การงานบรรณกิจของห้องสมุดกิตติคุณแห่งประเทศไทย
หากท่านต้องการมีส่วนในการงานบรรณกิจของห้องสมุดกิตติคุณแห่งประเทศไทย
ท่านสามารถมอบถวายทรัพย์โดยโอนเงินเข้าบัญชีของห้องสมุด:
ธนาคารกสิกรไทย สาขาพาราไดซ์ พาร์ค
ชื่อบัญชี: นายปิยะ ตั้งเสรีมั่นคง และ
นางสุมิตรา อดุลประวิตรชัย และ
นางสาวทานาธิบดี ชูมณี
เลขที่บัญชี: 218-3-99941-1

รบกวนส่งสลิปการโอนมาที่ Line ID: @gospelbookroom
1 2 3 4 5 6 7 8 9 10

เอษรา บทที่ 7

II. การกลับมาจากการเป็นเชลยภายใต้การนำพาอย่างปุโรหิตของเอษรา — 7:1—10:44
1. การกลับมาจากการเป็นเชลยภายใต้เอษรา— 7:1—8:36
(1) เริ่มต้นการเดินทางกลับผ่านการที่เอษราร้องขอต่อกษัตริย์ — 7:1–10
อษร. 7:1 ต่อมาในรัชกาลของอะระธาสัศธากษัตริย์แห่งเปอร์เซีย 1เอษราบุตรกซะรายา ผู้เป็นบุตรอะซาระยา ผู้เป็นบุตรฮิลคียา
อษร. 7:2 ผู้เป็นบุตรซาลุม ผู้เป็นบุตรซาโดค ผู้เป็นบุตรอะฮีธูป
อษร. 7:3 ผู้เป็นบุตรอะมาระยา ผู้เป็นบุตรอะซาระยา ผู้เป็นบุตรมะราโยธ
อษร. 7:4 ผู้เป็นบุตรซะรัลยา ผู้เป็นบุตรอุซี ผู้เป็นบุตรบุคี
อษร. 7:5 ผู้เป็นบุตรอะบีซูอะ ผู้เป็นบุตรฟีนะฮาศ ผู้เป็นบุตรเอละอาซาร ผู้เป็นบุตรอาโรนมหาปุโรหิต
อษร. 7:6 เอษราคนนี้ได้ขึ้นมาจากบาบิโลน ท่านเป็นกธรรมาจารย์ชำนาญในเรื่องกฎบัญญัติของโมเซ ซึ่งพระยะโฮวาพระเจ้าแห่งอิสราเอลประทานให้ และกษัตริย์กระทำทุกอย่างที่ท่าน1ร้องขอ เพราะว่า2ขพระหัตถ์ของพระยะโฮวาพระเจ้าของท่านอยู่เหนือตัวท่าน.
อษร. 7:7 มีบางคนในกชนชาติอิสราเอลและในบรรดาขปุโรหิต บรรดาคนเลวี บรรดานักร้องและคนเฝ้าดูแลประตู และคคนรับใช้ประจำพระวิหาร ได้ขึ้นไปถึงกรุงเยรูซาเล็มด้วยในปีที่เจ็ดแห่งกษัตริย์งอะระธาสัศธา.
อษร. 7:8 และท่านมาถึงเยรูซาเล็มในเดือนที่ห้า ซึ่งเป็นปีที่เจ็ดของกษัตริย์
อษร. 7:9 เพราะใน[วันที่]หนึ่งของเดือนที่หนึ่งท่านได้เริ่มขึ้นไปจากบาบิโลน และใน[วันที่หนึ่ง]ของเดือนที่ห้าท่านมาถึงเยรูซาเล็ม เพราะว่ากพระหัตถ์อันประเสริฐแห่งพระเจ้าของท่านอยู่บนตัวท่าน.
อษร. 7:10 เพราะเอษราได้ตั้งใจของท่านที่จะแสวงหากฎบัญญัติของพระยะโฮวา และกระทำตามและสอน1บทบัญญัติและกฎเกณฑ์[ของพระองค์]ในอิสราเอล.
(2) กฤษฎีกาของอะระธาสัศธากษัตริย์แห่งเปอร์เซียที่มอบให้แก่เอษรา — 7:11–28
อษร. 7:11 ต่อไปนี้เป็นสำเนาจดหมาย ซึ่งกษัตริย์อะระธาสัศธาให้แก่เอษราปุโรหิต ผู้เป็นธรรมาจารย์ ผู้[เชี่ยวชาญ]ในพระคำแห่งพระบัญญัติของพระยะโฮวาและบทบัญญัติของพระองค์ที่มีต่ออิสราเอลว่า
อษร. 7:12 1อะระธาสัศธากษัตริย์เหนือกษัตริย์ทั้งหลาย ถึงเอษราปุโรหิต ธรรมาจารย์ของกฎบัญญัติแห่งพระเจ้าของฟ้าสวรรค์ ขอให้มีสันติสุขอย่างครบสมบูรณ์เถิด
อษร. 7:13 เราออกกฤษฎีกาว่า พลไพร่อิสราเอลคนหนึ่งคนใด และปุโรหิตของพวกเขา และคนเลวีในอาณาจักรของเรา ผู้ซึ่งถวายตัวด้วยใจสมัครที่จะไปยังกรุงเยรูซาเล็มก็ให้ไปกับเจ้าได้.
อษร. 7:14 เพราะกษัตริย์และกที่ปรึกษาทั้งเจ็ดคนได้ใช้เจ้าไป ให้ถามถึงยูดาและกรุงเยรูซาเล็ม ตามกฎบัญญัติแห่งพระเจ้าของเจ้าซึ่งอยู่ในมือเจ้านั้น
อษร. 7:15 และให้นำเงินและทองคำซึ่งกษัตริย์และที่ปรึกษาของท่านสมัครใจถวายแด่พระเจ้าแห่งอิสราเอลผู้ประทับในกรุงเยรูซาเล็ม
อษร. 7:16 พร้อมทั้งเงินและทองคำทั้งสิ้นซึ่งเจ้าจะหาได้ในทั่วทั้งมณฑลของบาบิโลนพร้อมกับของถวายด้วยใจสมัครของพลไพร่และปุโรหิตที่สมัครใจถวายแด่พระนิเวศน์ของพระเจ้าของเขา ซึ่งอยู่ในกรุงเยรูซาเล็ม
อษร. 7:17 แล้วด้วยเงินนี้เจ้าจงขยันขันแข็งซื้อโคตัวผู้ แกะตัวผู้ และลูกแกะ กับเครื่องบูชาธัญญาหารคู่กันและเครื่องดื่มบูชาคู่กัน และเจ้าจงถวายสิ่งเหล่านี้บนแท่นบูชาของพระนิเวศน์แห่งพระเจ้าของเจ้าซึ่งอยู่ในเยรูซาเล็ม.
อษร. 7:18 ส่วนเงินและทองคำที่เหลืออยู่นั้น เจ้าและพี่น้องของเจ้าเห็นดีที่จะทำอย่างไรก็จงทำเถิด ตามน้ำพระทัยของพระเจ้าของเจ้า.
อษร. 7:19 และภาชนะซึ่งได้มอบให้เจ้าสำหรับการปรนนิบัติในพระนิเวศน์ของพระเจ้าของเจ้า เจ้าจงมอบทั้งหมดไว้ต่อเบื้องพระพักตร์พระเจ้าแห่งกรุงเยรูซาเล็ม.
อษร. 7:20 และสิ่งใดๆ ซึ่งยังต้องการสำหรับพระนิเวศน์ของพระเจ้าของเจ้า ซึ่งเจ้าจะต้องจัดหานั้น เจ้าจงจัดหาให้จากคลังทรัพย์ของกษัตริย์.
อษร. 7:21 และเรา คือ กษัตริย์อะระธาสัศธา ได้ออกกฤษฎีกาไปยังนายคลังทุกคนใน[มณฑล]ฟากแม่น้ำข้างตะวันตกว่า สิ่งใดๆ ที่เอษราปุโรหิตธรรมาจารย์ของกฎบัญญัติแห่งพระเจ้าของฟ้าสวรรค์ต้องการจากท่าน จงกระทำให้เขาด้วยความขยันขันแข็ง
อษร. 7:22 ถึงเงินหนักหนึ่งร้อยตะลันต์ และข้าวสาลีหนึ่งร้อยคอระ เหล้าองุ่นหนึ่งร้อยบัท น้ำมันหนึ่งร้อยบัท และเกลือไม่จำกัดจำนวน.
อษร. 7:23 สิ่งใดที่พระเจ้าแห่งฟ้าสวรรค์ทรงบัญชา ก็จงกระทำให้อย่างถูกต้องครบถ้วนสำหรับพระนิเวศน์ของพระเจ้าแห่งฟ้าสวรรค์. เกรงว่าพระพิโรธของพระองค์จะมีต่ออาณาจักรของกษัตริย์และบรรดาบุตรชายของท่าน.
อษร. 7:24 เราขอแจ้งแก่ท่านทั้งหลายด้วยว่า ไม่เป็นการถูกต้องตามกฎหมายที่จะเอาบรรณาการ ภาษี หรือค่าธรรมเนียมจากคนหนึ่งคนใดในบรรดาปุโรหิต คนเลวี นักร้อง คนเฝ้าดูแลประตู คนรับใช้ประจำพระวิหาร หรือผู้ปรนนิบัติอื่นๆ ของพระนิเวศน์ของพระเจ้านี้.
อษร. 7:25 ส่วนเจ้า เอษรา 1จงทำตามกสติปัญญาที่พระเจ้าประทานแก่เจ้า จงแต่งตั้งพนักงานผู้ปกครอง และผู้พิพากษาที่จะพิพากษาพลไพร่ทั้งปวงใน[มณฑล]ฟากแม่น้ำข้างตะวันตก คือทุกคนที่รู้บรรดากฎบัญญัติของพระเจ้าของเจ้า และคนเหล่านั้นที่ไม่รู้ เจ้าทั้งหลายจะต้องสอน.
อษร. 7:26 ผู้ใดที่ไม่กระทำตามกฎบัญญัติแห่งพระเจ้าของเจ้า และกฎหมายของกษัตริย์ก็ให้พิพากษาลงโทษเขาอย่างเคร่งครัด จะเป็นโทษถึงตาย หรือเนรเทศ หรือริบทรัพย์ หรือจำขังก็ได้.
อษร. 7:27 [เอษรากล่าวว่า] สรรเสริญแด่พระยะโฮวาพระเจ้าแห่งบรรพบุรุษของเรา ผู้วางเรื่องนี้ไว้ในกใจของกษัตริย์ให้เสริมความงดงามแก่พระนิเวศน์ของพระยะโฮวาซึ่งอยู่ในกรุงเยรูซาเล็ม
อษร. 7:28 และผู้ทรงประทานความเอ็นดูรักใคร่แก่ข้าพเจ้าต่อหน้ากษัตริย์ และที่ปรึกษาของท่าน และต่อหน้าพวกเจ้านายผู้ทรงอำนาจของกษัตริย์. และข้าพเจ้าก็ได้รับการเสริมกำลังขึ้น เพราะกพระหัตถ์ของพระยะโฮวาพระเจ้าของข้าพเจ้าอยู่บนข้าพเจ้า และข้าพเจ้าได้รวบรวมผู้นำจากอิสราเอลขึ้นไปกับข้าพเจ้า.

คำอธิบาย เอษรา บทที่ 7

อษร. 7:1 1 การกลับมาจากการเป็นเชลยครั้งแรกของอิสราเอลนั้น (ดู 1:1 คำอธิบาย 1) จำเป็นต้องมีการนำพาอย่างกษัตริย์ของซะรุบาเบลผู้เป็นเชื้อสายของกษัตริย์ ซึ่งรู้ว่าจะปกครองและนำหน้าในการก่อสร้างแท่นบูชาและพระวิหารอย่างไร. หลังจากนี้ความจำเป็นในการนำพาก็ย้ายจากราชวงศ์ของกษัตริย์ไปยังฐานะปุโรหิต ซึ่งก็คือเอษราผู้เป็นเชื้อสายของอาโรนมหาปุโรหิต (ข้อ 1–5). เอษราไม่เพียงเป็นปุโรหิต แต่ยังเป็นธรรมาจารย์ที่มีความชำนาญในกฎบัญญัติของพระเจ้าด้วย (ข้อ 6). ในฐานะบุคคลเช่นนี้ เอษราจึงมีศักยภาพที่จะสนองต่อความต้องการนี้.
หลังจากที่พระวิหารได้ก่อสร้างขึ้นใหม่ภายใต้การนำพาของซะรุบาเบล พลไพร่นั้นยังคงยากที่จะปกครองได้ เพราะการก่อรูปของพวกเขาได้กลายเป็นชาวบาบิโลนไปแล้ว. ดังนั้นจึงจำเป็นต้องมีเอษรา ซึ่งเป็นผู้ที่เป็นทั้งปุโรหิตปรนนิบัติพระเจ้าและยังเป็นธรรมาจารย์ เป็นผู้เชี่ยวชาญที่มีความชำนาญในพระคำของพระเจ้า มีความชำนาญในกฎบัญญัติของโมเซ. เอษราเป็นการสรุปรวมของการก่อรูปและวัฒนธรรมฝ่ายสวรรค์อันศักดิ์สิทธิ์. เขานำพลไพร่กลับสู่พระคำของพระเจ้า เพื่อพวกเขาจะได้รับการศึกษาใหม่ ถูกก่อรูปขึ้นใหม่ด้วยหลักความจริงฝ่ายสวรรค์ที่อยู่ในพระคำอันศักดิ์สิทธิ์. ดู นฮย.8:1 คำอธิบาย 1.
อษร. 7:1 ก ข้อ 1ข-5: 1คนก.6:4-14
อษร. 7:6 ก อษร.7:11-12; นฮย.8:1, 4, 13; 12:26, 36; มธ.2:4; 23:2; มก.12:35; เทียบ มธ.13:52
อษร. 7:6 1 การกลับจากบาบิโลนมายังกรุงเยรูซา เล็มครั้งแรกนั้นเริ่มต้นมาจากพระเจ้า (1:1, 5). ส่วนการกลับมาครั้งที่สองเริ่มต้นมาจากเอษรา ซึ่งได้ไปหากษัตริย์เพื่อขอร้องให้กษัตริย์กระทำตามคำร้องขอของเขา. เอษราตระหนักว่าการกลับไปครั้งแรกนั้นยังไม่ครบสมบูรณ์ ยังไม่ครบถ้วน. เขาตระหนักว่ามีความจำเป็นต้องมีผู้ที่ชำนาญในกฎบัญญัติของพระเจ้าและผู้ที่รู้จักพระทัยของพระเจ้า, ความปรารถนาของพระเจ้า, และแผนการบริหารของพระเจ้า เพื่อที่จะช่วยเหลือพลไพร่ให้รู้จักพระเจ้าตามสิ่งที่พระเจ้าได้ตรัสไว้ ไม่ใช่รู้จักโดยทั่วไปเท่านั้น. เอษรามีศักยภาพเช่นนี้ ดังนั้นเขาจึงอาสาที่จะไปหากษัตริย์และร้องขอให้กษัตริย์ออกกฤษฎีกาอนุญาตให้ชาวยิวกลับไปยังดินแดนแห่งบรรพบุรุษของพวกเขา.
อษร. 7:6 ข อษร.7:9, 28; 8:18, 22, 31; นฮย.2:8, 18
อษร. 7:6 2ข หนังสือเล่มนี้ไม่ได้กล่าวถึงพระวิญญาณของพระเจ้า แต่พระหัตถ์ของพระเจ้าถูกกล่าวถึงหลายครั้งด้วยกัน (ดูพระคัมภีร์อ้างอิง 6ข). เมื่อพระวิญญาณของพระเจ้าทรงกระทำการอยู่ภายใน นั่นก็คือพระวิญญาณนั้น. เมื่อพระวิญญาณของพระเจ้าทรงกระทำการอยู่ภายนอก นั่นก็คือพระหัตถ์ของพระเจ้า.
อษร. 7:7 ก เทียบ อษร.8:1-14
อษร. 7:7 ข อษร.8:15-19
อษร. 7:7 ค อษร.2:43; 8:17, 20
อษร. 7:7 ง อษร.4:7
อษร. 7:9 ก อษร.7:6
อษร. 7:10 1 ดู ลก.1:6 คำอธิบาย 4. เอษราตั้งใจที่จะแสวงหาและกระทำตามกฎบัญญัติของพระยะโฮวาไม่เพียงในส่วนที่สำคัญเท่านั้น แต่เขายังสอนบทบัญญัติ (รายละเอียด) และกฎเกณฑ์ (คำตัดสินและการพิพากษา) ของพระองค์ด้วย.
อษร. 7:12 1 ตั้งแต่ข้อนี้จนถึง 7:26 ข้อความถูกเขียนเป็นภาษาอาราเมอิค ไม่ใช่ภาษาเฮ็บราย.
อษร. 7:14 ก อธร.1:13
อษร. 7:25 1 แปลตามตรงคือ ตามสติปัญญาแห่งพระเจ้าของเจ้าอันอยู่ในมือของเจ้า
อษร. 7:25 ก เทียบ 1พกษ.3:28
อษร. 7:27 ก อษร.6:22
อษร. 7:28 ก อษร.7:6
สารบัญ