หัวข้อหลัก: พระเจ้าผู้ทรงคัดสรรอิสราเอลให้เป็นผู้ที่พระองค์ทรงเลือกสรรนั้น
ทรงกลายเป็นพระเจ้าผู้ซ่อนเร้นที่ได้กระทำ การในที่ลับลี้
เพื่อดูแลพวกเขาอย่างลับๆ และช่วยพวกเขาให้รอดอย่างเปิดเผย
ในช่วงเวลาที่พวกเขาถูกจับไปเป็นเชลยในท่ามกลางชนต่างชาติ
ผู้เขียน: อาจจะเป็นมาระดะคาย (9:20, 23) ผู้เป็นลูกพี่ลูกน้องของเอศเธระซึ่งเลี้ยงดูเธอมา (2:5, 7).
เวลาที่เขียน: ประมาณ 474 ปีก่อนคริสตศักราช ในเดือนที่ 12 ปีที่ 12 แห่ง
กษัตริย์อะหัศวะโรศ (9:20, 18; 3:7).
สถานที่เขียน: ซูซัร เมืองหลวงของจักรวรรดิเปอร์เซีย (1:2).
ช่วงเวลาที่ได้ครอบคลุมถึง: หนังสือเล่มนี้ครอบคลุมช่วงเวลาอย่างน้อย 10 ปี จาก 484–474 ปี ก่อนคริสตศักราช จากปีที่ 3 แห่งกษัตริย์อะหัศวะโรศกษัตริย์แห่งเปอร์เซีย (1:3) ไปจนถึงบางช่วงเวลาหลังจากวันที่ 15 เดือนที่ 12 ปีที่ 12 ของกษัตริย์อะหัศวะโรศ (9:18; 3:7).
I. การดูแลอย่างลับๆ ของพระเจ้าผู้ซ่อนเร้นต่อผู้ที่พระองค์ทรงเลือกสรรซึ่งถูกกดขี่ในขณะที่พวกเขากระจัดกระจายไปนั้น ดังที่เห็นได้บนตัวของเอศเธระ — 1:1—2:23
1. แต่งตั้งกษัตริย์ผู้สูงสุดในโลกของชาวต่างชาติ — 1:1–2
อธร.
1:1 1อยู่มาในสมัยของ2อะหัศวะโรศ (คือกอะหัศวะโรศผู้ครอบครองหนึ่งร้อยยี่สิบเจ็ดมณฑล ตั้งแต่อินเดียถึงเอธิโอเปีย)
อธร.
1:2 ในวันเวลานั้น เมื่อกษัตริย์อะหัศวะโรศประทับบนบัลลังก์แห่งอาณาจักรของพระองค์ ซึ่งอยู่ในซูซัรเมืองหลวง
2. กระทำให้กษัตริย์ปลดราชินีของตน — 1:3–22
อธร.
1:3 ในปีที่สามที่พระองค์ทรงครอบครอง ทรงจัดกงานเลี้ยงแก่เจ้านายและข้าราชการทั้งสิ้นของท่าน. นายทัพนายกองแห่งเปอร์เซียและมีเดีย ขุนนางและผู้ว่าราชการมณฑลต่างๆ อยู่เบื้องหน้าพระองค์
อธร.
1:4 ในขณะที่พระองค์แสดงราชสมบัติแห่งอาณาจักรอันสง่าราศีของพระองค์ ทั้งความเจิดจรัสอันรุ่งโรจน์ของพระองค์อยู่หลายวัน คือถึงหนึ่งร้อยแปดสิบวัน.
อธร.
1:5 เมื่อวันเหล่านี้ครบถ้วนแล้ว กษัตริย์ก็จัดงานเลี้ยงแก่พลไพร่ทุกคน ทั้งผู้ใหญ่ผู้น้อยที่อยู่ในซูซัรเมืองหลวง เป็นเวลาเจ็ดวันในลานอุทยานวังของกษัตริย์.
อธร.
1:6 มีผ้าม่านทำด้วยผ้าฝ้ายสีขาวและผ้าบังสีฟ้าโยงด้วยเชือกป่านเนื้อละเอียดสีม่วงที่คล้องเข้ากับห่วงเงินและเสาหินอ่อน อีกทั้งมีเตียงทำด้วยทองคำและเงินบนพื้นลาดปูนฝังหินแดง หินอ่อน มุกดาและหินสีต่างๆ.
อธร.
1:7 เครื่องดื่มก็ใส่ภาชนะทองคำหลายแบบส่งให้ดื่ม และเหล้าองุ่นของราชสำนักก็มีเหลือเฟือตามพระทัยที่กว้างขวางของกษัตริย์
อธร.
1:8 การดื่มก็ทำกันตามคำบัญชาโดยไม่มีการบังคับ เพราะกษัตริย์มีรับสั่งไปยังข้าราชสำนักทุกคนว่า ให้ทำตามความปรารถนาของแต่ละคน.
อธร.
1:9 ส่วนพระราชินีวัศธีก็จัดงานเลี้ยงแก่สตรีในราชสำนักของกษัตริย์อะหัศวะโรศด้วย.
อธร.
1:10 ในวันที่เจ็ด เมื่อพระทัยของกษัตริย์รื่นเริงด้วยเหล้าองุ่น พระองค์ได้บัญชามะฮูมาน, บิศธา, ฮาระโบนา, บิธธา, อะบัฆธา, เซซาร,และคารคัศ ขันทีทั้งเจ็ดผู้ปรนนิบัติอยู่ต่อพระพักตร์กษัตริย์อะหัศวะโรศ
อธร.
1:11 ให้ไปทูลเชิญพระราชินีวัศธีทรงมงกุฎเสด็จเข้าเฝ้ากษัตริย์ เพื่อจะให้พลไพร่และเจ้านายได้ชมความงดงามของพระนาง เพราะนางมีรูปร่างหน้าตางดงามยิ่งนัก.
อธร.
1:12 แต่พระนางวัศธีปฏิเสธไม่มาตามคำบัญชาของกษัตริย์ที่รับสั่งไปกับขันที เมื่อเป็นเช่นนี้กษัตริย์ก็ทรงเดือดดาล และพระพิโรธของพระองค์ก็ร้อนระอุอยู่ในพระทัย.
อธร.
1:13 แล้วกษัตริย์จึงกล่าวแก่คนที่มีปัญญา ผู้ซึ่งรู้กาลเวลา (เพราะนี่เป็นธรรมเนียมปฏิบัติของกษัตริย์ต่อบรรดาผู้รู้กฎหมายและความยุติธรรม
อธร.
1:14 อันได้แก่ผู้ที่อยู่ใกล้ชิดพระองค์คือคัศซะนา, เซธาร, อัดมาธา, ธาระซิศ, เมเรศ, มันซีนา, และมะมูคาน เจ้านายทั้งเจ็ดแห่งเปอร์เซียและมีเดีย ผู้สามารถเข้าเฝ้ากษัตริย์ และได้นั่งในที่นั่งอันดับแรกในอาณาจักร)
อธร.
1:15 ว่า ตามกฎหมายแล้วจะต้องทำอย่างไรต่อพระราชินีวัศธี? เพราะพระนางไม่ได้ปฏิบัติตามพระบัญชาของกษัตริย์อะหัศวะโรศ ซึ่งรับสั่งไปกับขันที?
อธร.
1:16 มะมูคานจึงทูลตอบต่อพระพักตร์กษัตริย์และเจ้านายทั้งหลายว่า พระราชินีไม่เพียงทำผิดต่อกษัตริย์เท่านั้น แต่ต่อเจ้านายทั้งหมดและต่อพลไพร่ทุกคนผู้อยู่ในมณฑลทั้งสิ้นของกษัตริย์อะหัศวะโรศด้วย.
อธร.
1:17 เพราะการกระทำของพระราชินีจะรู้ไปถึงสตรีทุกคน ทำให้พวกนางดูหมิ่นสามีของตนเอง โดยพูดว่า กษัตริย์อะหัศวะโรศบัญชาให้นำพระราชินีวัศธีมาเฝ้าเบื้องพระพักตร์พระองค์ แต่พระนางไม่เสด็จมา.
อธร.
1:18 ในวันนี้ นายผู้หญิงแห่งเปอร์เซียและมีเดียซึ่งได้ยินเรื่องการกระทำของพระราชินี ก็จะเล่าให้เจ้านายทั้งปวงของกษัตริย์ฟัง และจะเกิดการดูหมิ่นและความโกรธขึ้นเป็นอันมาก.
อธร.
1:19 ฉะนั้น ถ้าเป็นที่ชอบพระทัยกษัตริย์ ขอให้มีพระราชโองการจากพระองค์ และให้บันทึกไว้ในกฎหมายของชนชาติเปอร์เซียและชนชาติมีเดีย อย่างที่จะเพิกถอนไม่ได้ว่า พระนางวัศธีจะเสด็จเข้าเฝ้าต่อพระพักตร์กษัตริย์อะหัศวะโรศอีกไม่ได้ และขอให้กษัตริย์ประทานตำแหน่งราชินีแก่ผู้อื่นที่ดีกว่าพระนาง.
อธร.
1:20 ดังนั้นเมื่อกษัตริย์ประกาศกฤษฎีกาทั่วอาณาจักรอันกว้างใหญ่ของพระองค์ สตรีทั้งปวงจะต้องให้เกียรติสามีของตน ไม่ว่า[เขาจะมีฐานะ]สูงหรือต่ำ.
อธร.
1:21 ถ้อยคำเป็นที่ชอบพระทัยกษัตริย์และเจ้านายทั้งหลาย กษัตริย์จึงทำตามถ้อยคำของมะมูคาน.
อธร.
1:22 พระองค์ส่งพระราชสารไปทั่วทุกมณฑลของกษัตริย์ ถึงแต่ละมณฑลตามอักษรของมณฑลนั้น และถึงชนทุกชาติตามภาษาของเขา ให้ชายทุกคนเป็นเจ้าเป็นนายในบ้านของตนและพูดตามภาษาชนชาติของตน.