งกับเรา. เราไม่ได้ถือรักษากฎบัญญัติโดยการฝึกฝนใช้ความคิดและความตั้งใจ (เทียบ รม.7:18–25) แต่โดยการรักองค์พระผู้เป็นเจ้าผู้เป็นสามีของเรา จึงมีส่วนในชีวิตและนิสัยของพระองค์กระทั่งเป็นหนึ่งกับพระองค์เพื่อเป็นการขยายใหญ่ขึ้นและการสำแดงของพระองค์.
อซด.
20:6 2 ตัวเลข 1,000 เป็นตัวเลขที่ชี้ถึงความครบบริบูรณ์ (เทียบ บพส.84:10). การรับสุขความเอ็นดูรักใคร่ของพระเจ้าจนถึงขั้นที่ครบบริบูรณ์ที่สุดก็คือรับสุขความเอ็นดูรักใคร่นี้ตลอดไปเป็นนิตย์. แม้ว่าพระพิโรธของพระเจ้าสามารถคำนวณนับได้ (ข้อ 5) แต่ความเอ็นดูรักใคร่ของพระองค์ไม่อาจคำนวณนับได้.
อซด.
20:7 ก ลวต.19:12
อซด.
20:8 ก อซด.31:13–17
อซด.
20:8 1ก ดู บทที่ 16:23 คำอธิบาย 1. วันซะบาโตเป็นเครื่องหมายเล็งว่า พระเจ้าได้ทรงกระทำทุกสิ่ง สำเร็จทุกสิ่ง และตระเตรียมทุกสิ่งไว้แล้ว ส่วนมนุษย์จำต้องหยุดลงซึ่งการงานทั้งหมดของเขา. การถือวันซะบาโตก็คือหยุดการงานของเราลงและต้อนรับพระเจ้าพร้อมกับสิ่งทั้งปวงที่พระองค์ได้ทรงสำเร็จเพื่อเรา เป็นการรับสุข การพักสงบและความอิ่มหนำของเรา. นี่คือแผนการบริหารของพระเจ้า (ดู ยนซ.2:2 คำอธิบาย 1).
อซด.
20:9 ก อซด.23:12; 34:21; 35:22; ลวต.23:3; ลก.13:14
อซด.
20:10 ก อซด.16:26; 31:15; ยอค.20:12; เทียบ อฤธ.15:32–36
อซด.
20:10 1 ประดุจหนึ่งแหวนหมั้น วันซะบาโตเป็นเครื่องหมายที่เล็งว่าพลไพร่ของพระเจ้าได้ถูกแบ่งแยกให้บริสุทธิ์กลับคืนสู่พระเจ้าและเป็นของพระองค์เท่านั้น.
อซด.
20:11 ก อซด.31:17; ยนซ.1:31—2:3
อซด.
20:12 ก มธ.15:4; 19:9; มก.7:10; 10:19; ลก.18:20; อฟ.6:2–3; เทียบ ลวต.19:3;ฮร.12:9
อซด.
20:12 1 ชื่อเรียก “ยะโฮวาพระเจ้าของเจ้า” ในข้อนี้ ชี้ถึงพระบัญญัติข้อที่ 5 ซึ่งเกี่ยวข้องกับการกตัญญูต่อบิดามารดา ซึ่งถูกเรียงไว้ด้วยกันกับพระบัญญัติ 4 ข้อแรก ซึ่งเกี่ยวข้องกับพระเจ้า. สาเหตุคือการที่เรากตัญญูต่อบิดามารดาก็คือเคารพต้นกำเนิดของเรา ในที่สุดต้นกำเนิดนี้ก็คือตัวของพระเจ้าเอง (ลก.3:23–38).
อซด.
20:13 ก ข้อ 13–16; มธ.19:18; มก.10:19; ลก.18:20; รม.13:9
อซด.
20:13 1ก พระบัญญัติข้อที่ 6–10 (ข้อ 13–17) เรียกร้องให้มนุษย์ดำเนินชีวิตออกซึ่งคุณธรรมที่สำแดงคุณลักษณะของพระเจ้า ได้แก่ความบริสุทธิ์ ความชอบธรรม ความรักและความสว่างเป็นหลัก (เทียบข้อ 1 คำอธิบาย 1).
อซด.
20:13 ข มธ.5:21; มก.7:21; เทียบ ยนซ.9:5–6
อซด.
20:14 ก พบญ.22:22; มธ.5:27; มก.7:22; ยก.2:11
อซด.
20:15 ก ลวต.19:11; อฟ.4:28
อซด.
20:16 ก อซด.23:1; พบญ.19:15–21; สภษ.19:5, 9; 21:28; 24:28; 25:18
อซด.
20:17 ก มคา.2:2; ลก.12:15; รม.7:7; 13:9; อฟ.5:3, 5; กซ.3:5; ฮร.13:5
อซด.
20:17 1ก ดู โรม 7:7 คำอธิบาย 3.
อซด.
20:18 ก อซด.19:16
อซด.
20:18 1 ดู บทที่ 24:13 คำอธิบาย 1.
อซด.
20:19 ก เทียบฆต.3:19
อซด.
20:19 ข พบญ.5:25;18:16
อซด.
20:20 ก ยนซ.22:1;พบญ.13:3
อซด.
20:20 ข พบญ.4:10; 10:12
อซด.
20:21 ก พบญ.4:11; 1พกษ.8:12; บพส.97:2; ฮร.12:18
อซด.
20:22 1 ส่วนที่เป็นศีลธรรมแห่งกฎบัญญัติของพระเจ้า (ดู 25:1 คำอธิบาย 1) ประการสำคัญ ประกอบด้วยพระบัญญัติทั้ง 10 ข้อ (ข้อ 2–17) รวมทั้งกฎข้อบังคับ (ข้อ 22–26) และกฎเกณฑ์ (21:1—23:19) ซึ่งช่วยเสริมพระบัญญัติทั้ง 10 ข้อ หรือเพิ่มเติมรายละเอียดแก่พระบัญญัติทั้ง 10 ข้อ (ดู ลก.1:6 คำอธิบาย 4). กฎข้อบังคับในข้อ 22–26 ที่เกี่ยวกับวิธีแห่งการนมัสการพระเจ้าได้ช่วยเสริมพระบัญญัติข้อที่ 2 และข้อที่ 3 และเพิ่มเติมรายละเอียดแก่พระบัญญัติเหล่านั้น.
อซด.
20:22 ก พบญ.4:36; นฮย.9:13; ฮร.12:25
อซด.
20:22 2ก ถ้อยคำนี้บ่งชี้ว่า พระเจ้าเป็นพระเจ้าแห่งการตรัส (ฮร.1:1–2) ซึ่งตรงข้ามกับรูปเคารพที่เป็นใบ้ (ฮบฆ.2:18–19; 1กธ.12:2).
อซด.
20:23 ก เทียบอซด.32:31
อซด.
20:23 1 ในเรื่องของการนมัสการพระเจ้า ไม่ควรให้ทรัพย์สมบัติ (ซึ่ง ณ ที่นี่มีเครื่องหมายโดยเงินและทอง) มีฐานะใดๆ เลย. เราจะปรนนิบัติพระเจ้าและจะปรนนิบัติเงินทองด้วยก็ไม่ได้ (มธ.6:24).
อซด.
20:24 1 ตามข้อ 24–26 แท่นบูชาที่พระเจ้าทรงเรียกร้องเพื่อการนมัสการพระองค์นั้น เป็นแบบดั้งเดิมที่ไร้วัฒนธรรมในสายตาของมนุษย์ และไม่ได้ให้ฐานะแก่สติปัญญาและความสามารถของมนุษย์ (1กธ.1:17–25). แท่นบูชานี้ต้องถูกก่อตั้งขึ้นด้วยวัสดุที่พระเจ้าทรงเนรมิตสร้างไว้ คือต้องใช้ดินหรือศิลาที่ไม่ได้ตกแต่ง (ข้อ 25). นี่บ่งชี้ว่ากางเขนเป็นสิ่งที่ถูกตระเตรียมไว้โดยการงานของพระเจ้าอย่างสิ้นเชิง ซึ่งไม่ได้ให้ฐานะแก่การงานของมนุษย์. เหตุฉะนั้นการก่อแท่นบูชาเช่นนี้หมายความถึงการต้อนรับสิ่งที่พระเจ้าทรงตระเตรียมไว้โดยไม่เพิ่มเติมการงานใดๆ ของมนุษย์ทั้งสิ้น. แท่นบูชาที่ก่อด้วยดินและหินก็ชี้ว่ากางเขนนั้นปรับใช้ได้อย่างง่ายดาย.
อซด.
20:24 2 แท่นบูชาและเครื่องบูชาเพื่อการนมัสการพระเจ้านั้นได้จัดเตรียมทางเข้าสำหรับมนุษย์ที่ตกต่ำได้เข้าสู่แผนการบริหารของพระเจ้า. สองสิ่งนี้บ่งชี้ว่า เพื่อการนมัสการพระเจ้านั้น มนุษย์ที่ตกต่ำจำต้องได้รับการไถ่และถูกสิ้นสุดโดยกางเขนและถูกแทนที่โดยพระคริสต์ในการเป็นขึ้น. การนมัสการที่พระเจ้าทรงปรารถนาต้องผ่านแท่นบูชาและโดยเครื่องบูชา ซึ่งก็คือผ่านกางเขน (ฮร.13:10) และโดยพระคริสต์ผู้เป็นความเที่ยงแท้ของเครื่องบูชา (ฮร.10:5–10). ผู้นมัสการที่แท้จริงคือคนที่นมัสการพระเจ้าโดยยึดพระคริสต์เป็นเครื่องบูชาเผา (ลวต.1) เพื่อความอิ่มหนำของพระเจ้าและเป็นเครื่องบูชาสันติสุข (ลวต.3) เพื่อความอิ่มหนำซึ่งกันและกันของพระเจ้าและคนที่นมัสการพระองค์ร่วมกัน (ยฮ.4:23–24 และข้อ 24 คำอธิบาย 4).
อซด.
20:24 ก พบญ.12:5, 11; 14:23; 16:6, 11; 26:2; 1พกษ.8:29; 2คนก.6:6; 7:16; 12:13; อษร.6:12; นฮย.1:9; ยรม.7:10, 12
อซด.
20:24 3ก ในการนมัสการพระเจ้าที่ถูกต้องนั้นไม่ควรมีนามอื่นใดนอกเหนือจากพระนามขององค์พระผู้เป็นเจ้า (23:13; ดู 1กธ.1:10 คำอธิบาย 1).
อซด.
20:24 4 การนมัสการพระเจ้าที่ถูกต้องนำมาซึ่งการเสด็จมาเยี่ยมและการอวยพระพรของพระเจ้า.
อซด.
20:24 ข 2คนก.7:1–3
อซด.
20:25 ก พบญ.27:5–6; ยฮซ.8:31
อซด.
20:25 1 การนำการงานของมนุษย์เพิ่มเข้ามาในการนมัสการพระเจ้าเป็นการนำความมลทินเข้ามา. เพราะว่าตัวมนุษย์ที่ตกต่ำนั่นเองก็คือความบาปและความมลทินในสายพระเนตรของพระเจ้า (บพส.51:5; 2กธ.5:21) ดังนั้นการงานของมนุษย์ล้วนแล้วแต่ไม่อาจให้พระองค์โปรดปราน (เทียบ ยนซ.4:3–5; ฆต.2:16). เหตุฉะนั้น มนุษย์ที่ตกต่ำทุกคนที่นมัสการพระเจ้ารวมทั้งการงานและวิธีการทั้งหมดของเขาล้วนจำต้องถูกสิ้นสุด.
อซด.
20:26 1 บันไดชี้ถึงวิธีการของมนุษย์ ซึ่งยกชูคุณงามความดีที่นำมาโดยความสามารถฝ่ายธรรมชาติ และก่อให้เกิดผลสำเร็จที่มีระดับไม่เท่ากันท่ามกลางพลไพร่ของพระเจ้า. แท่นบูชา (กางเขน) ที่พระเจ้าทรงตระเตรียมนั้น ไม่ได้ตั้งไว้สูงแต่ติดกับพื้นดิน ดังนั้นจึงไม่ต้องมีบันไดและทำให้ทุกคนเข้าใกล้ได้.
อซด.
20:26 2 กายเปลือยเปล่าของมนุษย์ชี้ถึง ความอับอายของมนุษย์ที่ตกต่ำ (ยนซ.3:7). ความรอดของพระเจ้าคือให้มนุษย์สวมใส่พระคริสต์เป็นความชอบธรรมของเขา (ยนซ.3:21; ลก.15:22; 1กธ1:30; ฟป.3:9) แต่วิธีการของมนุษย์กลับนำความเปลือยเปล่าแห่งนิสัยที่ตกต่ำของมนุษย์เปิดโปงออกมา. ในหลักการนั้น การใช้สติปัญญาของมนุษย์ก่อแท่นบูชาที่มีบันไดเป็นการนำพระคริสต์ไปทิ้งไว้ข้างหนึ่งและทำให้นิสัยที่ตกต่ำของมนุษย์ถูกเปิดโปง. เราไม่ควรใช้สติปัญญาของเราในเรื่องที่เกี่ยวกับพระเจ้า แต่ควรที่จะเชื่อพึ่งพระคริสต์อย่างสิ้นเชิง เช่นนี้เราก็จะคงอยู่ภายใต้พระคริสต์ผู้ทรงเป็นการปกปิดของเรา.