เอ็กโซโด บทที่ 17
3. น้ำแห่งชีวิตไหลออกจากศิลาที่ถูกตี
17:1–7
17:1–7
อซด.
17:1 ชุมนุมชนอิสราเอลทั้งปวงได้ยกเดินออกจากป่ากันดารซีน ไปเป็น1ระยะๆ ตามพระบัญชาแห่งพระยะโฮวา แล้วได้ตั้งค่ายที่กระพีดีม และที่นั่น2ไม่มีน้ำสำหรับให้พลไพร่นั้นดื่ม
อซด.
17:2 เพราะเหตุนั้นบรรดาพลไพร่จึงได้1กโต้แย้งกับโมเซว่า จงให้น้ำพวกข้าพเจ้าดื่มเถิด โมเซจึงพูดกับเขาว่า พวกเจ้าโต้แย้งกับเราทำไม? เหตุไฉนพวกเจ้าจึงบังอาจขทดสอบพระยะโฮวา?
อซด.
17:3 พลไพร่ก็กระหายน้ำที่นั้นยิ่งนัก จึงกบ่นต่อว่าโมเซพูดว่า เหตุไรเล่าท่านจึงพาพวกข้าพเจ้า ทั้งบุตรและฝูงปศุสัตว์ ออกจากอียิปต์เพื่อจะให้อดน้ำตาย?
อซด.
17:4 โมเซจึงร้องทูลพระยะโฮวาว่า ข้าพเจ้าจะทำอย่างไรดีกับพลไพร่นี้? 1เขาจวนจะเอาหินขว้างข้าพเจ้าให้ตายแล้ว.
อซด.
17:5 พระยะโฮวาจึงตรัสแก่โมเซว่า จงเดินล่วงหน้าพลไพร่นั้นไปและนำผู้อาวุโสของชนชาติอิสราเอลบางคนไปด้วย กไม้เท้าที่เจ้าใช้ตีแม่น้ำนั้นให้ถือไปด้วย.
อซด.
17:6 เราจะยืนอยู่ต่อหน้าเจ้าบน1ศิลาที่ภูเขาโฮเร็บ จง2ตีกศิลานั้นแล้ว3น้ำจะไหลออกมาจากศิลาสำหรับพลไพร่จะได้ดื่ม โมเซก็ทำตามอย่างนั้นต่อหน้าผู้อาวุโสของชนชาติอิสราเอล.
อซด.
17:7 โมเซได้เรียกชื่อสถานที่นั้นว่า1กมาซาและ2ขมะรีบา เพราะเหตุการโต้แย้งของชนชาติอิสราเอลและได้ลองดีกับพระยะโฮวาพูดว่า พระองค์อยู่ท่ามกลางพวกข้าพเจ้าหรือไม่?
4. พิชิตชนชาติอะมาเล็ค
17:8–16
17:8–16
อซด.
17:8 ครั้นนั้นชนชาติ1กอะมาเล็คยกมา2สู้รบกับชนชาติอิสราเอลที่ระพีดีม.
อซด.
17:9 โมเซได้พูดกับ1กยะโฮซูอะว่า จงเลือกผู้ชายฝ่ายเราออกไปสู้รบกับชาติอะมาเล็ค พรุ่งนี้เราจะยืนถือ1กไม้เท้าแห่งพระเจ้าอยู่บนยอดเขา.
อซด.
17:10 ยะโฮซูอะก็ได้กระทำตามคำพูดของโมเซ แล้วได้สู้รบกับชนชาติอะมาเล็ค ส่วนโมเซ อาโรน และกฮูระก็ได้ขึ้นไปบนยอดเขานั้น.
อซด.
17:11 อยู่มาเมื่อโมเซ1ยกมือขึ้นชนชาติอิสราเอลก็ได้ชัยชนะ เมื่อลดมือลงชนชาติอะมาเล็คก็ได้ชัยชนะ.
อซด.
17:12 แต่มือของโมเซ1เมื่อยล้าไป อาโรนและฮูระก็นำก้อนหินมาวางอยู่ใต้ท่าน ท่านก็นั่งบนหินนั้น และอาโรนกับฮูระก็ช่วยประคองมือท่านขึ้นคนละข้าง. มือทั้งสองของท่านก็ชูอยู่อย่างมั่นคงจนตะวันตก.
อซด.
17:13 ฝ่ายยะโฮซูอะได้พิชิตอะมาเล็คกับพลไพร่ของเขาให้แตกพ่ายไปด้วยคมดาบ.
อซด.
17:14 พระยะโฮวาจึงตรัสแก่โมเซว่า ข้อความนี้จงเขียนไว้เป็นหนังสือเล่มหนึ่งสำหรับเป็นที่ระลึก ทั้ง1ท่องให้ยะโฮซูอะฟัง คือว่าเราจะ2ลบล้างชนชาติกอะมาเล็คไม่ให้ปรากฏชื่ออยู่ในความทรงจำภายใต้ฟ้าเลย.
อซด.
17:15 โมเซจึงได้สร้างกแท่นบูชาเรียกชื่อว่า 1ยะโฮวานิซี
อซด.
17:16 และกล่าวอีกว่า เพราะเหตุมี1มือหนึ่งยกขึ้นต่อสู้พระที่นั่งของ2พระยะโฮวา พระยะโฮวาจะทรงทำสงครามกับชนชาติอะมาเล็คทุกชั่วอายุสืบไป.
คำอธิบาย เอ็กโซโด บทที่ 17
อซด.
17:1 1 แปลตามตรงคือ ขั้นตอนแห่งการเดินทาง.
อซด.
17:1 ก อฤธ.33:12–14; อซด.17:8
อซด.
17:1 2 หลังจากที่ชนชาติอิสราเอลได้กินมานาตอบสนองความหิวโหยของเขาแล้ว (บทที่ 16) เขายังต้องดื่มน้ำที่มีชีวิตเพื่อดับความกระหายของเขา. ทั้งในชีวิตฝ่ายร่างกายและชีวิตฝ่ายวิญญาณ การกินและการดื่มต้องดำเนินควบคู่กันไปอยู่เสมอ. ในการเริ่มต้นของพระคัมภีร์ ต้นไม้แห่งชีวิตและมานาถูกกล่าวถึงก่อนน้ำแห่งชีวิต (ยนซ.2:9–10; อซด.16:4, 14–15; 17:6; เทียบ 6:31–35; 7:37–39) นี่บ่งชี้ว่า ในการเริ่มต้นแห่งชีวิตฝ่ายวิญญาณของเรา เราได้กินพระคริสต์ในพระคำของพระองค์ (ยรม.15:16; มธ.4:4; ยฮ.6:63) ผลลัพธ์ก็คือพระวิญญาณนั้น ซึ่งเป็นน้ำที่มีชีวิตได้หลั่งไหลอยู่ภายในเรา. อย่างไรก็ตาม ในตอนท้ายของพระคัมภีร์ แม่น้ำแห่งชีวิตถูกกล่าวถึงก่อนต้นไม้แห่งชีวิต (วว.22:1–2) และต้นไม้แห่งชีวิตได้เติบโตในแม่น้ำแห่งชีวิต (หมายถึง ถูกถ่ายเทในแม่น้ำ) นี่บ่งชี้ว่า ขณะที่เรามีการก้าวหน้าในประสบการณ์ฝ่ายวิญญาณ พระวิญญาณซึ่งเป็นแม่น้ำที่หลั่งไหลก็นำการหล่อเลี้ยงแห่งพระคำ (มานา) มาให้แก่เรา. นี่เปิดเผยเป็นนัยถึง แนวคิดอันศักดิ์สิทธิ์ในที่สุดการกินนั้นถูกครอบคลุมอยู่ในการดื่ม และการดื่มสำคัญยิ่งกว่าการกินเสียอีก.
หลักการพื้นฐานเกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์กับพระเจ้าในพระคัมภีร์คือมนุษย์ต้องกินพระเจ้า. โดยการกินและการดื่มเราซึ่งเป็นพลไพร่ที่พระเจ้าทรงเลือกไว้ก็ได้ต้อนรับพระเจ้าเข้าสู่ภายในเรา พระเจ้าก็ได้ทรงกระทำตัวของพระองค์เองเข้าสู่ภายในเราและเป็นหนึ่งกับเราอย่างอินทรียภาพ โดยที่เราได้กินดื่มพระองค์.
หลักการพื้นฐานเกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์กับพระเจ้าในพระคัมภีร์คือมนุษย์ต้องกินพระเจ้า. โดยการกินและการดื่มเราซึ่งเป็นพลไพร่ที่พระเจ้าทรงเลือกไว้ก็ได้ต้อนรับพระเจ้าเข้าสู่ภายในเรา พระเจ้าก็ได้ทรงกระทำตัวของพระองค์เองเข้าสู่ภายในเราและเป็นหนึ่งกับเราอย่างอินทรียภาพ โดยที่เราได้กินดื่มพระองค์.
อซด.
17:2 ก อฤธ.20:3–4
อซด.
17:2 1ก ชนชาติอิสราเอลได้เห็นพระราชกิจอันอัศจรรย์ที่พระเจ้าสำแดงเพื่อเขา แต่เขาไม่รู้จักหลักเกณฑ์ของพระเจ้า (บพส.103:7) ด้วยเหตุนี้ เขาโต้แย้งกับโมเซและยังถามด้วยซ้ำว่าองค์พระผู้เป็นเจ้าอยู่ท่ามกลางพวกเขาหรือไม่ (ข้อ 2–3, 7).
อซด.
17:2 ข พบญ.6:16; บพส.78:18, 41; 95:9; มธ.4:7; 1กธ.10:9; ฮร.3:8–9; เทียบ ยซย.7:12
อซด.
17:3 ก อซด.15:24; 16:2
อซด.
17:4 1 เป็นการยากที่จะแยกแยะว่าโมเซได้อธิษฐานหรือกล่าวโทษอยู่ ณ ที่นี่. ปฏิกิริยาที่โมเซมีต่อการบ่นว่าของพลไพร่แสดงให้เห็นว่า ภายใต้การทดสอบของพระเจ้า โมเซได้พ่ายแพ้แล้ว (ดู ข้อ 7 คำอธิบาย 1).
อซด.
17:5 ก อซด.4:2; 7:19–21
อซด.
17:6 1 ตามถ้อยคำของเปาโลใน 1 โกรินโธ 10:4 ศิลาในที่นี่ก็คือพระคริสต์. ยิ่งกว่านั้นศิลานี้ยังเป็นศิลาฝ่ายวิญญาณซึ่งได้ติดตามชนชาติอิสราเอลตลอดการเดินทาง (เทียบ อฤธ.20:8–11; ดู 1กธ.10:4 คำอธิบาย 2)
อซด.
17:6 2 การตีศิลาเป็นรูปภาพที่บรรยายถึงการตรึงกางเขนของพระคริสต์อย่างชัดเจน ครบถ้วนและครบสมบูรณ์ที่สุด. ศิลาถูกตีด้วยไม้เท้าของโมเซ (ข้อ 5) ในแบบเล็งนี้ โมเซเป็นเครื่องหมายเล็งถึงกฎบัญญัติ ส่วนไม้เท้าเป็นตัวแทนถึงฤทธิ์เดชและอำนาจของกฎบัญญัติ. ด้วยเหตุนี้ การที่ศิลาถูกตีด้วยไม้เท้าของโมเซ เป็นเครื่องหมายว่า พระคริสต์ถูกประหารให้ตายบนไม้กางเขนโดยอำนาจแห่งกฎบัญญัติของพระเจ้า (เทียบ ฆต.2:19–20; 3:13).
อซด.
17:6 ก อฤธ.20:8–11; พบญ.8:15; นฮย.9:15; บพส.78:15–16, 20; 105:41; 114:8; ยซย.48:21; 1กธ.10:4
อซด.
17:6 3 น้ำที่ไหลออกจากศิลาที่ถูกตีนั้นเป็นแบบเล็งถึงพระวิญญาณนั้น (ยฮ.7:37–39). โดยการกลายเป็นเนื้อหนัง พระคริสต์ได้เสด็จมาสู่แผ่นดินโลกเพื่อเป็นศิลา. พระองค์ถูกตีด้วยอำนาจแห่งกฎบัญญัติอันชอบธรรมของพระเจ้าบนไม้กางเขน เพื่อสำเร็จการไถ่ของพระเจ้า. สีข้างของพระองค์ถูกแทงและมีน้ำที่มีชีวิตไหลออกมาเพื่อให้พลไพร่ของพระเจ้าจะได้ดื่ม (ยฮ.19:34 และคำอธิบาย). น้ำที่มีชีวิตนี้คือน้ำแห่งชีวิตที่อยู่ในการเป็นขึ้นซึ่งก็คือพระวิญญาณผู้ครอบคลุมสรรพสิ่งและประทานชีวิต ในฐานะที่เป็นการไหลออกที่สำเร็จสุดยอดของพระเจ้าตรีเอกภาพ (1กธ.15:45; ดู ยฮ.7:39 คำอธิบาย 1). แหล่งกำเนิดของน้ำแห่งชีวิตนี้คือพระที่นั่งของพระเจ้าและพระเมษโปดก (พระเจ้าแห่งการไถ่) ด้วยเหตุนี้น้ำแห่งชีวิตก็คือพระเจ้าตรีเอกภาพผู้ทรงหลั่งไหลออกมาเป็นชีวิตของเรา. การหลั่งไหลแห่งน้ำที่มีชีวิตเริ่มจากพระที่นั่งในนิรันดร์กาล ต่อเนื่องมาโดยผ่านการกลายเป็นเนื้อหนัง การดำเนินชีวิตมนุษย์และการตรึงกางเขนของพระคริสต์ (ยฮ.4:10, 14; 19:34) บัดนี้ยังคงหลั่งไหลอยู่ในการเป็นขึ้นเพื่อนำความอุดมสมบูรณ์ทั้งสิ้นของชีวิตอันศักดิ์สิทธิ์ไปหล่อเลี้ยงพลไพร่ของพระเจ้า (วว.22:1–2). ขณะที่เราเข้าสนิทกับพระคริสต์ผู้ถูกตีผู้นี้ ชีวิตอันศักดิ์สิทธิ์ซึ่งเป็นน้ำที่มีชีวิตก็จะไหลออกจากภายในเรา (ยฮ.7:38). การหลั่งไหลของน้ำแห่งชีวิตที่อยู่ในการเป็นขึ้นมีไว้เพื่อการก่อสร้างพระกายของพระคริสต์ (1กธ.12:13) และตระเตรียมเจ้าสาวของพระคริสต์ (วว.19:7) ทั้งสองประการนี้ล้วนจะสำเร็จสุดยอดในกรุงเยรูซาเล็มใหม่ (วว.21:9–10; เทียบ อฟ.5:23, 28–30).
เพื่อเราจะได้ดื่มน้ำแห่งชีวิต สิ่งแรกคือเราต้องถูกวางไว้ในฐานะที่ดื่ม (1กธ.12:13) และเรายังต้องกระหายน้ำด้วย (ยฮ.7:37; วว.21:6). ต่อจากนั้น เราต้องมาหาองค์พระผู้เป็นเจ้า (ยฮ.7:37; วว.22:17). ทูลขอองค์พระผู้เป็นเจ้า (ยฮ.4:10) เชื่อในองค์พระผู้เป็นเจ้า (ยฮ.7:38) และร้องออกพระนามขององค์พระผู้เป็นเจ้า (ยซย.12:3–4; กจ.2:21).
เพื่อเราจะได้ดื่มน้ำแห่งชีวิต สิ่งแรกคือเราต้องถูกวางไว้ในฐานะที่ดื่ม (1กธ.12:13) และเรายังต้องกระหายน้ำด้วย (ยฮ.7:37; วว.21:6). ต่อจากนั้น เราต้องมาหาองค์พระผู้เป็นเจ้า (ยฮ.7:37; วว.22:17). ทูลขอองค์พระผู้เป็นเจ้า (ยฮ.4:10) เชื่อในองค์พระผู้เป็นเจ้า (ยฮ.7:38) และร้องออกพระนามขององค์พระผู้เป็นเจ้า (ยซย.12:3–4; กจ.2:21).
อซด.
17:7 ก พบญ.6:16; บพส.95:8
อซด.
17:7 1ก หมายถึง การทดสอบหรือการทดลอง. ในมาซาพระเจ้าได้ทรงทดสอบทั้งชนชาติอิสราเอล (บพส.81:7) และโมเซผู้นำในท่ามกลางพลไพร่ของพระองค์และชนชาติอิสราเอลก็ได้ทดลองพระเจ้า. ทุกครั้งที่เราขาดพระคริสต์เป็นน้ำที่มีชีวิตของเรา เราก็จะถูกพระเจ้าทดสอบโดยอัตโนมัติ. เหมือนกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในมาซา มีเพียงพระเจ้าสามารถผ่านการทดสอบเช่นนี้ (เทียบ อฤธ.20:2–13 และคำอธิบาย).
อซด.
17:7 ข อฤธ.20:13; บพส.81:7; ฮร.3:9
อซด.
17:7 2ข หมายถึง การแก่งแย่ง หรือการทะเลาะวิวาท.
อซด.
17:8 ก อฤธ.14:45; พบญ.25:17; วนฉ.3:13; 6:3, 33; 10:12; 1ซมอ.15:2
อซด.
17:8 1ก หมายถึง ชอบทำสงคราม. ชนชาติอะมาเล็คเป็นแบบเล็งถึงเนื้อหนัง ซึ่งก็คือการสรุปรวมของคนเก่าที่ตกต่ำ (ฆต.2:16; ดู ฆต.3:3 คำอธิบาย 2; 5:19 คำอธิบาย 1). การสู้รบระหว่างชนชาติอะมาเล็คและอิสราเอลเป็นรูปภาพที่บรรยายถึงความขัดแย้งระหว่างเนื้อหนังและพระวิญญาณนั้นที่อยู่ภายในผู้เชื่อ (ฆต.5:17— เทียบ 1ปต.2:11). ชนชาติอะมาเล็คเป็นเชื้อสายของเอซาวฝาแฝดของยาโคบ (ยนซ.36:12) นี่บ่งชี้ว่า เนื้อหนังใกล้ชิดกับคนที่บังเกิดใหม่ของเรามาก (ซึ่งมีแบบเล็งโดยยาโคบ). เอซาวเกิดมาเป็นบุตรคนแรกและยาโคบเป็นคนที่สอง ซึ่งชี้ให้เห็นว่า เนื้อหนังเป็นของมนุษย์คนแรก ก็คือคนเก่า.
อซด.
17:8 2 ชนชาติอะมาเล็คเป็นศัตรูกลุ่มแรกที่ชนชาติอิสราเอลได้เผชิญหน้าในระหว่างทางที่ไปสู่แผ่นดินงาม (พบญ.25:17–18; 1ซมอ.15:2). สิ่งนี้บ่งชี้ว่าเนื้อหนังของเราเป็นเอกในท่ามกลางศัตรูทั้งปวงของเรา. เนื้อหนัง ความบาป ฝ่ายโลกและซาตานล้วนเกี่ยวข้องกันหมด แต่ขณะที่ทำการสู้รบกับผู้เชื่อ ส่วนที่โดดเด่นที่สุดในประการเหล่านี้ก็คือเนื้อหนัง (ฆต.5:17). ในประสบการณ์ของเรา เมื่อเนื้อหนังถูกประหารให้ตายแล้ว (ฆต.5:24; รม.8:13) ฝ่ายโลกก็ไม่สามารถจับกุมเรา ความบาปก็ไม่สามารถดำเนินการในเราและซาตานก็จะสูญเสียฤทธิ์เดชไม่สามารถทำงานบนตัวเรา. จุดประสงค์ที่ชนชาติอะมาเล็คโจมตีชนชาติอิสราเอลคือขัดขวางเขาไม่ให้เขาเข้าสู่แผ่นดินงาม. ทำนองเดียวกัน การที่ซาตานยุยงเนื้อหนังสู้รบกับเรา ก็มีจุดมุ่งหมายเพื่อขัดขวางเราไม่ให้เรารับสุขพระคริสต์ผู้ครอบคลุมสรรพสิ่งเป็นแผ่นดินงามของเราอย่างครบสมบูรณ์ (ดู พบญ.8:7 คำอธิบาย 1).
อซด.
17:9 ก อซด.24:13; 33:11; อฤธ.13:16; 27:18; พบญ.34:9; ยซอ.1:1
อซด.
17:9 1ก หมายถึง ยะโฮวาองค์พระผู้ช่วย หรือความรอดของยะโฮวา. พระนามนี้ในภาษากรีกก็คือเยซู (ดู มธ.1:21 คำอธิบาย 1).
อซด.
17:9 ข อซด.4:2, 20
อซด.
17:10 ก อซด.17:12; 24:14; 31:2; 1คนก.2:20
อซด.
17:11 1 เมื่อไรที่โมเซยกมือขึ้น ยะโฮซูอะก็สู้รบเพื่อพลไพร่และมีชัยชนะ. การที่โมเซยกมือขึ้นบนยอดเขา เป็นแบบเล็งถึงพระคริสต์ผู้เสด็จสู่สวรรค์ทูลขอแทนในสวรรค์ทั้งหลาย (รม.8:34ข; ฮร.7:25; เทียบ 1ตธ.2:8) และยะโฮซูอะเป็นแบบเล็งถึงพระคริสต์ผู้เป็นพระวิญญาณที่อาศัยอยู่ภายใน สู้รบกับเนื้อหนัง (รม.8:9–11; ฆต.5:16–17). ชนชาติอิสราเอลมีชัยชนะต่อชนชาติอะมาเล็คด้วยการหล่อเลี้ยงของมานา (บทที่ 16) และน้ำที่มีชีวิต (ข้อ 1–6) และด้วยการยกมือของโมเซและการสู้รบของยะโฮซูอะ. ทำนองเดียวกัน การที่เรามีชัยชนะต่อเนื้อหนังก็โดยการกินดื่มพระคริสต์ผู้ทูลขอแทนเรา พร้อมด้วยการประหารเนื้อหนังให้ตายร่วมกับพระคริสต์ผู้เป็นพระวิญญาณที่ทำการสู้รบ (รม.8:13 และคำอธิบาย 2; ฆต.5:24 และคำอธิบาย 2).
อซด.
17:12 1 ขณะที่โมเซอธิษฐานอยู่บนยอดเขา เขาเป็นแบบเล็งของพระคริสต์ แต่เมื่อมือของเขาเมื่อยล้าไป กลับเป็นตัวแทนของเรา. นี่เป็นเครื่องหมายเล็งว่าขณะที่พระคริสต์อธิษฐานบนสวรรค์ เราก็ต้องอธิษฐานบนแผ่นดินโลก (1ตธ.2:8). เนื่องจากเนื้อหนังไม่อาจถูกเปลี่ยนแปลงหรือปรับปรุงแก้ไขได้อย่างเด็ดขาด เราจึงต้องอธิษฐานเสมอไม่เว้น (1ธซ5:17; กซ.4:2) และนำตนเองเข้าสนิทกับพระคริสต์ผู้ทูลขอแทน เพื่อที่จะพิชิตเนื้อหนัง. อย่างไรก็ตาม บ่อยครั้งที่มือแห่งการอธิษฐานของเราเมื่อยล้า. เพราะฉะนั้นเราจึงต้องการก้อนหินมาค้ำจุนเอาไว้ และก็ต้องการการช่วยเหลือของอาโรนและฮูระด้วย. ก้อนหินซึ่งเป็นฐานรากอันมั่นคงของชีวิตแห่งการอธิษฐานของเรานั้น บ่งชี้ว่า เราตระหนักว่าตัวของเราเองเป็นคนที่อ่อนแอ เราจึงต้องการพระคริสต์เป็นการค้ำจุนของเรา เพื่อคงไว้ซึ่งการอธิษฐานของเรา (เทียบ ยฮ.15:5ข). อาโรนผู้เป็นมหาปุโรหิต (28:1; ฮร.5:1, 4) เป็นเครื่องหมายเล็งถึง “การปฏิบัติ” แห่งปุโรหิต ส่วนฮูระเผ่ายูดา (31:2) เป็นเครื่องหมายเล็งถึงการปฏิบัติแห่งกษัตริย์ (ยนซ.49:10). การปฏิบัติแห่งปุโรหิตเกี่ยวข้องกับที่บริสุทธิ์สุด ซึ่งในประสบการณ์ของเรามักเกี่ยวข้องกับวิญญาณของเรา (ฮร.10:19 และคำอธิบาย). ด้วยเหตุนี้ เพื่อที่จะคงไว้ซึ่งการอธิษฐานของเรา จนสยบเนื้อหนัง เราต้องการการปฏิบัติแห่งปุโรหิตเพิ่มกำลังแก่วิญญาณของเรา. เราก็ต้องนอบน้อมต่อองค์พระผู้เป็นเจ้าภายใต้อำนาจของพระองค์ ซึ่งก็คือการปฏิบัติแห่งกษัตริย์. ยิ่งกว่านั้น ฮูระมีความเกี่ยวข้องกับการก่อสร้างพลับพลา (31:2–5) และทิศทางของหนังสือเอ็กโซโดก็ได้นำไปสู่เป้าหมายนี้. นี่บ่งชี้ว่า เราต้องนำการก่อสร้างคริสตจักรมาเป็นเป้าหมายแห่งการอธิษฐานของเรา.
อซด.
17:14 1 แปลตามตรงคือ วางไว้ที่หูของเขา.
อซด.
17:14 2 เนื้อหนังเป็นศัตรูของพระเจ้า. มันไม่มีความประสงค์ และก็ไม่มีความสามารถที่จะนอบน้อมต่อพระเจ้า (รม.8:7–8). ด้วยเหตุนี้ ชะตากรรมของเนื้อหนังก็คือจะต้องถูกลบล้างนั่นเอง. นี่จะเกิดขึ้นในยุคของอาณาจักรคือในอาณาจักรพันปี (วว.20:7–10 และข้อ 8 คำอธิบาย 3).
อซด.
17:14 ก อฤธ.25:19; เทียบ อฤธ.24:20; 1ซมอ.15:3
อซด.
17:15 ก เทียบ วนฉ.6:24
อซด.
17:15 1 หมายถึงพระยะโฮวาเป็นธงชัยของข้าพเจ้า. แท่นบูชาที่โมเซได้ก่อตั้งและตั้งชื่อให้นั้นเป็นเครื่องหมายเล็งถึงกางเขนซึ่งเป็นที่ระลึกแห่งการมีชัยชนะต่อเนื้อหนังของเรา (ฆต.5:24; 6:14). เราทั้งหลายรับสุของค์พระผู้เป็นเจ้าเป็นธงชัยของเรา ซึ่งก็คือเป็นชัยชนะของเราโดยกางเขน.
อซด.
17:16 1 ชนชาติอะมาเล็คเป็นมือที่ต่อต้านพระที่นั่งของพระเจ้าซึ่งเป็นเครื่องหมายเล็งว่า เนื้อหนังนั้นก่อกบฏต่อพระเจ้าและเป็นปฏิปักษ์ต่อพระที่นั่งของพระองค์ ซึ่งก็คือการบริหารแห่งการปกครองของพระองค์. ทุกๆ ด้านของเนื้อหนังไม่ว่าจะเป็นด้านที่ดีหรือชั่ว ล้วนเป็นศัตรูต่ออำนาจของพระเจ้า (รม.8:7). ด้วยเหตุนี้ พระเจ้าจึงตัดสินพระทัยว่าต้องสู้รบกับเนื้อหนังอย่างไม่หยุดยั้ง (เทียบ วนฉ.3:13–15; 5:14; 6:3; 7:12–14; 1ซมอ.15:2–9, 32–33; 27:8; 30:1–17; 2ซมอ.8:12; 1คนก.4:42–43; อธร.3:1–6; 9:7–10) จนกว่าเนื้อหนังจะถูกลบล้างเสีย (ข้อ 14).
อซด.
17:16 2 ภาษาเฮ็บรายเป็น “ยาห์—Jah” ย่อมาจาก ยะโฮวา.