การงานบรรณกิจของห้องสมุดกิตติคุณแห่งประเทศไทย
หากท่านต้องการมีส่วนในการงานบรรณกิจของห้องสมุดกิตติคุณแห่งประเทศไทย
ท่านสามารถมอบถวายทรัพย์โดยโอนเงินเข้าบัญชีของห้องสมุด:
ธนาคารกสิกรไทย สาขาพาราไดซ์ พาร์ค
ชื่อบัญชี: นายปิยะ ตั้งเสรีมั่นคง และ
นางสุมิตรา อดุลประวิตรชัย และ
นางสาวทานาธิบดี ชูมณี
เลขที่บัญชี: 218-3-99941-1

รบกวนส่งสลิปการโอนมาที่ Line ID: @gospelbookroom

บทเพลงสรรเสริญ บทที่ 119

บพส. 119:1 บรรดาผู้ที่ครบสมบูรณ์ในทางของตนก็เป็นสุข คือผู้ที่กดำเนินอยู่ใน1กฎบัญญัติของพระยะโฮวา.
บพส. 119:2 บรรดาผู้ที่ถือรักษา1พยานของพระองค์ก็เป็นสุข พวกเขา2กแสวงหาพระองค์ด้วยสุดใจ.
บพส. 119:3 พวกเขาย่อมไม่กระทำผิด พวกเขาเดินตามพระมรรคาของพระองค์.
บพส. 119:4 พระองค์ได้ทรงบัญชาให้[เราทั้งหลาย]รักษาข้อบังคับของพระองค์อย่างเคร่งครัด.
บพส. 119:5 โอ ขอให้ทางทั้งหลายของข้าพเจ้ามั่นคงในการถือรักษา1บทบัญญัติของพระองค์!
บพส. 119:6 แล้วข้าพเจ้าจะไม่ได้รับความอับอาย เมื่อข้าพเจ้านับถือพระบัญญัติทั้งสิ้นของพระองค์.
บพส. 119:7 ข้าพเจ้าจะขอบพระคุณพระองค์ด้วยใจเที่ยงตรง เมื่อข้าพเจ้าเรียนรู้กฎเกณฑ์อันชอบธรรมของพระองค์.
บพส. 119:8 ข้าพเจ้าจะถือรักษาบทบัญญัติของพระองค์ ขออย่าทรงทอดทิ้งข้าพเจ้าเสียอย่างสิ้นเชิง.
บพส. 119:9 คนหนุ่มจะถือรักษาวิถีทางของตนให้บริสุทธิ์หมดจดได้อย่างไร? ก็โดยการปฏิบัติตาม1พระคำของพระองค์.
บพส. 119:10 ข้าพเจ้าแสวงหาพระองค์ด้วยสุดใจ ขออย่าให้ข้าพเจ้าหลงไปจากพระบัญญัติของพระองค์.
บพส. 119:11 ข้าพเจ้าได้สะสมพระคำของพระองค์ไว้ในกใจดุจทรัพย์ล้ำค่า เพื่อข้าพเจ้าจะไม่กระทำบาปต่อพระองค์.
บพส. 119:12 โอ พระยะโฮวา พระองค์สมควรได้รับการสรรเสริญ ขอทรงสอนบทบัญญัติของพระองค์แก่ข้าพเจ้า.
บพส. 119:13 ข้าพเจ้าจะป่าวประกาศด้วยริมฝีปากถึงกฎเกณฑ์ที่มาจากพระโอษฐ์ของพระองค์.
บพส. 119:14 ข้าพเจ้าชื่นชมยินดีในทางแห่งพยานของพระองค์มากประดุจในความมั่งคั่งทั้งสิ้น.
บพส. 119:15 ข้าพเจ้าจะ1คิดรำพึงคำโอวาทของพระองค์ จะเอาใจใส่ในทางทั้งหลายของพระองค์.
บพส. 119:16 ข้าพเจ้าจะปีติยินดีในบทบัญญัติของพระองค์ ข้าพเจ้าจะไม่ลืมพระคำของพระองค์.
บพส. 119:17 ขอทรงกระทำดีต่อผู้รับใช้ของพระองค์อย่างเหลือล้น เพื่อข้าพเจ้าจะมีชีวิตอยู่ และจะถือรักษาพระคำของพระองค์.
บพส. 119:18 ขอทรงกเปิดตาข้าพเจ้า เพื่อข้าพเจ้าจะแลดูสิ่งอัศจรรย์จากกฎบัญญัติของพระองค์.
บพส. 119:19 ข้าพเจ้าเป็นกผู้ค้างแรมบนแผ่นดินโลก ขออย่าทรงซ่อนพระบัญญัติของพระองค์จากข้าพเจ้า.
บพส. 119:20 จิตของข้าพเจ้าถูกบีบคั้นด้วยความปรารถนาในกฎเกณฑ์ของพระองค์ตลอดเวลา.
บพส. 119:21 พระองค์ทรงติเตียนคนเย่อหยิ่ง คนที่ถูกแช่งสาปผู้หลงไปจากพระบัญญัติของพระองค์.
บพส. 119:22 ขอทรงเอาการด่าประณามและการสบประมาทไปจากข้าพเจ้า เพราะข้าพเจ้าได้ถือรักษาพยานของพระองค์.
บพส. 119:23 [แม้]พวกเจ้านายนั่งปรึกษากันต่อสู้ข้าพเจ้า [แต่]ผู้รับใช้ของพระองค์คิดรำพึงบทบัญญัติของพระองค์.
บพส. 119:24 พยานของพระองค์เป็นความปีติยินดีของข้าพเจ้า เป็นที่ปรึกษาของข้าพเจ้า.
บพส. 119:25 จิตของข้าพเจ้ายึดติดผงคลี ขอทรงโปรดกชุบชีพข้าพเจ้าตามพระคำของพระองค์
บพส. 119:26 ข้าพเจ้าได้ทูลถึงทางของข้าพเจ้า และพระองค์ทรงตอบข้าพเจ้า ขอทรงสอนบทบัญญัติของพระองค์แก่ข้าพเจ้า.
บพส. 119:27 ขอทรงทำให้ข้าพเจ้าเข้าใจทางแห่งคำโอวาทของพระองค์ และข้าพเจ้าจะคิดรำพึงถึงการอัศจรรย์ต่างๆ ของพระองค์.
บพส. 119:28 จิตของข้าพเจ้าละลายไปด้วยความโศก ขอทรงเสริมกำลังข้าพเจ้าตามพระคำของพระองค์.
บพส. 119:29 ขอทรงให้ทางเทียมเท็จห่างไกลจากข้าพเจ้า และขอทรงพระกรุณาประทานกฎบัญญัติของพระองค์แก่ข้าพเจ้า.
บพส. 119:30 ข้าพเจ้าได้เลือกสรรทางแห่งความสัตย์ซื่อ ข้าพเจ้าตั้งกฎเกณฑ์ของพระองค์ไว้[ตรงหน้าข้าพเจ้า].
บพส. 119:31 ข้าพเจ้ายึดติดอยู่กับพยานของพระองค์ โอ พระยะโฮวา ขออย่าให้ข้าพเจ้าอับอาย.
บพส. 119:32 ข้าพเจ้าจะวิ่งตามทางแห่งพระบัญญัติของพระองค์ เพราะพระองค์ทรงกทำให้ใจของข้าพเจ้ากว้างใหญ่.
บพส. 119:33 โอ พระยะโฮวา ขอทรงสอนทางแห่งบทบัญญัติของพระองค์แก่ข้าพเจ้า และข้าพเจ้าจะถือรักษาไว้จนถึงที่สุด.
บพส. 119:34 ขอประทานความเข้าใจแก่ข้าพเจ้า เพื่อข้าพเจ้าจะถือรักษากฎบัญญัติของพระองค์ไว้ และปฏิบัติตามด้วยสุดใจ.
บพส. 119:35 ขอทรงนำข้าพเจ้าไปในวิถีทางแห่งพระบัญญัติของพระองค์ เพราะข้าพเจ้าปีติยินดีในทางนั้น.
บพส. 119:36 ขอทรงโน้มใจข้าพเจ้าเข้าหาพยานของพระองค์ และมิใช่เข้าหาผลกำไรที่อธรรม.
บพส. 119:37 ขอทรงหันดวงตาของข้าพเจ้าไปจากการมองดูสิ่งอนิจจัง และขอทรงให้ข้าพเจ้ามีชีวิตเป็นอยู่ในพระมรรคาของพระองค์.
บพส. 119:38 ขอทรงยืนยันกับผู้รับใช้ของพระองค์ถึงพระคำของพระองค์ ซึ่งมีไว้สำหรับผู้ที่ยำเกรงพระองค์.
บพส. 119:39 ขอทรงหันการด่าประณามซึ่งข้าพเจ้าเกรงกลัวนั้นไปเสีย เพราะกฎเกณฑ์ของพระองค์นั้นดีเลิศ.
บพส. 119:40 ดูเถิด ข้าพเจ้าเฝ้าปรารถนาคำโอวาทของพระองค์ ขอทรงให้ข้าพเจ้ามีชีวิตเป็นอยู่ในความชอบธรรมของพระองค์เถิด.
บพส. 119:41 โอ พระยะโฮวา ขอความเอ็นดูรักใคร่ของพระองค์มาถึงข้าพเจ้า คือความรอดของพระองค์ตามพระคำของพระองค์.
บพส. 119:42 แล้วข้าพเจ้าจะมีคำตอบให้ผู้ที่ด่าประณามข้าพเจ้า เพราะข้าพเจ้าเชื่อพึ่งในพระคำของพระองค์.
บพส. 119:43 ขออย่าทรงนำพระคำแห่งหลักความจริงไปจากปากข้าพเจ้าอย่างสิ้นเชิง เพราะข้าพเจ้าเฝ้าหวังในกฎเกณฑ์ของพระองค์.
บพส. 119:44 ข้าพเจ้าจะถือรักษากฎบัญญัติของพระองค์เสมอไปเป็นนิตย์นิรันดร์.
บพส. 119:45 และข้าพเจ้าจะเดินอย่างอิสระ เพราะข้าพเจ้าได้แสวงหาคำโอวาทของพระองค์.
บพส. 119:46 ข้าพเจ้าจะกล่าวถึงพยานของพระองค์ต่อเบื้องหน้ากกษัตริย์ทั้งหลาย และจะไม่อับอาย.
บพส. 119:47 ข้าพเจ้าปีติยินดีในพระบัญญัติของพระองค์ ซึ่งข้าพเจ้ารัก.
บพส. 119:48 ข้าพเจ้า1ยกมือขึ้นต่อพระบัญญัติของพระองค์ซึ่งข้าพเจ้ารัก และข้าพเจ้าจะกคิดรำพึงบทบัญญัติของพระองค์.
บพส. 119:49 ขอทรงระลึกถึงพระคำของพระองค์ที่ตรัสแก่ผู้รับใช้ของพระองค์ ซึ่งพระองค์ทรงทำให้ข้าพเจ้ามีความหวังอยู่ในพระคำนั้น.
บพส. 119:50 นี่คือการปลอบโยนในความทุกข์ยากของข้าพเจ้า เพราะพระคำของพระองค์ได้1กชุบชีพข้าพเจ้า.
บพส. 119:51 คนเย่อหยิ่งเย้ยหยันข้าพเจ้ายิ่งนัก แต่ข้าพเจ้าไม่หันเหไปจากกฎบัญญัติของพระองค์.
บพส. 119:52 เมื่อข้าพเจ้าระลึกถึงกฎเกณฑ์ของพระองค์ที่มีมาแต่กาลก่อน โอ พระยะโฮวา ข้าพเจ้าได้รับการปลอบโยน.
บพส. 119:53 ความกริ้วอันร้อนแรงได้ฉวยข้าพเจ้าไว้เพราะเหตุคนชั่ว ผู้ละทิ้งกฎบัญญัติของพระองค์.
บพส. 119:54 บทบัญญัติของพระองค์ได้กลายเป็นบทเพลงที่ข้าพเจ้าใช้สรรเสริญ ในเรือนที่ข้าพเจ้าค้างแรมอยู่นั้น.
บพส. 119:55 โอ พระยะโฮวา ข้าพเจ้าระลึกถึงพระนามของพระองค์ในยามค่ำคืน และถือรักษากฎบัญญัติของพระองค์.
บพส. 119:56 เป็นเช่นนั้นแก่ข้าพเจ้า เพราะข้าพเจ้าถือรักษาคำโอวาทของพระองค์ไว้.
บพส. 119:57 พระยะโฮวาทรงเป็นกส่วนแบ่งของข้าพเจ้า ข้าพเจ้าได้สัญญาว่าจะถือรักษาพระคำของพระองค์.
บพส. 119:58 ข้าพเจ้าวอนขอ1ความโปรดปรานของพระองค์ด้วยสุดใจ ขอทรงพระกรุณาแก่ข้าพเจ้าตามพระคำของพระองค์.
บพส. 119:59 เมื่อข้าพเจ้าพิจารณาถึงทางของข้าพเจ้า ข้าพเจ้าหันเท้าไปยังพยานของพระองค์.
บพส. 119:60 ข้าพเจ้ารีบโดยไม่ล่าช้า ที่จะถือรักษาพระบัญญัติของพระองค์.
บพส. 119:61 แม้บ่วงของคนชั่วดักล้อมข้าพเจ้าไว้ ข้าพเจ้าก็ไม่ลืมกฎบัญญัติของพระองค์.
บพส. 119:62 พอกเที่ยงคืน ข้าพเจ้าลุกขึ้นขอบพระคุณพระองค์ เนื่องด้วยกฎเกณฑ์อันชอบธรรมของพระองค์.
บพส. 119:63 ข้าพเจ้าเป็นสหายกับทุกคนที่ยำเกรงพระองค์ กับคนที่ถือรักษาคำโอวาทของพระองค์
บพส. 119:64 โอ พระยะโฮวา ความเอ็นดูรักใคร่ของพระองค์กเต็มทั่วแผ่นดินโลก ขอทรงสอนบทบัญญัติของพระองค์แก่ข้าพเจ้า.
บพส. 119:65 พระองค์ทรงกระทำการดีต่อผู้รับใช้ของพระองค์ โอ พระยะโฮวา ตามพระคำของพระองค์.
บพส. 119:66 ขอทรงสอนการแยกแยะและความรู้แก่ข้าพเจ้า เพราะข้าพเจ้าเชื่อในพระบัญญัติของพระองค์.
บพส. 119:67 ก่อนที่ข้าพเจ้าทุกข์ยาก ข้าพเจ้าหลงทางไป แต่บัดนี้ข้าพเจ้าถือรักษาพระคำของพระองค์.
บพส. 119:68 พระองค์ทรงกดีเลิศ และทรงกระทำการดี ขอทรงสอนบทบัญญัติของพระองค์แก่ข้าพเจ้า.
บพส. 119:69 คนเย่อหยิ่งป้ายความเท็จใส่ข้าพเจ้า แต่ข้าพเจ้าถือรักษาคำโอวาทของพระองค์ด้วยสุดใจ.
บพส. 119:70 ใจของพวกเขาเฉื่อยชาเหมือน[พอกด้วย]ไขมัน [แต่]ข้าพเจ้าปีติยินดีในกฎบัญญัติของพระองค์
บพส. 119:71 ดีแล้วที่ข้าพเจ้าทุกข์ยาก เพื่อข้าพเจ้าจะเรียนรู้บทบัญญัติของพระองค์.
บพส. 119:72 สำหรับข้าพเจ้า กฎบัญญัติจากพระโอษฐ์ของพระองค์ ก็ดีกว่ากทองคำและเงินหลายพัน[แท่ง].
บพส. 119:73 พระหัตถ์ของพระองค์ได้กสร้างและสถาปนาข้าพเจ้า ขอประทานความเข้าใจแก่ข้าพเจ้า เพื่อข้าพเจ้าจะเรียนรู้พระบัญญัติของพระองค์.
บพส. 119:74 ให้บรรดาผู้ที่ยำเกรงพระองค์เห็นข้าพเจ้าและชื่นชมยินดี เพราะว่าข้าพเจ้าได้เฝ้าหวังในพระคำของพระองค์.
บพส. 119:75 โอ พระยะโฮวา ข้าพเจ้าทราบว่าคำตัดสินของพระองค์นั้นชอบธรรม และทราบว่าด้วยความสัตย์ซื่อ พระองค์ทรงให้ข้าพเจ้าทุกข์ยาก
บพส. 119:76 ขอความเอ็นดูรักใคร่ของพระองค์เป็นที่ปลอบโยนข้าพเจ้า ตามพระคำของพระองค์แก่ผู้รับใช้ของพระองค์.
บพส. 119:77 ขอพระกรุณาของพระองค์มาถึงข้าพเจ้า เพื่อข้าพเจ้าจะมีชีวิตอยู่ เพราะกฎบัญญัติของพระองค์เป็นความปีติยินดีของข้าพเจ้า.
บพส. 119:78 ขอทรงให้คนเย่อหยิ่งอับอาย เพราะเขาได้กล่าวร้ายข้าพเจ้าด้วยความเท็จ [แต่]ข้าพเจ้าจะคิดรำพึงถึงคำโอวาทของพระองค์.
บพส. 119:79 ขอให้บรรดาผู้ที่ยำเกรงพระองค์หันกลับมาหาข้าพเจ้า และพวกเขาจะรู้จักพยานของพระองค์.
บพส. 119:80 ขอให้ข้าพเจ้ามีใจที่ครบสมบูรณ์ในเรื่องบทบัญญัติของพระองค์ เพื่อข้าพเจ้าจะไม่ต้องรับความอับอาย.
บพส. 119:81 จิตของข้าพเจ้าเหนื่อยอ่อน[เพราะเฝ้าปราราถนา]ความรอดของพระองค์ ข้าพเจ้าเฝ้าหวังในพระคำของพระองค์.
บพส. 119:82 ดวงตาของข้าพเจ้าเมื่อยล้า[เพราะเฝ้าปรารถนา]พระคำของพระองค์ ข้าพเจ้าทูลถามว่า เมื่อไรพระองค์จะทรงปลอบโยนข้าพเจ้า?
บพส. 119:83 เพราะข้าพเจ้าเป็นเหมือนถุงหนังเหล้าองุ่นที่ถูกรมควัน [แต่]ข้าพเจ้ายังไม่ลืมบทบัญญัติของพระองค์.
บพส. 119:84 วันเวลาของผู้รับใช้ของพระองค์ยังมีอีกนานเท่าไร? เมื่อไรพระองค์จะทรงทำการพิพากษาบรรดาผู้ข่มเหงข้าพเจ้า?
บพส. 119:85 คนเย่อหยิ่งได้ขุดหลุมพรางดักข้าพเจ้า คือคนเหล่านั้นที่ไม่สอดคล้องกับกฎบัญญัติของพระองค์.
บพส. 119:86 พระบัญญัติทุกข้อของพระองค์ก็สัตย์จริง พวกเขาข่มเหงข้าพเจ้าด้วยความเท็จ ขอทรงโปรดช่วยข้าพเจ้า.
บพส. 119:87 พวกเขาเกือบทำให้ข้าพเจ้าสูญสลายไปจากแผ่นดินโลกแล้ว แต่ข้าพเจ้าไม่ละทิ้งคำโอวาทของพระองค์.
บพส. 119:88 ขอทรงกชุบชีพข้าพเจ้าตามความเอ็นดูรักใคร่ของพระองค์ และข้าพเจ้าจะถือรักษาพยานจากพระโอษฐ์ของพระองค์.
บพส. 119:89 โอ พระยะโฮวาทรงดำรงอยู่เป็นนิตย์ กพระคำของพระองค์ตั้งมั่นคงในฟ้าสวรรค์.
บพส. 119:90 ความสัตย์ซื่อของพระองค์ดำรงอยู่ทุกชั่วอายุ พระองค์ทรงสถาปนาแผ่นดินโลกและมันก็ตั้งอยู่.
บพส. 119:91 สิ่งเหล่านี้ตั้งมั่นอยู่จนทุกวันนี้ตามกฎเกณฑ์ของพระองค์ เพราะทุกสิ่งเป็นผู้รับใช้ของพระองค์.
บพส. 119:92 ถ้ากฎบัญญัติของพระองค์ไม่เป็นความปีติยินดีของข้าพเจ้า ข้าพเจ้าคงพินาศไปในความทุกข์ยากแล้ว.
บพส. 119:93 ข้าพเจ้าจะไม่ลืมคำโอวาทของพระองค์เลย เพราะพระองค์ทรงชุบชีพข้าพเจ้าโดยคำโอวาทเหล่านั้น.
บพส. 119:94 ข้าพเจ้ากเป็นของพระองค์ ขอทรงช่วยข้าพเจ้าให้รอด เพราะข้าพเจ้าได้แสวงหาคำโอวาทของพระองค์.
บพส. 119:95 คนชั่วซุ่มคอยทำลายข้าพเจ้า [แต่]ข้าพเจ้าพิจารณาพยานของพระองค์.
บพส. 119:96 ข้าพเจ้าเห็นจุดสิ้นสุดของความครบสมบูรณ์ทั้งสิ้นแล้ว [แต่]พระบัญญัติของพระองค์กว้างขวางไร้ขีดจำกัด.
บพส. 119:97 โอ ข้าพเจ้ารักกฎบัญญัติของพระองค์ยิ่งนัก เป็นคำรำพึงของข้าพเจ้าวันยังค่ำ.
บพส. 119:98 พระบัญญัติของพระองค์ทำให้ข้าพเจ้ากมีปัญญากว่าศัตรูของข้าพเจ้า เพราะพระบัญญัตินั้นอยู่กับข้าพเจ้าเสมอ.
บพส. 119:99 ข้าพเจ้ามีความเข้าใจลึกซึ้งมากกว่าบรรดาอาจารย์ของข้าพเจ้า เพราะพยานของพระองค์เป็นสิ่งที่ข้าพเจ้าคิดรำพึง.
บพส. 119:100 ข้าพเจ้าเข้าใจมากกว่าคนสูงอายุ เพราะข้าพเจ้าถือรักษาคำโอวาทของพระองค์.
บพส. 119:101 ข้าพเจ้ารั้งเท้าไว้จากวิถีชั่วทุกอย่าง เพื่อจะถือรักษาพระคำของพระองค์.
บพส. 119:102 ข้าพเจ้ามิได้หันไปจากกฎเกณฑ์ของพระองค์ เพราะพระองค์ได้ทรงสอนข้าพเจ้า.
บพส. 119:103 พระคำของพระองค์นั้น ข้าพเจ้าชิมแล้วช่างหวานยิ่งนัก ก[หวาน]ยิ่งกว่าน้ำผึ้งเมื่อถึงปากของข้าพเจ้า!
บพส. 119:104 ข้าพเจ้าได้ความเข้าใจจากคำโอวาทของพระองค์ เพราะฉะนั้นข้าพเจ้าจึงเกลียดชังวิถีเท็จทุกอย่าง.
บพส. 119:105 พระคำของพระองค์เป็นกตะเกียงสำหรับเท้าของข้าพเจ้า และเป็นขความสว่างสำหรับทางของข้าพเจ้า.
บพส. 119:106 ข้าพเจ้าได้ปฏิญาณและยืนยันว่า จะถือรักษากฎเกณฑ์อันชอบธรรมของพระองค์.
บพส. 119:107 ข้าพเจ้าทุกข์ยากยิ่งนัก โอ พระยะโฮวา ขอทรงกชุบชีพของข้าพเจ้าตามพระคำของพระองค์.
บพส. 119:108 โอ พระยะโฮวา ขอทรงรับเครื่องบูชาที่ถวายด้วยใจสมัครจากปากของข้าพเจ้า และขอทรงสอนกฎเกณฑ์ของพระองค์แก่ข้าพเจ้า.
บพส. 119:109 จิตของข้าพเจ้าอยู่ในมือของข้าพเจ้าเสมอ แต่ข้าพเจ้าไม่ลืมกฎบัญญัติของพระองค์.
บพส. 119:110 คนชั่ววางกับดักข้าพเจ้า แต่ข้าพเจ้าไม่หลงไปจากคำโอวาทของพระองค์.
บพส. 119:111 ข้าพเจ้ารับพยานของพระองค์ไว้เป็นมรดกเป็นนิตย์ เพราะพยานนั้นเป็นความชื่นบานแก่ใจของข้าพเจ้า.
บพส. 119:112 ข้าพเจ้าได้โน้มใจปฏิบัติตามบทบัญญัติของพระองค์ตลอดไปจนถึงที่สุด.
บพส. 119:113 ข้าพเจ้าเกลียดคนสองจิตสองใจ แต่ข้าพเจ้ารักกฎบัญญัติของพระองค์.
บพส. 119:114 พระองค์ทรงเป็นที่ซ่อนและเป็นโล่ของข้าพเจ้า ข้าพเจ้าเฝ้าหวังในพระคำของพระองค์.
บพส. 119:115 แน่ะ เจ้าคนทำชั่ว จงไปเสียจากข้า เพื่อข้าจะถือรักษาพระบัญญัติของพระเจ้าของข้า.
บพส. 119:116 ขอทรงค้ำจุนข้าพเจ้าไว้ตามพระคำของพระองค์ เพื่อข้าพเจ้าจะมีชีวิตอยู่ และอย่าให้ข้าพเจ้าอับอายในความหวังของข้าพเจ้า.
บพส. 119:117 ขอทรงค้ำชูข้าพเจ้า เพื่อข้าพเจ้าจะปลอดภัย และจะนับถือบทบัญญัติของพระองค์เสมอ.
บพส. 119:118 พระองค์ทรงปัดทิ้งทุกคนที่หลงไปจากบทบัญญัติของพระองค์ การหลอกลวงของพวกเขาไร้ผล.
บพส. 119:119 พระองค์ทรงขจัดทิ้งคนชั่วทั้งสิ้นของแผ่นดินโลก[เหมือน]ทิ้งขี้แร่ เพราะฉะนั้นข้าพเจ้าจึงรักพยานของพระองค์.
บพส. 119:120 เนื้อหนังของข้าพเจ้าสั่นเทิ้มเพราะเกรงกลัวพระองค์ และข้าพเจ้ากลัวคำตัดสินของพระองค์.
บพส. 119:121 ข้าพเจ้าได้ทำสิ่งที่ยุติธรรมและชอบธรรม ขออย่าทรงละข้าพเจ้าไว้กับผู้กดขี่ข่มเหงข้าพเจ้า.
บพส. 119:122 ขอทรงรับประกันสวัสดิภาพผู้รับใช้ของพระองค์ ขออย่าทรงให้คนเย่อหยิ่งกดขี่ข่มเหงข้าพเจ้า.
บพส. 119:123 ดวงตาของข้าพเจ้าเมื่อยล้า[เพราะเฝ้าปรารถนา]ความรอดของพระองค์ และพระคำอันชอบธรรมของพระองค์.
บพส. 119:124 ขอทรงกระทำแก่ผู้รับใช้ของพระองค์ตามความเอ็นดูรักใคร่ของพระองค์ และขอทรงสอนบทบัญญัติของพระองค์แก่ข้าพเจ้า.
บพส. 119:125 ข้าพเจ้าเป็นผู้รับใช้ของพระองค์ ขอประทานความเข้าใจแก่ข้าพเจ้า เพื่อข้าพเจ้าจะรู้พยานของพระองค์.
บพส. 119:126 ถึงเวลาที่พระยะโฮวาจะทรงปฏิบัติการ [เพราะ]พวกเขาได้ละเมิดกฎบัญญัติของพระองค์.
บพส. 119:127 เพราะฉะนั้นข้าพเจ้าจึงรักพระบัญญัติของพระองค์ ยิ่งกว่ากทองคำ ยิ่งกว่าทองบริสุทธิ์
บพส. 119:128 เพราะฉะนั้นข้าพเจ้าถือว่าคำโอวาททั้งสิ้นของพระองค์ถูกต้องในทุกเรื่อง ข้าพเจ้าเกลียดวิถีเท็จทุกทาง.
บพส. 119:129 พยานของพระองค์น่าอัศจรรย์ เพราะฉะนั้นจิตของข้าพเจ้าจึงถือรักษาไว้.
บพส. 119:130 การ1เปิดออกแห่งพระคำของพระองค์ได้ให้กความสว่าง และให้ความเข้าใจแก่คนเขลา.
บพส. 119:131 ข้าพเจ้าอ้าปากกว้างและโหยหา เพราะข้าพเจ้าเฝ้าปรารถนาพระบัญญัติของพระองค์.
บพส. 119:132 ขอทรงหันมาหาข้าพเจ้าและมีพระกรุณาต่อข้าพเจ้า เช่นเดียวกับที่พระองค์ทรงเคยปฏิบัติต่อผู้ที่รักพระนามของพระองค์.
บพส. 119:133 ขอทรงให้ย่างเท้าของข้าพเจ้าตั้งมั่นคงอยู่ในพระคำของพระองค์ ขออย่าทรงให้ความบาปชั่วใดๆ มีอำนาจเหนือข้าพเจ้า.
บพส. 119:134 ขอทรงไถ่ข้าพเจ้าให้พ้นการกดขี่ข่มเหงของมนุษย์ เพื่อข้าพเจ้าจะถือรักษาคำโอวาทของพระองค์.
บพส. 119:135 ขอทรงให้กพระพักตร์ของพระองค์ส่องสว่างแก่ผู้รับใช้ของพระองค์ และขอทรงสอนบทบัญญัติของพระองค์แก่ข้าพเจ้า.
บพส. 119:136 [น้ำ]ตาของข้าพเจ้ากไหลพรั่งพรู[เหมือน]สายน้ำ เพราะ1คนไม่ถือรักษากฎบัญญัติของพระองค์.
บพส. 119:137 โอ พระยะโฮวา พระองค์ทรงชอบธรรม และคำตัดสินของพระองค์ก็เที่ยงตรง.
บพส. 119:138 พยานที่พระองค์ทรงบัญชานั้นชอบธรรม และสัตย์จริงอย่างยิ่ง.
บพส. 119:139 ความกร้อนใจของข้าพเจ้าได้เผาผลาญข้าพเจ้า เพราะเหล่าปรปักษ์ของข้าพเจ้าได้ลืมพระคำของพระองค์.
บพส. 119:140 พระคำของพระองค์นั้นกบริสุทธิ์หมดจด และผู้รับใช้ของพระองค์รักพระคำนั้น.
บพส. 119:141 ข้าพเจ้าต่ำต้อยและถูกดูหมิ่น [แต่]ข้าพเจ้าไม่ลืมคำโอวาทของพระองค์.
บพส. 119:142 ความชอบธรรมของพระองค์ชอบธรรมอยู่เป็นนิตย์ และกฎบัญญัติของพระองค์คือหลักความจริง.
บพส. 119:143 ความทุกข์ยากและความตรอมตรมได้มาสู่ข้าพเจ้า [แต่]พระบัญญัติของพระองค์เป็นความปีติยินดีของข้าพเจ้า.
บพส. 119:144 พยานของพระองค์ชอบธรรมเป็นนิตย์ ขอประทานความเข้าใจแก่ข้าพเจ้าเพื่อข้าพเจ้าจะมีชีวิตอยู่.
บพส. 119:145 ข้าพเจ้าร้องเรียกด้วยสุดใจ โอ พระยะโฮวา ขอทรงตอบข้าพเจ้าเถิด ข้าพเจ้าจะถือรักษาบทบัญญัติของพระองค์.
บพส. 119:146 ข้าพเจ้าร้องเรียกพระองค์ ขอทรงช่วยข้าพเจ้าให้รอด เพื่อข้าพเจ้าจะปฏิบัติตามพยานของพระองค์.
บพส. 119:147 ข้าพเจ้าฉวยเวลากก่อนรุ่งสางมาร้องเรียก ข้าพเจ้าเฝ้าหวังในพระคำของพระองค์.
บพส. 119:148 ข้าพเจ้าฉวยเวลาก่อนถึงแต่ละชั่วยามในตอนกลางคืน ลืมตากคิดรำพึงถึงพระคำของพระองค์.
บพส. 119:149 ขอทรงฟังเสียงข้าพเจ้าตามความเอ็นดูรักใคร่ของพระองค์ โอ พระยะโฮวา ขอทรงชุบชีพข้าพเจ้าตามกฎเกณฑ์ของพระองค์.
บพส. 119:150 ผู้ข่มเหงที่มุ่งร้ายมาใกล้แล้ว พวกเขาอยู่ห่างจากกฎบัญญัติของพระองค์.
บพส. 119:151 โอ พระยะโฮวา พระองค์ทรงอยู่ใกล้ข้าพเจ้า และพระบัญญัติทั้งสิ้นของพระองค์คือหลักความจริง.
บพส. 119:152 ข้าพเจ้าทราบนานแล้วจากพยานของพระองค์ว่าพระองค์ทรงตั้งพยานไว้เป็นนิตย์.
บพส. 119:153 ขอทอดพระเนตรความทุกข์ยากของข้าพเจ้า และขอทรงช่วยข้าพเจ้าให้รอดพ้น เพราะข้าพเจ้ามิได้ลืมกฎบัญญัติของพระองค์.
บพส. 119:154 ขอทรงสู้คดีเพื่อข้าพเจ้าและขอทรงไถ่ข้าพเจ้า ขอทรงกชุบชีพข้าพเจ้าตามพระคำของพระองค์.
บพส. 119:155 ความรอดนั้นอยู่ห่างจากคนชั่ว เพราะเขาไม่แสวงหาบทบัญญัติของพระองค์
บพส. 119:156 โอ พระยะโฮวา พระกรุณาของพระองค์ยิ่งใหญ่นัก ขอทรงชุบชีพข้าพเจ้าตามกฎเกณฑ์ของพระองค์.
บพส. 119:157 ผู้ข่มเหงและเหล่าปรปักษ์ของข้าพเจ้ามีมากมาย [แต่]ข้าพเจ้าไม่เบี่ยงไปจากพยานของพระองค์.
บพส. 119:158 ข้าพเจ้ามองดูคนไร้สัตย์ด้วยความชิงชัง เพราะเขาไม่ถือรักษาพระคำของพระองค์.
บพส. 119:159 ขอทรงพิเคราะห์ว่า ข้าพเจ้ารักคำโอวาทของพระองค์มากเพียงไร โอ พระยะโฮวา ขอทรงกชุบชีพข้าพเจ้าตามความเอ็นดูรักใคร่ของพระองค์
บพส. 119:160 การสรุปรวมแห่งกพระคำของพระองค์คือหลักความจริง และกฎเกณฑ์อันชอบธรรมของพระองค์ทุกข้อดำรงอยู่เป็นนิตย์.
บพส. 119:161 พวกเจ้านายได้ข่มเหงข้าพเจ้าโดยไร้เหตุ แต่ใจของข้าพเจ้าเกรงกลัวพระคำของพระองค์.
บพส. 119:162 ข้าพเจ้าชื่นชมยินดีเพราะพระคำของพระองค์ ดุจผู้ที่พบทรัพย์เชลยจำนวนมาก.
บพส. 119:163 ข้าพเจ้าเกลียดและชิงชังความเท็จ [แต่]ข้าพเจ้ารักกฎบัญญัติของพระองค์.
บพส. 119:164 ข้าพเจ้าสรรเสริญพระองค์วันละกเจ็ดครั้ง เพราะกฎเกณฑ์อันชอบธรรมของพระองค์.
บพส. 119:165 บรรดาผู้ที่รักกฎบัญญัติของพระองค์ก็มีสันติสุขใหญ่ยิ่ง ไม่มีสิ่งใดทำให้พวกเขาสะดุดได้.
บพส. 119:166 โอ พระยะโฮวา ข้าพเจ้าเฝ้าหวังในความรอดของพระองค์ และข้าพเจ้าได้กระทำตามพระบัญญัติของพระองค์.
บพส. 119:167 จิตของข้าพเจ้าถือรักษาพยานของพระองค์ และข้าพเจ้ารักพยานนั้นยิ่งนัก.
บพส. 119:168 ข้าพเจ้าได้ถือรักษาคำโอวาทและพยานของพระองค์ เพราะทางทั้งสิ้นของข้าพเจ้าอยู่ต่อเบื้องพระพักตร์พระองค์.
บพส. 119:169 โอ พระยะโฮวา ขอให้เสียงร้องของข้าพเจ้าขึ้นมาต่อเบื้องพระพักตร์พระองค์ ขอประทานความเข้าใจแก่ข้าพเจ้าตามพระคำของพระองค์.
บพส. 119:170 ขอคำวิงวอนของข้าพเจ้าขึ้นมาต่อเบื้องพระพักตร์พระองค์ ขอทรงช่วยข้าพเจ้าให้รอดพ้นตามพระคำของพระองค์.
บพส. 119:171 ขอให้ริมฝีปากของข้าพเจ้าเทคำสรรเสริญออกมา เพราะพระองค์ทรงสอนบทบัญญัติของพระองค์แก่ข้าพเจ้า.
บพส. 119:172 ขอให้ลิ้นของข้าพเจ้าร้องพระคำของพระองค์เป็นเพลง เพราะพระบัญญัติทั้งสิ้นของพระองค์ก็ชอบธรรม.
บพส. 119:173 ขอพระหัตถ์ของพระองค์พร้อมที่จะช่วยเหลือข้าพเจ้า เพราะข้าพเจ้าได้เลือกสรรคำโอวาทของพระองค์.
บพส. 119:174 โอ พระยะโฮวา ข้าพเจ้าเฝ้าปรารถนาความรอดของพระองค์ และกฎบัญญัติของพระองค์ก็เป็นความปีติยินดีของข้าพเจ้า.
บพส. 119:175 ขอทรงให้ข้าพเจ้ามีชีวิตอยู่ เพื่อจะได้สรรเสริญพระองค์ และให้กฎเกณฑ์ของพระองค์ช่วยเหลือข้าพเจ้า.
บพส. 119:176 ข้าพเจ้าหลงไปดังกแกะที่หายไป ขอทรงเสาะหาผู้รับใช้ของพระองค์ เพราะข้าพเจ้าไม่ลืมพระบัญญัติของพระองค์.

คำอธิบาย บทเพลงสรรเสริญ บทที่ 119

บพส. 119:1 ก 1พกษ.9:4; ลก.1:6
บพส. 119:1 1 คำว่า “กฎบัญญัติ” ถูกใช้ 25 ครั้งในบทเพลงสรรเสริญบทนี้ (ข้อ 1, 18 เป็นต้น). อีกทั้งยังมีการใช้คำอื่นๆ ที่มีความหมายเดียวกับคำว่ากฎบัญญัติด้วยคือคำว่า “พยาน (เอกพจน์)” (1 ครั้งในข้อ 88), “พยาน (พหูพจน์)” (22 ครั้งในข้อ 2, 14 เป็นต้น), “พระคำ (เอกพจน์)” (36 ครั้งในข้อ 9, 11 เป็นต้น), “พระคำ (พหูพจน์)” (6 ครั้งในข้อ 57, 103 เป็นต้น; เทียบ อซด.34:28 แปลตามตรง), “พระบัญญัติ (เอกพจน์)” (1 ครั้งในข้อ 96), “พระบัญญัติ (พหูพจน์)” (21 ครั้งในข้อ 6, 10 เป็นต้น), “บทบัญญัติ” (22 ครั้งในข้อ 5, 8 เป็นต้น), “กฎเกณฑ์” (17 ครั้งในข้อ 7, 13 เป็นต้น), “คำตัดสิน” (3 ครั้งในข้อ 75, 120, 137), และ “คำโอวาท” (21 ครั้งในข้อ 4, 15 เป็นต้น). คำศัพท์เหล่านี้ตั้งแต่คำว่า “กฎบัญญัติ” จนไปถึงคำว่า “คำโอวาท” ได้สำเร็จสุดยอดอยู่ในคำว่า “ทาง (เอกพจน์)” (4 ครั้งในข้อ 14, 27, 32, 33) หรือ “ทาง (พหูพจน์)” (3 ครั้งในข้อ 3, 15, 37) ซึ่งเป็นเครื่องหมายเล็งถึงพระคริสต์ในฐานะทางของพระเจ้าสำหรับพลไพร่ของพระองค์ (ยฮ.14:6). บทเพลงสรรเสริญบทที่ 119 เป็นบทเพลงสรรเสริญที่มี 176 ข้อซึ่งได้บรรยายถึงพระคริสต์ผู้ทรงเป็นความเที่ยงแท้ของกฎบัญญัติ, พระบัญญัติ, กฎเกณฑ์, บทบัญญัติ, คำโอวาท, และคำตัดสิน.
บพส. 119:2 1 พระคริสต์คือความเที่ยงแท้ของกฎบัญญัติในฐานะพยานของพระเจ้า. พยานของพระเจ้าเป็นเครื่องหมายเล็งถึงพระคริสต์ผู้เป็นการแปรสภาพเป็นรูปธรรมของพระเจ้า (กซ.2:9) อันเป็นภาพบรรยายที่มีชีวิตถึงสิ่งที่พระเจ้าทรงเป็น. ดู อซด.20:1 คำอธิบาย 1.
บพส. 119:2 ก บพส.24:6; 27:8; 105:4; 119:10; ฮร.11:6
บพส. 119:2 2ก ผู้คนที่มีความสัมพันธ์กับกฎบัญญัตินั้นมีอยู่สองประเภท: (1) ผู้ถือรักษาตามตัวอักษร ดังที่มีผู้นับถือศาสนายูดายและเซาโลแห่งเมืองตาระโซเป็นตัวอย่าง (ฟป.3:6ข) และ (2) ผู้แสวงหาพระเจ้า ดังที่มีเหล่าผู้ประพันธ์บทเพลงสรรเสริญเป็นตัวอย่าง โดยเฉพาะผู้ประพันธ์บทเพลงสรรเสริญบทนี้และอัครทูตเปาโล (2กธ.3:6). ในฐานะคนรักของพระเจ้า ผู้ประพันธ์บทเพลงสรรเสริญแสวงหาพระเจ้าด้วยสุดใจของเขา, รักพระนามของพระเจ้าและระลึกถึงพระนามนั้น (ข้อ 132, 55), แสวงหาเป็นที่โปรดปรานของพระเจ้าโดยการวอนขอสีพระพักตร์ของพระองค์ (ข้อ 58), ขอให้พระเจ้าโปรดให้พระพักตร์ของพระองค์ส่องสว่างเหนือเขา (ข้อ 135), ดำเนินอยู่ในการสถิตอยู่ของพระเจ้า (ข้อ 168), เห็นว่ากฎบัญญัติของพระเจ้าเป็นพระคำอันมีชีวิตและเปี่ยมด้วยความรัก ซึ่งระบายออกมาจากพระโอษฐ์ของพระองค์ (ข้อ 13, 72, 88; เทียบ 2ตธ.3:16), ลิ้มชิมพระคำของพระเจ้าและพบว่าพระคำนั้นหวานกว่าน้ำผึ้งเมื่อถึงปากของเขา (ข้อ 103), ประเมินค่าพระคำของพระเจ้าว่าล้ำค่ากว่าทองคำบริสุทธิ์ (ข้อ 127), และถือว่าพระคำของพระเจ้าเป็นตะเกียงสำหรับเท้าของเขาและเป็นความสว่างสำหรับทางของเขา (ข้อ 105).
ในบทเพลงสรรเสริญบทที่ 119 นั้นได้ใช้คำกริยาที่แตกต่างกันหลายคำ เพื่อมาแสดงท่าทีที่ผู้แสวงหาพระเจ้ามีต่อกฎบัญญัติของพระเจ้าในฐานะพยานของพระเจ้าและพระคำของพระเจ้า: เลือกสรร (ข้อ 30, 173); เชื่อ (ข้อ 66); ยกมือขึ้น (ข้อ 48ก และคำอธิบาย); รัก (ข้อ 47, 48, 97 เป็นต้น); ปีติยินดี (ข้อ 16, 24, 35 เป็นต้น); ชิม (ข้อ 103); ชื่นชมยินดี (ข้อ 14, 111, 162); ร้องเพลง (ข้อ 54; เทียบ อฟ.5:18–20); เอาใจใส่ (ข้อ 6, 117); มีใจที่ครบสมบูรณ์ (ข้อ 80); โน้มใจเข้าหา (ข้อ 36, 112); แสวงหา (ข้อ 45, 94), เฝ้าปรารถนา (ข้อ 20, 40, 131) และเฝ้าหวังด้วยการอธิษฐาน (ข้อ 43, 74, 114, 147); เชื่อพึ่ง (ข้อ 42); คิดรำพึง (ข้อ 15, 23, 48, 78, 99, 148; ดูข้อ 15 คำอธิบาย 1); พิจารณา (ข้อ 95); ถือว่าถูกต้องในทุกเรื่อง (ข้อ 128ก); เรียนรู้ (ข้อ 71, 73); ให้ความล้ำค่ามากประดุจความมั่งคั่งทั้งสิ้น (ข้อ 14), ประดุจทรัพย์เชลยจำนวนมาก (ข้อ 162), ดีกว่าทองและเงิน (ข้อ 72, 127), และประดุจมรดกเป็นนิตย์ (ข้อ 111); เก็บรักษาไว้ในใจดุจทรัพย์ล้ำค่า (ข้อ 11; เทียบ กซ.3:16); ระลึกถึงและไม่ลืมเสีย (ข้อ 52, 16, 93); ยืนหยัดด้วยความเกรงกลัว (ข้อ 161ข, 120); ยึดติด (ข้อ 31); ไม่ละทิ้ง, ไม่หันเหไป, ไม่เบี่ยงไป, และไม่หลงไป (ข้อ 87, 51, 157, 102, 110); หันเท้าไปหา (ข้อ 59); ถือรักษา, ปฏิบัติตาม, และกระทำตาม (ข้อ 33, 69); อีกทั้งดำเนินอยู่ในและวิ่งอยู่ในทางนั้น (ข้อ 1, 32ก).
บพส. 119:5 1 เกี่ยวกับพระบัญญติ (ข้อ 6), บทบัญญัติ (ข้อ 5), และกฎเกณฑ์ (ข้อ 7) ดู ลก.1:6 คำอธิบาย 4.
บพส. 119:9 1 พระคริสต์คือความเที่ยงแท้ของกฎบัญญัติ ไม่ใช่ในฐานะพยานของพระเจ้าเท่านั้น แต่ในฐานะพระคำของพระเจ้าด้วย. เมื่อพิจารณาโดยรวมแล้ว พระองค์ทรงเป็นพระคำของพระเจ้า (ยฮ.1:1; วว.19:13ข). พระคำในบทเพลงสรรเสริญบทนี้ก็คือพระคำที่พระเจ้าทรงเขียนไว้ แต่พระคริสต์ทรงเป็นพระคำที่มีชีวิตของพระเจ้าที่พระเจ้าได้ทรงระบายออก (2ตธ.3:16ก). พระคำที่เขียนไว้คือจดหมาย แต่พระคำที่มีชีวิตคือพระวิญญาณนั้น (ยฮ.6:63; อฟ.6:17) ผู้เป็นความเที่ยงแท้ของจดหมาย. กฎบัญญัติคือตัวตนของพระคริสต์ และตัวตนของพระคริสต์ก็คือพระวิญญาณนั้น (1กธ.15:45; 2กธ.3:17). พระวิญญาณนั้นคือความเที่ยงแท้ของทุกสิ่งที่พระเจ้าทรงเป็น (ยฮ.16:13; 1ยฮ.5:6). ดังนั้นในฐานะที่ทรงเป็นพระวิญญาณนั้น พระคริสต์ก็คือความเที่ยงแท้ของกฎบัญญัติ.
บพส. 119:11 ก บพส.37:31; ลก.2:19, 51
บพส. 119:15 1 ศัพท์ในภาษาเฮ็บรายที่แปลว่า “คิดรำพึง” นั้นมีความหมายที่อุดมสมบูรณ์ โดยเปิดเผยเป็นนัยถึงการนมัสการ, การสนทนากับตัวเอง, และการพูดออกมาให้ได้ยิน. การคิดรำพึงถึงพระคำคือการลิ้มรสและรับสุขพระคำผ่านการคิดใคร่ครวญอย่างละเอียด. การอธิษฐาน, การพูดกับตัวเอง, และการสรรเสริญองค์พระผู้เป็นเจ้าก็อาจครอบคลุมอยู่ในการคิดรำพึงถึงพระคำด้วย. การคิดรำพึงถึงพระคำของพระเจ้าคือการรับสุขพระคำของพระองค์เป็นลมปราณของพระองค์ (2ตธ.3:16) เพื่อจะถูกซึมซาบด้วยพระเจ้า, สูดรับพระเจ้าเข้ามา, และต้อนรับการบำรุงเลี้ยงฝ่ายวิญญาณ.
บพส. 119:18 ก ลก.24:45; กจ.16:14
บพส. 119:19 ก บพส.39:12; ฮร.11:13; 1ปต.2:11
บพส. 119:25 ก บพส.119:50, 107, 154
บพส. 119:32 ก 1พกษ.4:29; ยซย.60:5; 2กธ.6:11
บพส. 119:46 ก มธ.10:18; มก.13:9; กจ.9:15; 25:26; 26:1-2
บพส. 119:48 1 การยกมือขึ้นต่อพระคำของพระเจ้าคือการบ่งชี้ว่าเราต้อนรับพระคำอย่างอบอุ่นและด้วยความยินดี และเราร้องเอเมนต่อพระคำนั้น (นฮย.8:5–6).
บพส. 119:48 ก บพส.119:23
บพส. 119:50 ก บพส.119:25
บพส. 119:50 1ก กฎบัญญัตินั้นมีอยู่สองด้าน — ด้านที่เป็นตัวอักษรและด้านที่เป็นพระวิญญาณนั้น. “ตัวอักษรนั้นประหารให้ตาย แต่พระวิญญาณนั้นให้มีชีวิต” (2กธ.3:6). หากเรามายังกฎบัญญัติโดยมีท่าทีสนใจแต่พระบัญญัติที่เป็นตัวอักษร เราก็จะได้กฎบัญญัติในด้านที่เป็นตัวอักษรซึ่งประหารให้ตาย. แต่ถ้าเราต้อนรับทุกส่วนของกฎบัญญัติ — พระบัญญัติ, กฎเกณฑ์, บทบัญญัติ, คำโอวาท, และคำตัดสินทั้งหมด — ในฐานะพระคำที่ถูกระบายออกมาเป็นลมปราณโดยพระเจ้าที่เรารัก เราก็จะได้กฎบัญญัติในด้านที่เป็นพระวิญญาณผู้ประทานชีวิต.
การใช้งานของกฎบัญญัติก็มีอยู่สองด้าน. ในด้านลบ กฎบัญญัติเปิดโปงความบาปของมนุษย์ (รม.3:20ข; 7:7ข) และทำให้คนบาปสยบลงต่อเบื้องพระพักตร์พระเจ้า (รม.3:19). กฎบัญญัติยังกักขังพลไพรที่พระเจ้าเลือกสรรให้อยู่ในอารักขาเพื่อจะนำพวกเขามาหาพระคริสต์ (ฆต.3:23–24). ในด้านบวก ในฐานะที่เป็นพยานอันมีชีวิตของพระเจ้า การใช้งานของกฎบัญญัติคือการนำพระเจ้าผู้ทรงพระชนม์มาหล่อเลี้ยงแก่เหล่าผู้ที่แสวงหาพระองค์ (บพส.119:2, 88) และในฐานะที่เป็นพระคำอันมีชีวิตของพระเจ้า การใช้งานของกฎบัญญัติก็คือการแจกจ่ายตัวของพระเจ้าเองเป็นชีวิตและความสว่างเข้าสู่คนทั้งหลายที่รักกฎบัญญัติ (ข้อ 25, 116, 130). ดู อซด.19:8 คำอธิบาย 1 ย่อหน้า 3.
บพส. 119:57 ก บพส.16:5; 73:26; 142:5
บพส. 119:58 1 แปลตามตรงคือ พระพักตร์.
บพส. 119:62 ก บพส.42:8; กจ.16:25
บพส. 119:64 ก บพส.33:5
บพส. 119:68 ก บพส.100:5; 106:1; มก.10:18
บพส. 119:72 ก บพส.19:10; 119:127; สภษ.8:10
บพส. 119:73 ก โยบ 10:8; บพส.139:13-15
บพส. 119:88 ก บพส.119:159
บพส. 119:89 ก ยซย.40:8; มธ.24:35
บพส. 119:94 ก กจ.27:23
บพส. 119:98 ก 2ตธ.3:15
บพส. 119:103 ก บพส.19:10; สภษ.16:24; ยอค.3:3; วว.10:9
บพส. 119:105 ก บพส.18:28; สภษ.6:23; 2ปต.1:19
บพส. 119:105 ข บพส.119:130
บพส. 119:107 ก บพส.119:25
บพส. 119:127 ก บพส.119:72
บพส. 119:130 1 หรือ เปิดเผย. เมื่อพระคำของพระเจ้าถูกอธิบายออกต่อเราก็ได้ให้ความสว่าง การส่องสว่างทางภายในแก่ใจและวิญญาณของเรา เพื่อแจกปันปัญญาและการเปิดเผยแก่เรา (อฟ.1:17–18ก).
บพส. 119:130 ก บพส.119:105
บพส. 119:135 ก อฤธ.6:25; บพส.31:16; 67:1; 80:3, 7, 19; ดนอ.9:17
บพส. 119:136 ก ยรม.9:1, 18; 14:17; พรท.3:48; ยอค.9:4; ฟป.3:18; เทียบ 2ปต.2:8
บพส. 119:136 1 แปลตามตรงคือ พวกเขา.
บพส. 119:139 ก บพส.69:9
บพส. 119:140 ก 2ซมอ.22:31; บพส.12:6; 18:30; สภษ.30:5
บพส. 119:147 ก บพส.5:3; 130:6; ยซย.26:9; มก.1:35
บพส. 119:148 ก บพส.119:23
บพส. 119:154 ก บพส.119:25
บพส. 119:159 ก บพส.119:88
บพส. 119:160 ก ยฮ.17:17
บพส. 119:164 ก เทียบ บพส. 55:17
บพส. 119:176 ก ยซย.53:6; มธ.10:6; 18:11-12; ลก.15:4; 1ปต.2:25
สารบัญ