การงานบรรณกิจของห้องสมุดกิตติคุณแห่งประเทศไทย
หากท่านต้องการมีส่วนในการงานบรรณกิจของห้องสมุดกิตติคุณแห่งประเทศไทย
ท่านสามารถมอบถวายทรัพย์โดยโอนเงินเข้าบัญชีของห้องสมุด:
ธนาคารกสิกรไทย สาขาพาราไดซ์ พาร์ค
ชื่อบัญชี: นายปิยะ ตั้งเสรีมั่นคง และ
นางสุมิตรา อดุลประวิตรชัย และ
นางสาวทานาธิบดี ชูมณี
เลขที่บัญชี: 218-3-99941-1

รบกวนส่งสลิปการโอนมาที่ Line ID: @gospelbookroom

2 ซามูเอล บทที่ 7

ข. ต้องการจะสร้างพระนิเวศน์เพื่อพระเจ้า — 7:1–29
2ซมอ. 7:1 กต่อมาเมื่อกษัตริย์อยู่ในวังของท่าน และพระยะโฮวาทรงให้ท่านพักสงบจากเหล่าศัตรูรอบด้านของท่าน.
2ซมอ. 7:2 กษัตริย์กล่าวแก่กนาธานผู้เผยพระวจนะว่า ดูสิ เราอาศัยอยู่ในนิเวศน์ทำด้วยไม้สนสีดาร์ แต่หีบ[พันธสัญญา]ของพระเจ้าอยู่ในขม่าน.
2ซมอ. 7:3 และนาธานกล่าวแก่กษัตริย์ว่า เชิญกระทำทุกสิ่งตามใจของท่านเพราะพระยะโฮวาสถิตอยู่กับท่าน.
2ซมอ. 7:4 แต่ในคืนวันนั้น พระคำของพระยะโฮวามาถึงนาธานว่า
2ซมอ. 7:5 จงไปบอกดาวิดผู้รับใช้ของเราว่า พระยะโฮวาตรัสดังนี้ว่า เจ้าหรือจะกสร้างนิเวศน์ให้เราอาศัย?
2ซมอ. 7:6 เรากไม่เคยอยู่ในนิเวศน์นับแต่วันที่เรานำชนชาติอิสราเอลขึ้นมาจากอียิปต์จนถึงวันนี้ แต่เราดำเนินอยู่ในกระโจมและขพลับพลา.
2ซมอ. 7:7 ในที่ต่างๆ ที่เรากดำเนินไปท่ามกลางชนชาติอิสราเอลทั้งหมด เราเคยพูดกับคนใดในเผ่าของอิสราเอล ผู้ที่เราบัญชาให้เขาเลี้ยงดูอิสราเอลพลไพร่ของเราหรือว่า เหตุใดพวกเจ้าไม่สร้างนิเวศน์ด้วยไม้สนสีดาร์ให้เรา?
2ซมอ. 7:8 เพราะฉะนั้น บัดนี้เจ้าจงกล่าวแก่ดาวิดผู้รับใช้ของเราว่า พระยะโฮวาจอมพลโยธาตรัสดังนี้ว่า เราเองนำเจ้ามาจากกทุ่งหญ้า จากการติดตามฝูงแกะ เพื่อให้เจ้าเป็นผู้ปกครองเหนืออิสราเอลพลไพร่ของเรา
2ซมอ. 7:9 เราอยู่กับเจ้าทุกแห่งที่เจ้าไป และได้กำจัดศัตรูของเจ้าทั้งหมดให้พ้นหน้าเจ้า และเราจะทำให้เจ้ามีนามชื่อที่ยิ่งใหญ่ เช่นเดียวกับนามชื่อของผู้ยิ่งใหญ่บนแผ่นดินโลก.
2ซมอ. 7:10 และเราจะกำหนดที่หนึ่งให้อิสราเอลพลไพร่ของเรา และเราจะกเพาะปลูกพวกเขาไว้ เพื่อพวกเขาจะได้อยู่ในที่ของเขาเองและไม่ถูกรบกวนอีก และบุตรหลานของคนชั่วจะไม่กดขี่ข่มเหงเขาอีกดังที่ผ่านมา
2ซมอ. 7:11 ตั้งแต่สมัยที่เราตั้งพวกกผู้วินิจฉัยเหนืออิสราเอลพลไพร่ของเรา และเราจะให้เจ้าพักสงบจากศัตรูทั้งหมดของเจ้า พระยะโฮวายังป่าวประกาศแก่เจ้าอีกว่า พระยะโฮวาจะทรงสร้าง1วงศ์วานให้แก่เจ้า.
2ซมอ. 7:12 เมื่อวันเวลาของเจ้าครบแล้ว และเจ้ากล่วงหลับไปอยู่กับบรรพบุรุษของเจ้า เราจะตั้ง1ขเชื้อสายของเจ้าที่มาภายหลังเจ้า ผู้ซึ่งเกิดมาจากท้องของเจ้าเอง และเราจะสถาปนา2คอาณาจักรของเขา.
2ซมอ. 7:13 1เขาจะเป็นผู้สร้างนิเวศน์เพื่อนามของเรา และเราจะสถาปนาบัลลังก์แห่งอาณาจักรของเขาให้อยู่กเป็นนิตย์.
2ซมอ. 7:14 เราจะเป็นกบิดาของเขา และเขาจะเป็น1บุตรของเรา. 2ถ้าเขากระทำความบาปชั่ว เราจะขตีสอนเขาด้วยไม้เรียวของมนุษย์และด้วยแส้ของบุตรมนุษย์ทั้งหลาย
2ซมอ. 7:15 แต่กความเอ็นดูรักใคร่ของเราจะไม่ละไปจากเขา ดังที่เราละจากซาอูล ซึ่งเราได้ถอดเสียให้พ้นหน้าเจ้า.
2ซมอ. 7:16 1วงศ์วานของเจ้าและ1กอาณาจักรของเจ้าจะตั้งดำรงอยู่ต่อหน้าเจ้าเป็นนิตย์ และ1บัลลังก์ของเจ้าจะตั้งมั่นคงเป็นนิตย์
2ซมอ. 7:17 นาธานก็กล่าวแก่ดาวิดตามถ้อยคำเหล่านี้ทั้งสิ้นและตามนิมิตนี้ทั้งหมด.
2ซมอ. 7:18 แล้วกษัตริย์ดาวิดจึงไปนั่งลงต่อเบื้องพระพักตร์พระยะโฮวา และทูลว่า โอ องค์พระยะโฮวาเจ้า กข้าพเจ้าเป็นใครเล่าและวงศ์วานของข้าพเจ้านับเป็นอะไร พระองค์จึงทรงนำข้าพเจ้ามาไกลขนาดนี้?
2ซมอ. 7:19 สิ่งนี้ก็ยังเล็กน้อยในสายพระเนตรของพระองค์ โอ องค์พระยะโฮวาเจ้า แต่พระองค์ยังตรัสถึงวงศ์วานของผู้รับใช้ของพระองค์ในอนาคตอันยาวไกลนั้น โอ องค์พระยะโฮวาเจ้า นี่เป็นแบบแผนปฏิบัติสำหรับมนุษย์หรือ?
2ซมอ. 7:20 ดาวิดจะทูลสิ่งใดต่อพระองค์ได้อีกเล่า? โอ องค์พระยะโฮวาเจ้า เพราะพระองค์เองทรงกรู้จักผู้รับใช้ของพระองค์.
2ซมอ. 7:21 เพราะเหตุพระคำของพระองค์ และตามชอบพระทัยของพระองค์ พระองค์จึงทรงกระทำสิ่งยิ่งใหญ่ทั้งสิ้นนี้ให้ผู้รับใช้ของพระองค์ทราบ.
2ซมอ. 7:22 โอ องค์พระยะโฮวาเจ้า ฉะนั้นพระองค์ทรงยิ่งใหญ่ กไม่มีใครเหมือนพระองค์ ไม่มีพระเจ้าอื่นขนอกเหนือพระองค์ ตามทุกสิ่งที่หูของพวกข้าพเจ้าได้ยินมา.
2ซมอ. 7:23 ใครจะเหมือนอิสราเอลพลไพร่ของพระองค์? ชนชาติหนึ่งเดียวในโลกนี้ ซึ่งพระเจ้าเสด็จไปกไถ่มาให้เป็นพลไพร่ของพระองค์ เพื่อจะตั้งพระนามของพระองค์เอง เพื่อทรงทำสิ่งยิ่งใหญ่และน่าเกรงขามเพื่อพระองค์ เพื่อแผ่นดินของพระองค์และต่อหน้าพลไพร่ของพระองค์ ซึ่งพระองค์ทรงไถ่ออกจากอียิปต์เพื่อพระองค์เองออกจากนานาประเทศและบรรดาพระของพวกเขา.
2ซมอ. 7:24 และพระองค์ทรงตั้งอิสราเอลพลไพร่ของพระองค์ให้มั่นคง ให้เป็นกพลไพร่ของพระองค์เป็นนิตย์ ข้าแต่พระยะโฮวา และพระองค์ก็ทรงเป็นพระเจ้าของพวกเขา.
2ซมอ. 7:25 ข้าแต่พระยะโฮวาพระเจ้า พระคำซึ่งพระองค์ตรัสเกี่ยวกับผู้รับใช้ของพระองค์ และเกี่ยวกับวงศ์วานของเขา ขอให้พระคำนั้นตั้งมั่นคงอยู่เป็นนิตย์ และทรงกระทำดังที่พระองค์ได้ตรัสไว้.
2ซมอ. 7:26 ขอพระนามของพระองค์เป็นที่สรรเสริญเป็นนิตย์ว่า พระยะโฮวาจอมพลโยธาทรงเป็นพระเจ้าเหนืออิสราเอล และวงศ์วานของดาวิดผู้รับใช้ของพระองค์จะตั้งมั่นคงอยู่ต่อเบื้องพระพักตร์พระองค์.
2ซมอ. 7:27 เพราะพระองค์ พระยะโฮวาจอมพลโยธา พระเจ้าของอิสราเอลได้ทรงเปิดเผยแก่ผู้รับใช้ของพระองค์ตรัสว่า เราจะสร้างวงศ์วานให้แก่เจ้า เพราะฉะนั้น ผู้รับใช้ของพระองค์จึงมีใจกล้าวิงวอนต่อพระองค์ด้วยคำอธิษฐานนี้.
2ซมอ. 7:28 และบัดนี้ โอ องค์พระยะโฮวาเจ้า พระองค์ทรงเป็นพระเจ้า และพระคำของพระองค์เป็นความจริง และพระองค์ตรัสสิ่งดีนี้แก่ผู้รับใช้ของพระองค์.
2ซมอ. 7:29 เพราะฉะนั้น บัดนี้ขอทรงพอพระทัยที่จะอวยพรวงศ์วานของผู้รับใช้ของพระองค์ ให้ดำรงอยู่ต่อเบื้องพระพักตร์พระองค์เป็นนิตย์ โอ องค์พระยะโฮวาเจ้า เพราะพระองค์ตรัสแล้ว. และด้วยพระพรของพระองค์ ขอให้วงศ์วานของผู้รับใช้ของพระองค์รับพระพรเป็นนิตย์.

คำอธิบาย 2 ซามูเอล บทที่ 7

2ซมอ. 7:1 ก ข้อ 1-29: 1คนก.17:1-27
2ซมอ. 7:2 ก 2ซมอ.7:17; 12:1
2ซมอ. 7:2 ข อซด.26:1
2ซมอ. 7:5 ก 1พกษ.5:3; 8:19; 1คนก.22:6-8; 28:2-3
2ซมอ. 7:6 ก 1พกษ.8:16
2ซมอ. 7:6 ข เทียบ อซด.40:17, 34
2ซมอ. 7:7 ก ลวต.26:11-12; พบญ.23:14
2ซมอ. 7:8 ก 1ซมอ.16:11; บพส.78:70
2ซมอ. 7:10 ก อซด.15:17; บพส.44:2; ยรม.24:6; อมศ.9:15
2ซมอ. 7:11 ก วนฉ.2:16; เทียบ 1ซมอ.12:11
2ซมอ. 7:11 1 การตอบรับของพระเจ้าที่มีต่อความปรารถนาของดาวิดที่จะสร้างพระนิเวศน์ให้กับพระองค์นั้น ในแง่หนึ่งพระองค์ได้เสด็จมาหยุดดาวิดโดยบ่งชี้ว่าก่อนที่ดาวิดจะกระทำสิ่งใดเพื่อพระเจ้า เขาจำเป็นต้องให้พระเจ้ากระทำสิ่งนั้นให้แก่เขา. พระเจ้าตรัสคำพยากรณ์แก่ดาวิดว่าพระองค์จะทรงสร้างวงศ์วานให้แก่เขา และจากวงศ์วานนี้เอง พระองค์ก็จะประทานเชื้อสายคนหนึ่งแก่เขา (ข้อ 11–12). ถ้าว่าตามตัวอักษรแล้ว วงศ์วานของดาวิดก็คือคนในครอบครัวของดาวิด, ครอบครัวของดาวิดนั่นเอง ซึ่งสุดท้ายแล้วได้ก่อกำเนิดองค์พระเยซูคริสต์เจ้า (มธ.1:1, 6–16).
คำพยากรณ์ในบทนี้มีความเกี่ยวข้องกับคำพยากรณ์ใน ยซย.11:1 เกี่ยวกับพระคริสต์ผู้เป็นกิ่งที่แตกออกจากตอของยิซัยและกิ่งที่งอกจากรากของพระองค์. ในสมัยของซะโลโม วงศ์วานของดาวิดเป็นเหมือนกับต้นไม้ที่เจริญงอกงาม แต่ผ่านไปเพียงช่วงระยะเวลาสั้นๆ ต้นไม้ต้นนี้ก็เริ่มถูกโค่นล้มลง. ในที่สุดก็กลายเป็นตอไม้ที่ประกอบด้วยบุคคลสองคนเป็นสำคัญ นั่นก็คือโยเซฟและมาเรีย. ในเวลานั้นเองพระเจ้าก็ได้เสด็จเข้ามาเพื่อก่อรูปพระคริสต์พระบุตรของพระองค์เข้าสู่วงศ์วานของดาวิด (มธ.1:18–20). ผลลัพธ์ทำให้บุตรน้อยเยซูได้บังเกิดมาเป็นมนุษย์พระเจ้า ทรงเป็นทั้งพระบุตรผู้ศักดิ์สิทธิ์และเชื้อสายของมนุษย์ (ลก.1:31–32, 35). นี่ก็คือการที่พระเจ้าทรงสร้างวงศ์วานสำหรับดาวิดโดยการที่พระองค์ประทานเชื้อสายผู้หนึ่งให้แก่ดาวิด. สุดท้ายวงศ์วานของดาวิดและเชื้อสายของดาวิดในบทนี้ก็เป็นแบบเล็งที่เปิดเผยว่าในแผนการบริหารที่นิรันดร์ของพระเจ้าตรีเอกภาพนั้น พระองค์ทรงปรารถนาที่จะก่อสร้างพระองค์เองในพระคริสต์เข้าสู่พลไพร่ที่พระองค์ทรงเลือกสรรเพื่อกระทำให้พวกเขาเป็นบ้าน (พระคริสต์และคริสตจักร) และก่อกำเนิดเชื้อสาย (พระคริสต์ผู้ครอบคลุมสรรพสิ่ง).
2ซมอ. 7:12 ก 1พกษ.2:10; 1:21; กจ.13:36; พบญ.31:16
2ซมอ. 7:12 ข รม.1:3; กจ.13:23; มธ.1:1; 2ตธ.2:8
2ซมอ. 7:12 1ข ถ้าว่าตามตัวอักษรแล้ว เชื้อสายของเจ้า ในที่นี้ชี้ถึงซะโลโมบุตรชายของดาวิดผู้ก่อสร้างพระวิหารซึ่งเป็นที่ประทับของพระเจ้าในพันธสัญญาเดิม (1พกษ.5:5; 8:15–20; 1คนก.22:9–10; 28:6). อย่างไรก็ตาม จาก ฮร.1:5ข ซึ่งอ้างถึงข้อความในข้อ 14ก ของบทนี้ แท้จริงแล้วเชื้อสายของดาวิดก็คือพระคริสต์ผู้เป็นพระบุตรหัวปีของพระเจ้า (ฮร.1:5ก, 6) พระองค์ทรงมีทั้งสภาพพระเจ้าและสภาพมนุษย์ และในที่นี้ทรงมีแบบเล็งโดยซะโลโม (ดู มธ.1:1 คำอธิบาย 3). พระบุตรของพระเจ้าได้กลายเป็นเชื้อสายของดาวิดโดยการถูกก่อรูป (ก่อสร้าง) เข้าสู่วงศ์วานของดาวิด หรือเข้าสู่สิ่งที่ดาวิดเป็น. แท้จริงแล้วในที่นี้พระเจ้าทรงกำลังบอกดาวิดว่าแทนที่เขาจะก่อสร้างบางสิ่งแด่พระเจ้า เขาจำต้องให้พระเจ้าก่อสร้างพระบุตรของพระองค์เข้าสู่ภายในเขาต่างหาก. พระเจ้าไม่ประสงค์ให้ดาวิดก่อสร้างพระนิเวศน์ที่ทำด้วยไม้สนสีดาร์ให้แก่พระองค์ (ข้อ 5–7) หรือพระเจ้าไม่ทรงพอพระทัยเพียงแค่ให้ดาวิดเป็นบุคคลที่สอดคล้องกับพระทัยของพระองค์เท่านั้น (1ซมอ.13:14). พระเจ้าทรงปรารถนาที่จะกระทำตัวของพระองค์เองในพระคริสต์เข้าสู่สภาพมนุษย์ของดาวิดเพื่อกลายเป็นชีวิต, นิสัย, และการก่อรูปของเขา. เช่นนี้ พระคริสต์พระบุตรของพระเจ้าก็จะทรงกลายเป็นทุกสิ่งต่อดาวิด รวมถึงเป็นบ้าน (ที่ประทับ) และเชื้อสายของเขาด้วย.
2 ซามูเอลบทที่ 7 คือการเปิดเผยถึงคำพยากรณ์ผ่านแบบเล็งที่แสดงให้เราเห็นว่าเราไม่จำเป็นต้องก่อสร้างบางสิ่งเพื่อพระเจ้า. เราไม่สามารถก่อสร้างพระนิเวศน์ของพระเจ้า ซึ่งก็คือคริสตจักรได้ (1ตธ.3:15) โดยใช้ตัวเราเองหรือสิ่งที่มาจากตัวเราเองเป็นวัสดุ. คริสตจักรในฐานะพระนิเวศน์ของพระเจ้า ซึ่งเป็นที่อาศัยซึ่งกันและกันระหว่างพระเจ้ากับผู้ที่พระองค์ทรงไถ่นั้น (ยฮ.14:2–3, 20, 23; 15:4) ถูกก่อสร้างขึ้นด้วยพระคริสต์ผู้เป็นองค์ประกอบเพียงหนึ่งเดียว (ดู ยนซ.2:22 คำอธิบาย 1). ดังนั้นเราจึงจำเป็นต้องให้พระเจ้าก่อสร้างพระคริสต์เข้าสู่การก่อรูปทางภายในของเรา เพื่อทั้งตัวของเราจะถูกก่อรูปขึ้นใหม่ด้วยพระคริสต์. การก่อสร้างคริสตจักรนั้นเกิดขึ้นโดยการที่พระคริสต์ทรงประทับครองเรือนอยู่ในใจของเรา หรือโดยการที่พระองค์ทรงก่อสร้างตัวของพระองค์เองเข้าสู่ในเรา กระทำให้ใจของเรา ซึ่งก็คือการก่อรูปทางภายในของเรานั้น กลายเป็นบ้านของพระองค์ (อฟ.3:17). พระคริสต์ที่ได้ถูกก่อรูป (ก่อสร้าง) เข้าสู่เรานั้นทรงเป็นบ้านของพระเจ้าและก็เป็นบ้านของเราด้วย อีกทั้งพระองค์ยังได้กลายเป็นเชื้อสายของเรา มาเป็นมรดกและทรัพย์ล้ำค่าของเรา.
2ซมอ. 7:12 ค ดนอ.7:14; ลก.1:33; ฮร.1:8; ยฮ.18:36
2ซมอ. 7:12 2ค อาณาจักรของเขา ในข้อนี้ชี้ถึงอาณาจักรของพระคริสต์ (ลก.1:32–33). ในช่วงเริ่มต้นของพันธสัญญาใหม่ ก่อนอื่นพระคริสต์ได้รับการแนะนำในฐานะบุตรหลานของดาวิด แล้วจากนั้นก็ในฐานะบุตรหลานของอับราฮาม (มธ.1:1). พระคริสต์ทรงเป็นลูกหลานของดาวิดเพื่อทำให้พันธสัญญาของพระเจ้าที่ตั้งไว้กับดาวิด ซึ่งถูกแนะนำไว้ในบทนี้ได้สำเร็จเป็นจริง คือการนำผู้ที่พระเจ้าทรงเลือกสรรเข้าสู่อาณาจักรแห่งสวรรค์ทั้งหลายและมีส่วนในอำนาจอันศักดิ์สิทธิ์. พระคริสต์ทรงเป็นบุตรหลานของอับราฮามเพื่อทำให้พันธสัญญาของพระเจ้าที่ตั้งไว้กับอับราฮามสำเร็จเป็นจริง (ยนซ.12:3; 15:1–21; 22:18) เพื่อพระเจ้าตรีเอกภาพที่ผ่านขั้นตอนในฐานะที่เป็นพระวิญญาณที่สำเร็จสุดยอดจะได้กลายเป็นพระพรของผู้ที่พระเจ้าทรงเลือกสรรในฐานะมรดกอันศักดิ์สิทธิ์ (ฆต.3:14; กจ.26:18). การที่พระเจ้าจะกลายเป็นพระพรต่อพลไพร่ของพระองค์ได้นั้น พระองค์จะต้องมีอาณาจักรบนแผ่นดินโลกที่พระองค์สามารถทำการบริหารปกครองภายใต้อำนาจอันศักดิ์สิทธิ์ที่ครบบริบูรณ์ของพระองค์. ดังนั้นการประกาศกิตติคุณในพันธสัญญาใหม่จึงกำชับเราให้กลับใจจากการกบฏของเราเป็นอันดับแรก (มธ.3:2; 4:17) และต้อนรับพระคริสต์ในฐานะบุตรหลานของดาวิดมาเป็นกษัตริย์ของเรา เพื่อพระองค์จะสามารถปกครองในเราและปกครองเหนือเราในอาณาจักรของพระเจ้า. ภายใต้การปกครองขององค์พระผู้เป็นเจ้าในอาณาจักรนั้น พระคริสต์ในฐานะบุตรหลานของอับราฮามได้นำเราเข้าสู่การรับสุขที่มีต่อพระเจ้าตรีเอกภาพมาเป็นพระพรของเรา.
2ซมอ. 7:13 1 แท้จริงแล้วพระคริสต์ทรงก่อสร้างคริสตจักรในฐานะพระนิเวศน์ของพระเจ้า, พระวิหารของพระเจ้า (มธ.16:18; 1ตธ.3:15; อฟ.2:21) ในความเที่ยงแท้. คริสตจักรยังถูกก่อสร้างขึ้นอยู่ในพระคริสต์และก่อสร้างขึ้นด้วยพระคริสต์ผู้เป็นองค์ประกอบ. ดังนั้นพระคริสต์จึงเป็นบ้าน ซึ่งก็คือพระกายของพระองค์ (ยฮ.2:19–21; 1กธ.12:12) และพระคริสต์ก็เป็นเชื้อสาย ซึ่งก็คือผู้ก่อสร้างด้วย. พระคริสต์ทรงก่อสร้างคริสตจักรโดยการก่อสร้างตัวของพระองค์เองเข้าสู่ภายในเรา ซึ่งก็คือโดยการเข้าสู่ภายในวิญญาณของเราและแผ่ขยายพระองค์เองจากวิญญาณของเราเข้าสู่ความคิด, อารมณ์, และความตั้งใจของเรา เพื่อยึดครองทั้งจิตของเรา (อฟ.3:17). การก่อสร้างนี้ ซึ่งก็คือการผสมกลมกลืนระหว่างสภาพพระเจ้าของพระเจ้ากับสภาพมนุษย์ที่ได้รับการไถ่, เป็นขึ้น, และยกชูของเรานั้นได้กลายเป็นที่อาศัยของพระเจ้าและที่อาศัยของเรา — ที่อาศัยซึ่งกันและกัน (ยฮ.14:23; 15:4). ในที่สุดการก่อสร้างนี้ก็จะสำเร็จสุดยอดเป็นกรุงเยรูซาเล็มใหม่ไปตราบชั่วนิรันดร์ อันเป็นที่ซึ่งผู้ที่พระเจ้าทรงไถ่ไว้นั้นจะเป็นพลับพลาสำหรับให้พระเจ้าอาศัย และตัวของพระเจ้าเองจะเป็นพระวิหารให้ผู้ที่พระองค์ทรงไถ่ได้อาศัย (วว.21:3, 22).
2ซมอ. 7:13 ก 2ซมอ.7:16; 1พกษ.9:5; 1คนก.17:12, 14; บพส.89:4, 29, 36-37; ลก.1:32-33; ฮร.1:8
2ซมอ. 7:14 ก บพส.89:26-27; ฮร.1:5
2ซมอ. 7:14 1 คำว่า “เชื้อสายของเจ้า” ในข้อ 12 กับ “บุตรของเรา” ในข้อ 14 บ่งชี้เป็นนัยว่าเชื้อสายของดาวิดจะกลายเป็นพระบุตรของพระเจ้า ซึ่งก็คือเชื้อสายของมนุษย์จะกลายเป็นบุตรอันศักดิ์สิทธิ์. ถ้อยคำนี้สอดคล้องกับถ้อยคำของเปาโลใน รม.1:3–4 ที่กล่าวถึงพระคริสต์ในฐานะเชื้อสายของดาวิดที่ถูกชี้หมายว่าเป็นพระบุตรของพระเจ้าในสภาพมนุษย์ของพระองค์ที่อยู่ในการเป็นขึ้น (ดู รม.1:4 คำอธิบาย 3). ถ้อยคำนี้ยังสัมพันธ์กับคำถามขององค์พระผู้เป็นเจ้าใน มธ.22:41–45 ซึ่งกล่าวว่าพระคริสต์จะเป็นทั้งบุตรหลานของดาวิดและพระบุตรของพระเจ้าผู้เป็นองค์พระผู้เป็นเจ้าของดาวิดได้อย่างไร ซึ่งก็คือบุคคลที่อัศจรรย์, มนุษย์พระเจ้าคนหนึ่งที่มีสองสภาพคือสภาพพระเจ้าและสภาพมนุษย์. ข้อพระคำเหล่านี้ได้เปิดเผยอย่างชัดเจนว่าเชื้อสายของมนุษย์ ซึ่งก็คือบุตรมนุษย์นั้นสามารถกลายเป็นพระบุตรของพระเจ้าได้. ตัวของพระเจ้าเอง ซึ่งก็คือองค์ผู้ศักดิ์สิทธิ์นั้นได้กลายมาเป็นเชื้อสายของมนุษย์, เชื้อสายของดาวิดผู้เป็นมนุษย์คนหนึ่ง. เชื้อสายนี้ก็คือพระเยซู, มนุษย์พระเจ้า, พระยะโฮวาพระผู้ช่วย (มธ.1:18–21; 2ตธ.2:8) ผู้ทรงเป็นพระบุตรของพระเจ้าโดยอาศัยเพียงคุณธรรมแห่งสภาพพระเจ้าของพระองค์เท่านั้น (ลก.1:35). โดยการเป็นขึ้น พระองค์ผู้เป็นเชื้อสายของมนุษย์ก็ได้กลายเป็นพระบุตรของพระเจ้าในสภาพมนุษย์ของพระองค์เช่นกัน. ดังนั้นในพระคริสต์นั้น พระเจ้าจึงถูกก่อรูปเข้าสู่มนุษย์, มนุษย์ถูกก่อรูปเข้าสู่พระเจ้า, และพระเจ้ากับมนุษย์ก็ได้ผสมกลมกลืนกันกลายเป็นกายจริงกายเดียว ซึ่งก็คือมนุษย์พระเจ้า. กรณีนี้บ่งชี้เป็นนัยถึงความมุ่งหมายของพระเจ้าในแผนการบริหารของพระองค์ ซึ่งก็คือการกระทำให้ตัวของพระองค์เองกลายเป็นมนุษย์เพื่อที่จะกระทำให้มนุษย์กลายเป็นพระเจ้าในชีวิตและนิสัย.
ในการเป็นขึ้นและโดยการเป็นขึ้นนั้น พระคริสต์ผู้เป็นพระบุตรหัวปีของพระเจ้าได้ทรงกลายเป็นพระวิญญาณผู้ประทานชีวิต (1กธ.15:45). ในฐานะที่เป็นพระวิญญาณเช่นนี้ พระองค์ได้เข้าสู่ภายในผู้ที่พระเจ้าทรงเลือกสรรเพื่อที่จะแจกจ่าย, ก่อสร้างพระองค์เองเป็นชีวิตเข้าสู่ในตัวของพวกเขากลายมาเป็นการก่อรูปทางภายในของพวกเขา. เช่นนี้พระองค์ก็ได้ทรงกระทำให้พวกเขากลายเป็นมนุษย์พระเจ้า, กลายเป็นบุตรมากมายของพระเจ้า (ฮร.2:10) ซึ่งก็คือผลิตภัณฑ์ถอดแบบจำนวนมากของพระองค์เองผู้เป็นพระบุตรหัวปีของพระเจ้า (รม.8:29; 1ยฮ.3:2). ดังนั้นพวกเขาผู้เป็นเชื้อสายของมนุษย์จึงกลายเป็นบุตรทั้งหลายของพระเจ้าพร้อมด้วยสภาพพระเจ้าโดยผ่านขั้นตอนแห่งการเปลี่ยนเปลงของระบบสิ่งใหม่ทดแทนสิ่งเก่า (ดู รม.12:2 คำอธิบาย 3 และ 4). การเปลี่ยนแปลงของระบบสิ่งใหม่ทดแทนสิ่งเก่าก็คือการก่อสร้างคริสตจักรในฐานะพระกายของพระคริสต์และพระนิเวศน์ของพระเจ้า (อฟ.1:22–23; 2:20–22) โดยการก่อสร้างพระเจ้าเข้าสู่ในมนุษย์ และก่อสร้างมนุษย์เข้าสู่ในพระเจ้า ซึ่งก็คือโดยการนำองค์ประกอบอันศักดิ์สิทธิ์ก่อรูปเข้าสู่องค์ประกอบของมนุษย์ และนำองค์ประกอบของมนุษย์ก่อรูปเข้าสู่องค์ประกอบอันศักดิ์สิทธิ์. การก่อสร้างนี้จะสำเร็จสุดยอดเป็นกรุงเยรูซาเล็มใหม่ในฐานะมนุษย์พระเจ้าแห่งกลุ่มชนที่ยิ่งใหญ่ ซึ่งเป็นการรวบยอด, การสรุปรวมแห่งบุตรของพระเจ้าทั้งหมด (วว.21:7).
2ซมอ. 7:14 2 ถ้อยคำตั้งแต่ประเด็นนี้จนถึงตอนจบของข้อ 15 ชี้ถึงเพียงซะโลโมบุตรชายของดาวิดเท่านั้น ไม่ได้ชี้ถึงพระคริสต์.
2ซมอ. 7:14 ข บพส.89:32-33; ฮร.12:6
2ซมอ. 7:15 ก กจ.13:34
2ซมอ. 7:16 1 วงศ์วานของดาวิดชี้ถึงพระคริสต์, อาณาจักรของดาวิดชี้ถึงอาณาจักรของพระคริสต์, และบัลลังก์ของดาวิดชี้ถึงบัลลังก์ของพระคริสต์. อาณาจักรของดาวิดคืออาณาจักรของพระคริสต์ ดาวิดกับพระคริสต์มีบัลลังก์เดียวกัน (ยซย.9:7; 16:5; ลก.1:32; กจ.2:29–31). เหล่าผู้เผยพระวจนะกล่าวถึงดาวิดกับพระคริสต์เหมือนกับเป็นบุคคลคนเดียว (ยรม.30:9; ยอค.34:23–24; 37:24–25; ฮซอ.3:5; อมศ.9:10). พระคริสต์ก็คือดาวิดแท้ (มธ.12:3–4 และข้อ 3 คำอธิบาย 2). ดังนั้นผลสะท้อนที่พระเจ้ามีต่อดาวิดทำให้พระคริสต์เป็นหนึ่งกับดาวิดและเป็นเชื้อสายของดาวิด (ข้อ 12). กรณีนี้บ่งชี้เป็นนัยว่าความมุ่งหมายของพระเจ้าในแผนการบริหารของพระองค์นั้นคือการก่อสร้างตัวของพระองค์เองในพระคริสต์เข้าสู่ภายในผู้ที่พระองค์ทรงเลือกสรร กระทำให้พระองค์กับพลไพร่ของพระองค์เป็นหนึ่งเดียวกัน. ความมุ่งหมายของพระเจ้าจากนิรันดร์กาลสู่นิรันดร์กาลก็คือการกระทำให้พระองค์กลายเป็นเราและกระทำให้เรากลายเป็นพระองค์ในชีวิต, นิสัย, และการก่อรูป แต่ไม่ใช่ในฐานันดรความเป็นพระเจ้า. ในที่สุดโดยอาศัยการงานแห่งการก่อสร้างของพระเจ้า พระคริสต์ผู้ครอบคลุมสรรพสิ่งและแผ่ขยายไร้ขีดจำกัด ซึ่งเป็นการแปรสภาพเป็นรูปธรรมของพระเจ้าตรีเอกภาพนั้นก็จะกลายเป็นอวัยวะทุกส่วนที่อยู่ในพระกายของพระคริสต์ และทุกๆ คนที่อยู่ในคนใหม่ (1กธ.12:12; กซ.3:10–11). ในคริสตจักร, ในพระกาย, และในคนใหม่ พระคริสต์ทรงเป็นสารพัดและดำรงอยู่ในสารพัด.
2ซมอ. 7:16 ก มก.11:10
2ซมอ. 7:18 ก 1ซมอ.18:18; เทียบ อซด.3:11; วนฉ.6:15
2ซมอ. 7:20 ก บพส.139:1-4
2ซมอ. 7:22 ก พบญ.33:26; 1พกษ.8:23; บพส.86:8; 89:6
2ซมอ. 7:22 ข ยซย.45:5
2ซมอ. 7:23 ก พบญ.9:26; นฮย.1:10
2ซมอ. 7:24 ก พบญ.26:18
สารบัญ