การงานบรรณกิจของห้องสมุดกิตติคุณแห่งประเทศไทย
หากท่านต้องการมีส่วนในการงานบรรณกิจของห้องสมุดกิตติคุณแห่งประเทศไทย
ท่านสามารถมอบถวายทรัพย์โดยโอนเงินเข้าบัญชีของห้องสมุด:
ธนาคารกสิกรไทย สาขาพาราไดซ์ พาร์ค
ชื่อบัญชี: นายปิยะ ตั้งเสรีมั่นคง และ
นางสุมิตรา อดุลประวิตรชัย และ
นางสาวทานาธิบดี ชูมณี
เลขที่บัญชี: 218-3-99941-1

รบกวนส่งสลิปการโอนมาที่ Line ID: @gospelbookroom

เอ็กโซโด บทที่ 14

6. การดิ้นรนครั้งสุดท้ายของฟาโรห์ กับการข้ามทะเลแดงของชนชาติอิสราเอล
14:1–31
อซด. 14:1 พระยะโฮวาจึงรับสั่งแก่โมเซว่า
อซด. 14:2 จงสั่งชนชาติอิสราเอลให้ย้อนกลับไปตั้งค่ายที่กพีฮาฮีโรธ ซึ่งอยู่ระหว่างกลางมีฆดลและทะเล. แล้วตั้งค่ายตรงหน้าบาละซะโฟน ซึ่งอยู่ใกล้ทะเล.
อซด. 14:3 แล้วฟาโรห์จะกล่าวว่า ชนชาติอิสราเอลเดินกหลงทางในดินแดนนี้ ป่ากันดารนั้นกั้นเขาไว้แล้ว.
อซด. 14:4 และเราจะ1กระทำให้ใจฟาโรห์กแข็งกระด้างไป ให้ไล่ตามพวกเขา แล้วเราเองจะได้ขสง่าราศีโดยฟาโรห์ และโดยกองทัพของเขา ชนชาติอียิปต์จึงจะได้ครู้ว่าเราคือยะโฮวา ชนชาติอิสราเอลก็ได้กระทำตามรับสั่งนั้น.
อซด. 14:5 มีคนทูลกษัตริย์ของอียิปต์ว่า พลไพร่หนีไปแล้ว ฟาโรห์และข้าราชการก็เปลี่ยนกใจต่อพลไพร่นั้นว่า ทำไมหนอเราจึงได้ทำเช่นนี้? ไฉนเราจึงได้ปล่อยพวกอิสราเอลไปจากการปรนนิบัติเรา?
อซด. 14:6 ฝ่ายฟาโรห์ก็ทรงจัดรถรบและนำ1ทัพติดตามไป.
อซด. 14:7 พระองค์ได้เกณฑ์รถรบอย่างดีหกร้อยคันกับรถรบอื่นทั่วอียิปต์ มีนายทหารประจำอยู่ทุกคัน.
อซด. 14:8 พระยะโฮวาได้ทรงให้พระทัยของฟาโรห์กษัตริย์อียิปต์กแข็งกระด้างไปพระองค์จึงทรงไล่ตามชนชาติอิสราเอล ฝ่ายชนชาติอิสราเอลนั้นก็ขยกเดินออกไป1อย่างกล้าหาญ.
อซด. 14:9 ชนชาติอียิปต์ได้กไล่ตามไป มีทั้งม้า รถรบ ทหารม้า และกองทัพทั้งหมดของฟาโรห์ มาทันชนชาติอิสราเอลที่ตั้งค่ายอยู่ริมทะเล ใกล้พีฮาฮีโรธตรงหน้าบาละซะโฟน.
อซด. 14:10 เมื่อฟาโรห์เข้ามาใกล้ ชนชาติอิสราเอลก็เงยหน้าแลดูเห็นชนชาติอียิปต์ติดตามมาก็มีความกลัวยิ่งนัก จึงได้กร้องทูลพระยะโฮวา.
อซด. 14:11 เขาได้บอกโมเซว่า หลุมฝังศพในอียิปต์ไม่มีหรือท่านจึงได้พาเราออกมาให้กตายในป่ากันดาร? ทำไมท่านจึงทำกับเราเช่นนี้คือพาเราออกมาจากอียิปต์?
อซด. 14:12 พวกเราได้บอกท่านตั้งแต่อยู่ในอียิปต์แล้วมิใช่หรือว่า จงปล่อยพวกเราแต่ลำพังให้พวกเราปรนนิบัติชนชาติอียิปต์เถิด เพราะการที่จะปรนนิบัติชนชาติอียิปต์นั้นก็กดีกว่าที่จะมาตายในป่ากันดาร?
อซด. 14:13 โมเซจึงพูดกับพลไพร่นั้นว่า อย่ากลัวเลย จงยืนอยู่นิ่งๆ จะได้เห็นกความรอดมาแต่พระยะโฮวา ซึ่งพระองค์จะทรงกระทำเพื่อเจ้าทั้งหลายในวันนี้ ด้วยชนชาติอียิปต์ซึ่งเจ้าทั้งหลายได้เห็นในวันนี้ ตั้งแต่นี้ต่อไปจะไม่ได้เห็นอีกเลย
อซด. 14:14 พระยะโฮวาจะทรงกรบแทนเจ้าทั้งหลาย เจ้าทั้งหลายจงสงบอยู่เถิด
อซด. 14:15 พระยะโฮวาตรัสแก่โมเซว่า เหตุไฉนเจ้าจึงมาร้องทุกข์ต่อเรา? จงสั่งชนชาติอิสราเอลให้เดินต่อไปข้างหน้าเถิด
อซด. 14:16 ฝ่ายเจ้าจงยกกไม้เท้าของเจ้ายื่นมือออกไปเหนือทะเล และทำให้ทะเลนั้นแยกออกชนชาติอิสราเอลจะได้ลงไปเดินบนดินแห้งกลางทะเล.
อซด. 14:17 เราจะทำให้ใจของชนชาติอียิปต์กแข็งกระด้างไล่ตามลงมา และเราเองจะได้ขสง่าราศีจากฟาโรห์ กองทัพ รถรบและทหารม้าของเขา.
อซด. 14:18 เมื่อเราได้สง่าราศีจากฟาโรห์ รถรบ และทหารม้าของเขาแล้วชนชาติ อียิปต์จึงจะกรู้ว่าเราคือยะโฮวา.
อซด. 14:19 ฝ่าย1กทูตแห่งพระเจ้าซึ่งนำหน้ากองทัพอิสราเอลได้หันกลับไปอยู่ข้างหลัง และเสาเมฆซึ่งอยู่ข้างหน้าก็ได้หันกลับมาตั้งอยู่ข้างหลังเขา.
อซด. 14:20 คือเสาเมฆนั้นได้ตั้งอยู่ระหว่างค่ายของชนชาติอิสราเอล. และค่ายของชนชาติอียิปต์ข้างหนึ่งมี1ความมืด. อีกข้างหนึ่งมี1แสงสว่าง ทั้งสองฝ่ายมิอาจเข้าใกล้กันตลอดเวลากลางคืนนั้น.
อซด. 14:21 โมเซได้ยื่นมือออกไปเหนือทะเล และพระยะโฮวาก็ได้ทรงให้มีลมกล้าตะวันออกพัดตลอดคืนนั้น ให้น้ำทะเลไหลย้อนกลับและให้กดินแห้งไป น้ำก็ได้ขแยกออกจากกัน.
อซด. 14:22 ฝ่ายชนชาติอิสราเอลก็พากัน1เดินไปตามกดินแห้งกลางทะเล และน้ำนั้นตั้งขึ้นเป็นเหมือนกำแพงสำหรับเขาทั้งข้างขวาและข้างซ้าย.
อซด. 14:23 ชนชาติอียิปต์ก็ได้ไล่ตามไปกลางทะเลทั้งม้าและรถรบและทหารม้าทั้งปวงของฟาโรห์.
อซด. 14:24 เมื่อเวลาเช้ามืดพระยะโฮวาได้ทอดพระเนตรลงมาจากกเสาเมฆและเสาไฟนั้น ทรงเห็นกองทัพของชนชาติอียิปต์ จึงทรงทำให้กองทัพของชนชาติอียิปต์เกิดโกลาหลขึ้น.
อซด. 14:25 1พระองค์ได้ทำให้ล้อรถเบี่ยงไปจนแล่นไปไม่ไหว ชนชาติอียิปต์จึงพูดกันว่า ให้เราหนีไปจากชนชาติอิสราเอลเถิด ด้วยพระยะโฮวาได้ทรงช่วยพวกเขาต่อสู้กับชนชาติอียิปต์.
อซด. 14:26 ขณะนั้นพระยะโฮวาได้ตรัสแก่โมเซว่า จงยื่นมือออกไปเหนือทะเล ทำให้น้ำทะเลไหลกลับคืนมาท่วมชนชาติอียิปต์ทั้งรถรบและทหารม้าของเขา.
อซด. 14:27 โมเซจึงยื่นมือออกไปเหนือทะเล ครั้นรุ่งเช้าน้ำทะเลก็ได้กไหลกลับดังเดิม ชนชาติอียิปต์ก็พากันหนีกระแสน้ำไป พระยะโฮวาได้ทรงเหวี่ยงชนชาติอียิปต์ลงกลางทะเล.
อซด. 14:28 น้ำนั้นก็กลับ1กท่วมรถรบและทหารม้าของฟาโรห์ คือกองทัพทั้งหมด ซึ่งได้ติดตามลงไปในทะเลมิได้เหลือสักคนเดียว.
อซด. 14:29 ฝ่ายชนชาติอิสราเอลนั้นได้กเดินไปตามดินแห้งกลางทะเล ส่วนน้ำทั้งข้างขวาและข้างซ้ายก็ตั้งเป็นเหมือนกำแพง.
อซด. 14:30 ในวันนั้นพระยะโฮวาทรง1กช่วยชนชาติอิสราเอลให้รอดจากเงื้อมมือของชนชาติอียิปต์ ดังนี้ชนชาติอิสราเอลได้เห็นศพชนชาติอียิปต์ตายเกลื่อนอยู่ที่ชายทะเล.
อซด. 14:31 เมื่อชนชาติอิสราเอลได้เห็นฤทธิ์เดชที่ยิ่งใหญ่ซึ่งพระยะโฮวาได้ทรงกระทำแก่ชนชาติอียิปต์ เขาก็มีความเกรงกลัวพระยะโฮวา ได้กเชื่อในพระองค์ และ1โมเซผู้รับใช้ของพระองค์ด้วย.

คำอธิบาย เอ็กโซโด บทที่ 14

อซด. 14:2 ก อฤธ.33:7–8
อซด. 14:3 ก อซด.13:18
อซด. 14:4 1 ดู 9:12 คำอธิบาย 1. พระเจ้าทรงใช้ฟาโรห์เพื่อพระองค์เองจะได้รับสง่าราศี และเพื่อสำเร็จการช่วยให้รอดที่มีต่อพลไพร่ที่พระองค์ทรงเลือกสรรไว้. การต่อต้านของฟาโรห์ได้สร้างสภาพการณ์อย่างหนึ่งเพื่อให้เทศกาลปัศคา การออกจากอียิปต์ และการข้ามทะเลแดงได้สำเร็จเป็นจริง. หลักการเดียวกันพระเจ้าทรงใช้การต่อต้านของซาตาน เพื่อสำเร็จการช่วยให้รอดต่อพลไพร่ของพระองค์ (เทียบ โยบ 1:6 คำอธิบาย 3).
อซด. 14:4 ก อซด.4:21
อซด. 14:4 ข อซด.14:17
อซด. 14:4 ค อซด.7:5
อซด. 14:5 ก เทียบ บพส.105:25
อซด. 14:6 1 แปลตามตรงคือ พลไพร่.
อซด. 14:8 ก อซด.4:21
อซด. 14:8 ข อฤธ.33:3; เทียบ อซด.6:1; 13:3, 9, 16; พบญ.26:8
อซด. 14:8 1 แปลตามตรงคือ ด้วยมือที่ยกชู.
อซด. 14:9 ก อซด.15:9
อซด. 14:10 ก ยฮซ.24:7; นฮย.9:9
อซด. 14:11 ก อซด.16:3; 17:3
อซด. 14:12 ก อซด.16:3; อฤธ.11:5; 14:3–4; กจ.7:39
อซด. 14:13 ก 2คนก.20:17; ยนซ.49:18; บพส.3:8; ยซย.12:2; ยรม.3:23; พรท.3:26; ยนา.2:9
อซด. 14:14 ก พบญ.1:30; 3:22: 20:4;ยฮซ.10:14; 23:3; นฮย.4:20
อซด. 14:16 ก อซด.4:2
อซด. 14:17 ก เทียบ อซด.4:21
อซด. 14:17 ข อซด.14:4
อซด. 14:18 ก อซด.7:5
อซด. 14:19 ก อซด.23:20; 32:34; อฤธ.20:16; ยซย.63:9
อซด. 14:19 1ก ทูตแห่งพระเจ้า ณ ที่นี่ก็คือทูตแห่งพระยะโฮวาที่ร้องเรียกโมเซ (3:2, 4 และข้อ 2 คำอธิบาย 1). ทูตแห่งพระยะโฮวาก็คือพระคริสต์ผู้ถูกพระเจ้าใช้ออกไป. ผู้ที่ถูกใช้โดยพระเจ้านั้นนำหน้ากองทัพอิสราเอล กรณีนี้บ่งชี้ว่า พระคริสต์ทรงเป็นผู้ที่นำพาพลไพร่ของพระองค์. ขณะที่ทูตแห่งพระเจ้าเคลื่อนไหว เสาก็เคลื่อนไหวด้วย ซึ่งชี้ให้เห็นว่าทูตและเสาได้เป็นหนึ่ง. พระคริสต์กับพระวิญญาณผู้นำพานั้นไม่อาจแยกจากกัน (ยฮ.14:17–20; 16:13; 2กธ.3:17; วว.5:6).
อซด. 14:20 1 มีแสงสว่าง แปลตามตรงคือ มีแสงสว่างในกลางคืน. ทุกครั้งที่ผู้ติดตามองค์พระผู้เป็นเจ้าเผชิญหน้ากับการต่อต้าน แสงสว่างที่ทำการนำพาก็จะกลายเป็นแสงสว่างที่ปกป้องรักษาโดยอัตโนมัติ อย่างไรก็ตาม แสงสว่างที่ปกป้องรักษานี้จะกลายเป็นความมืดต่อผู้ต่อต้าน.
อซด. 14:21 ก ยฮซ.4:23; บพส.66:6; 106:9
อซด. 14:21 ข นฮย.9:11; บพส.74:13; 78:13; ยซย.51:15; 63:12
อซด. 14:22 1 ชนชาติอิสราเอลได้ข้ามทะเลแดงโดยความเชื่อ (ฮร.11:29). ในข้อ 11 เขาไม่มีความเชื่อแม้แต่น้อย แต่หลังจากพระเจ้าได้ตรัสกับโมเซในข้อ 15–16 เขาก็มีความเชื่อที่จะเดินเข้าสู่ทะเลโดยอัตโนมัติ (เทียบ รม.10:17) ทำนองเดียวกัน ขณะที่ผู้แรกเชื่อจะรับบัพติศมา เขาควรที่จะได้รับการหนุนใจเพื่อปรับใช้ความเชื่อ เชื่อในพระเจ้าผู้ทรงดำเนินการในการรับบัพติศมา (กซ.2:12 และคำอธิบาย 3; ดู ข้อ 30 คำอธิบาย 1).
อซด. 14:22 ก อซด.14:29; 15:19; ฮร.11:29
อซด. 14:24 ก อซด.13:21–22; เทียบ ยซย.4:5–6
อซด. 14:25 1 หรือ พระองค์ได้ทำให้ล้อรถหลุดไป บางฉบับโบราณแปลว่า พระองค์ทรงผูกมัดล้อรถไว้.
อซด. 14:27 ก เทียบ ยฮซ.4:18
อซด. 14:28 ก อซด.15:5, 10; พบญ.11:4; นฮย.9:11; บพส.78:53; 106:11
อซด. 14:28 1ก ฟาโรห์และกองทัพของพระองค์ได้ถูกสิ้นสุดและฝังไว้ในทะเลแดง. นี่เป็นเครื่องหมายเล็งว่า ซาตานและโลกได้ถูพิพากษาและฝังไว้ในการรับบัพติศมา (รม.6:3–4ก; ยฮ.12:31; ฮร.2:14).
อซด. 14:29 ก อซด.14:22; 1กธ.10:1
อซด. 14:30 ก บพส.106:8, 10
อซด. 14:30 1ก การข้ามทะเลแดงเป็นแบบเล็งถึงการรับบัพติศมา เหมือนดังนาวาของโนฮาได้ผ่านน้ำท่วม (1กธ.10:1–2 และข้อ 1 คำอธิบาย 4 จนถึงข้อ 2 คำอธิบาย 3; ยนซ.7:17–23 และข้อ 17 คำอธิบาย 1). พระเจ้าทรงใช้น้ำในทะเลแดงช่วยพลไพร่ของพระองค์ให้รอดและทำให้เขาแยกออกจากฟาโรห์และอียิปต์. ชนชาติอิสราเอลได้รับการช่วยให้รอดโดยทะเลแดงและเข้าสู่ป่ากันดาร ซึ่งเป็นขอบเขตแห่งการเป็นขึ้นและการแบ่งแยก (15:22 และคำอธิบาย 1). ณ ที่นั่นเขาได้หลุดพ้นจากพันธนาการและความเป็นทาสทั้งสิ้น เขาจึงสามารถก่อสร้างพลับพลาเป็นที่ประทับของพระเจ้าบนแผ่นดินโลก เพื่อสำเร็จพระประสงค์ของพระองค์. ทำนองเดียวกันโดยการรับบัพติศมาผู้เชื่อในพันธสัญญาใหม่ก็ถูกช่วยให้หลุดพ้นจากซาตานและโลกและได้เข้าสู่ขอบเขตแห่งการเป็นขึ้น (รม.6:3–5) และการแบ่งแยก (กจ.2:40–41) ในท่ามกลางนั้นเขาได้รับความอิสระเสรีที่จะก่อสร้างคริสตจักรเป็นที่ประทับของพระเจ้าเพื่อสำเร็จพระประสงค์ของพระองค์.
นี่เป็นการชี้หมายว่า พระเจ้าได้ทรงกระทำสำเร็จแล้วซึ่งขั้นตอนแรกแห่งความรอดที่ครบสมบูรณ์ของพระเจ้าที่มีต่อพลไพร่ที่ถูกเลือกสรรของพระองค์ ขั้นตอนนี้ครอบคลุมถึงเทศกาลปัศคา การเดินทางออกจากอียิปต์และการข้ามทะเลแดง. เทศกาลปัศคาเป็นแบบเล็งถึงพระคริสต์พร้อมด้วยการไถ่ของพระองค์ ซึ่งได้ช่วยพลไพร่ของพระเจ้าให้หลุดพ้นจากการพิพากษาอันชอบธรรมของพระเจ้าอย่างสิ้นเชิง (12:12–13). อย่างไรก็ตาม ชนชาติอิสราเอลยังต้องเดินทางออกจากอียิปต์และข้ามทะเลแดง เพื่อถูกช่วยให้หลุดพ้นจากการกดขี่ของฟาโรห์และการเป็นทาสในอียิปต์โดยสิ้นเชิง. ทำนองเดียวกันผู้เชื่อในพันธสัญญาใหม่ก็ต้องละจากโลกและรับบัพติศมา หลังจากที่เขาได้รับสุขการไถ่ของพระคริสต์และถูกช่วยให้รอดจากการพิพากษาของพระเจ้า (เทียบ มก.16:16ก และคำอธิบาย 1).
อซด. 14:31 ก บพส.106:12; อซด.4:31; เทียบ ยฮ.2:11; 11:45
อซด. 14:31 1 ตาม 1 โกรินโธ 10:2 ชนชาติอิสราเอลได้ “รับบัพติศมาเข้าสู่โมเซในเมฆและในทะเลทุกคน.” โมเซเป็นแบบเล็งถึงพระคริสต์และก็เป็นตัวแทนของพระคริสต์ (ฮร.3:1–6). ด้วยเหตุนื้ การที่ชนชาติอิสราเอลได้รับบัพติศมาเข้าสู่โมเซนั้น แท้จริงก็คือได้รับบัพติศมาเข้าสู่พระคริสต์ที่เป็นผู้นำพาที่แท้จริงของเขา (ข้อ 19 และคำอธิบาย; 23:20 และคำอธิบาย). คำว่า “ในเมฆและในทะเล” เป็นเครื่องหมายเล็งถึงการอยู่ในพระวิญญาณนั้นและรับบัพติศมาเข้าสู่การตายของพระคริสต์ (1กธ.12:13; รม.6:3–4 และข้อ 3 คำอธิบาย 3 ถึงข้อ 4 คำอธิบาย 2). พระวิญญาณนั้นกับการตายของพระคริสต์เป็นหนึ่ง เหมือนดังเมฆกับทะเลเป็นหนึ่ง (รม.8:13).
สารบัญ