การงานบรรณกิจของห้องสมุดกิตติคุณแห่งประเทศไทย
หากท่านต้องการมีส่วนในการงานบรรณกิจของห้องสมุดกิตติคุณแห่งประเทศไทย
ท่านสามารถมอบถวายทรัพย์โดยโอนเงินเข้าบัญชีของห้องสมุด:
ธนาคารกสิกรไทย สาขาพาราไดซ์ พาร์ค
ชื่อบัญชี: นายปิยะ ตั้งเสรีมั่นคง และ
นางสุมิตรา อดุลประวิตรชัย และ
นางสาวทานาธิบดี ชูมณี
เลขที่บัญชี: 218-3-99941-1

รบกวนส่งสลิปการโอนมาที่ Line ID: @gospelbookroom

บทเพลงสรรเสริญ บทที่ 2

บพส. 2:1 1กเหตุใด2ขบรรดาประชาชาติจึงกระทำโกลาหลขึ้น?
บพส. 2:2 บรรดากษัตริย์แห่งแผ่นดินโลกได้ลุกฮือขึ้นและผู้ปกครองกปรึกษากันต่อสู้พระยะโฮวากับ1ขผู้รับการชโลมของพระองค์ [กล่าวว่า]
บพส. 2:3 ให้เราหักกเครื่องพันธนาการและปลดเชือกมัดของเขาให้พ้นจากเราเถิด.
บพส. 2:4 พระองค์ผู้ประทับในสวรรค์ทั้งหลายทรงกพระสรวล1องค์พระผู้เป็นเจ้าทรงเย้ยหยันเขาเหล่านั้น.
บพส. 2:5 แล้วพระองค์จะตรัสกับเขาทั้งหลายด้วยพระพิโรธและทำให้เขาหวาดกลัวด้วยความเดือดดาลของพระองค์ [ตรัสว่า]
บพส. 2:6 เราเองได้ตั้ง1กษัตริย์ของเราไว้แล้วบน2กซีโอน ภูเขาบริสุทธิ์ของเรา.
บพส. 2:7 [ผู้รับการชโลมกล่าวว่า] ข้าพเจ้าจะประกาศพระบัญชาของพระยะโฮวาพระองค์ตรัสกับข้าพเจ้าว่า 1กเจ้าเป็นบุตรของเรา ขวันนี้เราได้ให้กำเนิดเจ้า.
บพส. 2:8 จงขอจากเราเถิด และเราจะมอบบรรดาประชาชาติให้เป็นมรดกของเจ้าตลอดจนกสุดปลายแผ่นดินโลกให้เป็นทรัพย์สมบัติของเจ้า.
บพส. 2:9 เจ้าจะตีพวกเขาให้แตกด้วยกคทาเหล็กและทำให้เขาแหลกเป็นชิ้นๆ ดุจขภาชนะของช่างปั้น.
บพส. 2:10 1เพราะฉะนั้นบัดนี้กษัตริย์ทั้งหลายเอ๋ย จงฉลาดเถิดบรรดาผู้พิพากษาแห่งแผ่นดินโลกเอ๋ย จงรับคำเตือนเถิด.
บพส. 2:11 จงปรนนิบัติพระยะโฮวาด้วยกความยำเกรงและจงชื่นชมยินดีด้วยตัวสั่น.
บพส. 2:12 1กจงจูบพระบุตรเกลือกว่าพระองค์จะทรงพระพิโรธ และเจ้าต้องพินาศ จากทางนั้นเพราะพระพิโรธของพระองค์จะพลุ่งขึ้นในพริบตา. ทุกคนที่ขลี้ภัยอยู่ในพระองค์ก็2คเป็นสุข.

คำอธิบาย บทเพลงสรรเสริญ บทที่ 2

บพส. 2:1 ก ข้อ 1-2: กจ.4:25-26
บพส. 2:1 1ก บทเพลงสรรเสริญบทที่ 1 ซึ่งกล่าวถึงกฎบัญญัติที่มนุษย์ชื่นชมนั้นมีเพื่อผลประโยชน์ส่วนตัวของวิสุทธิชน เช่น การที่พวกเขารับการอวยพรให้มีความราบรื่น (1:1–3). ส่วนบทเพลงสรรเสริญบทที่ 2 ซึ่งกล่าวถึงพระคริสต์และสิ่งที่พระองค์ทรงบรรลุถึงนั้นมีเพื่อทำให้แผนการบริหารของพระเจ้าสำเร็จสมบูรณ์. ทัศนะฝ่ายมนุษย์ของผู้ประพันธ์อันบริสุทธิ์ได้ยกชูกฎบัญญัติจนถึงขั้นที่พวกเขาให้ความล้ำค่าต่อกฎบัญญัติและปรารถนาที่จะคงอยู่ในกฎบัญญัติไปตลอดทั้งชีวิตของพวกเขา. ส่วนทัศนะอันศักดิ์สิทธิ์ของพระเจ้าผู้ทำการเปิดเผยได้ยกชูพระคริสต์ เพื่อจะหันเปลี่ยนทัศนะของผู้ประพันธ์อันบริสุทธิ์จากกฎบัญญัติไปสู่พระคริสต์ให้สอดคล้องกับทัศนะอันศักดิ์สิทธิ์แห่งการเปิดเผยอันศักดิ์สิทธิ์.
บพส. 2:1 ข บพส.46:6; ยอล.3:9-13; วว.11:18
บพส. 2:1 2ข นี่คือการต่อต้านพระคริสต์ของประชาชาติทั้งหลายและผู้ปกครองโลกนี้ (ข้อ 1–3). การต่อต้านนี้เริ่มต้นจากเฮโรดและปนโตปีลาต (กจ.4:25–28) และจะสรุปลงที่ผู้ต่อต้านพระคริสต์ (วว.19:19).
บพส. 2:2 ก มก.15:1
บพส. 2:2 ข บพส.45:7; ดนอ.9:26; ยฮ.1:41
บพส. 2:2 1ข ทั้ง “พระมาซีฮา” (Messiah ในภาษาเฮ็บราย) และ “พระคริสต์” (Christ ในภาษากรีก) แปลว่า “ผู้รับการชโลม.” ในสภาพพระเจ้าของพระคริสต์ พระองค์ทรงรับการชโลมจากพระเจ้าในนิรันดร์กาลให้เป็นพระมาซีฮา—พระคริสต์—ผู้รับการชโลม (ดนอ.9:26; ยฮ.1:41). พระองค์เสด็จมาในกลายมาเป็นเนื้อหนังในฐานะผู้รับการชโลมเพื่อมาทำให้โครงการที่นิรันดร์ของพระเจ้าสำเร็จสมบูรณ์ (ลก.2:11; มธ.1:16; 16:16). ในสภาพมนุษย์ของพระคริสต์ พระองค์ทรงได้รับการชโลมอีกครั้งหนึ่งในเวลาที่พระองค์ทรงรับบัพติศมา เพื่อการปฏิบัติของพระองค์บนแผ่นดินโลกเป็นหลัก (มธ.3:16–17; ลก.4:18–19; กจ.10:38; ฮร.1:9). ในการเป็นขึ้นของพระคริสต์ พระองค์ทรงกลายเป็นพระวิญญาณผู้ประทานชีวิต (1กธ.15:45) เพื่อกลายเป็นผู้ที่พระเจ้าทรงชโลม และในการเสด็จสู่สวรรค์ของพระคริสต์ พระองค์ทรงถูกตั้งให้เป็นทั้งองค์พระผู้เป็นเจ้าและพระคริสต์ (กจ.2:36) ซึ่งได้กลายเป็นผู้ที่พระเจ้าทรงชโลมอย่างเป็นทางการ เพื่อทำให้การมอบหมายของพระเจ้าสำเร็จลุล่วงในการปฏิบัติฝ่ายสวรรค์ของพระองค์เป็นหลัก. ดู ยฮ.1:41 คำอธิบาย 1 และ กจ.2:36 คำอธิบาย 1.
บพส. 2:3 ก ยรม.5:5
บพส. 2:4 ก บพส.59:8; 37:13
บพส. 2:4 1 ฉบับโบราณบางฉบับอ่านว่า พระยะโฮวา.
บพส. 2:6 1 ข้อ 4–6 ในบทเพลงสรรเสริญบทนี้เป็นคำป่าวประกาศของพระเจ้าเกี่ยวกับพระคริสต์. ในการเสด็จสู่สวรรค์ของพระคริสต์ พระองค์ทรงถูกตั้งให้ครองบัลลังก์เป็นกษัตริย์ของพระเจ้าในสวรรค์ทั้งหลายสำหรับอาณาจักรของพระเจ้า เพื่อมาทำให้แผนการบริหารของพระองค์สำเร็จเป็นจริง (มก.16:19; กจ.2:36; 5:31; วว.1:5ก). อาณาจักรนี้ครอบคลุมถึงประชาชาติทั้งหมดในฐานะมรดกของพระคริสต์ และสุดปลายแผ่นดินโลกในฐานะทรัพย์สมบัติของพระคริสต์ (ข้อ 8; มธ.28:18–20). ท้ายที่สุด ในอาณาจักรฝ่ายจักรวาลของพระคริสต์ พระองค์จะทรงปกครองประชาชาติด้วยคทาเหล็ก (ข้อ 9; วว.19:15).
บทเพลงสรรเสริญบทนี้เปิดเผยถึงขั้นตอนของพระคริสต์ในแผนการบริหารของพระเจ้า ซึ่งเริ่มต้นจากการที่พระองค์ทรงถูกชโลมในนิรันดร์กาลในสภาพพระเจ้าของพระองค์ (ข้อ 2) และต่อด้วยการเป็นขึ้นของพระองค์ (บ่งชี้เป็นนัยถึงการตรึงตายของพระองค์ด้วย — ข้อ 7; เทียบ กจ.13:33), การเสด็จสู่สวรรค์ของพระองค์ (ข้อ 6), การก่อตั้งอาณาจักรฝ่ายจักรวาลของพระองค์ (วว.11:15) โดยมีประชาชาติเป็นมรดกของพระองค์และสุดปลายแผ่นดินโลกเป็นทรัพย์สมบัติของพระองค์ (ข้อ 8), และการที่พระองค์ทรงปกครองประชาชาติทั้งหลายด้วยคทาเหล็ก (ข้อ 9).
บพส. 2:6 ก 2ซมอ.5:7; บพส.9:11; 48:12; 50:2; 51:18; 84:7; 87:2; 99:2; 128:5; 132:13; 133:3; 135:21; ยซย.12:6; 59:20; มคา.4:2; รม.9:33; ฮร.12:22; วว.14:1
บพส. 2:6 2ก พระเจ้าทรงป่าวประกาศว่าพระองค์ได้ทรงตั้งกษัตริย์ของพระองค์ไว้บนภูเขาซีโอน ไม่ใช่ภูเขาซีนาย. ภูเขาซีนายเป็นสถานที่ซึ่งพระองค์ประทานกฎบัญญัติ ส่วนภูเขาซีโอนในฟ้าสวรรค์ทั้งหลายเป็นสถานที่ซึ่งพระคริสต์ประทับอยู่ในทุกวันนี้ในการเสด็จสู่สวรรค์ของพระองค์ (วว.14:1). ผู้เชื่อทั้งหลายในพันธสัญญาใหม่ไม่ได้มายังภูเขาซีนาย แต่มายังภูเขาซีโอน (ฮร.12:18–22). ภูเขาซีนายได้ให้กำเนิดบุตรของทาสที่อยู่ภายใต้กฎบัญญัติ แต่มารดาของเรา ซึ่งก็คือกรุงเยรูซาเล็มที่อยู่เบื้องบน ซึ่งอยู่ในฟ้าสวรรค์ทั้งหลายที่ภูเขาซีโอนนั้นได้ให้กำเนิดบุตรแห่งคำสัญญาผู้จะรับเอาพระพรแห่งคำสัญญาเป็นมรดก — พระวิญญาณผู้ครอบคลุมสรรพสิ่ง (ฆต.4:24–26, 28; 3:14).
บพส. 2:7 ก กจ.13:33; ฮร.1:5; 5:5
บพส. 2:7 1ก ข้อ 7–9 เป็นคำป่าวประกาศของพระคริสต์. อัครทูตเปาโลได้ยกอ้างถ้อยคำนี้ใน กจ.13:33 ซึ่งบ่งชี้ว่า บพส.2:7 ได้ชี้ถึงการเป็นขึ้นของพระคริสต์. หลังจากที่ถูกตัด, ถูกตรึงตายแล้ว (ดนอ.9:26) พระคริสต์ผู้ที่พระเจ้าทรงชโลมไว้ก็ได้เป็นขึ้นเพื่อบังเกิดเป็นพระบุตรหัวปีของพระเจ้าในสภาพมนุษย์ของพระองค์ (รม.1:3–4; 8:29; ฮร.1:5–6). โดยการเป็นขึ้นอย่างเดียวกันนี้ ผู้เชื่อทั้งหมดของพระองค์ก็ได้บังเกิดร่วมกันกับพระองค์มาเป็นพี่น้องมากมายของพระองค์ ซึ่งก็คือบุตรมากมายของพระเจ้า (ยฮ.20:17; 1ปต.1:3; รม.8:29; ฮร.2:10). ดู กจ.13:33 คำอธิบาย 1, รม.1:4 คำอธิบาย 1, และ ยฮ.20:17 คำอธิบาย 2, 3.
บพส. 2:7 ข ยฮ.20:1, 9
บพส. 2:8 ก บพส.72:8; ซคย.9:10
บพส. 2:9 ก วว.2:27
บพส. 2:9 ข ยซย.30:14; ยรม.19:11; วว.2:27
บพส. 2:10 1 ข้อ 10–12 เป็นคำเตือนเกี่ยวกับพระพิโรธของพระเจ้าและของพระคริสต์ที่จะมาเหนือมนุษย์โลก. ในพันธสัญญาใหม่ ช่วงเวลาที่พระคริสต์จะเสด็จมาปฏิบัติการให้เป็นไปตามการพิพากษาในพระพิโรธของพระองค์เหนือโลกนี้ถูกเรียกว่า “วันขององค์พระผู้เป็นเจ้า” (กจ.2:20; 1กธ.5:5; 1ธซ.5:2; 2ธซ.2:2; 2ปต.3:10) ซึ่งก็คือวันของพระเจ้าด้วย (2ปต.3:12). ดู ยอล.1:15 คำอธิบาย 1.
บพส. 2:11 ก 2กธ. 5:11; ฮร.12:28; ยด.23
บพส. 2:12 ก S.S. 1:2; 8:1; เทียบ 1ซมอ.10:1; 1พกษ.19:18
บพส. 2:12 1ก การลี้ภัยในพระบุตรคือการเชื่อเข้าสู่พระคริสต์พระบุตร (ยฮ.3:16, 36) ยึดพระองค์เป็นที่ลี้ภัย, ที่ปกป้อง, ที่ซ่อนตัวของเรา. การจูบพระบุตรคือการรักพระบุตรจนทำให้เรารับสุขพระองค์ (ยฮ.14:21, 23). การเชื่อในองค์พระผู้เป็นเจ้าคือการต้อนรับพระองค์ (ยฮ.1:12); การรักองค์พระผู้เป็นเจ้าคือการรับสุของค์พระผู้เป็นเจ้าที่เราได้ต้อนรับ. นี่คือข้อเรียกร้องสองประการสำหรับเราในการมีส่วนในองค์พระผู้เป็นเจ้า. ดู 1กธ.2:9 คำอธิบาย 3.
บพส. 2:12 ข 2ซมอ.22:3, 31; บพส.5:11; 7:1; 11:1; 16:1; 18:2, 30; 25:20; 31:1, 19; 34:8, 22; 37:40; 57:1; 64:10; 71:1; 91:4; 118:8, 9; 141:8; 144:2; สภษ.30:5; นฮม.1:7
บพส. 2:12 ค บพส.34:8; 84:12; สภษ.16:20; ยรม.17:7; เทียบ บพส.1:1
บพส. 2:12 2ค หรือ ได้รับพระพร. ทัศนะฝ่ายมนุษย์ที่คิดว่ามนุษย์จะเป็นสุขโดยการถือรักษากฎบัญญัติของพระยะโฮวานั้น (1:1–2) ตรงกันข้ามกับทัศนะอันศักดิ์สิทธิ์ในที่นี้ ซึ่งกล่าวว่ามนุษย์จะเป็นสุขได้โดยการลี้ภัยอยู่ในพระบุตร.
สารบัญ