1 พงศาวดารกษัตริย์ บทที่ 2
3. ให้คำกำชับสุดท้ายแก่ซะโลโมบุตรชายซึ่งเป็นผู้สืบทอดราชบัลลังก์ของดาวิด — 2:1–9
1พกษ.
2:1 เมื่อใกล้เวลาที่1ดาวิดจะกสิ้นชีวิต ท่านบัญชาซะโลโมบุตรชายของท่านว่า
1พกษ.
2:2 เรากกำลังจะไปตามวิถีทางทั้งหลายของโลกแล้ว. จงขเข้มแข็งและคเป็นผู้ใหญ่.
1พกษ.
2:3 และจงรักษาพระบัญชาของพระยะโฮวาพระเจ้าของเจ้า คือดำเนินในพระมรรคาของพระองค์ และถือรักษาบทบัญญัติ, พระบัญญัติ, กฎเกณฑ์, และพยานของพระองค์ ดังที่ได้จารึกไว้ในกฎบัญญัติของโมเซ เพื่อเจ้าจะได้เจริญรุ่งเรืองขึ้นในทุกสิ่งที่เจ้ากระทำและในทุกแห่งที่เจ้าไป
1พกษ.
2:4 เพื่อพระยะโฮวาจะได้สถาปนาพระคำของพระองค์ให้มั่นคง ซึ่งพระองค์ได้กตรัสเกี่ยวกับเราว่า ถ้าลูกหลานของเจ้าระมัดระวังที่จะดำเนินในทางของเขาต่อหน้าเรา ด้วยความจริงอย่างสุดจิตสุดใจของเขาแล้ว เจ้าจะไม่ขาดผู้ที่จะนั่งบนขบัลลังก์ของอิสราเอล.
1พกษ.
2:5 ยิ่งกว่านั้นอีก เจ้าเองก็รู้ว่า1โยอาบบุตรนางซะรูยาได้กระทำอะไรแก่เรา คือสิ่งที่เขาได้กระทำแก่ผู้บัญชาการทั้งสองของกองทัพอิสราเอล คือกระทำแก่กอับเนร บุตรเนร และแก่ขอะมาซาบุตรเยเธอร์ ซึ่งโยอาบได้ฆ่าเสีย และเขาได้ทำให้โลหิตแห่งสงครามตกในยามสงบสุข และทำให้โลหิตแห่งสงครามเปื้อนเข็มขัดรอบเอวของเขา และเปื้อนรองเท้าที่อยู่ใต้เท้าของเขา.
1พกษ.
2:6 เพราะฉะนั้นเจ้าจงกระทำตามสติปัญญาของเจ้า อย่าปล่อยให้ศีรษะหงอกของเขาลงไปสู่แดนมรณาอย่างสันติสุข.
1พกษ.
2:7 แต่จงแสดงความเมตตาแก่บุตรทั้งหลายของกบาระซีลัยคนฆีละอาด จงให้พวกเขาอยู่ในท่ามกลางคนที่รับประทานที่โต๊ะของเจ้า เพราะเมื่อเราหนีอับซาโลมพี่ชายของเจ้านั้น เขาทั้งหลายนำอาหารมาต้อนรับเรา.
1พกษ.
2:8 และกซิมอีบุตรเฆราคนเบ็นยามินจากบะฮูริมก็อยู่กับเจ้าด้วย เขาเป็นผู้ที่แช่งด่าเราด้วยคำสาปแช่งที่ร้ายแรงในวันที่เราไปยังมาฮะนายิม แต่เขาลงมาต้อนรับเราที่แม่น้ำจอร์แดน เราจึงได้ปฏิญาณต่อเขาในพระนามพระยะโฮวาว่า เราจะไม่ประหารชีวิตเจ้าด้วยดาบ.
1พกษ.
2:9 เพราะฉะนั้นเจ้าอย่าถือว่าเขาไม่มีโทษ เพราะเจ้าเป็นคนมีสติปัญญา เจ้าจะรู้ว่าควรจะทำอะไรกับเขา. และเจ้าจงนำศีรษะหงอกของเขาลงไปสู่แดนมรณาพร้อมกับโลหิต
4. สิ้นชีวิตบนแผ่นดินโลก — 2:10–11
1พกษ.
2:10 แล้วดาวิดก็กล่วงหลับไปอยู่กับบรรพบุรุษของท่าน และเขาฝังท่านไว้ในเมืองของดาวิด.
1พกษ.
2:11 กดาวิดครอบครองอิสราเอลเป็นเวลาสี่สิบปี ท่านครอบครองเฮ็บโรนเจ็ดปี และในกรุงเยรูซาเล็มสามสิบสามปี.
II. การครอบครองของกษัตริย์ทั้งหลาย — 1พกษ.2:12—2พกษ.25:30
1. การครอบครองของซะโลโม — 1พกษ.2:12—11:43ก
(1) สิ้นสุดปัจจัยของการกบฏเพื่อก่อตั้งอาณาจักรของท่าน — 2:12–46
1พกษ.
2:12 และซะโลโมจึงประทับบนบัลลังก์ของดาวิดบิดาของท่าน และอาณาจักรของท่านก็ตั้งมั่นคงยิ่งนัก.
1พกษ.
2:13 แล้วกอะโดนียาบุตรชายของนางฮาฆีธมาหานางบัธเซบะมารดาของซะโลโม. นางกล่าวว่า เจ้ามาอย่างสันติหรือ? เขากล่าวว่า ข้าพเจ้ามาอย่างสันติ.
1พกษ.
2:14 แล้วเขากล่าวว่า ข้าพเจ้ามีเรื่องที่จะกล่าวแก่ท่าน. นางกล่าวว่า จงว่าไปเถิด.
1พกษ.
2:15 เขาจึงกล่าวว่า ท่านทราบแล้วว่าอาณาจักรนั้นเป็นของข้าพเจ้า และชนชาติอิสราเอลทั้งสิ้นก็เฝ้าหวังว่าข้าพเจ้าจะได้ครอบครอง อย่างไรก็ดีอาณาจักรกลับกลายมาเป็นของน้องชายของข้าพเจ้า เพราะการที่อาณาจักรเป็นของเขานั้นก็เป็นมาจากพระยะโฮวา.
1พกษ.
2:16 บัดนี้ข้าพเจ้าขอแต่ประการเดียว ขอท่านอย่าได้ปฏิเสธเลย. นางกล่าวแก่เขาว่า จงว่าไปเถิด.
1พกษ.
2:17 และเขากล่าวว่า ขอโปรดกล่าวแก่กษัตริย์ซะโลโม เพราะกษัตริย์คงไม่ปฏิเสธท่าน คือขอกอะบิซัฆชาวซูเนมให้เป็นภรรยาของข้าพเจ้า.
1พกษ.
2:18 นางบัธเซบะกล่าวว่า ดีแล้ว เราจะกล่าวแก่กษัตริย์ให้เจ้า.
1พกษ.
2:19 นางบัธเซบะจึงไปพบกษัตริย์ซะโลโม เพื่อกล่าวแก่ท่านให้อะโดนียา. และกษัตริย์ก็ลุกขึ้นต้อนรับนาง และคำนับนาง แล้วก็ไปนั่งบนบัลลังก์ของท่าน และสั่งให้นำเก้าอี้มาให้มารดาของกษัตริย์ นางก็ไปนั่งที่เบื้องขวาของท่าน.
1พกษ.
2:20 แล้วนางกล่าวว่า แม่จะขอสิ่งเล็กน้อยสิ่งหนึ่งจากลูก อย่าปฏิเสธแม่เลย. และกษัตริย์กล่าวแก่นางว่า ขอมาเถิด ลูกจะไม่ปฏิเสธแม่.
1พกษ.
2:21 นางกล่าวว่า ขอยกอะบิซัฆชาวซูเนมให้เป็นภรรยาของอะโดนียาพี่ชายของลูกเถิด.
1พกษ.
2:22 กษัตริย์ซะโลโมตอบมารดาของท่านว่า ทำไมท่านจึงขออะบิซัฆชาวซูเนมให้อะโดนียาเล่า? น่าจะขออาณาจักรให้เขาเสียด้วย เพราะเขาเป็นพี่ชายของลูก ขอให้เขา อีกทั้งขอให้อะบีอาธารปุโรหิตและขอให้โยอาบบุตรนางซะรูยาด้วย.
1พกษ.
2:23 แล้วกษัตริย์ซะโลโมปฏิญาณในพระนามของพระยะโฮวาว่า ถ้าถ้อยคำนี้ไม่เป็นเหตุให้อะโดนียาสิ้นชีวิตแล้ว ก็ขอพระเจ้าทรงลงโทษเราและลงโทษให้หนักยิ่งขึ้น.
1พกษ.
2:24 เพราะฉะนั้นพระยะโฮวาทรงพระชนม์อยู่แน่ฉันใด คือพระองค์ผู้ทรงสถาปนาและตั้งเราไว้บนบัลลังก์ของดาวิดบิดาของเรา และทรงให้เรามีวงศ์วานดังที่พระองค์ทรงสัญญาไว้ อะโดนียาจะถูกประหารในวันนี้ฉันนั้น.
1พกษ.
2:25 ดังนั้นกษัตริย์ซะโลโมจึงใช้กบะนายาบุตรยะโฮยาดาให้ไปประหารชีวิตอะโดนียาเสีย และเขาก็ตาย.
1พกษ.
2:26 ส่วนอะบีอาธารปุโรหิตนั้น กษัตริย์กล่าวว่า จงไปอยู่ที่อะนาโธท ไปยังทุ่งนาของเจ้า เพราะเจ้าสมควรตาย แต่ในเวลานี้เราจะไม่ประหารเจ้า เพราะว่าเจ้าได้กหามหีบ[พันธสัญญา]ขององค์พระยะโฮวาเจ้าไปข้างหน้าดาวิดบิดาของเรา และได้ร่วมขทนทุกข์ลำบากด้วยกันกับที่บิดาของเราทนทุกข์นั้น.
1พกษ.
2:27 ซะโลโมจึงขับไล่อะบีอาธารเสียจากหน้าที่ปุโรหิตของพระยะโฮวา ดังนั้นจึงทำให้พระคำของพระยะโฮวาซึ่งพระองค์กตรัสเกี่ยวกับวงศ์วานของเอลีที่เมืองซีโลสำเร็จเป็นจริง.
1พกษ.
2:28 เมื่อข่าวนี้ไปถึงโยอาบ เพราะแม้โยอาบไม่ได้ติดตามอับซาโลม แต่ท่านได้ติดตามอะโดนียา. โยอาบก็หนีไปที่พลับพลาของพระยะโฮวาและจับกเชิงงอนแท่นบูชาไว้.
1พกษ.
2:29 เมื่อมีคนไปแจ้งกษัตริย์ซะโลโมว่า โยอาบได้หนีไปยังพลับพลาของพระยะโฮวา และบัดนี้เขาอยู่ข้างกแท่นบูชานั้น. ซะโลโมก็ใช้บะนายาบุตรยะโฮยาดาไปกล่าวว่า จงไปประหารเขาเสีย.
1พกษ.
2:30 บะนายาก็มายังพลับพลาของพระยะโฮวากล่าวแก่ท่านว่า กษัตริย์กล่าวว่าจงออกมาเถิด. ท่านตอบว่า ไม่ ข้าจะตายที่นี่. แล้วบะนายาก็นำความไปแจ้งกษัตริย์อีกว่า โยอาบพูดอย่างนี้ และเขาตอบข้าพเจ้าอย่างนี้.
1พกษ.
2:31 กษัตริย์กล่าวแก่เขาว่า จงทำตามที่เขาบอก จงประหารเขาเสียและฝังเขาไว้ ทั้งนี้จะได้ขจัดกโลหิตที่โยอาบได้กระทำให้ตกโดยไร้สาเหตุนั้นให้ไปเสียจากเรา และจากวงศ์วานบิดาของเรา.
1พกษ.
2:32 พระยะโฮวาทรงนำโลหิตของเขากลับมาตกบนศีรษะของเขาเอง เพราะว่าเขาได้โจมตีและฆ่าชายสองคนที่ชอบธรรมกว่า และดีกว่าตัวเขาด้วยดาบ โดยที่ดาวิดบิดาของเราไม่ทราบ คือกอับเนรบุตรเนรผู้บัญชาการกองทัพของอิสราเอล และขอะมาซาบุตรเยเธอร์ผู้บัญชาการกองทัพของยูดา.
1พกษ.
2:33 ดังนั้นโลหิตของเขาทั้งสองจะตกลงบนศีรษะของโยอาบและบนศีรษะเชื้อสายของเขาเป็นนิตย์ แต่ดาวิดและเชื้อสายของท่านและวงศ์วานของท่าน และบัลลังก์ของท่านจะได้รับสันติสุขจากพระยะโฮวาเป็นนิตย์.
1พกษ.
2:34 แล้วบะนายาบุตรยะโฮยาดาก็ขึ้นไปโจมตีและประหารชีวิตเขาเสีย และฝังเขาไว้ในบ้านของเขาเองซึ่งอยู่ในป่ากันดาร.
1พกษ.
2:35 กษัตริย์ได้แต่งตั้งกบะนายาบุตรยะโฮยาดาให้บัญชาการกองทัพแทนโยอาบ และกษัตริย์ก็แต่งตั้งขซาโดคเป็นปุโรหิตแทนที่อะบีอาธาร.
1พกษ.
2:36 แล้วกษัตริย์ใช้คนไปเรียกกซิมอีมา และกล่าวแก่เขาว่า จงสร้างบ้านอยู่ในกรุงเยรูซาเล็มและอาศัยอยู่ที่นั่น อย่าออกจากที่นั่นไปไหนเลย.
1พกษ.
2:37 เพราะในวันที่เจ้าออกไป และข้ามลำธารคิดโรนนั้น เจ้าจงรู้แน่เถิดว่า เจ้าจะต้องตายเป็นแน่ แล้วโลหิตของเจ้าจะตกลงบนศีรษะของเจ้าเอง.
1พกษ.
2:38 และซิมอีกล่าวแก่กษัตริย์ว่า ที่ท่านกล่าวนั้นดีแล้ว ผู้รับใช้จะทำตามที่กษัตริย์เจ้านายของข้าพเจ้ากล่าวนั้น. ซิมอีจึงอาศัยอยู่ในกรุงเยรูซาเล็มเป็นเวลานาน.
1พกษ.
2:39 เมื่อล่วงไปสามปี ทาสสองคนของซิมอีได้หลบหนีไปหาอาคิศบุตรชายของมาอะคากษัตริย์เมืองฆัธ และมีคนมาบอกซิมอีว่า ดูเถิด ทาสของท่านอยู่ในเมืองฆัธ.
1พกษ.
2:40 ซิมอีก็ลุกขึ้นผูกอานขี่ลาไปหาอาคิศที่เมืองฆัธ เพื่อเสาะหาทาสของตน. ซิมอีได้ไปนำทาสของตนมาจากเมืองฆัธ.
1พกษ.
2:41 และมีคนแจ้งแก่ซะโลโมว่า ซิมอีได้ออกจากกรุงเยรูซาเล็มไปถึงเมืองฆัธ และกลับมาแล้ว.
1พกษ.
2:42 กษัตริย์ก็ใช้คนไปเรียกซิมอีมาและกล่าวแก่เขาว่า เราได้ให้เจ้าสาบานในพระนามของพระยะโฮวาแล้วไม่ใช่หรือ? และได้ตักเตือนเจ้าอย่างเคร่งครัดแล้วว่า จงรู้แน่ว่า ในวันที่เจ้าออกไป ไม่ว่าไปที่ไหน เจ้าจะต้องตายเป็นแน่. และเจ้าก็กล่าวแก่เราว่า ถ้อยคำที่ข้าพเจ้าได้ยินก็ดีแล้ว.
1พกษ.
2:43 ทำไมเจ้าจึงไม่รักษาคำสาบานที่ให้ไว้ต่อพระยะโฮวา และไม่รักษาคำบัญชาซึ่งเราได้กำชับเจ้านั้น?
1พกษ.
2:44 กษัตริย์กล่าวแก่ซิมอีว่า เจ้าเองรู้เรื่องเหตุร้ายทั้งสิ้นซึ่งอยู่ในใจของเจ้า ซึ่งเจ้าได้กระทำต่อดาวิดบิดาของเรา เพราะฉะนั้นพระยะโฮวาจะทรงนำเหตุร้ายมาสนองเหนือศีรษะของเจ้าเอง.
1พกษ.
2:45 แต่กษัตริย์ซะโลโมจะได้รับพระพร และกบัลลังก์ของดาวิดจะตั้งมั่นคงต่อเบื้องพระพักตร์พระยะโฮวาเป็นนิตย์.
1พกษ.
2:46 แล้วกษัตริย์บัญชาบะนายาบุตรยะโฮยาดา และเขาก็ออกไปโจมตีและประหารชีวิตซิมอีเสีย. ดังนั้นอาณาจักรก็ตั้งมั่นคงอยู่ในมือของซะโลโม.
คำอธิบาย 1 พงศาวดารกษัตริย์ บทที่ 2
1พกษ.
2:1 1 กษัตริย์สององค์แรกคือดาวิดกับซะโลโมนั้นเป็นแบบเล็งที่สำคัญของพระคริสต์ในสองด้าน. ด้านแรก ดาวิดเป็นแบบเล็งถึงพระคริสต์ในด้านของการทนทุกข์บนแผ่นดินโลกก่อนที่พระองค์จะทรงเป็นขึ้น. ตั้งแต่ที่พระคริสต์บังเกิด พระองค์ก็ทรงทนทุกข์. ชีวิตของพระองค์เริ่มต้นในรางหญ้าซึ่งเป็นสภาพที่ต่ำต้อยที่สุด และสิ้นสุดลงที่การตรึงตายของพระองค์บนกางเขน. รางหญ้าและกางเขนเป็นสองขั้วของชีวิตแห่งการทนทุกข์ของพระองค์. ดาวิดก็เป็นผู้ที่ทนทุกข์ตั้งแต่ยังเยาว์วัยเช่นกัน. แต่โดยอาศัยการทนทุกข์เช่นนี้ เขาก็ได้ตระเตรียมวัสดุ (1คนก.18:7–11; 22:2–5, 14–16ก; 28:2; 29:2–9), และได้รับมาซึ่งฐานที่ถูกต้องสำหรับการก่อสร้างพระวิหาร (1คนก.21:18–30; 2คนก.3:1), และตระเตรียมซะโลโมผู้ก่อสร้าง รวมถึงผู้ช่วยเหลือทั้งหมด (1คนก.28:9–11, 20–21). ด้านที่สอง ซะโลโมเป็นแบบเล็งถึงพระคริสต์ (มธ.12:42) ในการกล่าวพระคำแห่งสติปัญญาของพระเจ้า (มธ.13:35), ในการก่อสร้างคริสตจักรในฐานะที่เป็นพระวิหารของพระเจ้า (มธ.16:18; 1กธ.3:16; อฟ.2:21–22), และในการที่พระองค์ได้รับสง่าราศีในอาณาจักรของพระเจ้าและในความเจิดจรัสแห่งอาณาจักรของพระองค์ (ยซย.9:7; วว.11:15). แบบเล็งทั้งสองนี้เป็นหลักฐานที่หนักแน่นที่พิสูจน์ว่าประวัติศาสตร์ของกษัตริย์อิสราเอลมีความสัมพันธ์กับแผนการบริหารที่นิรันดร์ของพระเจ้า ซึ่งเกี่ยวข้องกับพระคริสต์ผู้เป็นการแปรสภาพเป็นรูปธรรมของพระเจ้าและคริสตจักรซึ่งเป็นพระกายอินทรีย์ของพระคริสต์.
1พกษ.
2:1 ก ยนซ.47:29
1พกษ.
2:2 ก ยฮซ.23:14
1พกษ.
2:2 ข ยฮซ.1:6–7
1พกษ.
2:2 ค 1กธ.16:13
1พกษ.
2:4 ก 2ซมอ.7:25, 28; เทียบ 1พกษ.6:12
1พกษ.
2:4 ข 2ซมอ.7:12–13; 1พกษ.8:25; 9:5
1พกษ.
2:5 1 คำกำชับที่ดาวิดมีต่อซะโลโมในข้อ 5–9 เกี่ยวกับโยอาบ, ซิมอี, และบาระซีลัยนั้นบ่งชี้ว่าในขณะที่ดาวิดใกล้ตายนั้น เขาไม่มีสันติสุขหรือการปลอบโยนในใจเลย. การจัดการที่เขามีต่อบุคคลเหล่านี้เป็นผลลัพธ์มาจากการปล่อยตัวไปในความบาปของเขา. พระเจ้าทรงอภัยให้เขาแล้ว (2ซมอ.12:13) แต่การพิพากษาอันชอบธรรมของพระเจ้าจะไม่ปล่อยให้เขาผ่านไป. ดู 2ซมอ.12:10 คำอธิบาย 1.
1พกษ.
2:5 ก 2ซมอ.3:27; 1พกษ.2:32
1พกษ.
2:5 ข 2ซมอ.20:10
1พกษ.
2:7 ก 2ซมอ.17:27–29; 19:31–38
1พกษ.
2:8 ก 2ซมอ.16:5–8; 19:23
1พกษ.
2:10 ก กจ.13:36; 2:29
1พกษ.
2:11 ก ข้อ 11–12: 1คนก.29:26–28
1พกษ.
2:13 ก 1พกษ.1:5–10
1พกษ.
2:17 ก 1พกษ.1:3
1พกษ.
2:25 ก 2ซมอ.8:18
1พกษ.
2:26 ก 2ซมอ.15:24, 29
1พกษ.
2:26 ข 1ซมอ.22:20–23
1พกษ.
2:27 ก 1ซมอ.2:27–36
1พกษ.
2:28 ก 1พกษ.1:50
1พกษ.
2:29 ก เทียบ อซด.21:14
1พกษ.
2:31 ก อฤธ.35:33; พบญ.19:13; 21:8–9
1พกษ.
2:32 ก 2ซมอ.3:27; 1พกษ.2:5
1พกษ.
2:32 ข 2ซมอ.17:25; 20:9–10
1พกษ.
2:35 ก 2ซมอ.8:18; 23:20; 1พกษ.4:4
1พกษ.
2:35 ข 1คนก.29:22
1พกษ.
2:36 ก 1พกษ.2:8
1พกษ.
2:45 ก เทียบ ยซย.9:6–7