1 พงศาวดารกษัตริย์ บทที่ 13
(4) การพิพากษาของพระเจ้าที่มีต่อแท่นบูชาที่เบ็ธเอลซึ่งสร้างขึ้นโดยยาราบะอาม — 13:1–32
1พกษ.
13:1 และคราวนั้นกคนของพระเจ้าคนหนึ่งออกมาจากยูดาโดยพระคำของพระยะโฮวาไปยังที่เบ็ธเอล ในขณะที่ยาราบะอามยืนอยู่ที่แท่นบูชาเพื่อเผาเครื่องหอม.
1พกษ.
13:2 แล้วคนของพระเจ้าได้ร้องกล่าวโทษแท่นบูชานั้นโดยพระคำของพระยะโฮวาว่า โอ แท่นบูชา แท่นบูชา พระยะโฮวาตรัสดังนี้ว่า ดูเถิด บุตรชายคนหนึ่งจะเกิดมาในวงศ์วานของดาวิดชื่อโยซียา และบนเจ้านั้นเขาจะฆ่าปุโรหิตแห่งแท่นสูงซึ่งเป็นผู้เผาเครื่องหอมบนเจ้า และเขาจะเผากกระดูกคนบนเจ้า.
1พกษ.
13:3 ท่านก็ให้เครื่องหมายในวันเดียวกันนั้น กล่าวว่า นี่เป็นเครื่องหมายที่พระยะโฮวาตรัสว่า ดูเถิด แท่นบูชานี้จะถูกพังทลายและมูลเถ้าที่อยู่บนนั้นจะถูกเทออก.
1พกษ.
13:4 เมื่อกษัตริย์ยาราบะอามได้ยินถ้อยคำของคนของพระเจ้า ซึ่งร้องกล่าวโทษแท่นบูชาที่เบ็ธเอลนั้น ท่านก็เหยียดมือออกจากแท่นกล่าวว่า จงจับเขาไว้! แล้วมือของท่านซึ่งเหยียดออกต่อเขานั้นก็เหี่ยวแห้งไป จนไม่สามารถชักกลับเข้าหาตัวได้อีก.
1พกษ.
13:5 แท่นบูชาก็ถูกพังทลาย และมูลเถ้าก็ถูกเทออกจากแท่นตามเครื่องหมายที่คนของพระเจ้าให้ไว้โดยพระคำของพระยะโฮวา.
1พกษ.
13:6 แล้วกษัตริย์ตอบคนของพระเจ้าว่า โปรดวิงวอนขอพระกรุณาแห่งพระยะโฮวาพระเจ้าของท่าน และจงกวิงวอนเพื่อเราให้เราชักมือกลับเข้าหาตัวได้อีก. และคนของพระเจ้าก็อ้อนวอนขอพระกรุณาแห่งพระยะโฮวา และกษัตริย์ก็ชักมือกลับเข้าหาท่านได้อีก และกลับเป็นเหมือนเดิม.
1พกษ.
13:7 และกษัตริย์กล่าวแก่คนของพระเจ้าว่า เชิญมาบ้านกับเราเถิด และรับประทานอาหารกัน เราจะให้บำเหน็จแก่ท่าน.
1พกษ.
13:8 แต่คนของพระเจ้ากล่าวแก่กษัตริย์ว่า ถึงแม้ท่านจะกให้สมบัติของท่านครึ่งหนึ่งแก่ข้าพเจ้า ข้าพเจ้าก็จะไม่ไปกับท่าน และจะไม่รับประทานอาหารหรือดื่มน้ำในสถานที่นี้
1พกษ.
13:9 เพราะพระคำพระยะโฮวาทรงบัญชาข้าพเจ้าไว้ดังนี้ว่า อย่ากินอาหาร หรือดื่มน้ำ หรือกลับไปตามทางที่เจ้ามา.
1พกษ.
13:10 ดังนั้นท่านจึงไปเสียอีกทางหนึ่ง และไม่กลับไปตามทางที่ท่านมายังเบ็ธเอล.
1พกษ.
13:11 มีผู้เผยพระวจนะเฒ่าคนหนึ่งอาศัยอยู่ในเบ็ธเอล. 1พวกบุตรชายของเขามาเล่าให้ฟังถึงเรื่องราวทั้งสิ้นที่คนของพระเจ้ากระทำในวันนั้นที่เบ็ธเอล ถ้อยคำที่ท่านได้กล่าวแก่กษัตริย์ พวกเขาก็ได้เล่าให้บิดาของเขาด้วย.
1พกษ.
13:12 และบิดาของเขาถามพวกเขาว่า ท่านไปทางไหน? และพวกบุตรชายของเขาได้เห็นทางที่คนของพระเจ้าผู้มาจากยูดาได้เดินไป.
1พกษ.
13:13 เขาจึงพูดกับพวกบุตรชายว่า จงผูกอานลาให้พ่อ. พวกเขาจึงผูกอานลาให้ แล้วเขาก็ขึ้นขี่.
1พกษ.
13:14 เขาไปตามคนของพระเจ้า และพบท่านนั่งอยู่ใต้ต้นโอ๊ก. เขาจึงพูดกับท่านว่า ท่านเป็นคนของพระเจ้าที่มาจากยูดาหรือ? ท่านตอบว่า ใช่แล้ว.
1พกษ.
13:15 เขาจึงกล่าวแก่ท่านว่า เชิญไปบ้านกับข้าพเจ้า และรับประทานอาหารกัน.
1พกษ.
13:16 แต่ท่านพูดว่า ข้าพเจ้าจะกลับไปกับท่าน หรือเข้าไปพักกับท่านไม่ได้ ข้าพเจ้าจะรับประทานอาหาร หรือดื่มน้ำกับท่านในสถานที่นี้ไม่ได้.
1พกษ.
13:17 เพราะพระคำของพระยะโฮวาตรัสกับข้าพเจ้าว่า เจ้าอย่ารับประทานอาหารหรือดื่มน้ำที่นั่น หรือกลับไปตามทางที่เจ้ามา.
1พกษ.
13:18 ผู้เผยพระวจนะเฒ่าจึงพูดกับท่านว่า ข้าพเจ้าก็เป็นผู้เผยพระวจนะเช่นเดียวกับท่าน มีทูตสวรรค์องค์หนึ่งมาบอกข้าพเจ้าโดยพระคำของพระยะโฮวาว่า จงพาเขากลับบ้านกับเจ้า เพื่อเขาจะได้รับประทานอาหารและดื่มน้ำ. แต่เขามุสาต่อท่าน.
1พกษ.
13:19 ดังนั้นท่านจึงกลับไปกับเขา ได้รับประทานอาหารและดื่มน้ำในบ้านของเขา.
1พกษ.
13:20 ขณะที่พวกเขากำลังนั่งอยู่ที่โต๊ะ พระคำของพระยะโฮวามายังผู้เผยพระวจนะผู้นำท่านกลับมา
1พกษ.
13:21 และเขาร้องต่อคนของพระเจ้าผู้มาจากยูดาว่า พระยะโฮวาตรัสดังนี้ว่า เพราะเจ้ากบฏต่อพระคำของพระยะโฮวา และไม่ถือรักษาคำบัญชาที่พระยะโฮวาพระเจ้าของเจ้าทรงบัญชาเจ้า
1พกษ.
13:22 แต่เจ้าได้กลับมาและรับประทานอาหาร และดื่มน้ำในที่ซึ่งพระองค์ตรัสกับเจ้าว่า อย่ารับประทานอาหารหรือดื่มน้ำ. ศพของเจ้าจะไปไม่ถึงอุโมงค์ฝังศพบรรพบุรุษของเจ้า.
1พกษ.
13:23 หลังจากที่ท่านได้รับประทานอาหารและดื่มน้ำแล้ว ผู้เผยพระวจนะเฒ่าก็ผูกอานลาให้ผู้เผยพระวจนะที่เขาได้พากลับมา.
1พกษ.
13:24 เมื่อท่านไป มีกสิงโตมาพบท่านระหว่างทางและฆ่าท่านเสีย. แล้วศพของท่านก็ถูกทิ้งไว้ข้างทาง และลาตัวนั้นก็ยืนอยู่ข้างๆ ศพ สิงโตก็ยืนอยู่ข้างๆ ศพด้วย.
1พกษ.
13:25 และดูเถิด มีคนผ่านไปเห็นศพทิ้งอยู่ข้างทาง และสิงโตยืนอยู่ข้างศพนั้น พวกเขาก็มาบอกกันในเมืองที่ผู้เผยพระวจนะเฒ่าอยู่นั้น.
1พกษ.
13:26 เมื่อผู้เผยพระวจนะที่นำท่านกลับมาจากทางได้ยินเรื่องนั้น เขาก็พูดว่า นั่นคือคนของพระเจ้าที่กบฏต่อพระคำของพระยะโฮวา เพราะฉะนั้นพระยะโฮวาทรงมอบท่านไว้กับสิงโต ซึ่งได้กัดฉีกท่านและฆ่าท่านตามพระคำซึ่งพระยะโฮวาตรัสกับท่านนั้น.
1พกษ.
13:27 เขาจึงพูดกับพวกบุตรชายของเขาว่า จงผูกอานลาให้พ่อ. แล้วพวกเขาก็ผูกอานลาให้.
1พกษ.
13:28 เขาจึงไปและพบศพนั้นทิ้งอยู่ข้างทาง ลากับสิงโตยืนอยู่ข้างศพ สิงโตไม่ได้กินศพหรือกัดฉีกลานั้น.
1พกษ.
13:29 ผู้เผยพระวจนะก็เอาศพคนของพระเจ้าขึ้นวางบนลา แล้วนำกลับมายังเมืองของตนเอง เพื่อไว้ทุกข์ให้และฝังท่านเสีย.
1พกษ.
13:30 แล้วเขาวางศพนั้นในอุโมงค์ฝังศพของตนเอง และก็ไว้ทุกข์ให้ท่านกล่าวว่า อนิจจา พี่น้องของข้าเอ๋ย!
1พกษ.
13:31 หลังจากฝังท่านแล้ว เขาก็พูดกับพวกบุตรชายของตนว่า เมื่อพ่อตาย จงฝังพ่อไว้ในอุโมงค์ฝังศพที่ฝังคนของพระเจ้านั้น จงวางกกระดูกของพ่อไว้ข้างกระดูกของท่าน.
1พกษ.
13:32 เพราะว่าถ้อยคำที่ท่านร้องกล่าวโทษกแท่นบูชาในเบ็ธเอล และกล่าวโทษนิเวศน์ทุกแห่งของแท่นสูงซึ่งอยู่ในเมืองต่างๆ ของซะมาเรียโดยพระคำของพระยะโฮวานั้นจะสำเร็จอย่างแน่นอน.
(5) การกบฏที่ก้าวหน้าไปอีกขั้นหนึ่งของยาราบะอาม — 13:33–34
1พกษ.
13:33 หลังจากเหตุการณ์เหล่านี้ ยาราบะอามไม่ได้หันกลับจากทางชั่วของท่าน แต่กลับให้บางคนในท่ามกลางพลไพร่เป็นกปุโรหิตประจำแท่นสูง ใครปรารถนาจะเป็นปุโรหิต ท่านก็1สถาปนาให้เป็นปุโรหิตประจำแท่นสูงต่างๆ.
1พกษ.
13:34 และเรื่องนี้ได้กลายเป็นกความบาปแก่วงศ์วานยาราบะอาม เพื่อจะตัดและทำลายล้างวงศ์วานนั้นเสียจากพื้นแผ่นดินโลก.
คำอธิบาย 1 พงศาวดารกษัตริย์ บทที่ 13
1พกษ.
13:1 ก 2พกษ.23:17
1พกษ.
13:2 ก 2พกษ.23:15–16
1พกษ.
13:6 ก ยนซ.20:17; 2พกษ.20:2–5; โยบ42:8; สภษ.15:9; เทียบ ยก.5:16
1พกษ.
13:8 ก เทียบ อฤธ.22:18; 24:13
1พกษ.
13:11 1 ฉบับโบราณบางฉบับอ่านว่า บุตรชาย.
1พกษ.
13:24 ก เทียบ 1พกษ.20:36
1พกษ.
13:31 ก 2พกษ.23:17–18
1พกษ.
13:32 ก 1พกษ.13:2; 2พกษ.23:15–19
1พกษ.
13:33 ก วนฉ.17:5; 1พกษ.12:31
1พกษ.
13:33 1 แปลตามตรงคือ เติมเต็มมือของเขา
1พกษ.
13:34 ก 1พกษ.12:30; 2พกษ.17:21