บทเพลงสรรเสริญ บทที่ 23
บพส.
23:1 1พระยะโฮวาทรงเป็น2กผู้เลี้ยงของข้าพเจ้า ข้าพเจ้าจะขไม่ขัดสน.
บพส.
23:2 พระองค์ทรงโปรดให้ข้าพเจ้านอนลงที่1กทุ่งหญ้าเขียวสด พระองค์ทรงนำข้าพเจ้าไปริมฝั่ง2ขน้ำแห่งการพักสงบ.
บพส.
23:3 พระองค์ทรง1กฟื้นสภาพจิตของข้าพเจ้า พระองค์ทรงขนำข้าพเจ้าไปตาม2ทางแห่งความชอบธรรม เพราะเห็นแก่3คพระนามของพระองค์.
บพส.
23:4 แม้ว่าข้าพเจ้าจะเดินผ่าน1หุบเขาแห่งกเงาของความตาย ข้าพเจ้าจะไม่กลัวภัยร้ายเลย เพราะพระองค์ทรงสถิตอยู่กับข้าพเจ้า 2ขคทาและ2ธารพระกรของพระองค์ปลอบโยนข้าพเจ้า.
บพส.
23:5 พระองค์ทรงจัดเตรียม1กโต๊ะ[งานเลี้ยง]ไว้สำหรับข้าพเจ้า ต่อหน้าเหล่าศัตรูของข้าพเจ้า พระองค์ทรง2ขชโลมศีรษะข้าพเจ้าด้วยน้ำมัน 3คจอกของข้าพเจ้าเต็มล้นออกมา.
บพส.
23:6 1พระกรุณาคุณและความเอ็นดูรักใคร่จะติดตามข้าพเจ้าไปตลอดวันคืนแห่งชีวิตของข้าพเจ้าเป็นแน่ และข้าพเจ้าจะอาศัยอยู่ใน1กพระนิเวศน์ของพระยะโฮวาไป2ชั่วนิรันดร์.
คำอธิบาย บทเพลงสรรเสริญ บทที่ 23
บพส.
23:1 1 บทเพลงสรรเสริญบทที่ 23 กล่าวถึงพระคริสต์ในฐานะผู้เลี้ยงที่อยู่ในการเป็นขึ้นของพระองค์. เมื่อพิจารณาตามบทเพลงสรรเสริญบทนี้ พระคริสต์ทรงเลี้ยงดูเราในห้าระยะคือ (1) การรับสุขที่มีต่อพระคริสต์เป็นทุ่งหญ้าเขียวสดและการรับสุขที่มีต่อพระวิญญาณนั้นเป็นน้ำแห่งการพักสงบ (ข้อ 2); (2) การฟื้นสภาพและการเปลี่ยนแปลงบนหนทางแห่งความชอบธรรม (ข้อ
3); (3) ประสบการณ์ที่มีต่อพระคริสต์ผู้เป็นพระวิญญาณที่เป็นขึ้นในขณะที่ดำเนินผ่านหุบเขาแห่งเงาของความตาย (ข้อ 4); (4) การรับสุขที่ลึกซึ้งและสูงส่งยิ่งขึ้นต่อพระคริสต์ผู้เป็นขึ้นในการสู้รบกับเหล่าศัตรู (ข้อ 5); (5) การรับสุขที่มีต่อพระกรุณาคุณและความเอ็นดูรักใคร่อันศักดิ์สิทธิ์ในพระนิเวศน์ของพระยะโฮวาไปตลอดชั่วชีวิต (ข้อ 6).
บพส.
23:1 ก บพส.80:1; ยซย.40:11; ยรม.31:10; ยอค.34:12; ยฮ.10:11; ฮร.13:20; 1ปต.2:25; วว.7:17
บพส.
23:1 2ก ในการเป็นขึ้นของพระองค์นั้น พระคริสต์ทรงเป็นผู้เลี้ยง (ฮร.13:20; 1ปต.2:25; 5:4) ส่วนคริสตจักรที่ก่อกำเนิดขึ้นโดยการเป็นขึ้นของพระคริสต์คือฝูงแกะของพระองค์ (กจ.20:28; 1ปต.5:2). โดยการกลายเป็นเนื้อหนัง, ตรึงตาย, และเป็นขึ้นกลายเป็นพระวิญญาณผู้ประทานชีวิต (1กธ.15:45) พระคริสต์ในฐานะพระยะโฮวา (ยฮ.8:24), พระเจ้าตรีเอกภาพ (อซด.3:14) จึงมีคุณสมบัติที่จะเป็นผู้เลี้ยงของเราได้. โดยการที่พระองค์ทรงไถ่เรา, ชำระเรา, ทำให้เราเป็นขึ้น, และให้เราบังเกิดใหม่ เราจึงมีคุณสมบัติที่จะเป็นฝูงแกะของพระองค์. ถ้าจะรับสุขการเลี้ยงดูของพระคริสต์ เราก็ต้องอยู่ในฝูงแกะ ซึ่งก็คืออยู่ในคริสตจักรนั่นเอง.
บพส.
23:1 ข บพส. 34:9-10
บพส.
23:2 ก ยอค.34:14; ยฮ.10:9
บพส.
23:2 1ก ทุ่งหญ้าเป็นเครื่องหมายเล็งถึงพระคริสต์ผู้เป็นสถานที่แห่งการป้อนเลี้ยงสำหรับแกะของพระองค์ (ยฮ.10:9 และคำอธิบาย 2) ส่วนสีเขียวเป็นเครื่องหมายเล็งถึงความอุดมสมบูรณ์แห่งชีวิต. พระคริสต์สามารถกลายเป็นทุ่งหญ้าเขียวสดของเราได้ผ่านการกลายเป็นเนื้อหนัง, การตาย, และการเป็นขึ้นของพระองค์.
บพส.
23:2 ข ยซย.49:10; ยฮ.7:38; วว.7:17
บพส.
23:2 2ข น้ำแห่งการพักสงบเป็นเครื่องหมายเล็งถึงพระวิญญาณนั้นผู้สำเร็จสุดยอดอยู่ในการเป็นขึ้นของพระคริสต์ (ยฮ.7:37–39 และข้อ 39 คำอธิบาย 1). ในระยะแรกแห่งการเลี้ยงดูของพระคริสต์นั้น ลูกแกะซึ่งเป็นทารกที่อยู่ในพระคริสต์ (ยฮ.21:15; 1ปต.2:2) จะได้รับการป้อนเลี้ยงจากพระคริสต์ผู้เป็นทุ่งหญ้าเขียวสดและดื่มพระวิญญาณนั้น (1กธ.12:13) ซึ่งก็คือพระคริสต์ผู้เป็นพระวิญญาณที่เป็นขึ้นในฐานะที่เป็นน้ำแห่งการพักสงบ.
บพส.
23:3 ก บพส.19:7; เทียบ รม.12:2; อฟ.4:23
บพส.
23:3 1ก ในระยะที่สองแห่งการเลี้ยงดูของพระองค์นั้น พระคริสต์ทรงฟื้นสภาพ (เฟื่องฟูและเปลี่ยนแปลง) จิตของเรา (รม.12:2; อฟ.4:23) และนำทางเรา (ให้ดำเนินตามวิญญาณ) ตามทางแห่งความชอบธรรม (เพื่อสนองข้อเรียกร้องแห่งความชอบธรรม — รม.8:4). ถ้าจะเป็นผู้ชอบธรรมหรือเป็นผู้ที่ถูกต้องต่อมนุษย์, เรื่องราว, และสิ่งของต่อเบื้องพระพักตร์พระเจ้าตามความชอบธรรมและข้อเรียกร้องที่เข้มงวดของพระองค์นั้น เราก็จะต้องได้รับการเฟื่องฟูและเปลี่ยนแปลงในจิตของเรา เพื่อที่จะมีความคิด, อารมณ์, และความตั้งใจที่ถูกต้องและสมดุล.
บพส.
23:3 ข บพส.5:8; 27:11; 139:10; สภษ.4:11
บพส.
23:3 2 ทั้งทางและความชอบธรรมล้วนแต่เป็นพระคริสต์ผู้เป็นขึ้น (ยฮ.14:6ก; 1กธ.1:30).
บพส.
23:3 ค บพส. 25:11; 31:3; 79:9; 106:8; 109:21; 143:11
บพส.
23:3 3ค นามชื่อบ่งชี้ถึงตัวตน. ดังนั้นวลี “เพราะเห็นแก่พระนามของพระองค์” จึงชี้ถึงการอยู่ในตัวตนของพระองค์. ในฐานะพระคริสต์ผู้เป็นพระวิญญาณ, พระวิญญาณผู้ประทานชีวิตที่อยู่ในการเป็นขึ้นของพระองค์ พระคริสต์ทรงนำพาเราทางภายในให้ดำเนินตามทางแห่งความชอบธรรมอยู่ในตัวตนของพระองค์เอง (เทียบ กซ.3:17).
บพส.
23:4 1 ในระยะที่สามแห่งการเลี้ยงดูของพระองค์นั้น เราประสบการณ์กับการสถิตอยู่ของพระคริสต์ผู้เป็นพระวิญญาณที่เป็นขึ้น ในขณะที่เราเดินผ่านหุบเขาแห่งเงาของความตาย หรือผ่านความยากลำบากและชีวิตที่ทนทุกข์. เมื่อเราเดินผ่านหุบเขา เราก็จะไม่กลัวอันตราย เพราะพระคริสต์ผู้เป็นพระวิญญาณสถิตอยู่กับเรา (มธ.28:20ข; 2ตธ.4:22). การสถิตอยู่ของพระองค์เป็นการปลอบโยน, การช่วยให้รอด, และฤทธิ์เดชที่คอยค้ำจุนเรา. เมื่อเราอยู่ในหุบเขา เราก็แค่อยู่ที่นั่นและพักสงบอยู่ในองค์พระผู้เป็นเจ้าการที่เราพักสงบอยู่ในองค์พระผู้เป็นเจ้าจะทำให้หุบเขานั้นหดสั้นลง, ทำให้เงาลดน้อยลง, และขจัดความตายออกไป.
บพส.
23:4 ก โยบ 3:5; 10:22; ยซย.9:2; มธ.4:16; ลก.1:79
บพส.
23:4 ข มคา.7:14
บพส.
23:4 2ข คทามีไว้สำหรับการปกป้อง ส่วนธารพระกรมีไว้สำหรับการฝึกฝน, การนำทาง, และการค้ำจุน. ในหุบเขาแห่งเงาของความตายนั้น การปกป้อง, การนำทาง, และการค้ำจุนขององค์พระผู้เป็นเจ้าได้ปลอบโยนเรา.
บพส.
23:5 ก บพส. 78:19; สภษ.9:2; กจ.16:34
บพส.
23:5 1ก ในระยะที่สี่แห่งการเลี้ยงดูของพระองค์ ในการรับสุขที่ลึกซึ้งและสูงส่งกว่าต่อพระคริสต์ผู้เป็นขึ้นนั้น องค์พระผู้เป็นเจ้าทรงจัดเตรียมโต๊ะงานเลี้ยง (พระคริสต์พร้อมด้วยความอุดมสมบูรณ์ของพระองค์เพื่อให้เราได้รับสุข) ไว้สำหรับเราต่อหน้าเหล่าศัตรูของเรา. ถ้าเราสู้รบในสงครามฝ่ายวิญญาณและทำให้เหล่าศัตรูพ่ายแพ้ไป เราก็จะได้รับสุของค์พระผู้เป็นเจ้ามาเป็นงานเลี้ยงของเราที่โต๊ะของพระองค์อย่างอุดมสมบูรณ์ (เทียบ ยนซ.14:17–18).
บพส.
23:5 ข บพส.45:7; 92:10
บพส.
23:5 2ข ศัพท์ภาษาเฮ็บรายชี้ถึงน้ำมันชโลมที่ทำขึ้นที่งานเลี้ยงเทศกาล. ในระยะที่สี่แห่งการเลี้ยงดูของพระองค์ องค์พระผู้เป็นเจ้าได้ทรงชโลมศีรษะของเราด้วยน้ำมัน (น้ำมันแห่งความปีติยินดี — ฮร.1:9) ซึ่งเป็นเครื่องหมายเล็งถึงพระวิญญาณที่ผสมผสานรวมกันในฐานะน้ำมันหอมที่ผสมผสานรวมกัน (อซด.30:23–26 และข้อ 25 คำอธิบาย 1, ข้อ 26 คำอธิบาย 1). การชโลมศีรษะคือการชโลมทั้งร่างกาย (133:2; 2กธ.1:21). นี่คือการชโลมของพระวิญญาณผู้ประทานชีวิตที่ผสมผสานรวมกันอยู่ในการเป็นขึ้นของพระคริสต์ (1ยฮ.2:20 และคำอธิบาย 1).
บพส.
23:5 ค บพส.16:5; 116:13; เทียบ 1กธ.10:16, 21
บพส.
23:5 3ค ในระยะที่สี่แห่งการเลี้ยงดูของพระคริสต์นั้น จอกของเรา (จอกแห่งพระพร — 1กธ.10:16ก; มธ.26:27 และคำอธิบาย) เต็มล้นออกมา. ในข้อนี้ได้บ่งชี้เป็นนัยถึงพระเจ้าตรีเอกภาพ — พระบุตรในฐานะโต๊ะงานเลี้ยง (1กธ.11:23–26), พระวิญญาณในฐานะน้ำมันชโลม (ลก.4:18), และพระบิดาในฐานะแหล่งกำเนิดแห่งพระพร (อฟ.1:3).
บพส.
23:6 1 แปลตามตรงคือ ความดีงาม. ระยะที่ห้าแห่งการเลี้ยงดูของพระคริสต์คือการรับสุขที่มีต่อพระกรุณาคุณและความเอ็นดูรักใคร่อันศักดิ์สิทธิ์ในพระนิเวศน์ของพระยะโฮวาไปตลอดชั่วชีวิต. ภายใต้การเลี้ยงดูอย่างเป็นอินทรียภาพของพระคริสต์ผู้ทรงเป็นพระวิญญาณ พระกรุณาคุณและความเอ็นดูรักใคร่จึงติดตามเราไป “ตลอดวันคืนแห่งชีวิตของ[เรา]” ซึ่งชี้ถึงยุคปัจจุบัน. พระกรุณาคุณชี้ถึงพระคุณของพระคริสต์ ส่วนความเอ็นดูรักใคร่ชี้ถึงความรักของพระบิดา และคำว่า ติดตาม บ่งชี้เป็นนัยถึงการสามัคคีธรรมของพระวิญญาณนั้น (2กธ.13:14). ในที่สุด การรับสุขที่มีต่อพระเจ้าตรีเอกภาพที่ผ่านขั้นตอนและสำเร็จสุดยอดนี้จะนำเราเข้าสู่การรับสุขที่มีต่อพระเจ้าในพระนิเวศน์ของพระเจ้า (พระคริสต์, คริสตจักร, และกรุงเยรูซาเล็มใหม่ — ยฮ.1:14; 2:21; 1ตธ.3:15–16; วว.21:2–3, 22) ที่ซึ่งเราจะอาศัยไป “ชั่วนิรันดร์” ซึ่งชี้ถึงยุคปัจจุบัน, ยุคหน้า, และโลกนิรันดร์.
บพส.
23:6 ก ยนซ. 28:17; บพส.26:8; 27:4; 84:4
บพส.
23:6 2 แปลตามตรงคือ ตลอดระยะเวลาแห่งวันคืนของข้าพเจ้า.