การงานบรรณกิจของห้องสมุดกิตติคุณแห่งประเทศไทย
หากท่านต้องการมีส่วนในการงานบรรณกิจของห้องสมุดกิตติคุณแห่งประเทศไทย
ท่านสามารถมอบถวายทรัพย์โดยโอนเงินเข้าบัญชีของห้องสมุด:
ธนาคารกสิกรไทย สาขาพาราไดซ์ พาร์ค
ชื่อบัญชี: นายปิยะ ตั้งเสรีมั่นคง และ
นางสุมิตรา อดุลประวิตรชัย และ
นางสาวทานาธิบดี ชูมณี
เลขที่บัญชี: 218-3-99941-1

รบกวนส่งสลิปการโอนมาที่ Line ID: @gospelbookroom

1 พงศาวดารกษัตริย์ บทที่ 8

ซ. การถวายพระวิหาร — 8:1–66
(ก) พลับพลาถูกผสมรวมเข้าด้วยกันกับพระวิหาร — ข้อ 1–11
1พกษ. 8:1 กแล้วซะโลโมเรียกประชุมพวกผู้อาวุโสของอิสราเอล และบรรดาหัวหน้าของเผ่าต่างๆ คือพวกผู้นำของบรรพบุรุษชนชาติอิสราเอลมาต่อเบื้องหน้ากษัตริย์ซะโลโมในกรุงเยรูซาเล็ม เพื่อจะนำขหีบพันธสัญญาของพระยะโฮวาขึ้นมาจากเมืองของดาวิด คือซีโอน.
1พกษ. 8:2 และผู้ชายทั้งหมดของอิสราเอลก็ประชุมกันเบื้องหน้ากษัตริย์ซะโลโม ณ กเทศกาลเลี้ยงในเดือนเอธานิม คือเดือนที่เจ็ด.
1พกษ. 8:3 พวกผู้อาวุโสทั้งสิ้นของอิสราเอลมา และพวกปุโรหิตก็ยกหีบ[พันธสัญญา]ขึ้น
1พกษ. 8:4 และเขาทั้งหลายนำหีบ[พันธสัญญา]ของพระยะโฮวาและ1กระโจมประชุม อีกทั้งภาชนะเครื่องใช้ที่บริสุทธิ์ทุกอย่าง ซึ่งอยู่ในกระโจมขึ้นมา พวกปุโรหิตและพวกเลวีได้นำของเหล่านี้ขึ้นมา.
1พกษ. 8:5 และกษัตริย์ซะโลโม และชุมนุมชนอิสราเอลทั้งสิ้นที่ได้ประชุมกันเบื้องหน้าท่าน และอยู่ด้วยกันกับท่านต่อหน้าหีบ[พันธสัญญา] ได้ถวายแกะและโคมากมาย จนไม่สามารถนับหรือคิดจำนวนได้.
1พกษ. 8:6 แล้วปุโรหิตก็นำหีบพันธสัญญาของพระยะโฮวามายังที่ตั้งของหีบพันธสัญญาในสถานที่บริสุทธิ์ชั้นในสุดของพระนิเวศน์ คือในกที่บริสุทธิ์สุด ภายใต้ปีกของคะรูบิม.
1พกษ. 8:7 เพราะคะรูบิมนั้นกางปีกออกเหนือที่ตั้งของหีบ[พันธสัญญา] คะรูบิมจึงปกคลุมอยู่เหนือหีบ[พันธสัญญา] และไม้คานของหีบ.
1พกษ. 8:8 คานหามทั้งสองของหีบพันธสัญญานั้นยาวมาก จึงเห็นปลายคานหามได้จากที่บริสุทธิ์ ซึ่งอยู่หน้าสถานที่บริสุทธิ์ชั้นในสุด แต่ไม่อาจมองเห็นจากภายนอก และคานหามก็ยังอยู่ที่นั่นจนทุกวันนี้.
1พกษ. 8:9 ไม่มีสิ่งใดในหีบ[พันธสัญญา]นอกจากกแผ่นศิลาสองแผ่น ซึ่งโมเซใส่ไว้ ณ ภูเขาโฮเร็บ เมื่อพระยะโฮวาทรงตั้งพันธสัญญากับชนชาติอิสราเอลในขณะที่เขาทั้งหลายออกมาจากดินแดนอียิปต์.
1พกษ. 8:10 กและเมื่อพวกปุโรหิตออกมาจากที่บริสุทธิ์ เมฆก็เติมเต็มพระนิเวศน์ของพระยะโฮวา
1พกษ. 8:11 จนพวกปุโรหิตไม่อาจยืนปรนนิบัติอยู่ได้เพราะเมฆนั้น เนื่องด้วย1กสง่าราศีของพระยะโฮวาเติมเต็มพระนิเวศน์ของพระยะโฮวา.
(ข) คำอวยพรและคำ ป่าวประกาศที่ซะโลโมมีต่อพลไพร่ — ข้อ 12–21
1พกษ. 8:12 กแล้วซะโลโมกล่าวว่า พระยะโฮวาตรัสว่า พระองค์จะประทับอยู่ในขความมืดทึบ.
1พกษ. 8:13 แท้จริง ข้าพเจ้าได้กสร้างพระนิเวศน์ที่สูงตระหง่านสำหรับพระองค์ เป็นสถานที่เพื่อพระองค์จะขประทับอยู่เป็นนิตย์
1พกษ. 8:14 แล้วกษัตริย์หันมา และอวยพรชุมนุมชนอิสราเอลทั้งหมด ขณะที่ชุมนุมชนอิสราเอลทั้งหมดยืนอยู่.
1พกษ. 8:15 ท่านกล่าวว่า จงสรรเสริญแด่พระยะโฮวาพระเจ้าแห่งอิสราเอลผู้ได้ตรัสกับดาวิดบิดาของข้าพเจ้าด้วยพระโอษฐ์ของพระองค์เอง และทรงทำให้สำเร็จเป็นจริงด้วยพระหัตถ์ของพระองค์เองตรัสว่า
1พกษ. 8:16 ตั้งแต่วันที่เราได้นำอิสราเอลพลไพร่ของเราออกจากอียิปต์ เราไม่ได้เลือกเมืองไหนจากเผ่าใดในอิสราเอลเพื่อจะสร้างนิเวศน์ เพื่อกนามของเราจะอยู่ที่นั่น แต่เราได้ขเลือกดาวิดให้อยู่เหนืออิสราเอลพลไพร่ของเรา.
1พกษ. 8:17 ดาวิดบิดาของข้าพเจ้าจึงตั้งกใจที่จะสร้างพระนิเวศน์ สำหรับพระนามแห่งพระยะโฮวาพระเจ้าของอิสราเอล
1พกษ. 8:18 แต่พระยะโฮวาตรัสกับดาวิดบิดาของข้าพเจ้าว่า ที่เจ้าตั้งใจจะสร้างนิเวศน์สำหรับนามของเรานั้น เจ้าก็ทำดีอยู่แล้วในเรื่องความตั้งใจของเจ้า
1พกษ. 8:19 อย่างไรก็ตาม เจ้าจะไม่ได้กสร้างนิเวศน์ แต่1บุตรชายผู้ซึ่งจะออกมาจากบั้นเอวของเจ้าจะสร้างนิเวศน์สำหรับนามของเรา.
1พกษ. 8:20 บัดนี้พระยะโฮวาทรงทำให้พระคำที่พระองค์ตรัสนั้นสำเร็จ เพราะข้าพเจ้าได้ขึ้นมาแทนดาวิดบิดาของข้าพเจ้า และนั่งอยู่บนกบัลลังก์ของอิสราเอล ดังที่พระยะโฮวาได้ทรงสัญญาไว้ และข้าพเจ้าได้สร้างพระนิเวศน์สำหรับพระนามของพระยะโฮวาพระเจ้าแห่งอิสราเอล.
1พกษ. 8:21 ที่นั่นข้าพเจ้าได้กำหนดที่วางกหีบ[พันธสัญญา] และภายในบรรจุพันธสัญญาที่พระยะโฮวาทรงตั้งไว้กับบรรพบุรุษของเราเมื่อทรงนำพวกเขาออกจากดินแดนอียิปต์.
(ค) คำอธิษฐานของซะโลโม — ข้อ 22–53
1พกษ. 8:22 แล้วซะโลโมยืนอยู่หน้าแท่นบูชาของพระยะโฮวา ต่อหน้าชุมนุมชนอิสราเอลทั้งหมด และกางมือของท่านออกสู่ฟ้าสวรรค์.
1พกษ. 8:23 และกล่าวว่า ข้าแต่พระยะโฮวา พระเจ้าแห่งอิสราเอล ไม่มีพระเจ้าองค์ไหนเหมือนพระองค์ทั้งในฟ้าสวรรค์เบื้องบนหรือที่แผ่นดินเบื้องล่าง ผู้ทรงรักษาพันธสัญญา และสำแดงความกรุณารักใคร่แก่ผู้รับใช้ของพระองค์ ผู้ดำเนินอยู่ต่อเบื้องพระพักตร์พระองค์ด้วยสุดใจ
1พกษ. 8:24 พระองค์ทรงรักษาพระสัญญาที่ทรงให้ไว้กับผู้รับใช้ของพระองค์ คือดาวิดบิดาของข้าพเจ้า และพระองค์ทรงทำให้คำที่ตรัสด้วยพระโอษฐ์นั้นสำเร็จเป็นจริงด้วยพระหัตถ์ในวันนี้.
1พกษ. 8:25 ข้าแต่พระยะโฮวา พระเจ้าแห่งอิสราเอล บัดนี้ขอทรงรักษาพระสัญญาที่ให้ไว้กับผู้รับใช้ของพระองค์ คือดาวิดบิดาของข้าพเจ้าโดยตรัสว่า ถ้าเพียงแต่ลูกหลานของเจ้าจะรักษาทางของเขาที่จะดำเนินไปต่อหน้าเรา อย่างที่เจ้าได้ดำเนินต่อหน้าเรานั้น กเจ้าจะไม่ขาดผู้ที่จะนั่งบนบัลลังก์ของอิสราเอลต่อหน้าสายตาของเรา.
1พกษ. 8:26 เพราะฉะนั้น ข้าแต่พระเจ้าแห่งอิสราเอล ขอให้พระคำที่พระองค์ได้ตรัสกับผู้รับใช้ของพระองค์คือดาวิดบิดาของข้าพเจ้าเป็นจริง.
1พกษ. 8:27 แต่แท้จริงพระเจ้าจะประทับบนแผ่นดินโลกหรือ? ดูเถิด กฟ้าสวรรค์และฟ้าสวรรค์เหนือสวรรค์ทั้งหลายยังรับพระองค์อยู่ไม่ได้ แล้วขพระนิเวศน์นี้ซึ่งข้าพเจ้าได้สร้างขึ้นจะรับพระองค์ไว้ได้อย่างไร?
1พกษ. 8:28 แต่ขอพระองค์ใส่พระทัยในคำอธิษฐานของผู้รับใช้ของพระองค์ และในคำวิงวอนของเขา ข้าแต่พระยะโฮวา พระเจ้าของข้าพเจ้า ขอพระองค์สดับฟังเสียงร้องและคำอธิษฐาน ซึ่งผู้รับใช้ของพระองค์ ได้อธิษฐานต่อพระพักตร์พระองค์ในวันนี้
1พกษ. 8:29 เพื่อพระเนตรของพระองค์จะทรงเฝ้าดูพระนิเวศน์นี้ทั้งกลางวันและกลางคืน คือสถานที่ซึ่งพระองค์ตรัสว่า กนามของเราจะอยู่ที่นั่น เพื่อพระองค์จะขสดับฟังคำอธิษฐาน ซึ่งผู้รับใช้ของพระองค์จะอธิษฐานต่อสถานที่นี้.
1พกษ. 8:30 และขอพระองค์สดับฟังคำวิงวอนของผู้รับใช้ของพระองค์ และของอิสราเอลพลไพร่ของพระองค์ เมื่อเขาทั้งหลายอธิษฐานต่อสถานที่นี้. ขอพระองค์เองสดับฟังใน1ฟ้าสวรรค์อันเป็นสถานที่ประทับของพระองค์ และเมื่อสดับฟังแล้ว ก็ขอทรงอภัย.
1พกษ. 8:31 เมื่อคนใดทำบาปผิดต่อเพื่อนบ้านของเขา และถูกบังคับให้สาบาน และเขามาสาบานต่อหน้าแท่นบูชาของพระองค์ในพระนิเวศน์นี้
1พกษ. 8:32 ขอพระองค์สดับฟังในฟ้าสวรรค์ และกระทำการ และตัดสินเหล่าผู้รับใช้ของพระองค์ โดยปรับโทษผู้ทำผิดโดยให้การกระทำของเขาตกบนศีรษะของเขา และโปรดให้ผู้ชอบธรรมนั้นชอบธรรม โดยประทานแก่เขาตามความชอบธรรมของเขา.
1พกษ. 8:33 เมื่ออิสราเอลพลไพร่ของพระองค์พ่ายแพ้ไปต่อหน้าศัตรู เพราะได้กระทำบาปต่อพระองค์ แล้วพวกเขาหันกลับมาหาพระองค์ และยอมรับพระนามของพระองค์ อธิษฐานและวิงวอนต่อพระองค์ในพระนิเวศน์นี้
1พกษ. 8:34 ก็ขอพระองค์สดับฟังในฟ้าสวรรค์ และทรงอภัยบาปของอิสราเอลพลไพร่ของพระองค์ และขอทรงนำพวกเขากลับมายังดินแดน ซึ่งพระองค์ได้ประทานแก่บรรพบุรุษของเขาทั้งหลาย.
1พกษ. 8:35 เพราะเขาทั้งหลายได้กระทำบาปต่อพระองค์ และพระองค์ทรงทำให้พวกเขาทุกข์ใจ โดยให้ฟ้าสวรรค์ปิดอยู่และไม่มีฝน แล้วพวกเขาได้อธิษฐานต่อสถานที่นี้ และยอมรับพระนามของพระองค์ และหันกลับจากบาปของเขา
1พกษ. 8:36 ก็ขอพระองค์สดับฟังในฟ้าสวรรค์ และทรงอภัยบาปของอิสราเอลซึ่งเป็นผู้รับใช้และพลไพร่ของพระองค์ แล้วขอทรงสอนหนทางดีที่ควรจะดำเนินแก่พวกเขา และขอประทานฝนตกบนแผ่นดินของพระองค์ ซึ่งพระองค์ประทานให้เป็นมรดกแก่พลไพร่ของพระองค์.
1พกษ. 8:37 ถ้ามีการกันดารอาหารในดินแดน ถ้ามีโรคระบาด ถ้ามีข้าวลีบ ข้าวขึ้นรา หรือภัยจากตั๊กแตนฝูงหรือตั๊กแตนผลาญ หรือถ้าศัตรูล้อมเมืองใดๆ ในดินแดนของเขา หรือมีภัยพิบัติใด หรือเกิดความเจ็บไข้ใดก็ดี
1พกษ. 8:38 แล้วหากคนหนึ่งคนใดในท่ามกลางอิสราเอลพลไพร่ทั้งหมดของพระองค์ได้สำนึกในใจของเขาเองเรื่องภัยพิบัติ จะอธิษฐานประการใดหรือวิงวอนประการใด โดยกางมือของเขาสู่พระนิเวศน์นี้
1พกษ. 8:39 ก็ขอพระองค์สดับฟังในฟ้าสวรรค์อันเป็นที่ประทับของพระองค์ และขอทรงอภัยและกระทำการ และทรงตอบแทนแก่แต่ละคนตามการประพฤติทั้งสิ้นของเขาผู้ซึ่งพระองค์ทรงทราบใจของเขา เพราะพระองค์เท่านั้นทรงทราบใจของ1มนุษย์ทุกคน
1พกษ. 8:40 เพื่อเขาทั้งหลายจะได้กยำเกรงพระองค์ตลอดวันเวลาที่มีชีวิตอยู่ในดินแดน ซึ่งพระองค์ประทานแก่บรรพบุรุษของพวกข้าพเจ้า.
1พกษ. 8:41 ยิ่งกว่านั้นอีกเกี่ยวกับคนต่างชาติ ผู้ซึ่งไม่ใช่อิสราเอลพลไพร่ของพระองค์ แต่มาจากแดนไกลเพราะเหตุพระนามของพระองค์
1พกษ. 8:42 (เพราะเขาทั้งหลายจะได้ยินถึงพระนามอันยิ่งใหญ่ และถึงพระหัตถ์อันทรงฤทธิ์ และถึงพระกรที่เหยียดออกของพระองค์) เมื่อเขามาอธิษฐานต่อพระนิเวศน์นี้
1พกษ. 8:43 ก็ขอพระองค์สดับฟังในฟ้าสวรรค์อันเป็นที่ประทับของพระองค์ และขอทรงกระทำตามทุกสิ่ง ซึ่งคนต่างชาติได้ร้องทูลต่อพระองค์ เพื่อชนทุกชาติของแผ่นดินโลกจะรู้จักพระนามของพระองค์ และยำเกรงพระองค์ เหมือนอย่างอิสราเอลพลไพร่ของพระองค์ และเพื่อเขาทั้งหลายจะทราบว่าพระนิเวศน์นี้ ซึ่งข้าพเจ้าได้ก่อสร้างไว้ภายใต้ชื่อเรียกตามพระนามของพระองค์.
1พกษ. 8:44 ถ้าพลไพร่ของพระองค์ออกไปสู้รบกับศัตรู โดยทางที่พระองค์ทรงใช้พวกเขาออกไป และเขาทั้งหลายได้อธิษฐานต่อพระยะโฮวาตรงไปยังเมืองซึ่งพระองค์ทรงเลือกสรรไว้ และตรงไปยังพระนิเวศน์ที่ข้าพเจ้าได้ก่อสร้างเพื่อพระนามของพระองค์แล้ว
1พกษ. 8:45 ก็ขอพระองค์สดับฟังคำอธิษฐาน และคำวิงวอนของพวกเขาในฟ้าสวรรค์ และขอทรงให้ความยุติธรรมแก่พวกเขา.
1พกษ. 8:46 ถ้าเขาทั้งหลายทำบาปต่อพระองค์ (เพราะไม่มีมนุษย์คนใดไม่กทำบาป) และพระองค์กริ้วพวกเขา และทรงมอบเขาไว้กับศัตรูผู้ได้จับเขาไปเป็นเชลยยังดินแดนของศัตรูนั้นไม่ว่าไกลหรือใกล้
1พกษ. 8:47 แต่ถ้าใจของเขาสำนึกผิดในดินแดนที่เขาถูกจับไปเป็นเชลย และได้กลับใจ แล้วได้วิงวอนกต่อพระองค์ในดินแดนของผู้ที่จับเขาไปเป็นเชลย ทูลว่า ข้าพเจ้าทั้งหลายได้ทำบาป และได้ประพฤติความบาปชั่วและได้กระทำการชั่วร้าย
1พกษ. 8:48 ถ้าเขาทั้งหลายหันกลับมาหาพระองค์ด้วยสุดจิตสุดใจในดินแดนของศัตรูผู้จับเขาไปเป็นเชลย และอธิษฐานต่อพระองค์หันไปยังดินแดนซึ่งพระองค์ประทานแก่บรรพบุรุษของเขาทั้งหลายและ1เมืองซึ่งพระองค์ทรงเลือกสรรไว้ อีกทั้งพระนิเวศน์ซึ่งข้าพเจ้าได้ก่อสร้างไว้เพื่อพระนามของพระองค์แล้ว
1พกษ. 8:49 ก็ขอพระองค์สดับฟังคำอธิษฐานและคำวิงวอนของพวกเขาในฟ้าสวรรค์อันเป็นที่ประทับของพระองค์ และขอทรงให้ความยุติธรรมแก่พวกเขา
1พกษ. 8:50 และขอทรงอภัยพลไพร่ของพระองค์ผู้ได้กระทำบาปต่อพระองค์ และต่อการล่วงละเมิดที่เขาทั้งหลายได้ล่วงละเมิดต่อพระองค์ และขอให้พวกเขาได้รับความกรุณาจากผู้ที่จับเขาไปเป็นเชลย เพื่อผู้ที่จับเขาไปเป็นเชลยจะกรุณาเขาทั้งหลาย
1พกษ. 8:51 (เพราะพวกเขาเป็นพลไพร่ของพระองค์และเป็นมรดกของพระองค์ ผู้ซึ่งพระองค์ทรงนำออกมาจากอียิปต์ จากท่ามกลางกเตาเหล็ก)
1พกษ. 8:52 ขอทรงลืมพระเนตรของพระองค์ต่อคำวิงวอนของผู้รับใช้ของพระองค์ และต่อคำวิงวอนของอิสราเอลพลไพร่ของพระองค์ ขอโปรดสดับฟังพวกเขาทุกครั้งเมื่อพวกเขาร้องเรียกพระองค์.
1พกษ. 8:53 โอ องค์พระยะโฮวาเจ้า เพราะพระองค์ทรงกแบ่งแยกพวกเขาออกจากท่ามกลางชนทุกชาติของแผ่นดินโลกให้เป็นขมรดกของพระองค์ ตามซึ่งพระองค์ตรัสผ่านทางโมเซผู้รับใช้ของพระองค์ เมื่อพระองค์ทรงนำบรรพบุรุษของข้าพเจ้าทั้งหลายออกจากอียิปต์.
(ง) คำอวยพรที่ก้าวหน้ายิ่งขึ้นซึ่งซะโลโมมีต่อพลไพร่ — ข้อ 54–61
1พกษ. 8:54 กเมื่อซะโลโมจบคำอธิษฐานและคำวิงวอนทั้งสิ้นนี้ต่อพระยะโฮวาแล้ว ก็ลุกขึ้นจากหน้าแท่นบูชาของพระยะโฮวา จากการคุกเข่าพร้อมกับกางมือสู่ฟ้าสวรรค์.
1พกษ. 8:55 ท่านยืนและอวยพรแก่ชุมนุมชนอิสราเอลทั้งสิ้นด้วยเสียงดังว่า
1พกษ. 8:56 สรรเสริญแด่พระยะโฮวาผู้ประทานการพักสงบแก่อิสราเอลพลไพร่ของพระองค์ ตามที่ทรงสัญญาไว้ทุกประการ. พระสัญญาอันดีทั้งสิ้นของพระองค์ซึ่งได้ตรัสผ่านทางโมเซผู้รับใช้ของพระองค์นั้นไม่ล้มเหลวไปสักคำเดียว.
1พกษ. 8:57 ขอพระยะโฮวาพระเจ้าของเราทั้งหลายสถิตอยู่กับเรา เหมือนอย่างที่ได้สถิตอยู่กับบรรพบุรุษของเรา ขอพระองค์อย่าทรงละทิ้งเราหรือทอดทิ้งเราเลย
1พกษ. 8:58 แต่ขอทรงโน้มใจของพวกเราให้มาหาพระองค์ เพื่อดำเนินในทางทั้งสิ้นของพระองค์ และรักษาพระบัญญัติ บทบัญญัติ และกฎเกณฑ์ของพระองค์ ซึ่งทรงบัญชาไว้แก่บรรพบุรุษของเรา.
1พกษ. 8:59 ขอให้ถ้อยคำเหล่านี้ที่ข้าพเจ้าได้วิงวอนต่อพระยะโฮวา อยู่ใกล้พระยะโฮวาพระเจ้าของเราทั้งกลางวันและกลางคืน และ1ขอทรงผดุงไว้ซึ่งความยุติธรรมแก่ผู้รับใช้ของพระองค์และแก่อิสราเอลพลไพร่ของพระองค์ตามความต้องการในแต่ละวัน
1พกษ. 8:60 เพื่อชนทุกชาติแห่งแผ่นดินโลกจะทราบว่า กพระยะโฮวาทรงเป็นพระเจ้า ไม่มีพระเจ้าองค์อื่นเลย.
1พกษ. 8:61 เพราะฉะนั้นขอให้ท่านทั้งหลายมีใจที่ครบสมบูรณ์ต่อพระยะโฮวาพระเจ้าของเรา คือดำเนินอยู่ในบทบัญญัติของพระองค์ และถือรักษาพระบัญญัติของพระองค์ดังเช่นในวันนี้.
(จ) ซะโลโมและพลไพร่ถวายเครื่องสัตวบูชาจำ นวนมากแด่พระเจ้า — ข้อ 62–64
1พกษ. 8:62 กแล้วกษัตริย์และชนชาติอิสราเอลทั้งสิ้นที่อยู่กับท่านได้ถวายเครื่องสัตวบูชาต่อเบื้องพระพักตร์พระยะโฮวา.
1พกษ. 8:63 และซะโลโมได้ถวายสัตวบูชาต่อไปนี้เป็นเครื่องบูชาสันติสุขแด่พระยะโฮวา คือโคสองหมื่นสองพันตัว และแกะหนึ่งแสนสองหมื่นตัว. กษัตริย์และชนชาติอิสราเอลทั้งสิ้นจึงได้ทำพิธีถวายพระนิเวศน์ของพระยะโฮวา.
1พกษ. 8:64 กในวันเดียวกันนั้น กษัตริย์ทำการแบ่งแยกบริสุทธิ์ส่วนกลางของลาน ซึ่งอยู่หน้าพระนิเวศน์ของพระยะโฮวา เพราะท่านใช้ที่นั่นถวาย1เครื่องบูชาเผา เครื่องบูชาธัญญาหาร และไขมันของเครื่องบูชาสันติสุข เพราะว่าแท่นทองเหลืองซึ่งอยู่ต่อเบื้องพระพักตร์พระยะโฮวานั้นเล็กเกินกว่าจะรับเครื่องบูชาเผา เครื่องบูชาธัญญาหาร และไขมันของเครื่องบูชาสันติสุขได้.
(ฉ) ซะโลโมและพลไพร่ของท่านถือเทศกาลเลี้ยงเป็นเวลาสิบสี่วัน — ข้อ 65–66
1พกษ. 8:65 ซะโลโมจึงถือเทศกาลเลี้ยงในเวลานั้น พร้อมกับอิสราเอลทั้งสิ้น เป็นการชุมนุมใหญ่ต่อเบื้องพระพักตร์พระยะโฮวาพระเจ้าของเราเจ็ดวันและต่ออีกเจ็ดวัน รวมสิบสี่วัน มีคนมาตั้งแต่ทางเข้าเมืองฮามัธจนถึงลำธารอียิปต์.
1พกษ. 8:66 ในวันที่แปด ท่านให้พลไพร่กลับไป เขาทั้งหลายก็ถวายพระพรแด่กษัตริย์ และกลับไปยังกระโจมของตนด้วยใจชื่นบานและยินดี เนื่องด้วยสิ่งดีทั้งสิ้น ซึ่งพระยะโฮวาทรงสำแดงแก่ดาวิดผู้รับใช้ของพระองค์ และแก่อิสราเอลพลไพร่ของพระองค์.

คำอธิบาย 1 พงศาวดารกษัตริย์ บทที่ 8

1พกษ. 8:1 ก ข้อ 1–11: 2คนก.5:2–14
1พกษ. 8:1 ข เทียบ 2ซมอ.6:17
1พกษ. 8:2 ก ลวต.23:34; 1พกษ.8:65; 2คนก.7:8–10
1พกษ. 8:4 1 ข้อ 1–11 แสดงให้เห็นว่าพลับพลาได้ถูกผสมรวมเข้าด้วยกันกับพระวิหาร. เครื่องใช้ต่างๆ ของพลับพลาถูกนำมาวางไว้ในพระวิหาร ซึ่งบ่งชี้ว่าในฐานะที่เป็นที่ประทับของพระเจ้านั้น ทั้งพลับพลาและพระวิหารล้วนเป็นหนึ่งเดียวกัน. พลับพลาเป็นภาพล่วงหน้าที่เคลื่อนย้ายได้ ซึ่งได้เคลื่อนไปผ่านป่ากันดาร ส่วนพระวิหารเป็นการสำเร็จสุดยอดแห่งการก่อสร้างของพระเจ้าในด้านแบบเล็ง.
1พกษ. 8:6 ก อซด.26:33–34; 1พกษ.6:16
1พกษ. 8:9 ก อซด.25:21; 40:20; พบญ.10:1–5; ฮร.9:4
1พกษ. 8:10 ก ข้อ 10–11: เทียบ อซด.40:34–35; ยอค.10:3–4; วว.15:8; กจ.2:2
1พกษ. 8:11 ก 2คนก.5:14; 7:1–2; ยอค.43:5; 44:4
1พกษ. 8:11 1ก การที่สง่าราศีของพระยะโฮวาเติมเต็มพระวิหาร (เทียบ อซด.40:34) ได้นำพระเจ้าผู้อยู่ในสวรรค์มายังแผ่นดินโลกและเชื่อมต่อแผ่นดินโลกเข้ากับสวรรค์. ดู ยนซ.28:12 คำอธิบาย 2.
1พกษ. 8:12 ก ข้อ 12–50: 2คนก.6:1–39
1พกษ. 8:12 ข อซด.20:21; พบญ.4:11; บพส.97:2
1พกษ. 8:13 ก 2ซมอ.7:13; กจ.7:47
1พกษ. 8:13 ข อซด.15:17; เทียบ บพส.132:14; มธ.23:21
1พกษ. 8:16 ก พบญ.12:11; 1พกษ.8:29
1พกษ. 8:16 ข 1คนก.28:4
1พกษ. 8:17 ก เทียบ 2ซมอ.7:3; 1คนก.17:2
1พกษ. 8:19 ก 2ซมอ.7:5; 1พกษ.5:3
1พกษ. 8:19 1 ดู มธ.1:1 คำอธิบาย 3.
1พกษ. 8:20 ก 2ซมอ.7:12–13
1พกษ. 8:21 ก พบญ.31:26; 1พกษ.8:9
1พกษ. 8:25 ก 1พกษ.2:4; 9:5
1พกษ. 8:27 ก 2คนก.2:6; พบญ.10:14; นฮย.9:6; เทียบ ยซย.66:1; กจ.7:48–49
1พกษ. 8:27 ข มธ.12:6; กจ.17:24
1พกษ. 8:29 ก พบญ.12:11; 1พกษ.8:16; 9:3
1พกษ. 8:29 ข 1พกษ.8:52; เทียบ 2คนก.6:40; 7:15; นฮย.1:6
1พกษ. 8:30 1 ซะโลโมอธิษฐานขอให้พระเจ้าสดับฟังคำวิงวอนของพลไพร่ในที่ประทับของพระองค์ในสวรรค์ เมื่อพวกเขาอธิษฐานต่อพระวิหารซึ่งเป็นที่ประทับบนแผ่นดินโลก. กรณีนี้บ่งชี้ว่าพระเจ้ามีที่ประทับสองแห่ง แห่งหนึ่งอยู่ในสวรรค์และอีกแห่งหนึ่งอยู่บนแผ่นดินโลก. อันที่จริงทั้งสองแห่งนี้ล้วนเป็นหนึ่งเดียวกัน ทั้งสองเป็นเหมือนปลายทางสองขั้วของที่ประทับหนึ่งเดียวของพระเจ้า. วันนี้ผู้เชื่อทั้งหลายที่อยู่ในพระคริสต์ในฐานะเป็นที่ประทับของพระเจ้านั้น (อฟ.2:21–22) ได้เป็นพลไพร่ที่พิเศษ คือเป็นพลไพร่ที่อยู่ทั้งในสวรรค์และอยู่บนแผ่นดินโลกด้วย (อฟ.2:6; กซ.3:1–3). ดู ยนซ.28:17 คำอธิบาย 1.
1พกษ. 8:39 1 แปลตามตรงคือ ลูกหลานของมนุษย์.
1พกษ. 8:40 ก บพส.130:4; พบญ.6:2
1พกษ. 8:46 ก สภษ.20:9; ผปก.7:20; รม.3:23; 1 ยฮ.1:8, 10
1พกษ. 8:47 ก เทียบ ยรม.31:18–19; ฮซอ.14:1–3; ลก.15:18
1พกษ. 8:48 1 ข้อ 31–48 ได้กล่าวถึงสภาพการณ์เจ็ดประการที่พระเจ้าสดับฟังคำอธิษฐานของผู้ที่พระองค์ทรงเลือกสรร. ในสภาพการณ์สุดท้ายนี้ได้เน้นถึงสามสิ่ง (ข้อ 48) คือดินแดนบริสุทธิ์ซึ่งเป็นแบบเล็งถึงพระคริสต์ผู้เป็นส่วนแบ่งที่พระเจ้าประทานแก่ผู้เชื่อทั้งหลาย (ดู พบญ.8:7 คำอธิบาย 1); เมืองบริสุทธิ์ซึ่งเป็นเครื่องหมายเล็งถึงอาณาจักรของพระเจ้าที่อยู่ในพระคริสต์ (บพส.48:1–2); และวิหารบริสุทธิ์ซึ่งเป็นเครื่องหมายเล็งถึงบ้านของพระเจ้า, คริสตจักรที่อยู่บนแผ่นดินโลก (อฟ.2:21; 1ตธ.3:15). นี่คือสามสิ่งที่สำคัญในแผนการบริหารของพระเจ้า. ในช่วงที่ถูกจับไปเป็นเชลยในบาบิโลนนั้น ดานิเอลได้อธิษฐานต่อดินแดนบริสุทธิ์, เมืองบริสุทธิ์, และวิหารบริสุทธิ์วันละสามครั้งโดยเปิดหน้าต่างหันไปทางกรุงเยรูซาเล็ม (ดนอ.6:10). กรณีนี้บ่งชี้ว่าพระเจ้าจะสดับฟังคำอธิษฐานของเราเมื่อคำอธิษฐานของเรานั้นมีต่อพระคริสต์, อาณาจักรของพระเจ้า, และบ้านของพระเจ้า ซึ่งเป็นเป้าหมายในแผนการบริหารที่นิรันดร์ของพระเจ้า. นี่หมายความว่าไม่ว่าเราอธิษฐานเผื่อผู้ใดก็ตาม เป้าหมายในการอธิษฐานของเราควรจะมีเพื่อสิทธิประโยชน์ของพระเจ้า คือพระคริสต์และคริสตจักรซึ่งเป็นสิทธิประโยชน์ของพระเจ้าบนแผ่นดินโลกเพื่อทำให้แผนการบริหารของพระเจ้าสำเร็จเป็นจริง.
1พกษ. 8:51 ก พบญ.4:20; ยรม.11:4
1พกษ. 8:53 ก อซด.19:5–6; พบญ.14:2
1พกษ. 8:53 ข พบญ.9:26, 29
1พกษ. 8:54 ก 2คนก.7:1
1พกษ. 8:59 1 การที่พระเจ้าทรงผดุงไว้ซึ่งความยุติธรรมแก่พลไพร่ของพระองค์นั้นหมายความว่าพระองค์ทรงผดุงไว้ซึ่งความยุติธรรมตามสถานการณ์ของพวกเขา. ตลอดหลายศตวรรษที่ผ่านมา พระเจ้าทรงปฏิบัติการในความยุติธรรมแก่อิสราเอลพลไพร่ของพระองค์. เมื่อพวกเขาทำผิดต่อพระองค์ พระองค์ก็ลงโทษพวกเขาและตีสอนพวกเขาด้วยอำนาจเงื้อมมือของชาวต่างชาติ ซึ่งครอบคลุมถึงบาบิโลน, เปอร์เซีย, กรีก, และจักรวรรดิโรมัน. แต่เมื่อนานาประเทศเหล่านี้จัดการกับชาวอิสราเอลมากเกินไป พระเจ้าก็ทรงปฏิบัติการในความยุติธรรมแก่ชาวอิสราเอลโดยการทำโทษคนเหล่านั้นที่ปฏิบัติไม่ดีต่อพวกเขา (ดู ยซย.10:5 คำอธิบาย 1 และ ยซย.26:13 คำอธิบาย 1 ย่อหน้า 1). กรณีนี้บ่งชี้ว่าเบื้องหลังของขอบเขตฝ่ายวัตถุนั้นมีขอบเขตฝ่ายวิญญาณอยู่ ซึ่งในขอบเขตนี้พระเจ้าทรงปกครองทั่วทั้งจักรวาล พระองค์ทรงปฏิบัติการในความยุติธรรมแก่พลไพร่ของพระองค์ทุกๆ วันตามความต้องการของแต่ละวัน. พระเจ้าทรงกระทำสิ่งนี้เพื่อผู้ที่พระองค์ทรงเลือกสรร คือทั้งชาวอิสราเอลและผู้เชื่อทั้งหลายในพระคริสต์ (1ปต.4:17 และคำอธิบาย 1).
1พกษ. 8:60 ก พบญ.4:35, 39; 1พกษ.18:39
1พกษ. 8:62 ก ข้อ 62–63: 2คนก.7:4–5
1พกษ. 8:64 ก ข้อ 64–66: 2คนก.7:7–10
1พกษ. 8:64 1 ดูคำอธิบายเกี่ยวกับเครื่องบูชาเผา, เครื่องบูชาธัญญาหาร, และเครื่องบูชาสันติสุข ใน ลวต.1—3.
สารบัญ