การงานบรรณกิจของห้องสมุดกิตติคุณแห่งประเทศไทย
หากท่านต้องการมีส่วนในการงานบรรณกิจของห้องสมุดกิตติคุณแห่งประเทศไทย
ท่านสามารถมอบถวายทรัพย์โดยโอนเงินเข้าบัญชีของห้องสมุด:
ธนาคารกสิกรไทย สาขาพาราไดซ์ พาร์ค
ชื่อบัญชี: นายปิยะ ตั้งเสรีมั่นคง และ
นางสุมิตรา อดุลประวิตรชัย และ
นางสาวทานาธิบดี ชูมณี
เลขที่บัญชี: 218-3-99941-1

รบกวนส่งสลิปการโอนมาที่ Line ID: @gospelbookroom

เอ็กโซโด บทที่ 12

ข. เทศกาลปัศคา
12:1–36, 43–51
อซด. 12:1 พระยะโฮวาจึงตรัสแก่โมเซและอาโรนในดินแดนอียิปต์ว่า
อซด. 12:2 เดือนนี้จะเป็น1กเดือนต้นของเดือนทั้งหลายสำหรับเจ้า จะเป็นเดือนแรกของปีสำหรับเจ้าทั้งหลาย.
อซด. 12:3 จงสั่งชุมนุมชนอิสราเอลทั้งปวงว่า ในวันที่สิบเดือนนี้ให้แต่ละคนเตรียม1กลูกแกะ2ครอบครัวละหนึ่งตัว ตามครอบครัวบรรพบุรุษของตน.
อซด. 12:4 ถ้าครอบครัวใดมีคนน้อยกินลูกแกะตัวหนึ่งไม่หมด ให้รวมกับ1เพื่อนบ้านที่อยู่ใกล้เคียงกันตระเตรียมตัวหนึ่งตาม2จำนวนคน เจ้าจงแบ่งลูกแกะให้แต่ละคนตามปริมาณที่คนนั้นจะกินได้.
อซด. 12:5 ลูกแกะของเจ้าต้องเป็นตัวผู้ อายุไม่เกิน1หนึ่งขวบ และปราศจากกด่างพร้อย เจ้าจะเอาจากฝูง2แกะหรือฝูง2แพะก็ได้.
อซด. 12:6 จงเก็บรักษาไว้จนถึง1กวันที่สิบสี่เดือนนี้ แล้ว2ในขเวลาเย็นวันนั้นให้3ที่ประชุมของชุมนุมชนอิสราเอลฆ่ามันเสีย.
อซด. 12:7 จงเอา1กเลือดนั้นทาไว้ที่วงกบประตูทั้งสองข้างและวงกบข้างบนใน2เรือนที่เขากินลูกแกะกันนั้นด้วย
อซด. 12:8 ในคืนวันนั้นให้เขากิน1เนื้อปิ้งกับ2กขนมปังไม่มีเชื้อและผักที่มีรสขม.
อซด. 12:9 เนื้อที่ยัง1ดิบหรือ1ต้มนั้นอย่ากินเลย แต่จง1กปิ้งทั้ง2หัวและ2ขาและ2เครื่องในด้วย.
อซด. 12:10 จงกินเสียให้หมดอย่าให้1เหลือจนถึงกเวลาเช้าเลย ถ้าแม้จะมีเหลืออยู่บ้างจนถึงเวลาเช้าก็ให้เผาเสีย.
อซด. 12:11 เจ้าทั้งหลายจงกินลูกแกะกันดังนี้ คือให้1กคาดเอว สวมรองเท้า และถือไม้เท้าไว้ให้พร้อม และจงรีบกินโดยเร็ว. นี่เป็น2ขเทศกาลปัศคาของพระยะโฮวา.
อซด. 12:12 เพราะในคืนวันนั้นเราจะกดำเนินผ่านทั่วดินแดนอียิปต์จะประหาร1ขลูกหัวปีของมนุษย์และสัตว์ทั้งปวงในดินแดนอียิปต์. และเราจะพิพากษาลงโทษแก่2พระทั้งปวงของอียิปต์ด้วย. เราคือคยะโฮวา.
อซด. 12:13 แต่กเลือดที่ทาไว้ตามเรือนที่เจ้าทั้งหลายอยู่นั้นจะเป็นขเครื่องหมายสำหรับเจ้า เมื่อเราเห็นเลือดนั้น เราจะข้ามผ่านเจ้าทั้งหลายไป ภัยพิบัตินั้นจะไม่บังเกิดแก่เจ้า และไม่ทำลายเจ้าขณะเมื่อเราโจมตีดินแดนอียิปต์นั้น.
อซด. 12:14 วันนี้จะเป็นวันที่1ระลึกสำหรับเจ้า ให้เจ้าทั้งหลายกถือไว้เป็น2เทศกาลเลี้ยงแด่พระยะโฮวา ทุกชั่วอายุสืบไปเป็นนิตย์ พวกเจ้าจงถือเทศกาลเลี้ยงนี้ให้เป็นบทบัญญัติที่ถาวร.
อซด. 12:15 เจ้าทั้งหลายจงกิน1กขนมปังไม่มีเชื้อให้ครบกำหนด2เจ็ดวัน วันแรกนั้นจงชำระปัดเรือนของเจ้าให้ปราศจากเชื้อทั้งหมด ถ้า3ผู้ใดขืนกินขนมปังที่มีเชื้อตั้งแต่วันแรกจนถึงวันที่เจ็ด จะต้องขตัดผู้นั้นให้ขาดจากพวกอิสราเอล.
อซด. 12:16 ในวันแรกนั้นให้มีกการประชุมบริสุทธิ์ และวันที่เจ็ดก็ให้มีการประชุมบริสุทธิ์ และในสองวันนั้น1อย่าให้ผู้หนึ่งผู้ใดทำงานเลย เว้นไว้แต่การจัดเตรียมอาหารสำหรับรับประทานนั้นทำได้.
อซด. 12:17 เจ้าทั้งหลายจงถือเทศกาลกินขนมปังไม่มีเชื้อ เพราะในวันนั้นเราได้กนำขกองทัพของเจ้าทั้งหลายออกไปจากดินแดนอียิปต์ เหตุฉะนี้เจ้าจงถือวันนี้เป็นบทบัญญัติถาวรทุกชั่วอายุสืบๆ ไปเป็นนิตย์.
อซด. 12:18 ในเวลาเย็นของกวันที่สิบสี่แห่งเดือนต้น เจ้าทั้งหลายจงกินขขนมปังไม่มีเชื้อจนถึงเวลาเย็นวันที่ยี่สิบเอ็ดของเดือนนั้น.
อซด. 12:19 ในเจ็ดวันนั้นอย่าให้มีเชื้อในเรือนของเจ้าเลย ผู้ใดเป็นคนต่างแดนหรือคนพื้นเมืองก็ดีขืนกินขนมปังมีเชื้อ ผู้นั้นจะต้องถูกตัดขาดจากชุมนุมชนอิสราเอล.
อซด. 12:20 สิ่งหนึ่งสิ่งใดที่มีเชื้ออย่ากินเลย ในที่อาศัยของเจ้าจงกินแต่ขนมปังไม่มีเชื้อเท่านั้น.
อซด. 12:21 ขณะนั้นโมเซได้เรียกผู้อาวุโสของชนชาติอิสราเอลมาพร้อมกันแล้วสั่งว่า เจ้าทั้งหลายจงเอากลูกแกะสำหรับครอบครัวของเจ้ามาฆ่าเพื่อเทศกาลปัศคา.
อซด. 12:22 จงเอา1กต้นหุสบกำหนึ่ง จุ่มลงในเลือดที่อยู่ในอ่าง แล้วจงพรมขเลือดนั้นไว้ที่กรอบประตูด้านบน และด้านข้างทั้งสองข้าง อย่าให้ผู้หนึ่งผู้ใด2ออกไปพ้นคประตูเรือนของตนจนถึงรุ่งเช้า.
อซด. 12:23 เพราะพระยะโฮวาจะกเสด็จผ่านไปเพื่อจะประหารชนชาติอียิปต์ เมื่อพระองค์ทรงเห็นเลือดที่พรมไว้ที่กรอบประตูด้านบนและด้านข้าง พระองค์จะทรงข้ามผ่านประตูนั้นไป ไม่ทรงอนุญาตให้ผู้สังหารเข้าไปในเรือนของเจ้าเพื่อทำการสังหาร.
อซด. 12:24 เจ้าทั้งหลายกับลูกหลานจงถือถ้อยคำนี้ให้เป็นบทบัญญัติสืบไปเป็นนิตย์.
อซด. 12:25 ครั้นไปถึงดินแดนซึ่งพระยะโฮวาจะทรงพระราชทานให้แก่เจ้าตามที่ได้ทรงกสัญญาไว้แล้วนั้น เจ้าจงยึดถือการปรนนิบัตินี้ไว้.
อซด. 12:26 เมื่อกลูกหลานของเจ้าจะถามว่า การปรนนิบัตินี้มีความหมายว่าอะไร?
อซด. 12:27 เจ้าทั้งหลายจงตอบว่า นี่เป็นการถวายสัตวบูชาแด่พระยะโฮวาที่เรียกว่ากเทศกาลปัศคา ด้วยพระองค์ได้ทรงข้ามผ่านเรือนของชนชาติอิสราเอลในอียิปต์ เมื่อพระองค์ได้ประหารชนชาติอียิปต์ และช่วยครอบครัวของเราให้รอด. พลไพร่ทั้งปวงจึงได้ขก้มศีรษะลงนมัสการ.
อซด. 12:28 พระยะโฮวารับสั่งแก่โมเซและอาโรนแล้วอย่างไร ชนชาติอิสราเอลก็ได้กระทำอย่างนั้นทุกประการ.
อซด. 12:29 อยู่มาในเวลากเที่ยงคืนวันนั้น พระยะโฮวาได้ทรง1ขประหารชีวิตบุตรหัวปีทั้งปวง ตั้งแต่พระราชบุตรของฟาโรห์ผู้ประทับบนพระที่นั่งจนถึงบุตรหัวปีของพวกเชลยที่ติดอยู่ในคุกมืด ทั้งลูกหัวปีของสัตว์ทุกตัวด้วย.
อซด. 12:30 ฝ่ายฟาโรห์กับข้าราชการและพลไพร่ทั้งปวงได้ตื่นขึ้นในเวลากลางคืน และมีเสียงกร้องไห้คร่ำครวญยิ่งนักทั่วอียิปต์ เพราะเรือนที่ปราศจากคนตายไม่มีเลย.
อซด. 12:31 ฟาโรห์จึงทรงเรียกโมเซกับอาโรนมาเฝ้าในเวลากลางคืนวันนั้น ตรัสว่า เจ้าทั้งสอง กับทั้งชนชาติอิสราเอล จงลุกขึ้นและออกไปจากท่ามกลางพลไพร่ของเราเถิด ไปปรนนิบัติพระยะโฮวา ตามที่ได้พูดไว้แล้ว.
อซด. 12:32 ไปเถิด จงเอากฝูงแพะแกะและฝูงโคของเจ้าไปด้วยตามที่ได้พูดแล้ว และจงอวยพรให้เราด้วย.
อซด. 12:33 ฝ่ายชนชาติอียิปต์ได้1กเร่งรัดพลไพร่นั้นให้ไปจากดินแดนนั้นโดยเร็ว เขาพูดว่า พวกเราจะตายกันหมดแล้ว.
อซด. 12:34 พวกพลไพร่นั้นได้เอาก้อนแป้งดิบซึ่งยังมิได้ใส่1เชื้อกับอ่างขยำขนมห่อผ้าใส่บ่าแบกไป.
อซด. 12:35 ชนชาติอิสราเอลก็ได้กระทำตามที่โมเซได้สั่งไว้ คือได้ขอกเครื่องเงิน เครื่องทองและเครื่องนุ่งห่มจากชนชาติอียิปต์.
อซด. 12:36 และพระยะโฮวาได้ทรงทำให้พลไพร่นั้นเป็นที่กโปรดปรานของชนชาติอียิปต์ ชนชาติอียิปต์จึงให้สิ่งของทั้งปวงตามที่เขาขอ. เขาจึงได้1ขริบเอาสิ่งของต่างๆ ของชนชาวอียิปต์เสีย.
ค. ชนชาติอิสราเอลออกจากอียิปต์
12:37–42; 13:1–22
อซด. 12:37 ชนชาติอิสราเอลก็ได้เดินไปจากกราเมเซสถึงซุโคธ นับแต่ผู้ชายที่เดินเท้ามีประมาณขหกแสนคน เด็กมิได้นับ.
อซด. 12:38 มี1กฝูงชนชาติอื่นเป็นอันมากได้ปะปนติดตามไปด้วย และมีฝูงปศุสัตว์เป็นจำนวนมาก คือฝูงแพะแกะ ฝูงโค ก็ไปด้วย.
อซด. 12:39 เขาเอาก้อนแป้งดิบซึ่งได้นำมาจากอียิปต์ปิ้งเป็นขนมปังไร้เชื้อ เหตุที่ก้อนแป้งดิบเหล่านี้ไม่มีเชื้อ เพราะเขาถูกกเร่งรัดให้ออกจากอียิปต์ จึงไม่ทันเตรียมอาหารมาด้วย.
อซด. 12:40 ชนชาติอิสราเอลได้อาศัยอยู่ใน1อียิปต์2กสี่ร้อยสามสิบปี.
อซด. 12:41 เมื่อครบสี่ร้อยสามสิบปีแล้ว ในวันนั้นเองที่กกองทัพของพระยะโฮวาได้ขยกออกไปจากดินแดนอียิปต์.
อซด. 12:42 เวลากลางคืนวันนั้นเป็นคืนแห่ง1การเฝ้ายามของพระยะโฮวา ด้วยว่าพระองค์ได้ทรงนำเขาออกจากดินแดนอียิปต์ คืนวันนั้นเองก็เป็นคืนแห่ง1การเฝ้ายามของชนชาติอิสราเอลที่มีต่อพระยะโฮวาตลอดทุกชั่วอายุสืบๆ ไป.
ข. เทศกาลปัศคา
ข้อ 43–51
อซด. 12:43 พระยะโฮวาได้ตรัสแก่โมเซและอาโรนว่า บทบัญญัติของเทศกาลปัศคาเป็นดังนี้ คือ1คนต่างชาติห้ามกินแกะปัศคา.
อซด. 12:44 แต่ฝ่ายทาสของผู้ใด ซึ่งนายได้ซื้อมาด้วยเงิน เมื่อให้ทาสนั้นรับกพิธีสุหนัตแล้ว จึงให้เขากินได้.
อซด. 12:45 ส่วนพวกกคนต่างแดนหรือลูกจ้างอย่าให้กินเลย.
อซด. 12:46 ให้กินแต่เฉพาะในแต่ละเรือนนั้น. ห้ามเอาเนื้อไปนอกเรือน และห้ามหัก1กกระดูกของลูกแกะนั้น.
อซด. 12:47 ชุมนุมชนอิสราเอลทั้งปวงต้องถือเทศกาลนี้.
อซด. 12:48 เมื่อมีกแขกแปลกหน้ามาอาศัยอยู่กับเจ้า ใคร่จะถือเทศกาลปัศคาถวายพระยะโฮวา ก็ให้ชายพวกนั้นรับพิธีสุหนัตทุกคน แล้วจึงให้เขามาใกล้และถือปฏิบัติตาม เขาจึงจะเป็นเหมือนคนพื้นเมืองในดินแดนนั้น. แต่1ผู้ใดยังมิได้รับพิธีสุหนัต ห้ามกินแกะปัศคานั้น.
อซด. 12:49 คนพื้นเมือง และแขกแปลกหน้าซึ่งอาศัยอยู่ด้วยกันกับเจ้าทั้งหลายต้องถือรักษากกฎบัญญัติอย่างเดียวกันนี้.
อซด. 12:50 พระยะโฮวาได้รับสั่งแก่โมเซและอาโรนอย่างไร ชนชาติอิสราเอลทั้งปวงก็ได้ปฏิบัติอย่างนั้น.
อซด. 12:51 ในวันนั้นแหละ พระยะโฮวาได้ทรงกนำชนชาติอิสราเอลออกจากดินแดนอียิปต์ตาม1ขกองทัพทั้งหลายของเขา.

คำอธิบาย เอ็กโซโด บทที่ 12

อซด. 12:2 ก อซด.40:2
อซด. 12:2 1ก ชนชาติเฮ็บรายมีปฏิทินสองอย่างได้แก่ ปฏิทินของพลเรือนกับปฏิทินอันศักดิ์สิทธิ์ซึ่งเกี่ยวกับความรอดของพระเจ้า. กรณีนี้สอดคล้องกับข้อเท็จจริงที่ว่าพลไพร่ของพระเจ้ามีการบังเกิดและการเริ่มต้นสองประการ คือการบังเกิดฝ่ายร่างกายพร้อมด้วยการเริ่มต้นฝ่ายร่างกาย และการบังเกิดฝ่ายวิญญาณพร้อมด้วยการเริ่มต้นฝ่ายวิญญาณ (เทียบ ยฮ.3:3–6). เทศกาลปัศคาเป็นการเริ่มต้นใหม่สำหรับชนชาติอิสราเอล ดังนั้นจึงถูกตั้งเป็นเดือนต้นของปฏิทินอันศักดิ์สิทธิ์ ซึ่งเรียกว่าเดือนอาบิบ (13:4 และคำอธิบาย).
อซด. 12:3 ก อซด.12:21; เทียบ ยฮ.1:29, 36; 1กธ.5:7
อซด. 12:3 1ก หนังสือเอ็กโซโดเป็นหนังสือแห่งรูปภาพที่บรรยายถึงความรอดของพระเจ้าซึ่งถูกเปิดเผยในพันธสัญญาใหม่. เทศกาลปัศคาซึ่งถูกบรรยายไว้ในบทนี้เป็นแบบเล็งที่ครบสมบูรณ์ของพระคริสต์ผู้ทรงเป็นการไถ่ของเรา ซึ่งทำให้เราเริ่มต้นมีประสบการณ์ต่อความรอดของพระเจ้า. เทศกาลปัศคานี้เป็นการพัฒนาอย่างสมบูรณ์แห่งการไถ่ของพระคริสต์ซึ่งถูกชี้แจงไว้ในเยเนซิศ 3:21 (ดู คำอธิบาย) เป็นครั้งแรก. เทศกาลปัศคาทั้งหมดนี้เป็นแบบเล็งของพระคริสต์ (1กธ.5:7) พระคริสต์ไม่เพียงเป็นลูกแกะของเทศกาลปัศคา (ยฮ.1:29) แต่ยังเป็นทุกๆ ด้านของเทศกาลปัศคาด้วย. (ดู คำอธิบายในบทนี้ และ ยฮ.6:4 คำอธิบาย 1 กับ 1กธ.5:7 คำอธิบาย 2).
อซด. 12:3 2 "ดู กิจการ 16:31 คำอธิบาย 1.41
อซด. 12:4 1 กรณีนี้แสดงให้เห็นว่าเราไม่เพียงแต่ควรที่จะนำครอบครัวของเรามาต้อนรับความรอดของพระเจ้าเท่านั้น แต่ควรที่จะนำพาครอบครัวที่เป็นเพื่อนบ้านของเรามาแบ่งปันความอุดมสมบูรณ์ของพระเจ้าและความรอดที่ไร้ขอบเขตจำกัดร่วมกันอีกด้วย ซึ่งความรอดนี้ไม่อาจถูกใช้สอยจนหมดสิ้นโดยครอบครัวของเราครอบครัวเดียว.
อซด. 12:4 2 “คน” แปลตามตรงคือ จิต. จำนวนคนของหนึ่งครอบครัวอาจน้อยไปสำหรับกินลูกแกะหนึ่งตัว ลูกแกะต้องถูกตระเตรียมตามจำนวนคนและถูกแบ่งให้แต่ละคนตามปริมาณที่คนนั้นจะกินได้ นี่บ่งชี้ว่าพระคริสต์ผู้เป็นลูกแกะปัศคานั้นทรงพรั่งพร้อมสมบูรณ์. ระดับที่เราจะได้รับสุขพระองค์นั้นขึ้นอยู่กับจำนวนคนและขนาดแห่งการรับสุขของเรา.
อซด. 12:5 1 นี่เป็นเครื่องหมายเล็งถึง องค์พระเยซูเจ้าผู้ทรงเป็นพระเมษโปดกของพระเจ้าที่ทรงทำการไถ่นั้นใหม่สด และไม่เคยถูกใช้สำหรับเป้าหมายอื่นใด (ฮร.10:5–10).
อซด. 12:5 ก ลวต.22:19–21; พบญ.17:1; มลค.1;14; เทียบ ฮร.9:14; 1ปต.1:19
อซด. 12:5 2 ตามมัดธาย 25:32–46 แกะเป็นเครื่องหมายเล็งถึงคนดี แพะเป็นเครื่องหมายเล็งถึงคนชั่ว. ในขณะที่พระคริสต์ถูกตรึงไว้บนกางเขน พระองค์เป็นทั้งแกะและแพะ ตัวของพระองค์เองสมบูรณ์ดีพร้อม แต่พระองค์กลับกลายเป็นคนบาปในฐานะผู้แทนที่เรา เพราะว่าพระองค์กลายเป็นความบาปแทนที่เรา (2กธ.5:21).
อซด. 12:6 ก อซด.12:18; ลวต.23:5; อฤธ.9:3; 28:16; ยฮซ.5:10; อษร.6:19; ยอค.45:21
อซด. 12:6 1ก ลูกแกะปัศคาได้ถูกคัดเลือกไว้ในวันที่ 10 เดือนต้น (ข้อ 3) และได้ถูกตรวจสอบเป็นเวลา 4 วัน เพื่อพิสูจน์ว่าปราศจากพิการ (ข้อ 5) จากนั้นก็ได้ถูกฆ่าในวันที่ 14. ทำนองเดียวกัน องค์พระเยซูเจ้าผู้ทรงเป็นลูกแกะปัศคาที่แท้จริงก็ได้ถูกตรวจสอบเป็นเวลา 4 วัน และถูกพบเห็นว่าพระองค์ทรงครบสมบูรณ์อย่างไร้ที่ติ (ยฮ.8:46; 18:38; 19:4, 6) จากนั้นพระองค์ก็ได้ถูกฆ่าในวันของเทศกาลปัศคา (ลก.22:7–8, 14–15; ยฮ.18:28; ดู มก.10:1 คำอธิบาย 1; 12:37 คำอธิบาย 1 กับ 14:12 คำอธิบาย 2).
ในพระคัมภีร์ 7 วันเป็นเครื่องหมายเล็งถึงช่วงเวลาที่ครบสมบูรณ์และตอนท้ายของ 1 สัปดาห์ชี้ถึงการสิ้นสุดของชีวิต. ข้อเท็จจริงที่ว่าลูกแกะปัศคาถูกฆ่าในวันที่ 14 ของเดือนนี้ ซึ่งเป็นการสิ้นสุดของสองสัปดาห์ที่ครบถ้วน เป็นเครื่องหมายเล็งว่า การตายของพระคริสต์ได้ทำให้ประวัติศาสตร์แห่งชีวิตเก่าของเราทั้งหมดได้สิ้นสุดลง.
อซด. 12:6 2 แปลตามตรงคือ ระหว่าง 2 ค่ำคืน ซึ่งอาจจะชี้ถึงช่วงเวลาระหว่างดวงอาทิตย์ตก และกลางคืน. ใน 16:12; 29:39, 41; 30:8 ก็เช่นเดียวกัน.
อซด. 12:6 ข อซด.16:12
อซด. 12:6 3 พระคริสต์ผู้ทรงเป็นลูกแกะปัศคาได้ถูกฆ่าโดยพลไพร่ทั้งหมดของพระเจ้า (เทียบ ยฮ.19:20 คำอธิบาย 1).
อซด. 12:7 ก อซด.12:22; เทียบ ยฮ.19:34
อซด. 12:7 1ก เลือดที่ทาไว้ที่วงกบประตูทั้งสองข้างและวงกบข้างบนในเรือนนั้นเป็นแบบเล็งถึงพระโลหิตแห่งการไถ่ของพระคริสต์ (มธ.26:28; ยฮ.19:34; 1ปต.1:18–19). เลือดนี้ได้เปิดทางให้ผู้คนที่ได้รับการไถ่นั้นได้เข้าสู่ในเรือน ซึ่งเปิดเผยเป็นนัยว่า พระโลหิตของพระคริสต์ได้เปิดทางให้เราได้เข้าสู่ในพระคริสต์ซึ่งมีเรือนเป็นแบบเล็ง (ฮร.10:19). พระโลหิตเดียวกันนี้ก็ได้ปิดทางต่อเพชฌฆาต ทั้งนี้จึงได้ปกป้องผู้คนที่พระเจ้าทรงไถ่ไว้นั้น ให้งดเว้นจากการพิพากษาของพระเจ้า (ข้อ 23).
อซด. 12:7 2 เรือนที่ชนชาติอิสราเอลได้กินลูกแกะปัศคาอยู่ข้างในนั้น เป็นแบบเล็งถึงพระคริสต์. ลูกแกะเป็นสื่อกลางของการไถ่ ส่วนเรือนเป็นสื่อกลางแห่งการคุ้มครองรักษาผู้คนที่ได้รับการไถ่. ในฐานะที่เป็นพระผู้ไถ่ พระคริสต์ทรงเป็นพระเมษโปดก ในฐานะที่เป็นผู้คุ้มครองรักษา พระองค์ทรงเป็นเรือน. เลือดของลูกแกะนั้นอยู่บนประตู ส่วนเนื้อของลูกแกะนั้นอยู่ในเรือน. ดังนั้นลูกแกะ เรือน และผู้คนที่รับสุขเทศกาลปัศคานั้นจึงได้กลายเป็นหนึ่ง. นี่เป็นรูปภาพแห่งการเข้าสนิทกันระหว่างผู้คนที่ได้รับการไถ่กับพระคริสต์ (ดู ข้อ 22 คำอธิบาย 2).
อซด. 12:8 1 เลือดของลูกแกะปัศคามีไว้สำหรับการไถ่ เพื่อไถ่ชนชาติอิสราเอลให้พ้นจากการพิพากษาแห่งการประหารของพระเจ้า ส่วนเนื้อของลูกแกะนั้นมีไว้สำหรับการหล่อเลี้ยงแห่งชีวิต เพื่อเพิ่มกำลังแก่พลไพร่ให้เดินทางออกจากอียิปต์. เนื้อของลูกแกะเป็นเครื่องหมายเล็งถึงชีวิตแห่งการตรึงตายและเป็นขึ้นของพระคริสต์ซึ่งเป็นการหล่อเลี้ยงแก่พลไพร่ที่พระเจ้าได้ทรงไถ่ไว้. โดยการกลายเป็นเนื้อหนัง การตรึงกางเขนและการเป็นขึ้นของพระคริสต์ เนื้อของพระองค์จึงได้กลายเป็นอาหารสำหรับผู้คนที่พระเจ้าทรงไถ่ไว้. ในความเที่ยงแท้ของเทศกาลปัศคานั้น เลือดของพระคริสต์ดื่มได้ เนื้อของพระคริสต์กินได้ และทุกส่วนทั้งหมดของพระคริสต์ล้วนกินได้ (ยฮ.6:51–57, 63 และคำอธิบาย).
อซด. 12:8 ก อซด.13:3, 6; อฤธ.9:11; พบญ.16:3; 1กธ.5:8
อซด. 12:8 2ก ในพระคัมภีร์ เชื้อเป็นเครื่องหมายเล็งถึงสิ่งที่มีบาป ชั่วร้าย เสื่อมเสียและไม่สะอาดในสายพระเนตรของพระเจ้า (1กธ.5:6, 8). การกินเนื้อของลูกแกะกับขนมปังไร้เชื้อหมายถึง ขจัดไปซึ่งสิ่งที่มีบาปทั้งสิ้น (ดู ข้อ 15 คำอธิบาย 1). การกินเนื้อของลูกแกะกับผักที่มีรสขม หมายถึงการเสียใจและการกลับใจ ซึ่งเป็นการประสบการณ์ในรสขมต่อสิ่งที่มีบาป.
อซด. 12:9 1 กินพระคริสต์แบบ “ดิบ” นั้นคือไม่ยึดพระคริสต์เป็นพระผู้ไถ่ แต่ยึดพระคริสต์เป็นเพียงแบบฉบับหรือแบบอย่างแห่งการดำเนินชีวิตของมนุษย์ที่ให้คนอื่นเลียนแบบ. การกินพระคริสต์แบบต้มนั้นหมายถึง การถือว่าการตายบนไม้กางเขนของพระองค์เป็นแค่การพลีชีพที่ถูกข่มเหงโดยมนุษย์ แต่ไม่ใช่เพื่อไถ่เรา. การกินพระคริสต์แบบ “ปิ้ง” นั้นก็คือเชื่อว่าพระคริสต์ได้ทรงทนทุกข์อยู่ภายใต้พระพิโรธอันบริสุทธิ์แห่งการพิพากษาของพระเจ้า (ซึ่งมีไฟเป็นเครื่องหมาย—ฮร.12:29) เพื่อเรา.
อซด. 12:9 ก พบญ.16:7; 2คนก.35:13
อซด. 12:9 2 “หัว” เป็นเครื่องหมายเล็งถึงสติปัญญา “ขา” เป็นเครื่องหมายเล็งถึงอากัปกิริยาและการเคลื่อนไหว และ “เครื่องใน” เป็นเครื่องหมายเล็งถึงส่วนต่างๆ ทางภายในของสิ่งที่พระคริสต์ทรงเป็นครอบคลุมถึงความคิด อารมณ์ ความตั้งใจและใจพร้อมทั้งการใช้งานทั้งหมดของส่วนต่างๆ เหล่านี้. การกินทั้งหัว ขา และเครื่องในของลูกแกะปัศคาเป็นเครื่องหมายเล็งถึงการต้อนรับพระคริสต์ที่ครบถ้วน ซึ่งครอบคลุมถึงสติปัญญา อากัปกิริยา การเคลื่อนไหว และส่วนต่างๆ ทางภายในของพระองค์ (ยฮ.6:57; 1กธ.1:24; วว.14:4ข; ฟป.1:8).
อซด. 12:10 1 ลูกแกะต้องไม่ให้เหลือจนถึงเวลาเช้านั้น เป็นเครื่องหมายเล็งว่า เราจำต้องต้อนรับพระคริสต์อย่างสมบูรณ์ ซึ่งไม่ใช่ต้อนรับเพียงบางส่วน.
อซด. 12:10 ก อซด.23:18; 29:34; 34:25; ลวต.7:15; พบญ.16:4
อซด. 12:11 ก เทียบ ลก.12:35; อฟ.6:14
อซด. 12:11 1ก ชนชาติอิสราเอลได้ปรับใช้เทศกาลปัศคาเช่นนี้ เพื่อเขาจะได้กลายเป็นกองทัพของพระเจ้า (ข้อ 17, 41, 51). การที่เขาได้คาดเอวและสวมรองเท้านั้น เป็นการตระเตรียมเพื่อการสู้รบ (เทียบ อฟ.6:14ก, 15). เข็มขัด รองเท้าและไม้เท้าล้วนมีไว้สำหรับการเดินทางออกจากอียิปต์ ซึ่งก็คือการเดินทางแห่งการสู้รบ (13:18). เนื่องจากการสู้รบใกล้จะเกิดขึ้น เขาจึงเร่งรีบในการกินลูกแกะปัศคา. การที่เขาได้กินลูกแกะปัศคานั้นทำให้เขาได้รับการตกแต่งและสามารถสู้รบได้.
อซด. 12:11 ข อซด.12:27; ลวต.23:5; พบญ.16:5; เทียบ 1กธ.5:7
อซด. 12:11 2ข คำว่า “ปัศคา” ซึ่งเป็นคำนามนั้น แปลตามตรงคือ การข้ามผ่านไป ซึ่งมาจากคำกิริยาว่า “ข้ามผ่าน” (ข้อ 13) ดังนั้นคำนี้จึงชี้ให้เห็นว่าการพิพากษาของพระเจ้าได้ข้ามผ่านไปจากเราเนื่องด้วยพระโลหิตของพระคริสต์ผู้เป็นแกะปัศคาที่แท้จริง (ยฮ.1:29).
อซด. 12:12 ก อซด.11:4–5; 12:23
อซด. 12:12 ข อซด.12:29
อซด. 12:12 1ข บุตรหัวปีในที่นี่เป็นเครื่องหมายเล็งถึงมนุษย์ธรรมชาติ ซึ่งเป็นคนเก่าที่อยู่ในอาดาม.เนื่องจากอาดามเป็นมนุษย์คนแรก (1กธ.15:45ก) บุตรหัวปีก็ครอบคลุมถึงทุกคนที่อยู่ในอาดาม (เทียบ 1กธ.15:22ก). พระโลหิตแห่งการไถ่ของพระคริสต์ไม่มีประสิทธิภาพต่อบุตรหัวปีที่ยังคงอยู่ในอาดาม (ดู 1ยฮ.2:2 คำอธิบาย 3; เทียบ ข้อ 22 คำอธิบาย 2). ยิ่งกว่านั้น หากเราจะปรับใช้พระคริสต์เป็นเทศกาลปัศคาของเราอย่างครบสมบูรณ์ เราก็ต้องปรับโทษทุกสิ่งที่อยู่ในเรา ซึ่งเกี่ยวข้องกับบุตรหัวปี คืออาดาม (1กธ.5:6–8; อฟ.4:22).
อซด. 12:12 2 บุตรหัวปีเป็นส่วนประกอบแห่งการก่อรูปของอียิปต์ ส่วนพระทั้งปวงของอียิปต์ก็คือส่วนประกอบแห่งการก่อรูปของอาณาจักรของซาตาน. ทั้งสองอย่างล้วนได้ถูกพิพากษาในวันเทศกาลปัศคา. เบื้องหลังของพระทั้งปวงของอียิปต์นั้นคือซาตานกับพวกผี (เทียบ 1กธ.10:20). ดังนั้นในคืนของวันเทศกาลปัศคา ซาตานและผีทั้งปวงก็ล้วนได้ถูกพิพากษาแล้ว. ในการสำเร็จเป็นจริงของเทศกาลปัศคาทั้งโลกและซาตานพร้อมด้วยอำนาจแห่งความมืดที่ชั่วร้ายของมันล้วนได้ถูกพิพากษาโดยพระเจ้าด้วยการตายบนไม้กางเขนของพระคริสต์แล้ว (ยฮ.12:31; กซ.2:15; ฮร.2:14).
อซด. 12:12 ค อซด.6:2; ยซย.43:11
อซด. 12:13 ก ฮร.11:28
อซด. 12:13 ข อซด.13:9
อซด. 12:14 1 กรณีนี้บ่งชี้ว่า เราควรจะระลึกถึงการไถ่ของพระคริสต์ โดยวิธีการที่พิเศษและละเอียดสืบไปเป็นนิตย์.
อซด. 12:14 ก
อซด. 12:14 2 เทศกาลปัศคาถูกถือเป็นเทศกาลเลี้ยงถวายแด่พระยะโฮวา กล่าวคือ เทศกาลนี้มีไว้ให้เรากินและรับสุขเพื่อพระยะโฮวาและร่วมกับพระยะโฮวา. จุดเน้นของเทศกาลปัศคาคือการกินงานเลี้ยงของเทศกาลปัศคา (ข้อ 8–11; ลก.22:11, 15). ความหมายของการกินคือ เราเป็นอยู่โดยสิ่งที่เรากิน (ยฮ.6:57).
อซด. 12:15 ก อซด.13:6–7; 23:15; 34:18; ลวต.23:6; อฤธ.28:17; พบญ.16:3, 8; เทียบ 1กธ.5:7–8
อซด. 12:15 1ก ในเทศกาลปัศคา ลูกแกะจะถูกกินพร้อมกับขนมปังไร้เชื้อ (ข้อ 8 และคำอธิบาย 2). ในการสืบเนื่องของเทศกาลปัศคา จะต้องกินขนมปังไร้เชื้อให้ครบกำหนดเจ็ดวัน (ช่วงเวลาที่ครบถ้วน) ซึ่งเป็นเครื่องหมายเล็งถึงการดำเนินชีวิตคริสเตียนของเราทั้งหมด ซึ่งเริ่มตั้งแต่เราต้อนรับพระคริสต์และได้รับความรอดเราก็ควรที่จะมีการรับสุขอย่างต่อเนื่องโดยขจัดไปซึ่งสิ่งที่มีบาปทั้งสิ้น ในระหว่างเทศกาลขจัดเชื้อ 7 วันนั้นห้ามมีเชื้อในแต่ละครอบครัว (ข้อ 19) และไม่ให้เห็นเชื้อในท่ามกลางชนชาติอิสราเอล (13:7). นี่เป็นเครื่องหมายเล็งว่า แม้ว่าการที่เราจะไม่มีบาปโดยสิ้นเชิงนั้นเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้ แต่เราจำต้องขจัดไปซึ่งบาปทั้งสิ้นที่เห็นได้ กล่าวคือ เราจำต้องละทิ้งบาปที่เราตระหนักรู้ได้ (เทียบ ฮร.12:1). การจัดการกับบาปที่ปรากฏออกมานั้นก็คือ การถือเทศกาลกินขนมปังที่ไร้เชื้อ (1กธ.5:7–8). ถ้าเรายอมให้บาปที่ถูกเปิดโปงนั้นคงอยู่ต่อไป เราก็จะสูญเสียการรับสุขแห่งการสามัคคีธรรมของพลไพร่ของพระเจ้าไป (ข้อ 19; 1กธ.5:13). หนทางหนึ่งเดียวของการขจัดบาปนั้นก็คือ กินพระคริสต์ผู้เป็นชีวิตแห่งการตรึงตาย การเป็นขึ้นและไร้ความบาป ซึ่งมีเครื่องหมายเล็งถึงโดยขนมปังที่ไม่มีเชื้อ.
อซด. 12:15 2 เทศกาลปัศคาถูกจัดขึ้นในวันที่ 14 ของเดือนต้น (ข้อ 2–6) เป็นเวลาแค่หนึ่งวัน. เทศกาลกินขนมปังไร้เชื้อเป็นการสืบเนื่องของเทศกาลปัศคา เทศกาลกินขนมปังไร้เชื้อมีเวลากำหนด7 วัน (ข้อ 15–20; 13:6–7; ดู มธ.26:17 คำอธิบาย 1 และ 1กธ.5:8 คำอธิบาย 1).
อซด. 12:15 3 แปลตามตรงคือ จิต. ข้อ 16, 19 ก็เช่นเดียวกัน.
อซด. 12:15 ข เทียบ อฤธ.9:13; ยนซ.17:14
อซด. 12:16 ก ลวต.23:7–8; อฤธ.28:18, 25
อซด. 12:16 1 นี่เป็นเครื่องหมายเล็งว่า ในเรื่องของการมีส่วนในความรอดของพระเจ้านั้น มีเพียงการกินและการรับสุขจึงมีฐานะ การงานใดๆ ของมนุษย์ล้วนไม่มีฐานะทั้งสิ้น (เทียบ รม.3:20).
อซด. 12:17 ก อซด.7:4; 12:51
อซด. 12:17 ข อซด.6:26
อซด. 12:18 ก อซด.12:6
อซด. 12:18 ข อซด.12:15.
อซด. 12:21 ก อซด.12:3
อซด. 12:22 ก ลวต.14:6; อฤธ.19:18; บพส.51:7; ฮร.9:19
อซด. 12:22 1ก ต้นหุสบอยู่ในท่ามกลางพืชที่เล็กน้อยที่สุด (1พกษ.4:33) ที่นี่ต้นหุสบเป็นเครื่องหมายเล็งถึงความเชื่อของเรา ซึ่งพระเจ้าไม่ได้เรียกร้องให้เรามีความเชื่อที่ยิ่งใหญ่ (มธ.17:20). พระโลหิตของพระคริสต์ผู้เป็นลูกแกะปัศคานั้นไม่ได้ถูกปรับใช้โดยความเชื่อที่ยิ่งใหญ่ แต่โดยความเชื่อที่มีขนาดเล็กน้อย. แม้จะเป็นความเชื่อเพียงเล็กน้อย ก็มีประสิทธิภาพมากพอสำหรับเราในการปรับใช้พระโลหิตของพระคริสต์เพื่อเราจะได้เข้าสู่พระองค์ผู้เป็นเรือนและมีการรับสุขต่อเทศกาลปัศคาอย่างครบสมบูรณ์.
อซด. 12:22 ข อซด.12:7; ฮร.11:28
อซด. 12:22 2 ชนชาติอิสราเอลจำต้องเข้าสู่และคงอยู่ในเรือนที่ถูกประพรมด้วยเลือด เพื่อเขาจะได้มีส่วนในเทศกาลปัศคา (ข้อ 13, 22–23). ทำนองเดียวกัน เราจำต้องเข้าสู่พระคริสต์ คงอยู่ในพระองค์และเข้าสนิทเป็นหนึ่งกับพระองค์ เพื่อเราจะได้มีส่วนในพระคริสต์และการไถ่ของพระองค์ (อฟ.1:7; 1กธ.1:30; ยฮ.15:4; เทียบ ฆต.5:2, 4). เรือนกับเลือดนั้นแยกออกจากกันไม่ได้ฉันใด พระคริสต์และการไถ่ของพระองค์ก็เป็นหนึ่งกันฉันนั้น. (ดู ยนซ.3:21 คำอธิบาย 2, 6:14 คำอธิบาย 3; 8:18 คำอธิบาย 1 ย่อหน้าที่ 2).
อซด. 12:22 ค เทียบ ยซย.26:20
อซด. 12:23 ก อซด.12:12–13
อซด. 12:25 ก เทียบ อซด.3:8, 17
อซด. 12:26 ก อซด.13:8, 14; พบญ.6:20
อซด. 12:27 ก อซด.12:11, 23
อซด. 12:27 ข อซด.4:31
อซด. 12:29 ก อซด.11:4
อซด. 12:29 ข อซด.4:23; 11:5; 12:12; 13:15; อฤธ.3:13; 8:17; 33:4; บพส.78:51; 105:36; 135:8; 136:10
อซด. 12:29 1ข ในภัยพิบัติประการที่ 10 ซึ่งเป็นครั้งสุดท้ายนั้น ลูกหัวปีของชนชาติอียิปต์ กระทั่งลูกหัวปีของปศุสัตว์ล้วนได้ถูกประหารแล้ว (ดู ข้อ 12 คำอธิบาย 1). พระเจ้าได้ทรงกระทำสิ่งนี้เพื่อสำแดงอำนาจสิทธิ์ขาดของพระองค์ กล่าวคือสิทธิอำนาจและฤทธิ์เดชที่เด็ดขาดซึ่งพระองค์ทรงมีต่อฟาโรห์และพระเมตตาที่พระองค์ทรงมีต่อชนชาติอิสราเอล (รม.9:14–24). โดยภัยพิบัติในครั้งสุดท้ายนี้ ฟาโรห์ได้ถูกสยบ (11:1; 12:21–30, 33) อย่างไรก็ตาม มันเป็นแค่ชั่วคราวเท่านั้น.
อซด. 12:30 ก อซด.11:6
อซด. 12:32 ก เทียบ อซด.10:9–11, 24–26
อซด. 12:33 ก อซด.6:1; 11:1; 12:39; เทียบ บพส.105:38
อซด. 12:33 1ก พระเจ้าได้ทรงพิชิตฟาโรห์และชนชาติอียิปต์ทั้งปวงโดยพระหัตถ์อันทรงฤทธิ์ของพระองค์ (13:3, 14) กระทั่งเขาเร่งรัดชนชาติอิสราเอลให้ไปจากอียิปต์ (39; 11:1) การที่พระเจ้าทรงกระทำเช่นนี้ก็เพื่อสำเร็จความรอดที่มีต่อพลไพร่ของพระองค์. เลือดของลูกแกะปัศคาได้ช่วยพลไพร่ของพระเจ้าให้รอดพ้นจากการพิพากษาของพระองค์ แต่เขายังต้องการพระหัตถ์ของพระเจ้ามาพิชิตสภาพแวดล้อม เพื่อเขาจะถูกช่วยให้รอดพ้นจากการครอบงำของฟาโรห์. นี่เป็นรูปภาพที่บรรยายถึงหนทางแห่งพระเจ้าผู้เป็นพระผู้ไถ่อันทรงฤทธิ์เดชในการช่วยพลไพร่ที่ได้รับการไถ่ของพระองค์ให้รอดพ้นจากซาตานและโลก.
อซด. 12:34 1 เนื่องจากชนชาติอิสราเอลถูกเร่งรัดให้ไปจากอียิปต์ เขาจึงไม่มีเวลาที่จะนำเอาอาหารที่ใส่เชื้อไปด้วย (34, 39). เพราะฉะนั้น เขาได้ไปจากอียิปต์อย่างบริสุทธิ์หมดจดโดยปราศจากเชื้อ. (ดู ข้อ 8 คำอธิบาย 2).
อซด. 12:35 ก อซด.3:22
อซด. 12:36 ก อซด.3:21; 11:3
อซด. 12:36 ข ยนซ.15:14
อซด. 12:36 1ข นี่ไม่ใช่การชิงทรัพย์แต่เป็นการได้รับค่าตอบแทนที่ค้างอยู่อย่างชอบธรรม เพราะการปรนนิบัติในฐานะทาสเป็นระยะเวลานาน. เครื่องเงิน เครื่องทอง และเครื่องนุ่งห่ม (ข้อ 35) ที่ชนชาติอียิปต์มอบให้ชนชาติอิสราเอลนั้น ไม่ใช่เพื่อให้พลไพร่ของพระเจ้าร่ำรวย แต่เพื่อการก่อสร้างพลับพลา (25:2–8; 35:4–9) การริบทรัพย์ของโลกไม่ใช่รับเอาสิ่งของจากโลกอย่างอธรรม แต่คือการตรากตรำในโลกและนำเอาสิ่งที่ได้รับจากการตรากตรำของเรามาใช้เพื่อการก่อสร้างที่ประทับของพระเจ้าเพื่อเป็นพยานของพระเจ้าบนแผ่นดินโลก.
อซด. 12:37 ก ยนซ.47:11; อซด.1:11; อฤธ.33:3, 5
อซด. 12:37 ข อฤธ.11:21; เทียบ อซด.38:26; อฤธ.1:46
อซด. 12:38 ก อฤธ.11:4; นฮย.13:3
อซด. 12:38 1ก ชนชาติอิสราเอลได้นำเอาทุกสิ่งที่เขามีอยู่นั้น เดินทางออกจากอียิปต์อย่างเด็ดขาด. พวกเขาเข้มแข็งและมีชัยชนะกระทั่งมีฝูงชนชาติอื่นเป็นอันมากซึ่งไม่ใช่ชนชาติอิสราเอลได้ปะปนเข้ามาและยินดีติดตามไปด้วยกันกับเขา. การแยกจากโลกไปเช่นนี้เป็นการกำหนดของพระเจ้า.
อซด. 12:39 ก อซด.12:33
อซด. 12:40 1 ฉบับเซปทัวจินต์ (Septuagint) เติมคำว่า “และในดินแดนคะนาอัน”.
อซด. 12:40 ก ฆต.3:17; เทียบ ยนซ.15:13; กจ.7:6
อซด. 12:40 2ก ดู ฆะลาเตีย 3:17 คำอธิบาย 3.
อซด. 12:41 ก อซด.6:26
อซด. 12:41 ข กจ.7:36
อซด. 12:42 1 ในกลางคืนของวันเทศกาลปัศคา พระเจ้าได้ทรงเฝ้ายามเพื่อนำพลไพร่ของพระองค์ออกจากโลกและพวกเขาก็ร่วมมือกับพระองค์โดยการเฝ้ายามด้วยกันกับพระองค์และต่อพระองค์. เราไม่ควร “นอนหลับ” แต่ต้องเฝ้าระวัง, ระแวดระวัง, และตื่นตัว เพื่อออกมาจากโลก (รม.13:11–13ก; 1ธซ.5:5–7).
อซด. 12:43 1 คนต่างชาติเป็นเครื่องหมายเล็งถึงทั้งคนที่ไม่เชื่อและมนุษย์ธรรมชาติ ซึ่งไม่ต่างกับคนที่ไม่เชื่อ. ลูกจ้าง (ข้อ 45) เป็นเครื่องหมายเล็งถึง มนุษย์ธรรมชาติที่ทำงานให้พระเจ้าเพื่อได้รับค่าตอบแทน (รม.4:4–5 และ ข้อ 4 คำอธิบาย 1 กับ 2). ทาสที่ถูกซื้อมา (ข้อ 44) เป็นเครื่องหมายเล็งถึงคนที่ได้รับการไถ่โดยองค์พระผู้เป็นเจ้า และปรนนิบัติพระองค์ในฐานะที่เป็นทาส (รม.1:1 กับคำอธิบาย 2). คนที่ถูกไถ่ไว้เช่นนี้ก็จำต้องรับพิธีสุหนัต (ข้อ 44, 48) นี่ก็หมายความว่า ชีวิตธรรมชาติของเขาจำต้องถูกตัดทิ้งโดยกางเขน (ฟป.3:3; กซ.2:11). มีเพียงคนที่ได้รับการไถ่และได้รับพิธีสุหนัตแล้ว จึงมีคุณสมบัติที่จะมีส่วนในพระคริสต์ผู้เป็นเทศกาลปัศคาของพระเจ้า.
อซด. 12:44 ก เทียบ ยนซ.17:12–13
อซด. 12:45 ก ลวต.22:10
อซด. 12:46 ก อฤธ.9:12; ยฮ.19:36
อซด. 12:46 1ก ขณะที่พระคริสต์ถูกตรึงไว้บนกางเขน กระดูกขาของพระองค์ไม่ได้ถูกทุบตีให้หัก (ยฮ.19:33, 36). กระดูกที่ไม่หักของพระองค์เป็นเครื่องหมายเล็งถึงชีวิตที่นิรันดร์ซึ่งไม่อาจแตกหักและไม่อาจถูกทำลายของพระองค์. ชีวิตนี้ได้แจกจ่ายชีวิตเข้าสู่ภายในเรา. ดู ยนซ.2:21 คำอธิบาย 2 และ ยฮ.19:36 คำอธิบาย 2.
อซด. 12:48 ก อฤธ.9:14
อซด. 12:48 1 แปลตามตรงคือ จิต.
อซด. 12:49 ก อฤธ.9:14; 15:15
อซด. 12:51 ก อซด.12:17; 13:3, 14; กจ.13:17
อซด. 12:51 ข อซด.6:26
อซด. 12:51 1ข พลไพร่ของพระยะโฮวาได้ออกจากอียิปต์เหมือนดังกองทัพที่จัดทัพออกศึก (13:18). การไถ่ที่ครบสมบูรณ์ของพระเจ้าได้ก่อกำเนิดกองทัพที่สู้รบเพื่อผลประโยชน์ของพระองค์บนแผ่นดินโลก.
สารบัญ