การงานบรรณกิจของห้องสมุดกิตติคุณแห่งประเทศไทย
หากท่านต้องการมีส่วนในการงานบรรณกิจของห้องสมุดกิตติคุณแห่งประเทศไทย
ท่านสามารถมอบถวายทรัพย์โดยโอนเงินเข้าบัญชีของห้องสมุด:
ธนาคารกสิกรไทย สาขาพาราไดซ์ พาร์ค
ชื่อบัญชี: นายปิยะ ตั้งเสรีมั่นคง และ
นางสุมิตรา อดุลประวิตรชัย และ
นางสาวทานาธิบดี ชูมณี
เลขที่บัญชี: 218-3-99941-1

รบกวนส่งสลิปการโอนมาที่ Line ID: @gospelbookroom
1 2 3 4 5 6 7 8 9 10

เอศเธระ บทที่ 1

หัวข้อหลัก: พระเจ้าผู้ทรงคัดสรรอิสราเอลให้เป็นผู้ที่พระองค์ทรงเลือกสรรนั้น ทรงกลายเป็นพระเจ้าผู้ซ่อนเร้นที่ได้กระทำ การในที่ลับลี้ เพื่อดูแลพวกเขาอย่างลับๆ และช่วยพวกเขาให้รอดอย่างเปิดเผย ในช่วงเวลาที่พวกเขาถูกจับไปเป็นเชลยในท่ามกลางชนต่างชาติ

ผู้เขียน: อาจจะเป็นมาระดะคาย (9:20, 23) ผู้เป็นลูกพี่ลูกน้องของเอศเธระซึ่งเลี้ยงดูเธอมา (2:5, 7).

เวลาที่เขียน: ประมาณ 474 ปีก่อนคริสตศักราช ในเดือนที่ 12 ปีที่ 12 แห่ง กษัตริย์อะหัศวะโรศ (9:20, 18; 3:7).

สถานที่เขียน: ซูซัร เมืองหลวงของจักรวรรดิเปอร์เซีย (1:2).

ช่วงเวลาที่ได้ครอบคลุมถึง: หนังสือเล่มนี้ครอบคลุมช่วงเวลาอย่างน้อย 10 ปี จาก 484–474 ปี ก่อนคริสตศักราช จากปีที่ 3 แห่งกษัตริย์อะหัศวะโรศกษัตริย์แห่งเปอร์เซีย (1:3) ไปจนถึงบางช่วงเวลาหลังจากวันที่ 15 เดือนที่ 12 ปีที่ 12 ของกษัตริย์อะหัศวะโรศ (9:18; 3:7).

I. การดูแลอย่างลับๆ ของพระเจ้าผู้ซ่อนเร้นต่อผู้ที่พระองค์ทรงเลือกสรรซึ่งถูกกดขี่ในขณะที่พวกเขากระจัดกระจายไปนั้น ดังที่เห็นได้บนตัวของเอศเธระ — 1:1—2:23
1. แต่งตั้งกษัตริย์ผู้สูงสุดในโลกของชาวต่างชาติ — 1:1–2
อธร. 1:1 1อยู่มาในสมัยของ2อะหัศวะโรศ (คือกอะหัศวะโรศผู้ครอบครองหนึ่งร้อยยี่สิบเจ็ดมณฑล ตั้งแต่อินเดียถึงเอธิโอเปีย)
อธร. 1:2 ในวันเวลานั้น เมื่อกษัตริย์อะหัศวะโรศประทับบนบัลลังก์แห่งอาณาจักรของพระองค์ ซึ่งอยู่ในซูซัรเมืองหลวง
2. กระทำให้กษัตริย์ปลดราชินีของตน — 1:3–22
อธร. 1:3 ในปีที่สามที่พระองค์ทรงครอบครอง ทรงจัดกงานเลี้ยงแก่เจ้านายและข้าราชการทั้งสิ้นของท่าน. นายทัพนายกองแห่งเปอร์เซียและมีเดีย ขุนนางและผู้ว่าราชการมณฑลต่างๆ อยู่เบื้องหน้าพระองค์
อธร. 1:4 ในขณะที่พระองค์แสดงราชสมบัติแห่งอาณาจักรอันสง่าราศีของพระองค์ ทั้งความเจิดจรัสอันรุ่งโรจน์ของพระองค์อยู่หลายวัน คือถึงหนึ่งร้อยแปดสิบวัน.
อธร. 1:5 เมื่อวันเหล่านี้ครบถ้วนแล้ว กษัตริย์ก็จัดงานเลี้ยงแก่พลไพร่ทุกคน ทั้งผู้ใหญ่ผู้น้อยที่อยู่ในซูซัรเมืองหลวง เป็นเวลาเจ็ดวันในลานอุทยานวังของกษัตริย์.
อธร. 1:6 มีผ้าม่านทำด้วยผ้าฝ้ายสีขาวและผ้าบังสีฟ้าโยงด้วยเชือกป่านเนื้อละเอียดสีม่วงที่คล้องเข้ากับห่วงเงินและเสาหินอ่อน อีกทั้งมีเตียงทำด้วยทองคำและเงินบนพื้นลาดปูนฝังหินแดง หินอ่อน มุกดาและหินสีต่างๆ.
อธร. 1:7 เครื่องดื่มก็ใส่ภาชนะทองคำหลายแบบส่งให้ดื่ม และเหล้าองุ่นของราชสำนักก็มีเหลือเฟือตามพระทัยที่กว้างขวางของกษัตริย์
อธร. 1:8 การดื่มก็ทำกันตามคำบัญชาโดยไม่มีการบังคับ เพราะกษัตริย์มีรับสั่งไปยังข้าราชสำนักทุกคนว่า ให้ทำตามความปรารถนาของแต่ละคน.
อธร. 1:9 ส่วนพระราชินีวัศธีก็จัดงานเลี้ยงแก่สตรีในราชสำนักของกษัตริย์อะหัศวะโรศด้วย.
อธร. 1:10 ในวันที่เจ็ด เมื่อพระทัยของกษัตริย์รื่นเริงด้วยเหล้าองุ่น พระองค์ได้บัญชามะฮูมาน, บิศธา, ฮาระโบนา, บิธธา, อะบัฆธา, เซซาร,และคารคัศ ขันทีทั้งเจ็ดผู้ปรนนิบัติอยู่ต่อพระพักตร์กษัตริย์อะหัศวะโรศ
อธร. 1:11 ให้ไปทูลเชิญพระราชินีวัศธีทรงมงกุฎเสด็จเข้าเฝ้ากษัตริย์ เพื่อจะให้พลไพร่และเจ้านายได้ชมความงดงามของพระนาง เพราะนางมีรูปร่างหน้าตางดงามยิ่งนัก.
อธร. 1:12 แต่พระนางวัศธีปฏิเสธไม่มาตามคำบัญชาของกษัตริย์ที่รับสั่งไปกับขันที เมื่อเป็นเช่นนี้กษัตริย์ก็ทรงเดือดดาล และพระพิโรธของพระองค์ก็ร้อนระอุอยู่ในพระทัย.
อธร. 1:13 แล้วกษัตริย์จึงกล่าวแก่คนที่มีปัญญา ผู้ซึ่งรู้กาลเวลา (เพราะนี่เป็นธรรมเนียมปฏิบัติของกษัตริย์ต่อบรรดาผู้รู้กฎหมายและความยุติธรรม
อธร. 1:14 อันได้แก่ผู้ที่อยู่ใกล้ชิดพระองค์คือคัศซะนา, เซธาร, อัดมาธา, ธาระซิศ, เมเรศ, มันซีนา, และมะมูคาน เจ้านายทั้งเจ็ดแห่งเปอร์เซียและมีเดีย ผู้สามารถเข้าเฝ้ากษัตริย์ และได้นั่งในที่นั่งอันดับแรกในอาณาจักร)
อธร. 1:15 ว่า ตามกฎหมายแล้วจะต้องทำอย่างไรต่อพระราชินีวัศธี? เพราะพระนางไม่ได้ปฏิบัติตามพระบัญชาของกษัตริย์อะหัศวะโรศ ซึ่งรับสั่งไปกับขันที?
อธร. 1:16 มะมูคานจึงทูลตอบต่อพระพักตร์กษัตริย์และเจ้านายทั้งหลายว่า พระราชินีไม่เพียงทำผิดต่อกษัตริย์เท่านั้น แต่ต่อเจ้านายทั้งหมดและต่อพลไพร่ทุกคนผู้อยู่ในมณฑลทั้งสิ้นของกษัตริย์อะหัศวะโรศด้วย.
อธร. 1:17 เพราะการกระทำของพระราชินีจะรู้ไปถึงสตรีทุกคน ทำให้พวกนางดูหมิ่นสามีของตนเอง โดยพูดว่า กษัตริย์อะหัศวะโรศบัญชาให้นำพระราชินีวัศธีมาเฝ้าเบื้องพระพักตร์พระองค์ แต่พระนางไม่เสด็จมา.
อธร. 1:18 ในวันนี้ นายผู้หญิงแห่งเปอร์เซียและมีเดียซึ่งได้ยินเรื่องการกระทำของพระราชินี ก็จะเล่าให้เจ้านายทั้งปวงของกษัตริย์ฟัง และจะเกิดการดูหมิ่นและความโกรธขึ้นเป็นอันมาก.
อธร. 1:19 ฉะนั้น ถ้าเป็นที่ชอบพระทัยกษัตริย์ ขอให้มีพระราชโองการจากพระองค์ และให้บันทึกไว้ในกฎหมายของชนชาติเปอร์เซียและชนชาติมีเดีย อย่างที่จะเพิกถอนไม่ได้ว่า พระนางวัศธีจะเสด็จเข้าเฝ้าต่อพระพักตร์กษัตริย์อะหัศวะโรศอีกไม่ได้ และขอให้กษัตริย์ประทานตำแหน่งราชินีแก่ผู้อื่นที่ดีกว่าพระนาง.
อธร. 1:20 ดังนั้นเมื่อกษัตริย์ประกาศกฤษฎีกาทั่วอาณาจักรอันกว้างใหญ่ของพระองค์ สตรีทั้งปวงจะต้องให้เกียรติสามีของตน ไม่ว่า[เขาจะมีฐานะ]สูงหรือต่ำ.
อธร. 1:21 ถ้อยคำเป็นที่ชอบพระทัยกษัตริย์และเจ้านายทั้งหลาย กษัตริย์จึงทำตามถ้อยคำของมะมูคาน.
อธร. 1:22 พระองค์ส่งพระราชสารไปทั่วทุกมณฑลของกษัตริย์ ถึงแต่ละมณฑลตามอักษรของมณฑลนั้น และถึงชนทุกชาติตามภาษาของเขา ให้ชายทุกคนเป็นเจ้าเป็นนายในบ้านของตนและพูดตามภาษาชนชาติของตน.

คำอธิบาย เอศเธระ บทที่ 1

อธร. 1:1 1 หนังสือเอศเธระได้ให้บทบันทึกที่ชัดแจ้งถึงการที่พระเจ้าของอิสราเอลผู้ซ่อนเร้นทรงดูแลพลไพร่ของพระองค์อย่างลับๆ คือผู้ที่พระองค์ทรงเลือกสรรซึ่งถูกกดขี่ในขณะที่พวกเขากระจัดกระจายไป และช่วยผู้ที่พระองค์ทรงเลือกสรรซึ่งถูกข่มเหงและถูกจับไปเป็นเชลยให้รอดอย่างเปิดเผย. ประเด็นสำคัญของหนังสือเล่มนี้คือพระเจ้าผู้ทรงคัดสรรอิสราเอล พงศ์พันธุ์ของอับราฮามให้มาเป็นผู้ที่พระองค์ทรงเลือกสรรนั้นได้ทำให้พวกเขาถูกจับไปเป็นเชลยในท่ามกลางชนต่างชาติ หลังจากนั้นพระองค์ได้ทรงกลายมาเป็นพระเจ้าผู้ซ่อนเร้นที่ได้กระทำการในที่ลับลี้ เพื่อดูแลพวกเขาอย่างลับๆ และช่วยพวกเขาให้รอดอย่างเปิดเผย (ยซย.45:15). นี่คือสาเหตุที่หนังสือเล่มนี้ไม่ได้เอ่ยถึงพระนามของพระเจ้าเลย กระทั่งในส่วนที่พระนามของพระเจ้าควรจะถูกเอ่ยถึงก็ตาม (4:3, 16).
ความสำคัญของหนังสือเอศเธระมีความเกี่ยวข้องกับเรื่องดังต่อไปนี้: (1) เพื่อการสำเร็จเป็นจริงแห่งการทรงเรียกของพระเจ้าที่มีต่ออับราฮาม ให้เขาได้รับแผ่นดิน, เชื้อสาย (พลไพร่), และเป็นพระพรแก่ชนนานาชาติ (ยนซ.12:1–3; 22:17–18); (2) เพื่อการสำเร็จเป็นจริงแห่งพระสัญญาของพระเจ้าที่ให้ไว้แก่ชาวอิสราเอลผ่านทางโมเซว่าหลังจากที่พระเจ้าทำให้ชาวอิสราเอลถูกจับไปเป็นเชลยแล้ว พระองค์ก็จะยังคงดูแลพวกเขาอยู่ (พบญ.4:27–31); (3) เพื่อการสำเร็จเป็นจริงแห่งคำอธิษฐานของซะโลโมในวันที่ถวายพระวิหารว่าพระเจ้าจะทรงดูแลผู้ที่พระองค์ทรงเลือกสรรเมื่อพวกเขาถูกจับไปเป็นเชลย (1พกษ.8:46–53); (4) เพื่อรักษาไว้ซึ่งเส้นทางแห่งลำดับวงศ์ของพระคริสต์ผ่านชาวอิสราเอลที่ยังมีชีวิตดำรงอยู่จากการถูกจับไปเป็นเชลย เพื่อพระคริสต์จะถูกนำเข้าสู่มนุษยชาติ; และ (5) เพื่อรักษาพลไพร่ให้เข้าไปถือครองแผ่นดินบริสุทธิ์ ซึ่งเป็นฐานให้พระคริสต์สามารถเสด็จกลับมาเพื่อก่อตั้งอาณาจักรของพระองค์บนแผ่นดินโลก.
อธร. 1:1 2 อะหัศวะโรศถูกแต่งตั้งขึ้นเป็นกษัตริย์เหนือจักรวรรดิต่างชาติอันกว้างใหญ่ (ข้อ 1–2), อะหัศวะโรศทรงปลดพระนางวัศธีผู้เป็นราชินี (ข้อ 3–22), อะหัศวะโรศทรงตั้งเอศเธระซึ่งหญิงพรหมจารีชาวยิวที่เคยเป็นเด็กกำพร้าให้สวมมงกุฎเป็นราชินี (2:1–18), และเอศเธระได้ช่วยชีวิตของกษัตริย์จากการลอบสังหารโดยการทูลพระองค์ในนามของมาระดะคายถึงคนเหล่านั้นที่วางแผนจะลอบสังหารพระองค์ (2:19–23) เรื่องราวทั้งหมดนี้ได้บรรยายถึงการดูแลอย่างลับๆ ของพระเจ้าผู้ซ่อนเร้นที่มีต่อผู้ที่พระองค์ทรงเลือกสรรซึ่งถูกกดขี่ในขณะที่พวกเขากระจัด กระจายไปนั้น.
อธร. 1:1 ก อษร.4:6; เทียบ ดนอ.9:1
อธร. 1:3 ก ยนซ.40:20; 1พกษ.3:15; อธร.2:18; มก.6:21
สารบัญ