นะเฮมยา บทที่ 9
(2) สารภาพบาปในอดีตต่อพระเจ้าอย่างชัดเจนและตั้งพันธสัญญาที่มั่นคงกับพระเจ้า — 9:1—10:39
นฮย.
9:1 ในวันที่กยี่สิบสี่เดือนนี้ ชนชาติอิสราเอลได้ชุมนุมกันอดอาหาร และนุ่งห่มผ้ากระสอบ และ[โปรย]ดินบนศีรษะ.
นฮย.
9:2 และพงศ์พันธุ์ของอิสราเอลได้กแยกตนออกจากชนต่างชาติทั้งหมด และยืนสารภาพบาปของตน และสารภาพความบาปชั่วของบรรพบุรุษของเขา.
นฮย.
9:3 และพวกเขาลุกขึ้นในที่ของเขา และอ่านหนังสือกฎบัญญัติของพระยะโฮวาพระเจ้าของเขาทั้งหลายเป็นเวลาหนึ่งในสี่ส่วนของวัน อีกหนึ่งในสี่ส่วนพวกเขาสารภาพและนมัสการพระยะโฮวาพระเจ้าของเขาทั้งหลาย.
นฮย.
9:4 เยซูอา, บานี, คัดมีเอล, ซะบันยา, บุนี, เซเร็บยา, บานี, [และ]คะนานีได้ยืนขึ้นที่บันไดของคนเลวี และเขาได้ร้องด้วยเสียงดังต่อพระยะโฮวาพระเจ้าของเขา.
นฮย.
9:5 แล้วคนเลวี, เยซูอา, คัดมีเอล, บานี, ฮะซับนะยา, เซเร็บยา, โฮดียา, ซะบีนยา, [และ]พะธัคยา กล่าวว่า จงยืนขึ้นและสดุดีพระยะโฮวาพระเจ้าของท่านทั้งหลายตั้งแต่นิรันดร์กาลจนถึงนิรันดร์กาล: ขอให้พระนามอันสง่าราศีของพระองค์ได้รับการสดุดี และได้รับการยกชูเหนือการสดุดีและการสรรเสริญทั้งปวง.
นฮย.
9:6 พระองค์คือพระยะโฮวา พระองค์ผู้เดียว พระองค์ได้ทรงกสร้างฟ้าสวรรค์ ฟ้าสวรรค์เหนือฟ้าสวรรค์ทั้งหลายพร้อมกับบริวารทั้งสิ้นของฟ้าสวรรค์นั้น แผ่นดินโลกและทุกสิ่งที่อยู่บนนั้น ทะเลและทุกสิ่งที่อยู่ในนั้น และพระองค์ประทานชีวิตแก่ทุกสิ่งเหล่านั้น และบริวารของฟ้าสวรรค์ได้นมัสการพระองค์.
นฮย.
9:7 พระองค์คือพระยะโฮวาพระเจ้าผู้ทรงเลือกกอับราม และทรงนำท่านออกมาจากเมืองอูระแห่งเคเซ็ด และประทานนามท่านว่าขอับราฮาม.
นฮย.
9:8 และพระองค์ทรงเห็นว่าใจของท่านสัตย์ซื่อต่อเบื้องพระพักตร์พระองค์ และพระองค์ได้ทรงกระทำพันธสัญญากับท่าน ที่จะประทานดินแดนของชนชาติคะนาอัน, ชนชาติเฮ็ธ, ชนชาติอะโมรี, ชนชาติฟะริซี, ชนชาติยะบูศและชนชาติฆีระฆาซีแก่เชื้อสายของท่าน. และพระองค์ทรงกระทำให้คำสัญญาของพระองค์สำเร็จเป็นจริง เพราะพระองค์ทรงชอบธรรม.
นฮย.
9:9 และพระองค์ทอดพระเนตรกความทุกข์ยากของบรรพบุรุษของข้าพเจ้าทั้งหลายในอียิปต์และสดับฟังเสียงขร้องทุกข์ของเขาทั้งหลายที่ทะเลแดง
นฮย.
9:10 และพระองค์ทรงกระทำเป็นกเครื่องหมายและการอัศจรรย์ต่อฟาโรห์และข้าราชการทั้งสิ้น และต่อพลไพร่ทั้งสิ้นในดินแดนของฟาโรห์ เพราะพระองค์ทรงทราบว่า เขาทั้งหลายได้ประพฤติอย่างหยิ่งยโสต่อบรรพบุรุษของข้าพเจ้าทั้งหลายและทรงกระทำให้พระนามของพระองค์เองเลื่องลือไป ดังทุกวันนี้.
นฮย.
9:11 และพระองค์ได้ทรงกแยกทะเลออกต่อหน้าเขาทั้งหลาย พวกเขาจึงเดินไปกลางทะเลบนดินแห้ง แต่พระองค์ได้ทรงเหวี่ยงผู้ไล่ตามพวกเขาลงในขที่ลึกประดุจหนึ่งทรงเหวี่ยงหินลงไปในมหาสมุทร.
นฮย.
9:12 ยิ่งกว่านั้น พระองค์ทรงนำพาพวกเขาในกลางวันด้วยกเสาเมฆ และในกลางคืนด้วยเสาไฟ เพื่อส่องสว่างแก่เขาในทางที่เขาควรจะไป.
นฮย.
9:13 พระองค์เสด็จลงมาบนภูเขาซีนายและตรัสกับเขาจากฟ้าสวรรค์. และประทานกฎเกณฑ์อันชอบและกฎบัญญัติที่จริงแท้, บทบัญญัติและพระบัญญัติที่ดีแก่เขา.
นฮย.
9:14 และพระองค์ทรงให้เขาทราบถึงกวันซะบาโตบริสุทธิ์ของพระองค์ และทรงบัญชาพระบัญญัติ, บทบัญญัติ, และกฎบัญญัติแก่พวกเขาผ่านโมเซผู้รับใช้ของพระองค์.
นฮย.
9:15 พระองค์ประทานกอาหารจากฟ้าสวรรค์เพื่อขจัดความหิวโหยของเขา และทรงทำให้น้ำออกมาจากขศิลาเพื่อดับความกระหายของเขา และพระองค์ทรงบอกเขาให้เข้าไปถือครองดินแดนซึ่งพระองค์ทรงปฏิญาณว่าจะประทานให้แก่เขา.
นฮย.
9:16 แต่เขาทั้งหลาย ก็คือบรรพบุรุษของพวกเราได้ประพฤติตัวอย่างหยิ่งยโสและคอแข็ง ไม่ได้เชื่อฟังพระบัญญัติของพระองค์.
นฮย.
9:17 เขาทั้งหลายปฏิเสธไม่เชื่อฟัง และไม่ระลึกถึงการอัศจรรย์ซึ่งพระองค์ทรงกระทำท่ามกลางพวกเขา. แต่พวกเขาทำตัวเขาให้คอแข็ง และได้แต่งตั้งกผู้นำเพื่อจะกลับไปสู่ความเป็นทาสของเขาในอียิปต์. แต่พระองค์ทรงเป็นพระเจ้าที่ทรงให้อภัย ทรงมีพระคุณและพระกรุณา ทรงอดทนนาน และทรงอุดมด้วยความเอ็นดูรักใคร่ และไม่ได้ทรงละทิ้งพวกเขา.
นฮย.
9:18 แม้ว่าพวกเขาได้สร้างรูปกโคหล่อไว้สำหรับตัวเอง และกล่าวว่า นี่คือพระเจ้าของท่าน ผู้ทรงนำท่านขึ้นมาจากอียิปต์ และได้ทำการหมิ่นประมาทอย่างใหญ่หลวง.
นฮย.
9:19 ด้วยพระกรุณาอันยิ่งใหญ่ของพระองค์ พระองค์ก็ไม่ได้ทรงละทิ้งเขาไว้ในป่ากันดาร เสาเมฆซึ่งนำเขาไปตามทางในกลางวันไม่ได้พรากจากเขาไป หรือเสาไฟในกลางคืนซึ่งส่องสว่างแก่เขาตามทางที่เขาควรจะไปก็ไม่ได้ขาดไป.
นฮย.
9:20 พระองค์ประทานกพระวิญญาณผู้ประเสริฐของพระองค์ให้สั่งสอนเขา และไม่ได้ทรงยับยั้งขมานาของพระองค์เสียจากปากของเขาทั้งหลายและประทานน้ำดับความกระหายของเขา.
นฮย.
9:21 พระองค์ทรงผดุงชีพเขาทั้งหลายในป่ากันดารกสี่สิบปี และเขาไม่ขัดสนสิ่งใดเลย ขเสื้อผ้าของเขาไม่ขาดวิ่น และเท้าของเขาไม่ได้บวม.
นฮย.
9:22 และพระองค์ทรงมอบอาณาจักรและชนชาติทั้งหลายแก่เขา และทรงจัดแบ่งให้เขาเป็นเขตแดน. เขาจึงได้ถือครองดินแดนแห่งกซีโฮน, ดินแดนของกษัตริย์แห่งเฮ็ศโบน, และดินแดนของขโอฆกษัตริย์แห่งบาซาน.
นฮย.
9:23 พระองค์ทรงทวีลูกหลานของเขาอย่างกดวงดาวแห่งฟ้าสวรรค์ และพระองค์ทรงนำเขาเข้าไปในดินแดน ซึ่งพระองค์บอกแก่บรรพบุรุษของเขาให้เข้าไปขถือครองนั้น.
นฮย.
9:24 ลูกหลานเหล่านั้นจึงเข้าไปและถือครองดินแดนนั้น พระองค์ทรงพิชิตผู้อาศัยในดินแดนนั้น คือชนชาติคะนาอันให้พ้นหน้าเขาและทรงมอบคนเหล่านั้นไว้ในมือของเขา พร้อมกับกษัตริย์และชนชาติทั้งหลายแห่งดินแดนนั้น ให้กระทำแก่คนเหล่านั้นตามชอบใจเขา.
นฮย.
9:25 และเขาจึงเข้ากยึดเมืองที่มีป้อมและแผ่นดินที่อุดมสมบูรณ์ และถือกรรมสิทธิ์บ้านเรือนซึ่งเต็มด้วยของดีทุกอย่าง ทั้งที่ขังน้ำซึ่งสกัดไว้, สวนองุ่น, สวนมะกอกเทศ, และต้นไม้ผลมากมาย เขาจึงได้กินอิ่มหนำจนอ้วนท้วนสมบูรณ์ และปีติยินดีในความประเสริฐเลิศของพระองค์.
นฮย.
9:26 แม้กระนั้น เขายังไม่เชื่อฟังและกบฏต่อพระองค์ เหวี่ยงกฎบัญญัติของพระองค์ไว้เบื้องหลัง และได้กฆ่าผู้เผยพระวจนะของพระองค์ ผู้ได้เป็นพยานเพื่อให้เขากลับมาหาพระองค์ และเขาทำการหมิ่นประมาทอย่างใหญ่หลวง.
นฮย.
9:27 เพราะฉะนั้นพระองค์จึงทรงกมอบเขาไว้ในมือศัตรูของเขา ผู้ทำให้เขาทนทุกข์แแต่เมื่อเขาขร้องทูลต่อพระองค์ในเวลาแห่งการทนทุกข์ของเขานั้นพระองค์สดับฟังเขาจากฟ้าสวรรค์ และพระองค์ได้ประทานพวกคผู้ช่วยแก่เขาผู้ได้ช่วยเขาให้พ้นจากมือศัตรูของเขา ตามพระกรุณาอันยิ่งใหญ่ของพระองค์.
นฮย.
9:28 แต่เมื่อเขาพักสงบแล้ว เขาก็ทำความชั่วต่อพระพักตร์พระองค์อีก พระองค์จึงทรงปล่อยเขาไว้ในมือศัตรูของเขา ศัตรูจึงมีอำนาจครอบครองเหนือเขา ถึงกระนั้นเมื่อเขาหันมาร้องทูลต่อพระองค์ พระองค์ก็สดับฟังเขาจากฟ้าสวรรค์และพระองค์ทรงช่วยเขาไว้กหลายครั้งหลายหน ตามพระกรุณาของพระองค์.
นฮย.
9:29 และพระองค์ทรงตักเตือนเขา เพื่อว่าจะทรงหันเขาให้กลับมาสู่กฎบัญญัติของพระองค์ แต่เขาก็ยังประพฤติอย่างหยิ่งยโส ไม่ยอมเชื่อฟังพระบัญญัติของพระองค์ แต่ได้กระทำบาปต่อกฎเกณฑ์ของพระองค์ (ถ้ามนุษย์กปฏิบัติ[ตามข้อเหล่านี้]ก็จะดำรงชีพอยู่เพราะสิ่งเหล่านี้) และได้หันบ่าดื้อรั้นและทำคอแข็งและไม่ได้เชื่อฟัง.
นฮย.
9:30 พระองค์ทรงอดทนกับเขาอยู่หลายปี และทรงเตือนเขาด้วยกพระวิญญาณของพระองค์ผ่านทางผู้เผยพระวจนะของพระองค์ เขาก็ยังไม่เชื่อฟัง เพราะฉะนั้นพระองค์จึงทรงมอบเขาไว้ในมือของชนชาติทั้งหลายแห่งดินแดนนั้น.
นฮย.
9:31 ถึงกระนั้นด้วยพระกรุณาเหลือล้นของพระองค์ พระองค์ไม่ได้ทรงกระทำให้เขาพินาศหรือละทิ้งเขาเสีย เพราะพระองค์ทรงเป็นพระเจ้าผู้ทรงมีพระคุณและพระกรุณา.
นฮย.
9:32 ข้าแต่พระเจ้าของข้าพเจ้าทั้งหลาย [พระองค์ทรง]เป็นพระเจ้าผู้ยิ่งใหญ่, ทรงฤทธิ์, และน่าเกรงขาม ผู้ทรงรักษาพันธสัญญาและ[ประทาน]ความเอ็นดูรักใคร่ ฉะนั้นขอพระองค์อย่าทรงเห็นว่าความทุกข์ยากลำบากทั้งสิ้นนั้นเป็นแต่สิ่งเล็กน้อย ซึ่งบังเกิดขึ้นกับข้าพเจ้าทั้งหลาย กับบรรดากษัตริย์, ผู้ปกครอง, ปุโรหิต, ผู้เผยพระวจนะ, บรรพบุรุษของข้าพเจ้าทั้งหลาย, และพลไพร่ของพระองค์ทั้งสิ้น ตั้งแต่สมัยกษัตริย์กอัสซีเรีย จนถึงวันนี้.
นฮย.
9:33 แต่ในบรรดาสิ่งที่เกิดขึ้นแก่ข้าพเจ้าทั้งหลาย พระองค์ทรงชอบธรรม เพราะพระองค์ทรงกระทำการอย่างสัตย์ซื่อ แต่ข้าพเจ้าทั้งหลายประพฤติอย่างชั่วร้าย
นฮย.
9:34 บรรดากษัตริย์, ผู้ปกครอง, ปุโรหิต, และบรรพบุรุษของข้าพเจ้าทั้งหลายไม่ได้ปฏิบัติตามกฎบัญญัติหรือเชื่อฟังพระบัญญัติของพระองค์ และ1พระโอวาทของพระองค์ซึ่งพระองค์ทรงเตือนเขา
นฮย.
9:35 เพราะเขาทั้งหลายไม่ได้ปรนนิบัติพระองค์ในอาณาจักรของเขา ในความประเสริฐเลิศของพระองค์ซึ่งพระองค์ประทานแก่เขา และในดินแดนที่กว้างใหญ่และกอุดมสมบูรณ์ซึ่งพระองค์ทรงยกให้แก่เขา และเขาไม่ได้หันกลับจากการชั่วร้ายของเขา.
นฮย.
9:36 ดูเถิด วันนี้ข้าพเจ้าทั้งหลายเป็นทาสในดินแดนที่พระองค์ประทานแก่บรรพบุรุษของข้าพเจ้าทั้งหลาย เพื่อให้ได้รับประทานพืชผลกับของอันดีของ[ดินแดนนั้น] ดูเถิด ข้าพเจ้าทั้งหลายเป็นทาสในดินแดนนั้น.
นฮย.
9:37 และกผลิตผลอันมากมายของดินแดนนั้นก็ตกแก่กษัตริย์ ผู้ที่พระองค์ทรงตั้งไว้เหนือข้าพเจ้าทั้งหลายด้วยเหตุบาปของข้าพเจ้าทั้งหลาย พวกเขาปกครองเหนือร่างกายและเหนือฝูงสัตว์เลี้ยงของข้าพเจ้าทั้งหลายตามความพอใจของเขาทั้งหลาย และข้าพเจ้าทั้งหลายก็ทุกข์นัก.
นฮย.
9:38 ด้วยเหตุนี้ เราทั้งหลายจึงกระทำพันธสัญญาอันมั่นคงและบันทึกไว้ ผู้ปกครอง คนเลวีและปุโรหิตของเราทั้งหลาย จึงประทับตราของเขาไว้.
คำอธิบาย นะเฮมยา บทที่ 9
นฮย.
9:1 ก เทียบ ลวต.23:39; 2คนก.7:10
นฮย.
9:2 ก นฮย.10:28; 13:30; เทียบ อษร.6:21; 9:1
นฮย.
9:6 ก ยนซ.1:1; 2:4; 2พกษ.19:15; วว.10:6; 14:7
นฮย.
9:7 ก ยนซ.11:31; กจ.7:2-4
นฮย.
9:7 ข ยนซ.17:5
นฮย.
9:8 ก ยนซ.15:18; 17:7-9; 12:7
นฮย.
9:9 ก อซด.3:7
นฮย.
9:9 ข อซด.14:10
นฮย.
9:10 ก เทียบ อซด.7–14
นฮย.
9:11 ก อซด.14:21-22; บพส.78:13
นฮย.
9:11 ข อซด.15:4-5
นฮย.
9:12 ก อซด.13:21-22; อฤธ.14:14; นฮย.9:19; 1กธ.10:1
นฮย.
9:13 ก อซด.19:20
นฮย.
9:14 ก ยนซ.2:2-3; อซด.16:23; 20:8-11; ยอค.20:12, 20
นฮย.
9:15 ก อซด.16:4; บพส.78:24-25; 105:40; ยฮ.6:31
นฮย.
9:15 ข อซด.17:6; อฤธ.20:10; บพส.78:15-16; 1กธ.10:4
นฮย.
9:17 ก อฤธ.14:4
นฮย.
9:18 ก อซด.32:4; บพส.106:19-20; กจ.7:41
นฮย.
9:20 ก อฤธ.11:17; ยซย.63:11
นฮย.
9:20 ข อซด.16:35
นฮย.
9:21 ก พบญ.2:7; 29:5
นฮย.
9:21 ข พบญ.8:4
นฮย.
9:22 ก อฤธ.21:21-31
นฮย.
9:22 ข อฤธ.21:33-35
นฮย.
9:23 ก ยนซ.15:5; 22:17; พบญ.10:22
นฮย.
9:23 ข กจ.7:45; 13:19
นฮย.
9:25 ก พบญ.6:10-11
นฮย.
9:26 ก 1พกษ.18:4; 19:10; มธ.23:37; กจ.7:52; มธ.21:35; มก.12:5
นฮย.
9:27 ก วนฉ.2:14; นฮย.9:30; บพส.106:41-42
นฮย.
9:27 ข บพส.106:44-45
นฮย.
9:27 ค วนฉ.2:16; 3:9, 15; 2พกษ.13:5
นฮย.
9:28 ก บพส.106:43
นฮย.
9:29 ก ลวต.18:5; ยอค.20:11; รม.10:5; ฆต.3:12
นฮย.
9:30 ก 1ปต.1:10-11; 2ปต.1:21
นฮย.
9:32 ก 2พกษ.17:3
นฮย.
9:34 1 แปลตามตรงคือ พยาน.
นฮย.
9:35 ก นฮย.9:25; พบญ.8:7-10
นฮย.
9:37 ก พบญ.28:33, 51