นะเฮมยา บทที่ 2
3. เป็นที่โปรดปรานของกษัตริย์จึงทรงอนุญาตแก่นะเฮมยา — 2:1–8
นฮย.
2:1 ต่อมาในเดือนนิซันในปีที่กยี่สิบแห่งกษัตริย์ขอะระธาสัศธา เมื่อเหล้าองุ่นวางอยู่ต่อหน้าท่าน ข้าพเจ้าก็หยิบเหล้าองุ่นถวายกษัตริย์. แต่ก่อนนี้ข้าพเจ้าไม่เคยโศกเศร้าต่อหน้าท่านเลย.
นฮย.
2:2 และกษัตริย์กล่าวแก่ข้าพเจ้าว่า เหตุใดหน้าเจ้าจึงเศร้าโศก เจ้าก็ไม่ได้เจ็บป่วยไม่ใช่หรือ? นี่คงไม่ใช่สิ่งอื่นใดนอกจากเศร้าใจ. และข้าพเจ้าก็กลัวยิ่งนัก.
นฮย.
2:3 ข้าพเจ้ากล่าวแก่กษัตริย์ว่า 1ขอกษัตริย์ทรงพระเจริญยิ่งยืนนาน! หน้าของข้าพเจ้าจะไม่โศกเศร้าได้อย่างไรเล่า ในเมื่อกเมืองอันเป็นสถานที่ฝังศพบรรพบุรุษของข้าพเจ้าร้างเปล่าอยู่ และบรรดาประตูเมืองก็ถูกไฟเผาทำลายเสีย?
นฮย.
2:4 แล้วกษัตริย์กล่าวแก่ข้าพเจ้าว่า เจ้าต้องการอะไร? ข้าพเจ้าจึงอธิษฐานต่อกพระเจ้าแห่งฟ้าสวรรค์.
นฮย.
2:5 และข้าพเจ้ากล่าวแก่กษัตริย์ว่า ถ้ากษัตริย์พอพระทัย และถ้าผู้รับใช้ของท่านเป็นที่โปรดปรานต่อหน้าท่าน ขอท่านโปรดส่งข้าพเจ้าไปยังยูดา ยังเมืองอันเป็นที่ฝังศพบรรพบุรุษของข้าพเจ้า เพื่อข้าพเจ้าจะได้กสร้างขึ้นใหม่.
นฮย.
2:6 และกษัตริย์กล่าวแก่ข้าพเจ้า (มีพระราชินีประทับอยู่ข้างท่าน) ว่า เจ้าจะไปนานสักเท่าใด? เมื่อไรเจ้าจะกลับมา? กษัตริย์พอพระทัยที่จะให้ข้าพเจ้าไป และข้าพเจ้าก็กำหนดเวลาให้ท่านทราบ.
นฮย.
2:7 และข้าพเจ้ากล่าวแก่กษัตริย์ว่า ถ้ากษัตริย์พอพระทัย ขอโปรดมีพระราชสารให้ข้าพเจ้านำไปถึงบรรดาผู้ว่าราชการมณฑลฟากตะวันตกของ1แม่น้ำ เพื่อพวกเขาจะอนุญาตให้ข้าพเจ้าผ่านไป จนข้าพเจ้าไปถึงยูดา
นฮย.
2:8 และพระราชสารถึงอาซาฟเจ้าพนักงานผู้ดูแลป่าไม้หลวง เพื่อเขาจะได้ให้ไม้แก่ข้าพเจ้า เพื่อทำคานประตูพระราชวังของพระนิเวศน์ และกำแพงเมือง และสำหรับบ้านที่ข้าพเจ้าจะได้เข้าอาศัย. กษัตริย์ก็ให้[ตามที่ข้าพเจ้าร้องขอ] เพราะ1กพระหัตถ์อันประเสริฐของพระเจ้าของข้าพเจ้าอยู่เหนือข้าพเจ้า.
4. การเดินทางของนะเฮมยาไปยังกรุงเยรูซาเล็มและการตรวจการณ์ด้วยตัวเอง — 2:9–16
นฮย.
2:9 แล้วข้าพเจ้าไปหาบรรดาผู้ว่าราชการมณฑลฟากตะวันตกของแม่น้ำ และมอบพระราชสารของกษัตริย์แก่พวกเขา. กษัตริย์ได้จัดให้นายทหารและพลม้าไปกับข้าพเจ้าด้วย.
นฮย.
2:10 และเมื่อกซันบาลาตชนชาติโฮโรนและโตบิอา1ข้าราชการชนชาติอำโมนได้ยิน[เรื่องนี้] เป็นเรื่องที่ทำให้พวกเขาไม่พอใจอย่างยิ่งที่มีคนหนึ่งมาแสวงหาคุณประโยชน์ให้ชนชาติอิสราเอล.
นฮย.
2:11 ข้าพเจ้ามาถึงกกรุงเยรูซาเล็มและ[พัก]อยู่ที่นั่นสามวัน.
นฮย.
2:12 แล้วข้าพเจ้าลุกขึ้นในเวลากลางคืนโดยมีข้าพเจ้ากับชายบางคนที่อยู่กับข้าพเจ้า. ข้าพเจ้าไม่ได้บอกให้ใครทราบเรื่องที่กพระเจ้าของข้าพเจ้าทรงดลใจให้ข้าพเจ้าทำเพื่อกรุงเยรูซาเล็ม. ข้าพเจ้าไม่มีสัตว์อื่นอยู่ด้วยกับข้าพเจ้านอกจากสัตว์ที่ข้าพเจ้าขี่อยู่.
นฮย.
2:13 ในเวลากลางคืนข้าพเจ้าออกไปทางประตูหุบเขาถึงบ่อหมาใน และถึงประตูกองขยะ และข้าพเจ้าได้ตรวจดูกำแพงกรุงเยรูซาเล็มที่ถูกทลายลง และบรรดาประตูเมืองที่ถูกไฟเผาทำลาย.
นฮย.
2:14 แล้วข้าพเจ้าก็ผ่านต่อไปยังประตูน้ำพุถึงสระหลวง แต่ไม่มีที่ที่จะให้สัตว์ซึ่งข้าพเจ้าขี่อยู่ผ่านไปได้.
นฮย.
2:15 แล้วข้าพเจ้าขึ้นไปในเวลากลางคืนทางลำธารและตรวจดูกำแพง แล้วย้อนกลับมาเข้าทางประตูหุบเขากลับไปที่เดิม.
นฮย.
2:16 ส่วนพวกผู้ปกครองก็ไม่ทราบว่าข้าพเจ้าไปไหน หรือทำอะไร และข้าพเจ้าก็ยังไม่ได้บอกพวกยิว, พวกปุโรหิต, พวกขุนนาง, พวกผู้ปกครอง, และคนอื่นๆ ที่จะทำงาน.
5. การก่อสร้างกำแพงกรุงเยรูซาเล็มขึ้นใหม่ — 2:17–20
นฮย.
2:17 ต่อมาข้าพเจ้าพูดกับพวกเขาว่า พวกท่านได้เห็นแล้วว่า เราตกอยู่ในความลำบาก กรุงเยรูซาเล็มก็ปรักหักพังลง และบรรดาประตูเมืองก็ถูกไฟเผา. มาเถิด ให้เรากสร้างกำแพงกรุงเยรูซาเล็มขึ้น เพื่อเราจะไม่ต้องขอับอายขายหน้าอีกต่อไป.
นฮย.
2:18 แล้วข้าพเจ้าบอกพวกเขาถึงการที่พระหัตถ์ของพระเจ้าอยู่เหนือข้าพเจ้าเพื่อให้เกิดผลดี ทั้งถ้อยคำซึ่งกษัตริย์กล่าวแก่ข้าพเจ้า. และพวกเขากล่าวว่า ให้เราลุกขึ้นสร้างเถิด. เขาก็ลงมือทำ[การ]ดีนั้นอย่างขันแข็ง.
นฮย.
2:19 แต่เมื่อซันบาลาตชนชาติโฮโรนและโตบิอาข้าราชการชนชาติอำโมน กับเฆเซ็มชนชาติอาหรับได้ยิน[เรื่อง] พวกเขาก็กเยาะเย้ยและดูถูกเรา กล่าวว่า พวกเจ้าทำอะไรกันนี่? พวกเจ้ากำลังกบฏต่อกษัตริย์หรือ?
นฮย.
2:20 แล้วข้าพเจ้าตอบพวกเขาว่า 1กพระเจ้าแห่งฟ้าสวรรค์เองจะทรงทำให้เรามีความราบรื่น ดังนั้นพวกเราผู้รับใช้ของพระองค์จะลุกขึ้นก่อสร้าง. แต่พวกท่านไม่มีส่วนหรือสิทธิหรือที่ระลึกใดๆ ในกรุงเยรูซาเล็ม.
คำอธิบาย นะเฮมยา บทที่ 2
นฮย.
2:1 ก นฮย.1:1
นฮย.
2:1 ข อษร.7:1; นฮย.5:14
นฮย.
2:3 1 เนื่องจากนะเฮมยาเป็นผู้ที่รุกหน้า เขาจึงฉวยโอกาสที่จะพูดกับกษัตริย์. แม้ว่าเขาจะเป็นบุคคลธรรมดาทั่วไป เป็นผู้รับใช้ของกษัตริย์ เขาก็รุกหน้าที่จะถวายตัวเองแด่พระเจ้าด้วยใจสมัคร มีภาระในเรื่องการก่อสร้างกรุงเยรูซาเล็ม. เขายังรุกหน้าในการร้องขอต่อกษัตริย์ด้วย (ข้อ 4–8). ความรุกหน้าของเขาถูกพระเจ้าใช้เป็นอย่างมาก. ในด้านแบบเล็งแล้ว ความรุกหน้าของนะเฮมยา ซึ่งเป็นคุณธรรมอย่างหนึ่งในการประพฤติของมนุษย์นั้นได้แสดงให้เห็นว่าศักยภาพทางธรรมชาติ, ความสามารถทางธรรมชาติ, และคุณธรรมทางธรรมชาติของเราจะต้องผ่านกางเขนของพระคริสต์และถูกนำเข้าสู่การเป็นขึ้น ซึ่งก็คือถูกนำเข้าสู่พระวิญญาณนั้นผู้เป็นการสำเร็จสุดยอดของพระเจ้าตรีเอกภาพ (ยฮ.11:25; 1กธ.15:45) เพื่อจะให้พระเจ้าสามารถใช้การได้ในการทำให้แผนการบริหารของพระองค์สำเร็จสมบูรณ์.
นะเฮมยาเป็นผู้ที่ไม่ดำเนินชีวิตในมนุษย์ธรรมชาติของเขา แต่ดำเนินชีวิตอยู่ในการเป็นขึ้น. เขาเป็นผู้ที่รุกหน้า แต่ความรุกหน้าของเขาก็มีลักษณะเฉพาะอื่นๆ ควบคู่ไปด้วย. ในความสัมพันธ์ระหว่างเขากับพระเจ้า เขาเป็นผู้ที่รักพระเจ้าและรักสิทธิประโยชน์ของพระเจ้าบนแผ่นดินโลก ซึ่งครอบคลุมถึงดินแดนบริสุทธิ์ (เป็นเครื่องหมายเล็งถึงพระคริสต์), พระวิหารบริสุทธิ์ (เป็นเครื่องหมายเล็งถึงคริสตจักร), และเมืองบริสุทธิ์ (เป็นเครื่องหมายเล็งถึงอาณาจักรของพระเจ้า). เนื่องจากนะเฮมยาเป็นผู้ที่รักพระเจ้า เขาจึงอธิษฐานต่อพระเจ้าเพื่อติดต่อกับพระองค์อยู่ในการสามัคคีธรรม (1:4; 2:4ข; 4:4–5, 9). ยิ่งไปกว่านั้น นะเฮมยายังเชื่อพึ่งในพระเจ้าและกระทั่งเป็นหนึ่งกับพระเจ้าด้วย. ผลลัพธ์จึงทำให้เขากลายเป็นตัวแทนของพระเจ้า. ในความสัมพันธ์ระหว่างเขากับพลไพร่นั้น นะเฮมยาไม่มีความเห็นแก่ตัวเลย เขาไม่แสวงหาสิ่งใดเพื่อตัวเองหรือเพื่อผลประโยชน์ของตัวเอง. เขายินดีที่จะเสียสละสิ่งที่เขามีเพื่อพลไพร่และเพื่อประเทศชาติเสมอ (5:10, 14–19). ดู 4:18 คำอธิบาย 1, 5:14 คำอธิบาย 1, 8:2 คำอธิบาย 1 ย่อหน้า 2, 13:30 คำอธิบาย 1 ย่อหน้า 2.
นะเฮมยาเป็นผู้ที่ไม่ดำเนินชีวิตในมนุษย์ธรรมชาติของเขา แต่ดำเนินชีวิตอยู่ในการเป็นขึ้น. เขาเป็นผู้ที่รุกหน้า แต่ความรุกหน้าของเขาก็มีลักษณะเฉพาะอื่นๆ ควบคู่ไปด้วย. ในความสัมพันธ์ระหว่างเขากับพระเจ้า เขาเป็นผู้ที่รักพระเจ้าและรักสิทธิประโยชน์ของพระเจ้าบนแผ่นดินโลก ซึ่งครอบคลุมถึงดินแดนบริสุทธิ์ (เป็นเครื่องหมายเล็งถึงพระคริสต์), พระวิหารบริสุทธิ์ (เป็นเครื่องหมายเล็งถึงคริสตจักร), และเมืองบริสุทธิ์ (เป็นเครื่องหมายเล็งถึงอาณาจักรของพระเจ้า). เนื่องจากนะเฮมยาเป็นผู้ที่รักพระเจ้า เขาจึงอธิษฐานต่อพระเจ้าเพื่อติดต่อกับพระองค์อยู่ในการสามัคคีธรรม (1:4; 2:4ข; 4:4–5, 9). ยิ่งไปกว่านั้น นะเฮมยายังเชื่อพึ่งในพระเจ้าและกระทั่งเป็นหนึ่งกับพระเจ้าด้วย. ผลลัพธ์จึงทำให้เขากลายเป็นตัวแทนของพระเจ้า. ในความสัมพันธ์ระหว่างเขากับพลไพร่นั้น นะเฮมยาไม่มีความเห็นแก่ตัวเลย เขาไม่แสวงหาสิ่งใดเพื่อตัวเองหรือเพื่อผลประโยชน์ของตัวเอง. เขายินดีที่จะเสียสละสิ่งที่เขามีเพื่อพลไพร่และเพื่อประเทศชาติเสมอ (5:10, 14–19). ดู 4:18 คำอธิบาย 1, 5:14 คำอธิบาย 1, 8:2 คำอธิบาย 1 ย่อหน้า 2, 13:30 คำอธิบาย 1 ย่อหน้า 2.
นฮย.
2:3 ก เทียบ นฮย.1:3; บพส.102:14; 137:6
นฮย.
2:4 ก อษร.5:12; นฮย.1:4-5; 2:20; ดนอ.2:18
นฮย.
2:5 ก เทียบ บพส.51:18
นฮย.
2:7 1 หรือ ยูเฟรติส. ที่อื่นๆ ก็เป็นเช่นนี้ตลอดทั้งเล่ม.
นฮย.
2:8 ก อษร.7:6, 9, 28; 8:18, 22, 31; นฮย.2:18
นฮย.
2:8 1ก ดู อษร.7:6 คำอธิบาย 2.
นฮย.
2:10 ก เทียบ อษร.4:4-8
นฮย.
2:10 1 อาจชี้ถึงตำแหน่งเจ้าหน้าที่ภายใต้กษัตริย์เปอร์เซีย. ข้อ 19 ก็เช่นเดียวกัน.
นฮย.
2:11 ก เทียบ อษร.8:32
นฮย.
2:12 ก เทียบ อษร.7:27
นฮย.
2:17 ก เทียบ บพส.51:18
นฮย.
2:17 ข นฮย.1:3; บพส.44:13; 79:4; ยรม.24:9; ยอค.5:14-15; 22:4
นฮย.
2:19 ก นฮย.4:1; บพส.44:13
นฮย.
2:20 ก นฮย.1:4-5; 2:4
นฮย.
2:20 1ก การตอบรับของนะเฮมยาบ่งชี้ว่าในฐานะที่เป็นผู้ปรนนิบัติพระเจ้า เขาไม่ขลาดกลัว แต่เป็นผู้ที่รุกหน้าเป็นอย่างมาก. ดูข้อ 3 คำอธิบาย 1.