การงานบรรณกิจของห้องสมุดกิตติคุณแห่งประเทศไทย
หากท่านต้องการมีส่วนในการงานบรรณกิจของห้องสมุดกิตติคุณแห่งประเทศไทย
ท่านสามารถมอบถวายทรัพย์โดยโอนเงินเข้าบัญชีของห้องสมุด:
ธนาคารกสิกรไทย สาขาพาราไดซ์ พาร์ค
ชื่อบัญชี: นายปิยะ ตั้งเสรีมั่นคง และ
นางสุมิตรา อดุลประวิตรชัย และ
นางสาวทานาธิบดี ชูมณี
เลขที่บัญชี: 218-3-99941-1

รบกวนส่งสลิปการโอนมาที่ Line ID: @gospelbookroom

โยบ บทที่ 42

3. โยบได้รับพระเจ้าในประสบการณ์ส่วนตัวของเขาและเกลียดชังตัวเอง — 42:1–6
โยบ 42:1 แล้วโยบทูลพระยะโฮวาว่า
โยบ 42:2 ข้าพเจ้าทราบว่า พระองค์ทรงกกระทำทุกสิ่งได้
และพระประสงค์ของพระองค์ไม่อาจถูกยับยั้งได้.
โยบ 42:3 นี่ผู้ใดหนอได้ซ่อนคำปรึกษา[ของพระองค์]โดยปราศจากกความรู้?
เพราะฉะนั้น ข้าพเจ้าจึงกล่าวถึงสิ่งที่ข้าพเจ้าไม่เข้าใจ
สิ่งต่างๆ ขอัศจรรย์เกินกว่าข้าพเจ้าจะทราบ.
โยบ 42:4 ขอทรงฟัง ข้าพเจ้าจะพูด
กข้าพเจ้าจะถามพระองค์ และพระองค์ชี้แจงแก่ข้าพเจ้า.
โยบ 42:5 แต่ก่อนข้าพเจ้าได้ยินถึงพระองค์ด้วยหู
แต่บัดนี้ข้าพเจ้าได้1กเห็นพระองค์ด้วยตา
โยบ 42:6 ฉะนั้นข้าพเจ้าจึง1เกลียดชังตนเอง
และกกลับใจอยู่ในผงคลีดินและขี้เถ้า.
V. พระยะโฮวาทรงจัดการเพื่อนสามคนของโยบ — 42:7–9
โยบ 42:7 หลังจากพระยะโฮวาตรัสพระคำเหล่านี้แก่โยบแล้ว พระยะโฮวาตรัสกับอะลีฟาศชาวเธมานว่า เราโกรธเจ้าและเพื่อนทั้งสองของเจ้า เพราะเจ้าทั้งหลายไม่ได้พูดถึงเราอย่างถูกต้อง เหมือนโยบผู้รับใช้ของเรา1ได้พูด.
โยบ 42:8 เพราะฉะนั้นจงเอาโคผู้เจ็ดตัว และแกะผู้เจ็ดตัว ไปหาโยบผู้รับใช้ของเรา และถวายกเครื่องบูชาเผาสำหรับพวกเจ้า. แล้วโยบผู้รับใช้ของเราจะขอธิษฐานเพื่อพวกเจ้า เพราะเราจะยอมรับเขา เราจะไม่กระทำแก่เจ้า[ตาม]ความโง่[ของเจ้า] เพราะเจ้าทั้งหลายไม่ได้พูดถึงเราอย่างถูกต้อง เหมือนโยบผู้รับใช้ของเราได้พูด.
โยบ 42:9 ฝ่าย1อะลีฟาศชาวเธมาน และบิลดัดชาวซูอา และโซฟาร์ชาวนาอามาน ได้ไปทำตามที่พระยะโฮวาตรัสสั่ง และพระยะโฮวาทรงยอมรับโยบ.
VI. บั้นปลายของโยบ — 42:10–17
โยบ 42:10 และพระยะโฮวาทรงให้โยบกหันกลับจาก1สภาพที่ทุกข์ยาก เมื่อท่านอธิษฐานเผื่อเพื่อนของท่าน และพระยะโฮวาประทานให้โยบมีมากเป็น2ขสองเท่าของที่มีอยู่ก่อน.
โยบ 42:11 และพี่น้องชายหญิงทั้งหมดของท่านและบรรดาผู้ที่รู้จักท่านมาก่อนได้มาหาท่าน และรับประทานอาหารกับท่านในบ้านของท่าน. และเขาทั้งหลายแสดงความเห็นใจและปลอบโยนท่าน ด้วยเรื่องเหตุร้ายทั้งสิ้นซึ่งพระยะโฮวาทรงนำมาเหนือท่าน. และต่างก็ให้เงินแผ่นหนึ่งกับแหวนทองคำวงหนึ่งแก่ท่าน.
โยบ 42:12 และพระยะโฮวาทรงอวยพรชีวิตกบั้นปลายของโยบมากยิ่งกว่าตอนต้นของท่าน และท่านมีขแกะหนึ่งหมื่นสี่พันตัว, อูฐหกพันตัว, โคผู้หนึ่งพันคู่, และลาตัวเมียหนึ่งพันตัว.
โยบ 42:13 ท่านมีกบุตรชายเจ็ดคนและบุตรหญิงสามคนด้วย.
โยบ 42:14 และท่านตั้งชื่อบุตรหญิงคนแรกว่ายะมีมา และคนที่สองว่า คะซีฮา และคนที่สามว่า เคเรนฮะฟูด.
โยบ 42:15 ทั่วทั้งดินแดน ไม่มีหญิงใดงดงามเท่าบุตรสาวของโยบ. และบิดาได้ให้มรดกแก่พวกเธอพร้อมกับพวกพี่ชายและน้องชาย.
โยบ 42:16 ต่อจากนี้ไป โยบมีชีวิตอยู่อีกหนึ่งร้อยสี่สิบปี และได้เห็นบุตรของท่านกับหลานเหลนของท่านสี่ชั่วอายุ.
โยบ 42:17 และโยบก็สิ้นชีวิตด้วยอายุชรา วันเวลาครบบริบูรณ์1.

คำอธิบาย โยบ บทที่ 42

โยบ 42:2 ก มธ.19:26; มก.10:27; 14:36; ลก18:27
โยบ 42:3 ก โยบ 35:16; 38:2
โยบ 42:3 ข บพส.139:6
โยบ 42:4 ก โยบ 38:3; 40:7
โยบ 42:5 ก มธ.5:8
โยบ 42:5 1ก ถ้าว่าตามพันธสัญญาใหม่แล้ว การมองเห็นพระเจ้านั้นเท่ากับการได้รับพระเจ้า. การได้รับพระเจ้าก็คือการต้อนรับองค์ประกอบ, ชีวิต, และนิสัยของพระองค์เข้ามาเพื่อเราจะถูกก่อรูปด้วยพระเจ้า. ผู้ที่พระเจ้าทรงไถ่, บังเกิดใหม่, แบ่งแยกบริสุทธิ์, เปลี่ยนแปลง, ถอดแบบ, และให้ได้รับสง่าราศีนั้นจะได้เห็นพระพักตร์พระเจ้า (วว.22:4). การมองเห็นพระเจ้าจะเปลี่ยนแปลงเรา (2กธ.3:18; เทียบ 1ยฮ.3:2) เนื่องจากในการมองเห็นพระเจ้านั้น เราจะต้อนรับองค์ประกอบของพระองค์เข้าสู่ภายในเราและองค์ประกอบเก่าๆ ของเราก็จะถูกขจัดออกไป. ขั้นตอนของระบบสิ่งใหม่ทดแทนสิ่งเก่านี้ก็คือการเปลี่ยนแปลง (รม.12:2). การมองเห็นพระเจ้าคือการถูกเปลี่ยนแปลงไปเหมือนกับพระฉายาของพระคริสต์ ซึ่งก็คือมนุษย์พระเจ้า เพื่อเราจะสำแดงพระเจ้าในชีวิตและเป็นตัวแทนในอำนาจของพระองค์.
โยบ 42:6 1 เรายิ่งมองเห็นพระเจ้า, รู้จักพระเจ้า, และรักพระเจ้า เราก็ยิ่งเกลียดชังตัวเอง ยิ่งปฏิเสธตัวเอง (มธ.16:24; ลก.9:23; 14:26).
โยบ 42:6 ก มธ.11:21
โยบ 42:7 1 โยบบอกว่าการทนทุกข์ที่เขาได้รับนั้นไม่ใช่เป็นมาจากการพิพากษาของพระเจ้า นี่คือการกล่าวที่ถูกต้อง. โยบมีความรู้สึกในมโนธรรมของเขาว่า เขาไม่ได้ทำสิ่งใดที่พระเจ้าจะต้องมาพิพากษาหรือลงโทษเขา. ถึงกระนั้นก็ตามเขาก็ยังคงประสบกับการทนทุกข์และเขาต้องการที่จะค้นหาถึงสถาพการณ์ระหว่างเขากับพระเจ้า. อย่างไรก็ตาม เพื่อนทั้งสามคนของโยบยังคงยืนกรานว่าการทนทุกข์ที่โยบได้ประสบนั้นเป็นข้อพิสูจน์ว่าเขาได้ทำบางสิ่งผิดและถูกพระเจ้าพิพากษา. ดังนั้นพระเจ้าจึงเสด็จมาปรับโทษเพื่อนทั้งสามคนและแก้ต่างให้กับโยบในระดับหนึ่ง.
ทว่าโยบกลับขาดไปซึ่งการเปิดเผยอันศักดิ์สิทธิ์ ไม่ทราบถึงพระประสงค์ของพระเจ้าว่าทรงมาจัดการกับพลไพร่ของพระองค์ เพราะทรงประสงค์ให้พวกเขาได้รับพระองค์, มีส่วนในพระองค์, ครอบครองพระองค์, และรับสุขพระองค์ซึ่งไม่ใช่รับสุขสิ่งของเรื่องราวอย่างอื่น จนกระทั่งการรับสุขของพวกเขาบรรลุถึงขั้นที่ครบบริบูรณ์ (ฟป.3:7–14; 2กธ.4:16–17) ดังที่การเปิดเผยอันศักดิ์สิทธิ์ได้ถูกเปิดเผยจนบรรลุถึงจุดสุดยอดในพันธสัญญาใหม่ ซึ่งก็คือพลไพร่ของพระองค์จะสำเร็จสุดยอดกลายเป็นกรุงเยรูซาเล็มใหม่ (วว.21:2—22:5).
โยบ 42:8 ก โยบ 1:5; ยนซ.8:20
โยบ 42:8 ข ยนซ.20:7; 1ซมอ.12:23; ยก.5:16; 1ยฮ.5:16
โยบ 42:9 1 ในขณะที่พระเจ้าทรงตอบโยบ พระองค์ไม่ได้ใส่ใจถึงอะลีฮูเลย เพราะแม้ทัศนะของเขาจะไม่ผิด แต่ก็ไม่ได้บรรลุถึงระดับมาตรฐานที่สุดยอดของพระเจ้า.
โยบ 42:10 ก เทียบ บพส.14:7; 126:1; ยอค.16:53
โยบ 42:10 1 แปลตามตรงคือ การถูกจับเป็นเชลย.
โยบ 42:10 ข ยซย.40:2; 61:7; ซคย.9:12; ยก.5:11; เทียบ มก.10:30
โยบ 42:10 2ข พระพรฝ่ายวัตถุทั้งหมดที่พระเจ้าทรงอวยพรแก่โยบนั้นมีเพื่อแสดงให้โยบเห็นถึงความเอ็นดูรักใคร่และความสัตย์ซื่อที่พระเจ้าทรงมีต่อเขาในช่วงบั้นปลาย. กรณีนี้บ่งชี้ว่าพระเจ้าทรงครบสมบูรณ์และพระกรุณาในการจัดการกับผู้ที่รักพระองค์. กระทั่งในทุกวันนี้ หลังจากที่พระเจ้าทรงจัดการกับเราโดยมาลิดรอนหรือทำให้เราสูญสลายไป และหลังจากที่พระประสงค์ของพระองค์ถูกกระทำให้สำเร็จสมบูรณ์แล้ว พระองค์ก็ยังทรงประทานพระพรฝ่ายวัตถุให้แก่เรา. อย่างไรก็ตาม พระประสงค์ของพระเจ้าในการจัดการกับพลไพร่ของพระองค์นั้นไม่ได้มีเพื่อประทานพระพรฝ่ายวัตถุให้แก่พวกเขา แต่มีเพื่อประทานตัวของพระองค์เองให้แก่พวกเขา มาเป็นส่วนที่นิรันดร์ของเขาเพื่อจะสำเร็จสุดยอดเป็นกรุงเยรูซาเล็มใหม่. การรวบยอด, การสรุปรวมที่ครอบคลุมทุกสิ่งแห่งพระพรอันศักดิ์สิทธิ์ที่พระเจ้าประทานให้แก่พลไพร่ของพระองค์ทั้งหมดก็คือพระวิญญาณผู้ประทานชีวิตที่ครอบคลุมสรรพสิ่ง ซึ่งเป็นการสำเร็จสุดยอดของพระเจ้าตรีเอกภาพที่ผ่านขั้นตอน (ฆต.3:14).
โยบ 42:12 ก ยก.5:11
โยบ 42:12 ข โยบ 1:3
โยบ 42:13 ก โยบ 1:2
โยบ 42:17 1 หนังสือโยบทั้งสี่สิบสองบทได้ให้คำถามที่สำคัญแก่เราไว้สองส่วน: พระประสงค์ของพระเจ้าในการเนรมิตสร้างมนุษย์คืออะไร และพระประสงค์ของพระเจ้าในการจัดการกับผู้ที่พระองค์ทรงเลือกสรรคืออะไร? พระคัมภีร์ทั้งเล่มจำต้องมาตอบคำถามนี้. โดยเฉพาะพันธสัญญาใหม่ได้ให้คำตอบที่ยาวแก่คำถามของโยบ. คำตอบนี้ก็คือแผนการบริหารที่นิรันดร์ของพระเจ้าตามความชอบพระทัยอันดีงามของพระองค์ ซึ่งก็คือการแจกจ่ายตัวของพระองค์เองในตรีเอกภาพอันศักดิ์สิทธิ์ของพระองค์ — ในพระบิดา, ในพระบุตร, และในพระวิญญาณ —เข้าสู่ผู้ที่พระองค์ทรงเลือกสรรและไถ่ไว้ผ่านการกลายเป็นเนื้อหนัง, การดำเนินชีวิตมนุษย์, การตรึงตาย, การเป็นขึ้น, และการเสด็จสู่สวรรค์ของพระองค์ อีกทั้งการเทลงมาของพระวิญญาณนั้น เพื่อจะทำให้พวกเขาทุกคนกลายเป็นเหมือนกับพระองค์ในชีวิตและนิสัย แต่ไม่มีส่วนในฐานันดรความเป็นพระเจ้า, ทำให้พวกเขากลายเป็นผลิตภัณฑ์ถอดแบบของพระองค์มาสำแดงพระองค์ (รม.8:28–29 และคำอธิบาย). ผลลัพธ์ของการแจกจ่ายอันศักดิ์สิทธิ์เช่นนี้ก็คือคริสตจักรในฐานะพระกายของพระคริสต์, คนใหม่, และกายอินทรีย์ของพระเจ้าตรีเอกภาพ. กายอินทรีย์นี้จะสำเร็จสุดยอดเป็นกรุงเยรูซาเล็มใหม่ ซึ่งเป็นการขยายใหญ่ขึ้น, การเพิ่มพูนของพระเจ้าที่กลายเป็นเนื้อหนัง บรรลุถึงการสำเร็จสุดยอดอย่างครบบริบูรณ์ ซึ่งก็คือความบริบูรณ์ของพระเจ้าตรีเอกภาพ (อฟ.3:19) เพื่อพระองค์จะได้สำแดงตัวของพระองค์เองอย่างเป็นกลุ่มชนในการผสมกลมกลืนระหว่างสภาพพระเจ้ากับสภาพมนุษย์ของพระองค์ไปตราบชั่วนิรันดร์. นี่คือการเปิดเผยอันศักดิ์สิทธิ์ที่อยู่ในพันธสัญญาใหม่ ซึ่งเป็นคำตอบให้กับการทนทุกข์ของโยบ และเป็นคำตอบให้กับคำถามที่ยิ่งใหญ่เกี่ยวกับพระประสงค์ของพระเจ้าในการเนรมิตสร้างมนุษย์และในการจัดการกับผู้ที่พระองค์ทรงเลือกสรร.
สารบัญ