2 พงศาวดารกษัตริย์ บทที่ 17
33. การครอบครองของโฮเซอาเหนืออิสราเอล — 2พกษ.17:1–41
2พกษ.
17:1 ในปีที่สิบสองแห่งอาฮาศกษัตริย์แห่งยูดา กโฮเซอาบุตรเอลาได้เริ่มขึ้นครอบครองในซะมาเรียเหนืออิสราเอล และท่านครอบครองอยู่เก้าปี.
2พกษ.
17:2 และท่านกระทำสิ่งที่ชั่วร้ายในสายพระเนตรของพระยะโฮวา แต่ก็ไม่เหมือนกับบรรดากษัตริย์แห่งอิสราเอลที่อยู่ก่อนหน้าท่าน.
2พกษ.
17:3 กซัลมัลเอเซ็รกษัตริย์แห่งอัสซีเรียได้ยกทัพมารบกับท่าน และโฮเซอาได้กลายเป็นผู้รับใช้ของท่านและถวายเครื่องบรรณาการแก่ท่าน.
2พกษ.
17:4 แต่กษัตริย์แห่งอัสซีเรียพบว่าโฮเซอาเป็นกบฏ เพราะโฮเซอาใช้ทูตไปยังโซกษัตริย์แห่งอียิปต์ และไม่ยอมถวายเครื่องบรรณาการแก่กษัตริย์แห่งอัสซีเรียอย่างที่เคยกระทำทุกปี. เพราะฉะนั้นกษัตริย์แห่งอัสซีเรียจึงขังท่านไว้ และจำท่านไว้ในคุก.
2พกษ.
17:5 แล้วกษัตริย์แห่งอัสซีเรียก็บุกเข้าทั่วดินแดน และขึ้นมายังซะมาเรียและล้อมเมืองไว้สามปี.
2พกษ.
17:6 ในปีที่เก้าแห่งโฮเซอา กษัตริย์แห่งอัสซีเรีย1ยึดกซะมาเรียได้ ท่านกวาดต้อนชนชาติอิสราเอลไปยังอัสซีเรีย และให้พวกเขาอยู่ที่ขฮาลา และข้างแม่น้ำฮาโบรแห่งเมืองโฆซัน และในเมืองต่างๆ ของชนชาติคมีเดีย.
2พกษ.
17:7 ที่เป็นอย่างนั้น ก็เพราะชนชาติอิสราเอลได้กระทำบาปต่อพระยะโฮวาพระเจ้าของตน ผู้ทรงนำพวกเขากออกจากดินแดนอียิปต์ จากภายใต้เงื้อมมือของฟาโรห์กษัตริย์แห่งอียิปต์ และไปยำเกรงพระอื่นๆ
2พกษ.
17:8 และได้ดำเนินตามธรรมเนียมของคนต่างชาติ ซึ่งพระยะโฮวาทรงขับไล่เสียไปต่อหน้าชนชาติอิสราเอล และตามบทบัญญัติที่บรรดากษัตริย์แห่งอิสราเอลได้ตั้งขึ้นมา.
2พกษ.
17:9 และชนชาติอิสราเอลได้กระทำสิ่งที่ไม่ถูกต้องต่อพระยะโฮวาพระเจ้าของตนอย่างลับๆ เขาทั้งหลายได้สร้างแท่นสูงสำหรับตนในทุกๆ เมืองของเขา ตั้งแต่หอสังเกตการณ์ไปจนถึงเมืองที่มีป้อม.
2พกษ.
17:10 พวกเขาได้ตั้งเสาศักดิ์สิทธิ์และเสาแม่อาเซราห์บนเนินเขาสูงทุกแห่ง และใต้ต้นไม้เขียวสดทุกต้น.
2พกษ.
17:11 ณ ที่นั่น พวกเขาได้เผาเครื่องหอมบนแท่นสูงทุกที่ ตามอย่างคนต่างชาติซึ่งพระยะโฮวาทรงกวาดไปเสียต่อหน้าพวกเขา และเขาทั้งหลายได้กระทำสิ่งที่ชั่วร้าย ยั่วยุให้พระยะโฮวาทรงพิโรธ
2พกษ.
17:12 เขาทั้งหลายปรนนิบัติกรูปเคารพ ซึ่งพระยะโฮวาได้ตรัสแก่เขาแล้วว่า เจ้าอย่ากระทำอย่างนี้.
2พกษ.
17:13 พระยะโฮวายังทรงตักเตือนอิสราเอลและยูดาผ่าน1กผู้เผยพระวจนะทุกคนและผู้ทำนายทุกคนว่า จงหันจากทางชั่วทั้งหลายของเจ้า และถือรักษาบัญญัติและบทบัญญัติของเรา ตามกฎบัญญัติทั้งสิ้นซึ่งเราได้บัญชาแก่บรรพบุรุษของเจ้า และซึ่งเราได้ส่งมายังเจ้าผ่านผู้เผยพระวจนะผู้รับใช้ของเรา.
2พกษ.
17:14 แต่พวกเขาไม่ฟังและกคอแข็งเหมือนอย่างคอของบรรพบุรุษของพวกเขา ผู้ไม่เชื่อในพระยะโฮวาพระเจ้าของเขา.
2พกษ.
17:15 พวกเขาได้ปฏิเสธละทิ้งบทบัญญัติและกพันธสัญญาของพระองค์ ซึ่งทรงตั้งไว้กับบรรพบุรุษของเขา รวมทั้ง1ถ้อยคำซึ่งได้ตักเตือนแก่เขา เขาทั้งหลายติดตามขสิ่งที่ว่างเปล่าไร้สาระและกลายเป็นคผู้ที่ไร้สาระไป และเขากระทำตามคนต่างชาติที่อยู่รอบๆ เขา ซึ่งพระยะโฮวาทรงกำชับไม่ให้เขากระทำตาม.
2พกษ.
17:16 และเขาทั้งหลายได้ละทิ้งพระบัญญัติทั้งสิ้นของพระยะโฮวาพระเจ้าของตน และได้หล่อรูปเคารพสำหรับตนเป็นกลูกโคสองตัว และเขาได้สร้างขเสาแม่อาเซราห์ และนมัสการบรรดาคบริวารของฟ้าสวรรค์ และปรนนิบัติงพระบาละ.
2พกษ.
17:17 เขาทั้งหลายได้ให้บุตรชายหญิงของเขาลุยกไฟ และเขาได้ทำนายและทำเวทมนตร์ ทั้งขขายตัวเองไปกระทำสิ่งที่ชั่วร้ายในสายพระเนตรของพระยะโฮวา ยั่วยุให้พระองค์ทรงพิโรธ.
2พกษ.
17:18 เพราะฉะนั้นพระยะโฮวาจึงทรงพิโรธต่ออิสราเอลยิ่งนัก และทรงไล่พวกเขาออกไปจากเบื้องพระพักตร์ของพระองค์ ไม่มีใครเหลืออยู่เลยนอกจากกเผ่ายูดาเท่านั้น.
2พกษ.
17:19 ยูดาก็ไม่ได้ถือรักษาพระบัญญัติของพระยะโฮวาพระเจ้าของเขาด้วย แต่กดำเนินตามบทบัญญัติของชาวอิสราเอลที่พวกเขาได้ตั้งขึ้นมา.
2พกษ.
17:20 และพระยะโฮวาทรงปฏิเสธละทิ้งเชื้อสายทั้งสิ้นของอิสราเอล และทรงให้เขาทั้งหลายทนทุกข์ และกมอบเขาไว้ในมือของผู้ปล้น จนกว่าพระองค์ได้ทรงเหวี่ยงเขาเสียจากสายพระเนตรของพระองค์.
2พกษ.
17:21 เพราะพระองค์ทรงกพรากอิสราเอลจากวงศ์วานของดาวิด และพวกเขาได้ตั้งยาราบะอามบุตรนะบาตให้เป็นขกษัตริย์ และยาราบะอามชักนำอิสราเอลไปจากการติดตามพระยะโฮวา และทำให้พวกเขากระทำ1คบาปอย่างใหญ่หลวง.
2พกษ.
17:22 ชนชาติอิสราเอลได้ดำเนินในความบาปทั้งสิ้น ซึ่งยาราบะอามได้กระทำ เขาทั้งหลายไม่ได้หันจากความบาปเหล่านั้นเลย
2พกษ.
17:23 จนพระยะโฮวาทรงไล่อิสราเอลไปจากสายพระเนตรของพระองค์ ตามที่ตรัสทางบรรดาผู้เผยพระวจนะผู้รับใช้ของพระองค์. อิสราเอลจึงถูกกวาดจากดินแดนของตนไป[เป็นเชลย]ยังกอัสซีเรียจนทุกวันนี้.
2พกษ.
17:24 กษัตริย์แห่งกอัสซีเรียนำพลไพร่มาจากบาบิโลน คูธา อาวา ฮามัธ ซะฟันวายิม และให้พวกเขาอาศัยอยู่ในเมืองต่างๆ ของ1ขซะมาเรียแทนพลไพร่อิสราเอล พวกเขาก็เข้าถือครองซะมาเรีย และอาศัยอยู่ในเมืองเหล่านั้น.
2พกษ.
17:25 และตั้งแต่แรกที่พวกเขามาอาศัยอยู่ที่นั่น เขาก็ไม่ได้ยำเกรงพระยะโฮวา ฉะนั้นพระยะโฮวาจึงทรงใช้สิงโตมาท่ามกลางเขา ซึ่งได้คร่าชีวิตบางคนในพวกเขา.
2พกษ.
17:26 มีคนไปกล่าวแก่กษัตริย์แห่งอัสซีเรียว่า ชนชาติซึ่งท่านกวาดต้อนไปอยู่ในเมืองต่างๆ ของซะมาเรียนั้น ไม่รู้ธรรมเนียมของพระเจ้าของดินแดนนั้น ฉะนั้นพระเจ้าจึงใช้สิงโตมาท่ามกลางเขา และดูเถิด พวกมันได้คร่าชีวิตพวกเขาเสีย เพราะเขาไม่รู้ธรรมเนียมของพระเจ้าของดินแดนนั้น.
2พกษ.
17:27 แล้วกษัตริย์แห่งอัสซีเรียจึงบัญชาว่า จงนำคนหนึ่งในพวกปุโรหิตที่พวกเจ้ากวาดต้อนมาจากที่นั่นกลับไป จงให้1เขาไปอยู่ที่นั่น และให้สั่งสอนธรรมเนียมของพระเจ้าของดินแดนนั้น.
2พกษ.
17:28 ฉะนั้นคนหนึ่งในพวกปุโรหิตที่พวกเขากวาดต้อนมาจากซะมาเรีย จึงไปอาศัยอยู่ที่เมืองกเบ็ธเอลและสั่งสอนเขาทั้งหลายว่า เขาจะต้องยำเกรงพระยะโฮวาอย่างไร.
2พกษ.
17:29 แต่ว่าชนประเทศทั้งสิ้นยังคงสร้างรูปพระของตนเอง และตั้งไว้ในนิเวศน์แห่งแท่นสูงซึ่งชนชาติซะมาเรียได้สร้างไว้ในเมืองต่างๆ ที่พวกเขาอาศัยอยู่.
2พกษ.
17:30 ชนชาติบาบิโลนสร้างพระซูโคธบะโนธ ชนชาติคูธสร้างพระเนระคัลชนชาติฮามัธสร้างพระอะซีมา
2พกษ.
17:31 ชนชาติอาวาสร้างพระนีบฮาศและพระธาระธาค ชนชาติซะฟันวายิมเผาลูกของตนในไฟถวายพระอัดราเมเล็ศและพระอะนาเมเล็ศ ซึ่งเป็นพระของเมืองซะฟันวายิม.
2พกษ.
17:32 พวกเขาก็ยำเกรงพระยะโฮวาด้วย และได้ตั้งปุโรหิตแห่งแท่นสูงสำหรับตัวเองจากท่ามกลางชนทุกชั้นของพวกเขา ให้ถวายสัตวบูชาเพื่อพวกเขาในนิเวศน์แห่งแท่นสูง.
2พกษ.
17:33 พวกเขากยำเกรงพระยะโฮวา แต่ก็ปรนนิบัติบรรดาพระของเขาเองด้วย ตามธรรมเนียมของบรรดาชนประเทศที่พวกอัสซีเรียกวาดต้อนเข้ามา.
2พกษ.
17:34 จนถึงทุกวันนี้พวกเขาก็กระทำตามธรรมเนียมเดิม เขาทั้งหลายไม่ยำเกรงพระยะโฮวา ไม่กระทำตามบทบัญญัติ หรือกฎเกณฑ์ หรือกฎบัญญัติ หรือพระบัญญัติ ซึ่งพระยะโฮวาทรงบัญชาแก่ลูกหลานของยาโคบผู้ที่พระองค์ประทานนามให้ว่ากอิสราเอล.
2พกษ.
17:35 พระยะโฮวาทรงตั้งพันธสัญญากับเขาทั้งหลายและบัญชาเขาว่า อย่ายำเกรงพระอื่นๆ หรือก้มกราบพระนั้น หรือปรนนิบัติ หรือถวายสัตวบูชาแก่พระนั้น.
2พกษ.
17:36 มีเพียงแต่พระยะโฮวาผู้กนำเจ้าออกจากดินแดนอียิปต์ด้วยฤทธานุภาพยิ่งใหญ่ และด้วยพระกรที่เหยียดออก เจ้าจงยำเกรงพระองค์, จงนมัสการพระองค์ และจงถวายสัตวบูชาแด่พระองค์.
2พกษ.
17:37 และบทบัญญัติ กฎเกณฑ์ และกฎบัญญัติ และพระบัญญัติซึ่งพระองค์ทรงจารึกสำหรับพวกเจ้า เจ้าจงระวังที่จะทำตามเป็นนิตย์ เจ้าอย่ายำเกรงพระอื่นเลย.
2พกษ.
17:38 เจ้าอย่าลืมพันธสัญญาที่เราได้ตั้งไว้กับเจ้า และอย่ายำเกรงพระอื่นเลย
2พกษ.
17:39 แต่เจ้าทั้งหลายจงยำเกรงพระยะโฮวาพระเจ้าของเจ้า และพระองค์จะทรงช่วยเจ้าให้พ้นมือศัตรูทั้งสิ้นของเจ้า.
2พกษ.
17:40 ถึงอย่างนั้นพวกเขาก็ไม่ได้ฟัง แต่ยังกระทำตามธรรมเนียมเดิมของตน.
2พกษ.
17:41 ดังนั้นชนชาติเหล่านี้จึงกยำเกรงพระยะโฮวา และก็ปรนนิบัติรูปเคารพที่พวกเขาแกะสลักด้วย ลูกของพวกเขาก็เช่นเดียวกัน หลานของพวกเขาก็เช่นเดียวกัน บรรพบุรุษของพวกเขากระทำอย่างไร พวกเขาก็กระทำอย่างนั้นจนทุกวันนี้.
คำอธิบาย 2 พงศาวดารกษัตริย์ บทที่ 17
2พกษ.
17:1 ก เทียบ 2พกษ.15:30; 18:1
2พกษ.
17:3 ก ข้อ 3–7: เทียบ 2พกษ.18:9–12
2พกษ.
17:6 1 การที่พระเจ้าทรงพิพากษาอาณาจักรอิสราเอลทางตอนเหนือผ่านชนชาติอัสซีเรียนั้นควรจะกลายเป็นคำเตือนแก่อาณาจักรยูดาทางตอนใต้ แต่พลไพร่ก็ยังสานต่อวิถีทางที่ชั่วร้ายยิ่งกว่าเดิมเสียอีก (ข้อ 19) จึงได้บีบบังคับพระเจ้าให้เคลื่อนไหวและทำการพิพากษาพวกเขาผ่านชนชาติบาบิโลน (บทที่ 24—25).
2พกษ.
17:6 ก เทียบ ฮซอ.13:16
2พกษ.
17:6 ข เทียบ 1คนก.5:26
2พกษ.
17:6 ค เทียบ กจ.2:9
2พกษ.
17:7 ก อซด.20:2; ลวต.25:38; 2พกษ.17:36
2พกษ.
17:12 ก อซด.20:4
2พกษ.
17:13 ก นฮย.9:30; 1ซมอ.9:9
2พกษ.
17:13 1ก ในความรักของพระเจ้า พระองค์ทรงใช้ผู้เผยพระวจนะมายังพลไพร่อิสราเอลเพื่อที่จะเป็นพยานตักเตือนถึงความชั่วร้าย, ความบาป, และความบาบชั่วของพวกเขา และช่วยเหลือพวกเขาให้หันกลับสู่พระเจ้า แต่แทนที่พลไพร่จะฟังผู้เผยพระวจนะ พวกเขากลับเป็นคนที่คอแข็ง (ข้อ 13–14).
2พกษ.
17:14 ก พบญ.9:6; 31:27; 2คนก.30:8; กจ.7:51
2พกษ.
17:15 ก พบญ.29:25
2พกษ.
17:15 1 แปลตามตรงคือพยาน.
2พกษ.
17:15 ข พบญ.32:21; 1พกษ.16:13
2พกษ.
17:15 ค ยรม.2:5; รม.1:21
2พกษ.
17:16 ก 1พกษ.12:28; เทียบ อซด.32:4
2พกษ.
17:16 ข 1พกษ.15:13; 16:33; 2พกษ.13:6
2พกษ.
17:16 ค พบญ.4:19; 2พกษ.21:3; 23:5; ยรม.8:2
2พกษ.
17:16 ง 1พกษ.16:31; 22:53
2พกษ.
17:17 ก ลวต.18:21; 2พกษ.16:3; 17:31; ยอค.23:37
2พกษ.
17:17 ข 1พกษ.21:20, 25
2พกษ.
17:18 ก เทียบ 1พกษ.11:13, 32; 12:20
2พกษ.
17:19 ก 2พกษ.8:18; 17:8
2พกษ.
17:20 ก วนฉ.2:14; 2พกษ.13:3
2พกษ.
17:21 ก 1พกษ.11:11, 31
2พกษ.
17:21 ข 1พกษ.12:20
2พกษ.
17:21 ค 1พกษ.12:30; 13:34; 14:16
2พกษ.
17:21 1ค ดู 1พกษ.12:27–32 และคำอธิบาย.
2พกษ.
17:23 ก 2พกษ.17:6
2พกษ.
17:24 ก อษร.4:2
2พกษ.
17:24 ข มธ.10:5
2พกษ.
17:24 1ข ในที่สุด พวกนอกศาสนาที่กษัตริย์แห่งอัสซีเรียได้นำเข้ามานั้นก็ได้สมรสกับชาวยิวที่ยังคงอยู่ในอิสราเอล. ผลลัพธ์จึงทำให้เกิดการนมัสการที่สับสนวุ่นวายและปะปน เช่น การนมัสการที่หญิงชาวซะมาเรียกล่าวถึงใน ยฮ.4:20. ความสับสนวุ่นวายและการปะปนนี้อาจจะถือเป็นแบบเล็งของการนมัสการที่ถูกพบโดยเฉพาะในโรมันคาทอลิก ซึ่งก็คือการปะปนระหว่างการนมัสการพระเจ้ากับภาคปฏิบัติของพวกนอกศาสนาและการกราบไหว้รูปเคารพของพวกนอกศาสนา.
2พกษ.
17:27 1 แปลตามตรงคือ พวกเขา.
2พกษ.
17:28 ก 1พกษ.12:29
2พกษ.
17:33 ก เทียบ ซฟย.1:5; ยฮ.4:22
2พกษ.
17:34 ก ยนซ.32:28; 35:10; 1พกษ.18:31
2พกษ.
17:36 ก อซด.6:6; พบญ.4:34; 26:8; ยรม.32:21
2พกษ.
17:41 ก ยฮ.4:22