นะเฮมยา บทที่ 8
II. การก่อรูปใหม่แห่งประเทศของพลไพร่ที่พระเจ้าทรงเลือกสรร — 8:1—13:31
1. ตั้งพันธสัญญาขึ้นใหม่ภายใต้การนำพาของเอษรา — 8:1—10:39
(1) กลับมาสู่พระเจ้าโดยการกลับมาสู่กฎบัญญัติของพระองค์, พระคำของพระองค์ — 8:1–18
นฮย.
8:1 พลไพร่ทั้งหมดได้ชุมนุมกันเหมือนกคนคนเดียวที่ลานหน้าประตูน้ำ. และพวกเขาบอกเอษราธรรมาจารย์ให้นำหนังสือ1กฎบัญญัติของโมเซซึ่งพระยะโฮวาทรงบัญชาแก่อิสราเอลนั้นมา.
นฮย.
8:2 1เอษราปุโรหิตได้นำกฎบัญญัติมาต่อหน้าชุมนุมชน ทั้งชายและหญิงและบรรดาผู้ที่ฟังเข้าใจได้ ณ วันแรกของเดือนที่เจ็ด.
นฮย.
8:3 และท่านกอ่านตรงลานกว้างหน้าประตูน้ำ ตั้งแต่เช้าตรู่จนเที่ยงวัน ต่อหน้าผู้ชายผู้หญิงกับผู้ที่เข้าใจได้. และหูของพลไพร่ทุกคนก็[ตั้งใจฟัง]หนังสือกฎบัญญัติ.
นฮย.
8:4 เอษราผู้เป็นกธรรมาจารย์ยืนอยู่บนแท่นไม้ ซึ่งพวกเขาทำไว้เพื่อการนี้ ข้างๆ ท่านมีมัธธิธยา, เซมา, อะนายา, อูรียา, ฮิลคียา, และมาเซยายืนอยู่ข้างขวามือของท่าน และมีฟะดายา, มิซาเอล, มัลคียา, ฮาซุม, ฮัศบาดานา, ซะคาระยา, [และ]มะซูลามอยู่ข้างซ้ายมือของท่าน.
นฮย.
8:5 และเอษราได้เปิดหนังสือต่อหน้าสายตาของพลไพร่ทุกคน (เพราะท่านยืนอยู่สูงกว่าพลไพร่ทุกคน) เมื่อท่านเปิดหนังสือพลไพร่ทุกคนก็ยืนขึ้น.
นฮย.
8:6 เอษราสรรเสริญพระยะโฮวา พระเจ้าผู้ยิ่งใหญ่ และพลไพร่ทุกคนตอบว่า 1กเอเมน เอเมน พร้อมกับยกมือขึ้นและเขาทั้งหลายโค้งศีรษะลงนมัสการพระยะโฮวา ซบหน้าลงถึงดิน.
นฮย.
8:7 และเยซูอา, บานี, เซเร็บยา, ยามิน, อาคูบ, ซับบีธาย, โฮดียา, มาเซยา, เคลิทา, อะซาระยา, โยซาบัด, ฮานาน, ฟะลายา พวกคนเลวีได้ช่วยพลไพร่ให้เข้าใจกฎบัญญัติ และพลไพร่ยัง[ยืน]อยู่ในที่ของตน.
นฮย.
8:8 และพวกเขาอ่านหนังสือกฎบัญญัติของพระเจ้า อธิบายและตีความ เพื่อให้พลไพร่เข้าใจข้อความที่อ่านนั้น.
นฮย.
8:9 และนะเฮมยาที่เป็นกผู้ว่าราชการและเอษราปุโรหิต[และ]ธรรมาจารย์ และคนเลวีได้ช่วยให้พลไพร่ได้เข้าใจก็พูดกับพลไพร่ทั้งหมดว่า วันนี้เป็นวันขบริสุทธิ์แด่พระยะโฮวา พระเจ้าของท่านทั้งหลาย อย่าคร่ำครวญหรือร้องไห้. เพราะพลไพร่ทั้งหมดได้ร้องไห้เมื่อเขาได้ยินถ้อยคำของกฎบัญญัติ.
นฮย.
8:10 แล้วท่านพูดกับพวกเขาว่า ไปเถิด ไปรับประทานไขมันและดื่ม[เหล้าองุ่น]หวาน และมอบส่วนอาหารไปให้คนที่ไม่ได้ตระเตรียมอะไรไว้ เพราะว่าวันนี้เป็นวันบริสุทธิ์สำหรับองค์พระผู้เป็นเจ้าของเรา อย่าโศกเศร้าเลย เพราะความยินดีของพระยะโฮวาเป็นกำลังของท่าน.
นฮย.
8:11 พวกคนเลวีจึงให้พลไพร่ทั้งหมดเงียบ กล่าวว่า จงนิ่งเสีย เพราะวันนี้เป็นวันบริสุทธิ์ อย่าโศกเศร้าเลย.
นฮย.
8:12 และพลไพร่ทั้งหมดจึงไปกินและดื่มและมอบส่วนอาหารแก่ผู้อื่น ชื่นชมยินดีกันอย่างยิ่ง เพราะพวกเขาเข้าใจถ้อยคำซึ่งป่าวประกาศให้เขานั้น.
นฮย.
8:13 ณ วันที่สอง หัวหน้า[วงศ์วาน]บรรพบุรุษของพลไพร่ทั้งหมดพร้อมกับพวกปุโรหิตและคนเลวีก็ชุมนุมกันมาหาเอษราธรรมาจารย์ เพื่อจะทำ1ความเข้าใจอย่างลึกซึ้งถึงถ้อยคำของกฎบัญญัติ.
นฮย.
8:14 และพวกเขาพบสิ่งที่เขียนไว้ในกฎบัญญัติว่า พระยะโฮวาได้ทรงบัญชาผ่านโมเซว่า ชนชาติอิสราเอลอาศัยอยู่ใน1กเพิงระหว่างเทศกาลเลี้ยงในเดือนที่เจ็ด
นฮย.
8:15 และพวกเขาประกาศและป่าวร้องในทุกเมือง และในกรุงเยรูซาเล็มว่า จงออกไปที่ภูเขาและนำกิ่งมะกอกเทศ กิ่งมะกอกเทศป่า กิ่งต้นน้ำมันเขียว ใบอินทผลัมและกิ่งไม้ใบดกอื่นๆ เพื่อทำกเพิง ดังที่ได้เขียนไว้.
นฮย.
8:16 พลไพร่จึงออกไป เอา[กิ่งไม้เหล่านั้น]มาทำเพิงสำหรับตัวต่างอยู่บนกหลังคาบ้านของตน และตามลานบ้านของตน และในลานพระนิเวศน์ของพระเจ้า และในลาน[หน้า]ประตูน้ำ และในลาน[หน้า]ประตูเอ็ฟรายิม.
นฮย.
8:17 และชุมนุมชนทั้งหมด ผู้ได้กลับมาจากการเป็นเชลยได้ทำเพิงและอาศัยอยู่ในกเพิง เพราะตั้งแต่สมัยของเยซูอาบุตรนูน ถึงวันนั้นพลไพร่อิสราเอลไม่ได้ทำเช่นนี้เลย และ[พวกเขา]มีความชื่นชมยินดียิ่งนัก.
นฮย.
8:18 และทุกวันท่านกอ่านหนังสือกฎบัญญัติของพระเจ้า ตั้งแต่วันแรกจนวันสุดท้าย. พวกเขาถือเทศกาลเลี้ยงอยู่เจ็ดวัน และในวันที่แปดมีการประชุมอันเคร่งขรึมตาม1กฎเกณฑ์.
คำอธิบาย นะเฮมยา บทที่ 8
นฮย.
8:1 ก อษร.3:1
นฮย.
8:1 1 ความมุ่งหมายของพระเจ้าที่มีต่ออิสราเอลคือการได้มาซึ่งพลไพร่ที่ถูกก่อรูปอันศักดิ์สิทธิ์มาเป็นพยานของพระองค์บนแผ่นดินโลก. อย่างไรก็ตาม คนส่วนใหญ่ที่กลับจากการเป็นเชลยในบาบิโลนมายังกรุงเยรูซาเล็มนั้นไม่ได้เกิดและเติบโตในอิสราเอล แต่เกิดและเติบโตในบาบิโลน. องค์ประกอบของชาวบาบิโลนได้ถูกกระทำเข้าสู่ภายในพวกเขาและก่อรูปเข้าสู่ตัวเขา. ดังนั้น หลังจากที่พวกเขากลับมายังดินแดนของบรรพบุรุษของพวกเขา มาเป็นพลเมืองของประเทศอิสราเอลแล้ว พวกเขาจึงต้องถูกก่อรูปขึ้นใหม่. ถ้าจะถูกก่อรูปขึ้นใหม่ได้ พวกเขาก็จำต้องกลับมาสู่พระเจ้าโดยการกลับมาสู่กฎบัญญัติของพระองค์ ซึ่งก็คือพระคำของพระองค์. ภายใต้การนำพาของเอษราและนะเฮมยา พลไพร่อิสราเอลที่กลับมานั้นได้ถูกก่อรูปขึ้นใหม่อย่างเป็นกลุ่มชนโดยพระเจ้าและด้วยพระเจ้าผ่านพระคำของพระองค์ เพื่อจะกลายเป็นประเทศหนึ่งที่เป็นพยานของพระเจ้า. ดู 13:30 คำอธิบาย 1 ย่อหน้า 1.
ถ้าพลไพร่ของพระเจ้าจะถูกก่อรูปขึ้นใหม่ก็จำต้องให้การศึกษาแก่พวกเขาด้วยพระคำที่ออกมาจากพระโอษฐ์ของพระเจ้า และพระคำที่สำแดงพระเจ้า. การก่อรูปพลไพร่ขึ้นใหม่นั้นคือการให้การศึกษาแก่พวกเขาโดยการวางพวกเขาไว้ในพระคำของพระเจ้า เพื่อพวกเขาจะถูกซาบซ่านด้วยพระคำ. พระคำของพระเจ้านั้นเป็นหนึ่งกับพระวิญญาณ (ยฮ.6:63; อฟ.6:17). เมื่อเราอ่านพระคำอันศักดิ์สิทธิ์ทุกวัน พระคำของพระเจ้าก็จะกระทำการอยู่ภายในเรา และพระวิญญาณก็จะแจกจ่ายพระนิสัยของพระเจ้าพร้อมด้วยองค์ประกอบของพระเจ้าเข้าสู่เราผ่านพระคำโดยอัตโนมัติ ทำให้เราถูกก่อรูปขึ้นด้วยพระเจ้า.
ถ้าพลไพร่ของพระเจ้าจะถูกก่อรูปขึ้นใหม่ก็จำต้องให้การศึกษาแก่พวกเขาด้วยพระคำที่ออกมาจากพระโอษฐ์ของพระเจ้า และพระคำที่สำแดงพระเจ้า. การก่อรูปพลไพร่ขึ้นใหม่นั้นคือการให้การศึกษาแก่พวกเขาโดยการวางพวกเขาไว้ในพระคำของพระเจ้า เพื่อพวกเขาจะถูกซาบซ่านด้วยพระคำ. พระคำของพระเจ้านั้นเป็นหนึ่งกับพระวิญญาณ (ยฮ.6:63; อฟ.6:17). เมื่อเราอ่านพระคำอันศักดิ์สิทธิ์ทุกวัน พระคำของพระเจ้าก็จะกระทำการอยู่ภายในเรา และพระวิญญาณก็จะแจกจ่ายพระนิสัยของพระเจ้าพร้อมด้วยองค์ประกอบของพระเจ้าเข้าสู่เราผ่านพระคำโดยอัตโนมัติ ทำให้เราถูกก่อรูปขึ้นด้วยพระเจ้า.
นฮย.
8:2 1 เอษราเป็นผู้ที่ใช้การได้เป็นอย่างมากในเรื่องการก่อรูปพลไพร่ของพระเจ้าขึ้นใหม่ เพราะเขาเป็นผู้ที่สามารถทำให้พลไพร่ถูกก่อรูปขึ้นใหม่ด้วยพระคำของพระเจ้า. ดู อษร.7:1 คำอธิบาย 1.
นะเฮมยาซึ่งเป็นผู้ว่าราชการ, ผู้ปกครองประเทศอิสราเอลนั้นตระหนักว่าเขาต้องการเอษรา กรณีนี้บ่งชี้ว่าเขาไม่มีความทะเยอทะยานเลย. ในเรื่องการก่อรูปประเทศขึ้นใหม่นั้น นะเฮมยาตระหนักว่าเขาไม่รู้จักพระคำของพระเจ้า. แต่เอษราผู้มีชื่อเสียงเลื่องลือว่าเป็นผู้รู้จักพระคำของพระเจ้านั้นยังมีชีวิตอยู่ และนะเฮมยาก็ยินดีที่จะหันไปขอความช่วยเหลือจากเอษรา. นะเฮมยารู้ว่าถ้าไม่มีเอษราแล้ว เขาก็ไม่อาจจะก่อรูปพลไพร่ของพระเจ้าขึ้นใหม่ได้.
นะเฮมยาซึ่งเป็นผู้ว่าราชการ, ผู้ปกครองประเทศอิสราเอลนั้นตระหนักว่าเขาต้องการเอษรา กรณีนี้บ่งชี้ว่าเขาไม่มีความทะเยอทะยานเลย. ในเรื่องการก่อรูปประเทศขึ้นใหม่นั้น นะเฮมยาตระหนักว่าเขาไม่รู้จักพระคำของพระเจ้า. แต่เอษราผู้มีชื่อเสียงเลื่องลือว่าเป็นผู้รู้จักพระคำของพระเจ้านั้นยังมีชีวิตอยู่ และนะเฮมยาก็ยินดีที่จะหันไปขอความช่วยเหลือจากเอษรา. นะเฮมยารู้ว่าถ้าไม่มีเอษราแล้ว เขาก็ไม่อาจจะก่อรูปพลไพร่ของพระเจ้าขึ้นใหม่ได้.
นฮย.
8:3 ก ยฮซ.8:34; พบญ.31:11; นฮย.13:1
นฮย.
8:4 ก อษร.7:6; มธ.23:2; มก.12:35
นฮย.
8:6 ก อฤธ.5:22; นฮย.5:13; 1กธ.14:16; วว.22:21
นฮย.
8:6 1ก กรณีนี้บ่งชี้ว่าอิสราเอลที่กบฏนั้นได้ถูกทำให้เชื่อมั่นและสยบแล้วอย่างสิ้นเชิงโดยพระคำของพระเจ้าที่ตรัสผ่านโมเซ.
นฮย.
8:9 ก อษร.2:63; นฮย.7:65, 70; 10:1
นฮย.
8:9 ข ลวต.23:24; อฤธ.29:1
นฮย.
8:13 1 คำว่า ความเข้าใจอย่างลึกซึ้ง ในที่นี้ชี้ถึงการเข้าใจถึงความหมายสำคัญทางภายในแห่งพระคำของกฎบัญญัติ.
นฮย.
8:14 ก ลวต.23:34, 42
นฮย.
8:14 1ก หรือ พลับพลา. เหมือนกันตลอดทั้งบทนี้.
นฮย.
8:15 ก พบญ.16:16; เทียบ ลก9:33
นฮย.
8:16 ก วนฉ.16:27; 1ซมอ.9:25; กจ.10:9
นฮย.
8:17 ก 2คนก.8:13; อษร.3:4
นฮย.
8:18 ก พบญ.31:10-11
นฮย.
8:18 1 ชาวอิสราเอลกระทำทุกสิ่งตามกฎบัญญัติที่ครบถ้วน พร้อมด้วยพระบัญญัติ, บทบัญญัติ, และกฎเกณฑ์ (ดู ลก.1:6 คำอธิบาย 4). พวกเขาได้รับการเฟื่องฟูและกลายเป็นประเทศใหม่ ซึ่งถูกก่อรูปผ่านพระคำของพระเจ้าและด้วยพระคำของพระเจ้า.