เอษรา บทที่ 5
9. การงานแห่งการก่อสร้างขึ้นใหม่ดำเนินต่อเนื่องไปผ่านการหนุนใจและการช่วยเหลือจากการเผยพระวจนะของฮาฆีและซะคาระยา — 5:1–2
อษร.
5:1 ส่วน1ผู้เผยพระวจนะกฮาฆีและขซะคาระยาบุตรอีโดได้เผยพระวจนะแก่พวกยิวผู้อยู่ในยูดาและในกรุงเยรูซาเล็มในพระนามของพระเจ้าแห่งอิสราเอลผู้ทรงสถิตอยู่เหนือพวกเขา.
อษร.
5:2 แล้วกซะรุบาเบลบุตรซะอัลธิเอลและเยซูอาบุตรโยซาดาก ได้ลุกขึ้นตั้งต้นขสร้างพระนิเวศน์แห่งพระเจ้าซึ่งอยู่ในเยรูซาเล็ม และผู้เผยพระวจนะของพระเจ้าได้อยู่กับพวกเขา ช่วยเหลือพวกเขา.
10. คำยืนยันในกฤษฎีกาของดาระยาศกษัตริย์แห่งเปอร์เซีย — 5:3—6:12
อษร.
5:3 ในเวลาเดียวกันนั้น ธัธนายผู้ว่าราชการ[มณฑล]ฟากแม่น้ำข้างตะวันตก และซะธัรโบศนาย และผู้ร่วมงานของเขาได้มาหาพวกเขา และพูดกับพวกเขาดังนี้ว่า ผู้ใดได้ให้กฤษฎีกาแก่ท่าน ให้สร้างพระนิเวศน์และกำแพงนี้จนสำเร็จ?
อษร.
5:4 แล้วพวกเราจึงได้แจ้งให้พวกเขาทราบถึงรายชื่อของคนที่สร้างสิ่งก่อสร้างนี้.
อษร.
5:5 แต่กพระเนตรของพระเจ้าของเขาทั้งหลายอยู่เหนือพวกผู้อาวุโสของพวกยิว และเขาก็ยับยั้งเขาทั้งหลายไม่ได้จนกว่าเรื่องนี้จะทราบถึงดาระยาศ และมี[คำตอบ]เป็นจดหมายเกี่ยวกับเรื่องนี้มา.
อษร.
5:6 สำเนาจดหมายซึ่งธัธนายผู้ว่าราชการ[มณฑล]ฟากแม่น้ำข้างตะวันตก และซะธัรโบศนาย และผู้ร่วมงานของท่านซึ่งเป็นผู้ตรวจราชการอยู่ในมณฑลฟากแม่น้ำข้างตะวันตกถูกส่งไปยังกษัตริย์ดาระยาศ
อษร.
5:7 พวกเขาได้ส่งหนังสือซึ่งมีข้อความต่อไปนี้ กราบทูลกษัตริย์ดาระยาศ ขอให้ท่านมีสันติสุขในทุกเรื่อง.
อษร.
5:8 ขอให้กษัตริย์ทราบว่าพวกข้าพเจ้าได้ไปยังมณฑลยูดา ถึงพระนิเวศน์ของพระเจ้าผู้ยิ่งใหญ่ ซึ่งกำลังสร้างขึ้นด้วยหินใหญ่ และวางคานไม้บนผนัง งานนี้ได้ดำเนินไปอย่างขยันขันแข็ง และเจริญขึ้นในมือของพวกเขา.
อษร.
5:9 แล้วพวกข้าพเจ้าได้ถามพวกผู้อาวุโสเหล่านั้นว่า ผู้ใดให้กฤษฎีกาแก่ท่านให้สร้างพระนิเวศน์และกำแพงนี้จนสำเร็จ?
อษร.
5:10 พวกข้าพเจ้าได้ถามชื่อของเขาด้วย เพื่อจะแจ้งให้ท่านทราบเพื่อข้าพเจ้าจะได้เขียนชื่อบุคคลเหล่านั้นที่เป็นหัวหน้าของเขาลงไว้.
อษร.
5:11 และนี่เป็นคำตอบของเขาแก่ข้าพเจ้า เราเป็นผู้รับใช้ของกพระเจ้าแห่งฟ้าสวรรค์และแผ่นดินโลก และเรากำลังสร้างขพระนิเวศน์ซึ่งได้สร้างมาหลายปีแล้วขึ้นใหม่ ซึ่งกษัตริย์ผู้ยิ่งใหญ่ของอิสราเอลได้สร้างให้สำเร็จ.
อษร.
5:12 แต่เพราะว่าบรรพบุรุษของเราได้ยั่วยุให้พระเจ้าแห่งฟ้าสวรรค์พิโรธ พระองค์จึงทรงมอบเขาเหล่านั้นไว้ในมือของกนะบูคัศเนซัรกษัตริย์แห่งบาบิโลนชนชาติเคเซ็ด ผู้ได้ทำลายพระนิเวศน์นี้ และกวาดเอาพลไพร่ไปยังบาบิโลน.
อษร.
5:13 อย่างไรก็ตามในปีแรกของกไซรัสกษัตริย์แห่งบาบิโลน ท่านได้ออกกฤษฎีกาให้สร้างพระนิเวศน์ของพระเจ้าหลังนี้.
อษร.
5:14 และกภาชนะทองคำและเงินของพระนิเวศน์ของพระเจ้า ซึ่งนะบูคัศเนซัรได้กวาดไปจากพระวิหารซึ่งอยู่ในกรุงเยรูซาเล็ม และนำไปยังพระวิหารของบาบิโลนนั้น สิ่งเหล่านี้กษัตริย์ไซรัสได้นำออกมาจากวิหารของบาบิโลน และมอบไว้กับคนหนึ่งชื่อขเซ็ศบาซัร ผู้ซึ่งท่านได้ตั้งให้เป็นผู้ว่าราชการเมือง
อษร.
5:15 และท่านกล่าวแก่เขาดังนี้ว่า จงรับภาชนะเหล่านี้ไปเก็บไว้ในพระวิหารซึ่งอยู่ในกรุงเยรูซาเล็ม และจงสร้างกพระนิเวศน์ของพระเจ้าขึ้นใหม่ในที่เดิมนั้น.
อษร.
5:16 แล้วเซ็ศบาซัรคนนี้ได้มาวางฐานรากพระนิเวศน์ของพระเจ้า ซึ่งอยู่ในกรุงเยรูซาเล็มและตั้งแต่เวลานั้นจนบัดนี้ก็กำลังสร้างอยู่และยังไม่สำเร็จ.
อษร.
5:17 เพราะฉะนั้น ถ้ากษัตริย์เห็นดีก็ขอให้ค้นดูในคลังทรัพย์ของกษัตริย์ที่อยู่ในบาบิโลน [เพื่อดู]ว่ากษัตริย์ไซรัสได้ออกกฤษฎีกาให้สร้างพระนิเวศน์หลังนี้ของพระเจ้าขึ้นใหม่ในกรุงเยรูซาเล็มหรือไม่? และขอกษัตริย์รับสั่งแก่พวกข้าพเจ้าตามที่ท่านพอใจในเรื่องนี้.
คำอธิบาย เอษรา บทที่ 5
อษร.
5:1 1 การงานแห่งการก่อสร้างขึ้นใหม่นั้นดำเนินต่อเนื่องไปผ่านการหนุนใจและการช่วยเหลือจากการเผยพระวจนะของผู้เผยพระวจนะฮาฆีและซะคาระยา (ข้อ 1–2). ในการบริหารปกครองที่มีพระเจ้าเป็นผู้ปกครองในท่ามกลางพลไพร่อิสราเอลนั้น มีฐานะหน้าที่สามประเภทคือ ปุโรหิต, กษัตริย์, และผู้เผยพระวจนะ. หน้าที่รับผิดชอบของมหาปุโรหิตคือการนำเรื่องราวเกี่ยวกับพลไพร่ของพระเจ้าไปยังเบื้องพระพักตร์พระเจ้าและเฝ้าหวังให้พระเจ้าตรัสอย่างฉับพลันผ่านอูริมและทูมิม (อซด.28:30 และคำอธิบาย). จากนั้นมหาปุโรหิตก็จะส่งต่อสิ่งที่พระเจ้าทรงตัดสินและชี้แนะไปยังกษัตริย์ผู้มีหน้าที่รับผิดชอบในการบริหารปกครองของพระเจ้าเพื่อไปกระทำให้สำเร็จลุล่วง. เมื่อใดที่ปุโรหิตและกษัตริย์อ่อนแอและไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ พระเจ้าก็จะตั้งผู้เผยพระวจนะขึ้นมาพูดเพื่อพระองค์เพื่อจะเพิ่มกำลังและช่วยเหลือฐานะปุโรหิตและฐานะกษัตริย์ (1ซมอ.3:11–21; 2ซมอ.12:1–25). ดู อฤธ.27:21 คำอธิบาย 1 และ พบญ.16:18 คำอธิบาย 1.
ในการก่อสร้างที่ประทับของพระเจ้าบนแผ่นดินโลกจำเป็นต้องมีการปฏิบัติทั้งของฐานะปุโรหิตและฐานะกษัตริย์. พลับพลาถูกตั้งขึ้นมาโดยอาโรนผู้เป็นมหาปุโรหิตและโมเซซึ่งเป็นตัวแทนของอำนาจอันศักดิ์สิทธิ์; พระวิหารถูกก่อสร้างภายใต้มหาปุโรหิตและกษัตริย์ซะโลโม; การก่อสร้างพระวิหารขึ้นมาใหม่ก็ถูกทำให้สำเร็จสมบูรณ์ผ่านฐานะปุโรหิตของยะโฮซูอะและอำนาจของซะรุบาเบลผู้ปกครองแห่งยูดา (ฮาฆ.1:1). ในการก่อสร้างพระวิหารที่ถูกฟื้นฟูขึ้นนั้น ทั้งยะโฮซูอะและซะรุบาเบลค่อนข้างอ่อนแอและท้อใจ. ดังนั้นพระเจ้าจึงใช้ผู้เผยพระวจนะฮาฆีและซะคาระยามาพูดเพื่อพระองค์และมาเสริมกำลัง อีกทั้งหนุนใจยะโฮซูอะและซะรุบาเบล (ดูหนังสือฮาฆีและซะคาระยา).
ในแผนการบริหารของพระเจ้า ฐานะปุโรหิตและฐานะกษัตริย์จะดำรงอยู่สืบไปเป็นนิตย์ (วว.22:3, 5) แต่ในยุคอาณาจักรพันปีและในนิรันดร์กาลนั้นไม่จำเป็นต้องมีฐานะผู้เผยพระวจนะอีกต่อไป (ดนอ.9:24 และคำอธิบาย 4)
ในการก่อสร้างที่ประทับของพระเจ้าบนแผ่นดินโลกจำเป็นต้องมีการปฏิบัติทั้งของฐานะปุโรหิตและฐานะกษัตริย์. พลับพลาถูกตั้งขึ้นมาโดยอาโรนผู้เป็นมหาปุโรหิตและโมเซซึ่งเป็นตัวแทนของอำนาจอันศักดิ์สิทธิ์; พระวิหารถูกก่อสร้างภายใต้มหาปุโรหิตและกษัตริย์ซะโลโม; การก่อสร้างพระวิหารขึ้นมาใหม่ก็ถูกทำให้สำเร็จสมบูรณ์ผ่านฐานะปุโรหิตของยะโฮซูอะและอำนาจของซะรุบาเบลผู้ปกครองแห่งยูดา (ฮาฆ.1:1). ในการก่อสร้างพระวิหารที่ถูกฟื้นฟูขึ้นนั้น ทั้งยะโฮซูอะและซะรุบาเบลค่อนข้างอ่อนแอและท้อใจ. ดังนั้นพระเจ้าจึงใช้ผู้เผยพระวจนะฮาฆีและซะคาระยามาพูดเพื่อพระองค์และมาเสริมกำลัง อีกทั้งหนุนใจยะโฮซูอะและซะรุบาเบล (ดูหนังสือฮาฆีและซะคาระยา).
ในแผนการบริหารของพระเจ้า ฐานะปุโรหิตและฐานะกษัตริย์จะดำรงอยู่สืบไปเป็นนิตย์ (วว.22:3, 5) แต่ในยุคอาณาจักรพันปีและในนิรันดร์กาลนั้นไม่จำเป็นต้องมีฐานะผู้เผยพระวจนะอีกต่อไป (ดนอ.9:24 และคำอธิบาย 4)
อษร.
5:1 ก ฮาฆ.1:1
อษร.
5:1 ข ซคย.1:1
อษร.
5:2 ก 1คนก.3:19; อษร.3:2; มธ.1:12; ลก3:27
อษร.
5:2 ข ฮาฆ.1:12-14; เทียบ อษร.6:14
อษร.
5:5 ก บพส.33:18; 34:15; 1ปต.3:12
อษร.
5:11 ก เทียบ อษร.6:9, 10; บพส.136:26; ดนอ.2:19, 44; วว.11:13
อษร.
5:11 ข 1พกษ.6:1
อษร.
5:12 ก 2พกษ.24:1-2; 25:8-11
อษร.
5:13 ก อษร.1:1
อษร.
5:14 ก อษร.1:7-8; 6:5
อษร.
5:14 ข อษร.1:8
อษร.
5:15 ก อษร.3:8-10