2 ซามูเอล บทที่ 12
(5) การปรับโทษแห่งการลงโทษของพระเจ้า — 12:1–15ก
2ซมอ.
12:1 พระยะโฮวาทรงใช้กนาธานไปหาดาวิด นาธานก็ไปหาท่านและกล่าวแก่ท่านว่า ในเมืองหนึ่งมีชายสองคน คนหนึ่งมั่งมี อีกคนหนึ่งยากจน.
2ซมอ.
12:2 คนมั่งมีนั้นมีแพะแกะและโคมากมาย
2ซมอ.
12:3 แต่คนจนนั้นไม่มีอะไรเลย เว้นแต่แกะตัวเมียตัวเล็กๆ ตัวเดียวที่เขาซื้อมา ซึ่งเขาเลี้ยงไว้ มันเติบโตพร้อมกับเขาและบรรดาบุตรของเขา มันกินอาหารที่เขากิน และดื่มจากถ้วยเดียวกับเขา นอนในอกของเขา และเป็นเหมือนบุตรสาวของเขา.
2ซมอ.
12:4 ฝ่ายคนมั่งมีคนนั้นมีแขกคนหนึ่งเดินทางมา. เขาเสียดายที่จะเอาแพะแกะหรือโคของเขามาทำอาหารเลี้ยงคนที่เดินทางมานั้น เขาจึงยึดแกะตัวเมียของคนจนนั้นเตรียมเป็นอาหารให้แก่ชายที่มาเยี่ยมตน.
2ซมอ.
12:5 ดาวิดกริ้วคนนั้นมาก และกล่าวแก่นาธานว่า พระยะโฮวาทรงพระชนม์อยู่แน่ฉันใด คนที่ทำเช่นนั้นก็สมควรตาย
2ซมอ.
12:6 และจะต้องคืนลูกแกะตัวเมียให้กสี่เท่าเพราะเขาได้ทำสิ่งนี้ และเพราะว่าเขาไม่มีใจสงสาร.
2ซมอ.
12:7 นาธานจึงกล่าวแก่ดาวิดว่า ท่านนั่นแหละคือชายคนนั้น. พระยะโฮวาพระเจ้าแห่งอิสราเอลตรัสดังนี้ว่า เราได้กชโลมตั้งเจ้าไว้ให้เป็นกษัตริย์เหนืออิสราเอล และเราขช่วยเจ้าให้พ้นจากเงื้อมมือของซาอูล
2ซมอ.
12:8 และเราได้มอบวงศ์วานเจ้านายของเจ้าให้เจ้า และได้มอบเหล่าภรรยาเจ้านายของเจ้าไว้ในอกของเจ้า และมอบวงศ์วานของอิสราเอลและยูดาให้แก่เจ้า ถ้าเท่านี้ยังน้อยไป เราจะ1เพิ่มให้มากมายกว่านี้อีก.
2ซมอ.
12:9 ทำไมเจ้าจึงดูหมิ่นพระคำของพระยะโฮวาโดยกระทำสิ่งที่ชั่วร้ายในสายพระเนตรของพระองค์เล่า? เจ้าได้กประหารอูรียาชนชาติเฮธด้วยดาบ เอาภรรยาของเขามาเป็นขภรรยาของเจ้า และฆ่าเขาเสียด้วยดาบของชนชาติอำโมน.
2ซมอ.
12:10 เพราะฉะนั้นบัดนี้1กดาบนั้นจะไม่คลาดไปจากวงศ์วานของเจ้าเป็นนิตย์ เพราะเจ้าได้ดูหมิ่นเรา และได้เอาภรรยาของอูรียาชนชาติเฮธมาเป็นภรรยาของเจ้า.
2ซมอ.
12:11 พระยะโฮวาตรัสดังนี้ว่า ดูเถิด เราจะให้เหตุร้ายเกิดขึ้นกับเจ้าจากวงศ์วานของเจ้าเอง เราจะเอาเหล่ากภรรยาของเจ้าไปต่อหน้าต่อตาเจ้า และยกให้แก่สหายของเจ้า ผู้นั้นจะนอนร่วมกับเหล่าภรรยาของเจ้า1อย่างโจ่งแจ้ง.
2ซมอ.
12:12 เพราะเจ้าทำการนั้นอย่างลับๆ แต่เราจะทำการนี้ต่อหน้าอิสราเอลทั้งสิ้น1อย่างโจ่งแจ้ง.
2ซมอ.
12:13 ดาวิดจึงกล่าวแก่นาธานว่า เราได้กกระทำบาปต่อพระยะโฮวาแล้ว. และนาธานกล่าวแก่ดาวิดว่า พระยะโฮวาทรงขจัดขบาปของท่านแล้ว ท่านจะไม่ถึงกับสิ้นชีวิต.
2ซมอ.
12:14 อย่างไรก็ตามด้วยการกระทำเช่นนี้ ท่านก็เป็นเหตุให้ศัตรูของพระยะโฮวามีช่องกหมิ่นประมาทพระองค์ได้ ฉะนั้นบุตรชายที่กำเนิดมานั้นจะสิ้นชีวิตเป็นแน่.
2ซมอ.
12:15 แล้วนาธานก็กลับไปยังบ้านของตน.
(6) การพิพากษาแห่งการลงโทษของพระเจ้าที่มีต่อดาวิด — 12:15ข—20:26
ก. การเสียชีวิตของบุตรที่เกิดจากภรรยาของอูรียา — 12:15ข–23
แล้วพระยะโฮวาทรงโจมตีเด็กนั้นซึ่งภรรยาของอูรียากำเนิดให้แก่ดาวิด เด็กนั้นก็ป่วยหนัก.
2ซมอ.
12:16 ดาวิดก็อ้อนวอนพระเจ้าเพื่อเด็กนั้น และดาวิดอดอาหารและนอนบนพื้นตลอดทั้งคืน.
2ซมอ.
12:17 พวกผู้อาวุโสในวังของท่านก็ลุกขึ้นมายืนเฝ้าอยู่ หมายจะเชิญให้ท่านลุกจากพื้น แต่ท่านไม่ยอมและไม่รับประทานกับเขาทั้งหลาย.
2ซมอ.
12:18 พอวันที่เจ็ดเด็กนั้นก็สิ้นชีวิต. ฝ่ายข้าราชการของดาวิดก็กลัว ไม่กล้าบอกดาวิดว่าเด็กนั้นสิ้นชีวิตแล้ว เพราะพวกเขาพูดกันว่า ดูเถิด เมื่อเด็กนั้นมีชีวิตอยู่ เราบอกกับท่าน ท่านยังไม่ฟังเสียงของเรา แล้วเราจะบอกท่านได้อย่างไรว่าเด็กนั้นสิ้นชีวิตแล้ว? ท่านก็อาจจะทำร้ายตัวเอง.
2ซมอ.
12:19 แต่เมื่อดาวิดเห็นพวกข้าราชการกระซิบกระซาบกันอยู่ ดาวิดก็เข้าใจว่าเด็กนั้นสิ้นชีวิตแล้ว. ดาวิดจึงถามพวกข้าราชการของท่านว่า เด็กนั้นสิ้นชีวิตแล้วหรือ? เขากล่าวว่า สิ้นชีวิตแล้ว.
2ซมอ.
12:20 แล้วดาวิดก็ลุกขึ้นจากพื้น ชำระร่างกาย ชโลมตัวและเปลี่ยนเสื้อผ้า. ท่านเข้าไปในพระนิเวศน์ของพระยะโฮวาและนมัสการ. แล้วก็กลับวังของท่าน สั่งให้จัดอาหารมา แล้วท่านก็รับประทาน.
2ซมอ.
12:21 บรรดาข้าราชการจึงถามท่านว่า เหตุใดท่านจึงกระทำเช่นนี้? เมื่อเด็กนั้นยังมีชีวิตอยู่ ท่านอดอาหารและร้องไห้ แต่เมื่อเด็กนั้นสิ้นชีวิตแล้ว ท่านกลับลุกขึ้นรับประทานอาหาร.
2ซมอ.
12:22 ท่านกล่าวว่า เมื่อเด็กนั้นมีชีวิตอยู่ เราอดอาหารและร้องไห้ เพราะเราคิดว่า ใครจะทราบได้ว่าพระยะโฮวาอาจจะประทานพระคุณแก่เรา โปรดให้เด็กนั้นมีชีวิตต่อไปได้.
2ซมอ.
12:23 แต่เดี๋ยวนี้เขาสิ้นชีวิตแล้ว เราจะอดอาหารทำไม? เราจะทำให้เขาฟื้นขึ้นมาได้หรือ? มีแต่เราจะกตามเด็กนั้นไป แต่เขาจะขไม่กลับมาหาเรา.
ข. การกำเนิดของซะโลโม — 12:24–25
2ซมอ.
12:24 ฝ่ายดาวิดปลอบโยนบัธเซบะภรรยาของท่าน และเข้าไปหาและหลับนอนกับนาง. นางก็ให้กำเนิดบุตรชายคนหนึ่ง ดาวิดเรียกชื่อของเขาว่า1กซะโลโม. และพระยะโฮวาทรงรักซะโลโม
2ซมอ.
12:25 และทรงใช้นาธานผู้เผยพระวจนะไปและเรียกชื่อบุตรชายนั้นว่า 1ยะดิดะยา เพราะเห็นแก่พระยะโฮวา.
ค. ดาวิดพิชิตชนชาติอำโมน — 12:26–31
2ซมอ.
12:26 กฝ่ายโยอาบสู้รบกับเมืองรับบาของชนชาติอำโมน และยึดเมืองหลวงได้.
2ซมอ.
12:27 โยอาบจึงใช้ทูตไปหาดาวิดกล่าวว่า ข้าพเจ้าได้สู้รบกับเมืองรับบา และข้าพเจ้ายึด1เมืองที่เป็นแหล่งน้ำได้แล้ว.
2ซมอ.
12:28 บัดนี้ขอท่านรวบรวมทหารที่เหลือ เข้าตั้งค่ายตีเมืองนั้นให้ได้ เพราะเกรงว่าถ้าข้าพเจ้าตีได้ ก็จะต้องเรียกชื่อเมืองนั้นตามชื่อของข้าพเจ้า.
2ซมอ.
12:29 ดาวิดจึงรวบรวมทหารทั้งหมดยกไปยังเมืองรับบา และต่อสู้จนยึดเมืองนั้นได้.
2ซมอ.
12:30 ท่านริบมงกุฎจากเศียรของกษัตริย์ของพวกเขา. และมงกุฎนั้นเป็นทองคำหนักหนึ่งตะลันต์ประดับด้วยเพชรพลอย และเขาก็สวมบนศีรษะของดาวิด. และท่านริบทรัพย์เชลยของเมืองนั้นได้เป็นอันมาก.
2ซมอ.
12:31 ท่านนำพลไพร่ที่อยู่ในเมืองนั้นออกมา วางพวกเขาไว้ใต้คมเลื่อย, เหล็กขุด, และขวานเหล็ก และให้พวกเขาผ่านเตาเผาอิฐ ท่านทำเช่นนี้แก่บรรดาเมืองทั้งหมดของชนชาติอำโมน. แล้วดาวิดก็กลับไปกรุงเยรูซาเล็มพร้อมกับพลไพร่ทั้งสิ้น.
คำอธิบาย 2 ซามูเอล บทที่ 12
2ซมอ.
12:1 ก 2ซมอ.7:2, 4, 17; 12:7, 13, 25; 1พกษ.1:10, 22, 34; 4:5; 1คนก.29:29; 2คนก.9:29
2ซมอ.
12:6 ก อซด.22:1; ลก.19:8
2ซมอ.
12:7 ก 1ซมอ.16:13
2ซมอ.
12:7 ข 1ซมอ.23:14; บพส.18:1
2ซมอ.
12:8 1 แปลตามตรงคือ เพิ่มสิ่งนั้นและสิ่งนี้ให้อีก.
2ซมอ.
12:9 ก 2ซมอ.11:15, 17
2ซมอ.
12:9 ข 2ซมอ.11:27
2ซมอ.
12:10 ก 2ซมอ.13:28-29; 18:33
2ซมอ.
12:10 1ก การที่พระคัมภีร์บันทึกถึงการพิพากษาแห่งการลงโทษของพระเจ้าที่มีต่อดาวิดนั้นเป็นคำเตือนสำหรับเราในวันนี้ (1กธ.10:11). พระเจ้าไม่เพียงเต็มไปด้วยความรักและพระเมตตาเท่านั้น แต่พระองค์ยังยุติธรรมและน่าเกรงขามด้วย. ด้านหนึ่งพระเจ้าทรงอภัยแก่ดาวิด (ข้อ 13) แต่อีกด้านหนึ่งพระองค์ก็ทรงตีสอนและทำโทษดาวิดตามความชอบธรรมแห่งการปกครองของพระองค์ (ข้อ 10–14). พระเจ้าทรงลงโทษดาวิดอย่างหนัก เพราะว่าความบาปของเขาร้ายแรงมาก. หลังจากที่ดาวิดพ่ายแพ้ ก็มีเรื่องราวที่ชั่วร้ายมากมายเกิดขึ้นในครอบครัวของเขา ไม่ว่าจะเป็นการผิดประเวณีในวงศ์ญาติ, การฆาตกรรม, และการกบฏ (บทที่ 13; 15:1—19:8ก). ต้นกำเนิดแห่งความชั่วร้ายในครอบครัวของดาวิดซึ่งไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนนั้นก็คือการปล่อยตัวไปตามราคะตัณหาแห่งเนื้อหนังของดาวิด. กรณีนี้แสดงให้เห็นว่าการทำโทษของพระเจ้าและการจัดการแห่งการปกครองของพระองค์ที่มีต่อผู้ที่รักพระองค์นั้นยังส่งผลกระทบต่อลูกหลานของพวกเขาด้วย.
ดาวิดซึ่งเป็นผู้ที่สอดคล้องกับพระทัยของพระเจ้าได้ทำให้พระเจ้ามีหนทางในการเริ่มต้นยุคสมัยของฐานะกษัตริย์เพื่อก่อตั้งอาณาจักรของพระเจ้าบนแผ่นดินโลกสำหรับพระคริสต์ที่กำลังจะเสด็จมา. แต่น่าเสียดายที่ในช่วงเวลาสำคัญที่ผู้ชั่วร้ายมาทดลองนั้น ดาวิดไม่ได้ควบคุมราคะตัณหาของเขาอย่างเข้มเข็ง แต่กลับปล่อยตัวไปตามราคะตัณหานั้นและกระทำความบาปที่หยาบช้า ซึ่งได้ล่วงละเมิดพระเจ้าจนถึงที่สุด. พระเจ้าทรงรักดาวิด แต่เนื่องจากความบาปของเขา ดาวิดจึงได้สูญเสียไปซึ่งจุดยืนและฐานะของเขา อีกทั้งสูญเสียสิบเอ็ดเผ่าจากสิบสองเผ่าด้วย (20:1–2). ความบาปของดาวิดได้หว่านเมล็ดพันธุ์สำหรับความเสื่อมเสียของซะโลโม (ดูข้อ 24 คำอธิบาย 1) ซึ่งส่งผลให้อาณาจักรที่พระเจ้าประทานให้นั้นแตกแยก (1พกษ.11:9–13; 12:1–17) และได้หว่านเมล็ดพันธุ์สำหรับความเสื่อมเสียในเรื่องฐานะกษัตริย์ของลูกหลานของซะโลโม ซึ่งสุดท้ายส่งผลให้สูญเสียประเทศและดินแดนบริสุทธิ์ของบรรพบุรุษของพวกเขาไป, พลไพร่ที่บริสุทธิ์ตกไปเป็นเชลย, และถูกทำให้กระจัดกระจายไปทั่วโลก ไม่มีสันติสุขจนถึงปัจจุบันนี้.
ดาวิดซึ่งเป็นผู้ที่สอดคล้องกับพระทัยของพระเจ้าได้ทำให้พระเจ้ามีหนทางในการเริ่มต้นยุคสมัยของฐานะกษัตริย์เพื่อก่อตั้งอาณาจักรของพระเจ้าบนแผ่นดินโลกสำหรับพระคริสต์ที่กำลังจะเสด็จมา. แต่น่าเสียดายที่ในช่วงเวลาสำคัญที่ผู้ชั่วร้ายมาทดลองนั้น ดาวิดไม่ได้ควบคุมราคะตัณหาของเขาอย่างเข้มเข็ง แต่กลับปล่อยตัวไปตามราคะตัณหานั้นและกระทำความบาปที่หยาบช้า ซึ่งได้ล่วงละเมิดพระเจ้าจนถึงที่สุด. พระเจ้าทรงรักดาวิด แต่เนื่องจากความบาปของเขา ดาวิดจึงได้สูญเสียไปซึ่งจุดยืนและฐานะของเขา อีกทั้งสูญเสียสิบเอ็ดเผ่าจากสิบสองเผ่าด้วย (20:1–2). ความบาปของดาวิดได้หว่านเมล็ดพันธุ์สำหรับความเสื่อมเสียของซะโลโม (ดูข้อ 24 คำอธิบาย 1) ซึ่งส่งผลให้อาณาจักรที่พระเจ้าประทานให้นั้นแตกแยก (1พกษ.11:9–13; 12:1–17) และได้หว่านเมล็ดพันธุ์สำหรับความเสื่อมเสียในเรื่องฐานะกษัตริย์ของลูกหลานของซะโลโม ซึ่งสุดท้ายส่งผลให้สูญเสียประเทศและดินแดนบริสุทธิ์ของบรรพบุรุษของพวกเขาไป, พลไพร่ที่บริสุทธิ์ตกไปเป็นเชลย, และถูกทำให้กระจัดกระจายไปทั่วโลก ไม่มีสันติสุขจนถึงปัจจุบันนี้.
2ซมอ.
12:11 ก 2ซมอ.16:22
2ซมอ.
12:11 1 แปลตามตรงคือในสายตาของดวงอาทิตย์.
2ซมอ.
12:12 1 แปลตามตรงคือ กระทั่งต่อหน้าดวงอาทิตย์.
2ซมอ.
12:13 ก 2ซมอ.24:10; บพส.32:5; 51:4
2ซมอ.
12:13 ข บพส.32:1; มคา.7:18-19; ซคย.3:4
2ซมอ.
12:14 ก เทียบ ยซย.52:5; ยอค.36:20, 23; รม.2:24
2ซมอ.
12:23 ก ยนซ.37:35; โยบ10:21; 16:22
2ซมอ.
12:23 ข โยบ7:10
2ซมอ.
12:24 ก 1คนก.22:9; มธ.1:6
2ซมอ.
12:24 1ก แปลว่า สันติสุข. กรณีนี้บ่งชี้ว่าดาวิดอาจจะคาดหวังที่จะได้มาซึ่งช่วงเวลาที่มีสันติสุข. ทว่าตั้งแต่เวลานั้นเป็นต้นมาก็ไม่มีสันติสุขอีกเลยในครอบครัวของดาวิดหรือในอาณาจักรทั้งหมดของอิสราเอล.
2ซมอ.
12:25 1 แปลว่า เป็นที่รักของพระยะโฮวา. หลังจากที่ดาวิดกลับใจต่อพระเจ้า (บพส.51) พระเจ้าก็ทรงอภัยความบาปของเขาและประทานบุตรชายแก่เขา ซึ่งเป็นผู้ที่พระเจ้าทรงรัก. อย่างไรก็ตามพระเจ้ายังคงตีสอนเขาเพราะเห็นแก่ความชอบธรรมของพระองค์ (ดูข้อ 10 คำอธิบาย 1). ด้านหนึ่งพระเจ้าทรงชอบธรรมในการจัดการแห่งการปกครองของพระองค์; อีกด้านหนึ่ง พระองค์ก็เปี่ยมด้วยความรัก, พระเมตตา, พระกรุณา, พระคุณ, และการให้อภัย. ดู มธ.1:6 คำอธิบาย 3 ย่อหน้า 1.
2ซมอ.
12:26 ก ข้อ 26-31: 1คนก.20:1-3
2ซมอ.
12:27 1 แปลตามตรงคือ เมืองแห่งน้ำ.