การงานบรรณกิจของห้องสมุดกิตติคุณแห่งประเทศไทย
หากท่านต้องการมีส่วนในการงานบรรณกิจของห้องสมุดกิตติคุณแห่งประเทศไทย
ท่านสามารถมอบถวายทรัพย์โดยโอนเงินเข้าบัญชีของห้องสมุด:
ธนาคารกสิกรไทย สาขาพาราไดซ์ พาร์ค
ชื่อบัญชี: นายปิยะ ตั้งเสรีมั่นคง และ
นางสุมิตรา อดุลประวิตรชัย และ
นางสาวทานาธิบดี ชูมณี
เลขที่บัญชี: 218-3-99941-1

รบกวนส่งสลิปการโอนมาที่ Line ID: @gospelbookroom
1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 13

นะเฮมยา บทที่ 13

(5) ปฏิบัติการสะสางบนตัวของอิสราเอลซึ่งเป็นผู้ที่พระเจ้าทรงเลือกสรร — 13:1–30ก
นฮย. 13:1 ในวันนั้น พวกเขาอ่านกหนังสือของโมเซให้พลไพร่ฟัง และได้พบ[ข้อความ]ที่เขียนไว้ว่า ขไม่ควรให้1ชนชาติอำโมนหรือชนชาติโมอาบเข้าไปในที่ประชุมของพระเจ้าเป็นนิตย์
นฮย. 13:2 เพราะพวกเขาไม่ได้เอาอาหารและน้ำมาต้อนรับชนชาติอิสราเอล แต่ได้จ้างกบีละอามให้มาต่อต้านและสาปแช่งเขา แต่พระเจ้าของเราทรงเปลี่ยนขคำสาปแช่งเป็นพร.
นฮย. 13:3 และเมื่อพลไพร่ได้ยินกฎบัญญัติ เขาก็กแยกขคนที่ปะปนมาทั้งสิ้นออกเสียจากอิสราเอล.
นฮย. 13:4 ก่อนหน้านี้ เอ็ลยาซีพปุโรหิตผู้ได้รับการแต่งตั้งให้ดูแลห้องในพระนิเวศน์ของพระเจ้าของเรา เพราะเขาเกี่ยวพันกับกโตบิอานั้น
นฮย. 13:5 ได้จัดห้องใหญ่ห้องหนึ่งให้โตบิอา เป็นห้องที่แต่ก่อนใช้เก็บเครื่องบูชาธัญญาหาร, กำยาน, ภาชนะต่างๆ และส่วนหนึ่งในสิบที่เป็นข้าว, เหล้าองุ่นใหม่, และน้ำมันใหม่ ซึ่งเขาให้ไว้ตามคำบัญชาแก่คนเลวี, นักร้อง, คนเฝ้าดูแลประตู ,และเครื่องบูชายกสำหรับปุโรหิต.
นฮย. 13:6 เมื่อเกิดเรื่องนี้ข้าพเจ้าไม่ได้อยู่ในกรุงเยรูซาเล็ม เพราะข้าพเจ้าได้ไปเฝ้ากษัตริย์อะระธาสัศธาแห่งบาบิโลนในปีที่กสามสิบสองแห่งรัชกาลของท่าน และต่อมาข้าพเจ้าก็ทูลลากษัตริย์.
นฮย. 13:7 และมายังกรุงเยรูซาเล็ม แล้วข้าพเจ้าจึงทราบความชั่วร้ายซึ่งเอ็ลยาซีพได้กระทำเพื่อโตบิอา คือจัดห้องภายในลานบริเวณพระนิเวศน์ของพระเจ้าให้เขา.
นฮย. 13:8 ข้าพเจ้าเป็นทุกข์โศกเศร้ามาก และข้าพเจ้าก็โยนเครื่องแต่งเรือนทั้งสิ้นของโตบิอาออกเสียจากห้อง.
นฮย. 13:9 แล้วข้าพเจ้าสั่งให้พวกเขากชำระห้องให้บริสุทธิ์ และข้าพเจ้าก็นำภาชนะของพระนิเวศน์ของพระเจ้า ทั้งเครื่องบูชาธัญญาหารกับกำยานกลับมาไว้ที่นั่นอีก.
นฮย. 13:10 และข้าพเจ้ายังทราบอีกว่า กส่วนของคนเลวีนั้นเขาก็ไม่ได้มอบให้ เพราะฉะนั้น คนเลวีและนักร้องผู้ทำการปรนนิบัติ ต่างก็กลับไปยังไร่นาของตน.
นฮย. 13:11 ข้าพเจ้าจึงต่อว่าผู้ปกครองและกล่าวว่า ทำไมจึงทอดทิ้งพระนิเวศน์ของพระเจ้าเสีย? ข้าพเจ้าจึงรวบรวมพวกเขากลับมา และตั้งเขาไว้ตามตำแหน่งของเขาอีก.
นฮย. 13:12 และคนยูดาทั้งปวงได้นำส่วนหนึ่งในสิบที่เป็นข้าว, เหล้าองุ่นใหม่, และน้ำมันใหม่เข้ามายังคลัง.
นฮย. 13:13 ข้าพเจ้าได้แต่งตั้งคนให้ดูแลคลัง คือเซเล็มยาปุโรหิต ซาโดคธรรมาจารย์และฟะดายาคนเลวี และผู้ช่วยของเขาคือฮานานบุตรซาคูรผู้เป็นบุตรมัธธันยา เพราะพวกเขาถูกนับว่าสัตย์ซื่อ และหน้าที่ของเขาคือการปันส่วนแก่พวกพี่น้อง.
นฮย. 13:14 โอ พระเจ้าของข้าพเจ้า ขอทรงระลึกถึงข้าพเจ้าเกี่ยวกับเรื่องนี้ และขออย่าทรงลบล้างการดีทั้งหลายของข้าพเจ้าที่ข้าพเจ้าได้ทำเพื่อพระนิเวศน์ของพระเจ้าของข้าพเจ้า และเพื่อการปรนนิบัติในที่นั้น.
นฮย. 13:15 ครั้งนั้นในยูดา ข้าพเจ้าเห็นคนย่ำเหล้าองุ่นในกวันซะบาโต และนำฟ่อนข้าวบรรทุกหลังลาเข้ามา ทั้งเหล้าองุ่น, ผลองุ่น, มะเดื่อเทศ และภาระทุกอย่าง ซึ่งเขานำมายังกรุงเยรูซาเล็มในวันซะบาโต ข้าพเจ้าได้ตักเตือน[เขาทั้งหลาย]ในวันที่เขาขายอาหาร.
นฮย. 13:16 และมีคนชนชาติตุโรที่อาศัยอยู่ในเมืองได้นำปลาและสินค้าทุกอย่างเข้ามาขายในวันซะบาโตแก่คนยูดา และในกรุงเยรูซาเล็ม.
นฮย. 13:17 แล้วข้าพเจ้าได้ต่อว่าพวกขุนนางแห่งยูดา และกล่าวกับเขาว่า ทำไมท่านทั้งหลายจึงกระทำความชั่วร้ายเช่นนี้ คือกระทำให้วันซะบาโตเป็นมลทิน?
นฮย. 13:18 บรรพบุรุษของท่านไม่ได้กระทำเช่นนี้หรือ และพระเจ้าของเราไม่ได้ทรงนำเหตุร้ายนี้ทั้งสิ้นให้ตกอยู่บนเราและบนเมืองนี้หรือ? ท่านยังจะนำพระพิโรธยิ่งกว่านั้นมาเหนืออิสราเอลด้วยการทำให้วันซะบาโตเป็นมลทิน.
นฮย. 13:19 และต่อมาพอเริ่มมืดที่ประตูกรุงเยรูซาเล็มก่อนวันซะบาโต ข้าพเจ้าสั่งให้ปิดประตูเมือง และสั่งว่า ไม่ให้เปิดจนกว่าจะพ้นวันซะบาโตแล้ว และข้าพเจ้าก็ตั้งข้าราชการบางคนของข้าพเจ้าให้ดูแลประตูเมือง เพื่อไม่ให้นำภาระสิ่งใดเข้ามาในกวันซะบาโต.
นฮย. 13:20 แล้วพวกพ่อค้าและพวกขายสินค้าทุกชนิดได้นอนค้างคืนอยู่นอกกรุงเยรูซาเล็มหนสองหน.
นฮย. 13:21 ข้าพเจ้าได้ตักเตือนพวกเขา และกล่าวกับเขาว่า ทำไมท่านจึงมานอนอยู่หน้ากำแพงเมือง ถ้าท่านทำอีกข้าพเจ้าจะจับท่าน. ตั้งแต่นั้นมาเขาก็ไม่มาในวันซะบาโตอีก.
นฮย. 13:22 และข้าพเจ้าสั่งคนเลวีให้ชำระตัวให้บริสุทธิ์และมาเฝ้าประตูเมือง เพื่อแบ่งแยกวันซะบาโตให้บริสุทธิ์. โอ พระเจ้าของข้าพเจ้า ขอพระองค์ทรงระลึกถึงข้าพเจ้าในเรื่องนี้ และขอสงวนรักษาข้าพเจ้าไว้ตามความเอ็นดูรักใคร่ที่ยิ่งใหญ่ของพระองค์.
นฮย. 13:23 ในสมัยนั้นข้าพเจ้าเห็นพวกยิวกแต่งงานกับหญิงชนชาติอัศโดด, อำโมน, และโมอาบ
นฮย. 13:24 และลูกของเขาครึ่งหนึ่งพูดภาษาอัศโดด เขาพูดภาษายูดาไม่ได้ แต่[พูด]ภาษาของแต่ละชนชาติ.
นฮย. 13:25 ข้าพเจ้าได้ต่อว่าพวกเขา และสาปแช่งเขา และเฆี่ยนตีเขาบางคน และดึงถอนผมของเขาออก และข้าพเจ้าให้เขาปฏิญาณในพระนามของพระเจ้า [ข้าพเจ้ากล่าวว่า] เจ้าทั้งหลายกอย่ายกลูกสาวของเจ้าให้แก่ลูกชายของเขา หรือรับลูกสาวของเขาให้แก่ลูกชายของเจ้า หรือตัวเจ้าเอง.
นฮย. 13:26 ซะโลโมกษัตริย์แห่งอิสราเอลไม่ได้กระทำบาปด้วยเรื่องอย่างนี้หรือ? ท่ามกลางบรรดาประชาชาติ ไม่มีกษัตริย์องค์ใดเหมือนอย่างท่าน และพระเจ้าของท่านก็ทรงกรักท่าน และพระเจ้าทรงกระทำให้ท่านเป็นกษัตริย์เหนืออิสราเอลทั้งปวง แม้กระนั้น บรรดาขภรรยาต่างชาติก็เป็นเหตุให้ท่านกระทำบาป.
นฮย. 13:27 ควรหรือที่เราจะฟังเจ้าและทำความชั่วร้ายใหญ่ยิ่งนี้ทั้งสิ้นโดยการประพฤติไม่สัตย์ซื่อต่อพระเจ้าของเราด้วยการแต่งงานกับหญิงต่างชาติ?
นฮย. 13:28 บุตรชายคนหนึ่งของโยยาดาผู้เป็นบุตรเอ็ลยาซีพมหาปุโรหิตนั้นเป็นบุตรเขยของซันบาลาตชนชาติโฮโรน เพราะฉะนั้นข้าพเจ้าจึงขับไล่เขาไปเสียจากข้าพเจ้า.
นฮย. 13:29 โอ พระเจ้าของข้าพเจ้า ขอทรงระลึกถึงเขาทั้งหลาย เพราะว่าเขาทั้งหลายได้ทำให้หน้าที่ปุโรหิต และพันธสัญญาที่เกี่ยวกับหน้าที่ปุโรหิตและคนเลวีกเป็นมลทิน.
นฮย. 13:30 ดังนั้น ข้าพเจ้าจึง1ชำระพวกเขาจากทุกสิ่งที่เป็นของคนต่างชาติ.
(6) นะเฮมยากำหนดหน้าที่ให้กับบรรดาปุโรหิตและคนเลวีในการถวายฟืนและผลสุกงอมรุ่นแรก — 13:30ข–31
และข้าพเจ้าได้กำหนดหน้าที่ของบรรดาปุโรหิตและคนเลวี ต่างก็ประจำงานของตน
นฮย. 13:31 ข้าพเจ้ายังได้กำหนดให้ถวายฟืนตามเวลากำหนดและถวายผลสุกงอมรุ่นแรกด้วย. โอ พระเจ้าของข้าพเจ้า ขอทรงระลึกถึงข้าพเจ้าให้เกิดผลดีเถิด.

คำอธิบาย นะเฮมยา บทที่ 13

นฮย. 13:1 ก พบญ.31:11-12; 2พกษ.23:2; นฮย.8:3, 8, 18; 9:3
นฮย. 13:1 ข พบญ.23:3-5
นฮย. 13:1 1 ดู ยนซ.19:37 คำอธิบาย 2 ย่อหน้า 1.
นฮย. 13:2 ก อฤธ.22:5; ยฮซ.24:9-10; 2ปต.2:15
นฮย. 13:2 ข อฤธ.23:11
นฮย. 13:3 ก เทียบ นฮย.9:2
นฮย. 13:3 ข อซด.12:38; อฤธ.11:4
นฮย. 13:4 ก นฮย.2:10
นฮย. 13:6 ก นฮย.5:14
นฮย. 13:9 ก เทียบ 2คนก.29:15-16, 18
นฮย. 13:10 ก นฮย.10:37
นฮย. 13:15 ก อซด.20:10; นฮย.10:31
นฮย. 13:19 ก ยรม.17:21; ยฮ.5:10
นฮย. 13:23 ก อษร.9:2; 10:2, 10
นฮย. 13:25 ก นฮย.10:30; พบญ.7:3
นฮย. 13:26 ก 2ซมอ.12:24-25
นฮย. 13:26 ข เทียบ 1พกษ.11:1-8
นฮย. 13:29 ก ลวต.11:44; ฮร.12:15
นฮย. 13:30 1 โดยการช่วยเหลือของเอษรา นะเฮมยาได้ก่อรูปเชลยที่กลับมาขึ้นเป็นประเทศอิสราเอลอย่างครบบริบูรณ์ (8:1—13:31). ผลลัพธ์จึงทำให้อิสราเอลกลายเป็นประเทศที่พิเศษ ซึ่งเป็นประเทศที่ได้แบ่งแยกบริสุทธิ์และแยกออกมาคืนสู่พระเจ้า อีกทั้งได้สำแดงพระเจ้า. พวกเขาถูกถ่ายเทด้วยความคิดของพระเจ้า, การตระหนักของพระเจ้า, และทุกสิ่งที่พระเจ้าทรงเป็น ซึ่งทำให้พวกเขากลายเป็นผลิตภัณฑ์ถอดแบบของพระเจ้า. ในที่สุดพวกเขาก็ได้กลายเป็นประเทศอันศักดิ์สิทธิ์ที่อยู่บนแผ่นดินโลก ซึ่งได้สำแดงออกซึ่งลักษณะเฉพาะอันศักดิ์สิทธิ์. พวกเขาถูกก่อรูปขึ้นใหม่ทั้งในด้านส่วนบุคคลและในด้านกลุ่มชน เพื่อกลายเป็นพยานของพระเจ้า.
จุดศูนย์กลางที่สำคัญของหนังสือเอษราและนะเฮมยานั้นคือเรื่องของการเป็นผู้นำพาอย่างถูกต้องและเหมาะสม. บทบันทึกของการนำพาในหนังสือวินิจฉัย, 1&2 ซามูเอล, 1&2 พงศาวดารกษัตริย์, และ 1&2 โครนิกานั้นส่วนใหญ่อยู่ในด้านมืด แต่บทบันทึกในเอษราและนะเฮมยานั้นสว่างไสวอย่างสิ้นเชิง. ในหนังสือเอษราและนะเฮมยาได้กล่าวถึงผู้นำสามคนคือ ซะรุบาเบล, เอษรา, และนะเฮมยา. พวกเขาล้วนเป็นผู้นำที่ดีเลิศ แต่ผู้นำที่ดีและสูงส่งที่สุดก็คือนะเฮมยา. มีเพียงภายใต้การนำพาของบุคคลอย่างซะรุบาเบล, เอษรา, และนะเฮมยาเท่านั้น อิสราเอลจึงจะสามารถถูกก่อรูปขึ้นใหม่ได้ จนกลายเป็นพยาน, การสำแดงของพระเจ้าบนแผ่นดินโลก เป็นชนชาติที่แตกต่างจากชาวต่างชาติอย่างสิ้นเชิง. พยานของพระเจ้าเช่นนี้คือแบบเล็งของคริสตจักรที่พระเจ้าทรงประสงค์ที่จะได้รับในทุกวันนี้.
สารบัญ