2 ซามูเอล บทที่ 11
(4) ดาวิดปล่อยตัวไปในความบาป — 11:1–27
2ซมอ.
11:1 กครั้นถึงปีใหม่คือเวลาที่บรรดากษัตริย์ออกไปทำสงคราม ดาวิดใช้โยอาบพร้อมกับพวกข้าราชการของท่านและอิสราเอลทั้งหมดไป พวกเขาทำลายชนชาติอำโมนและล้อมเมืองรับบาไว้ แต่ดาวิดคงอยู่ที่เยรูซาเล็ม.
2ซมอ.
11:2 ต่อมาเวลาเย็นวันหนึ่ง เมื่อดาวิดลุกขึ้นจากเตียง และเดินอยู่บนดาดฟ้าวังของกษัตริย์. จากดาดฟ้าเขาเห็นผู้หญิงคนหนึ่งอาบน้ำอยู่ หญิงคนนั้นสวยงามน่าดูมาก.
2ซมอ.
11:3 ดาวิดใช้คนไปไต่ถามเรื่องผู้หญิงคนนั้น. และมีคนกล่าวว่า หญิงนี้ไม่ใช่คนอื่นใดแต่คือบัธเซบะ บุตรสาวของเอลีอาม ภรรยาของกอูรียาชนชาติเฮธ.
2ซมอ.
11:4 ดาวิดก็ใช้ทูตไป และเขาก็นำนางมา นางมาหาท่าน แล้วท่านก็1หลับนอนกับนาง. (พอดีนางได้ชำระตัวจากความไม่สะอาดของนางแล้ว.) แล้วนางก็กลับไปยังบ้านของตน.
2ซมอ.
11:5 หญิงนั้นก็ตั้งครรภ์ นางจึงใช้คนไปบอกดาวิดให้ทราบว่า ฉันตั้งครรภ์แล้ว.
2ซมอ.
11:6 ดาวิดใช้คนไปหาโยอาบบอกว่า จงใช้อูรียาชนชาติเฮธมาหาเรา. โยอาบก็ใช้อูรียาไปหาดาวิด.
2ซมอ.
11:7 เมื่ออูรียามาหาท่าน ดาวิดถามว่าโยอาบเป็นอย่างไรบ้าง? พลไพร่เป็นอย่างไรบ้าง? การสงครามเป็นไปอย่างไรบ้าง?
2ซมอ.
11:8 แล้วดาวิดกล่าวแก่อูรียาว่า จงลงไปยังบ้านของเจ้าและล้างเท้าของเจ้าเสีย. อูรียาก็ออกไปจากวังของกษัตริย์ และมีคนนำของกำนัลจากกษัตริย์ตามไปให้เขาด้วย.
2ซมอ.
11:9 แต่อูรียานอนอยู่ที่ประตูวังของกษัตริย์ พร้อมกับบรรดาข้าราชการทั้งหมดของเจ้านายของเขาและไม่ได้ลงไปที่บ้านของเขา.
2ซมอ.
11:10 เมื่อพวกเขาบอกดาวิดให้ทราบว่า อูรียาไม่ได้ลงไปที่บ้านของเขา. ดาวิดก็กล่าวแก่อูรียาว่า เจ้าเพิ่งเดินทางมาไม่ใช่หรือ? ทำไมไม่ลงไปที่บ้านของเจ้า?
2ซมอ.
11:11 อูรียากล่าวแก่ดาวิดว่า หีบ[พันธสัญญา]และอิสราเอลกับยูดาอาศัยในกกระโจม และโยอาบเจ้านายของข้าพเจ้ากับบรรดาข้าราชการของเจ้านายของข้าพเจ้าตั้งค่ายอยู่ที่ท้องทุ่ง. ส่วนข้าพเจ้าเองจะกลับบ้านไปกินดื่มและนอนกับภรรยาของข้าพเจ้าหรือ? ฝ่าพระบาททรงพระชนม์อยู่และจิตของฝ่าพระบาททรงมีชีวิตอยู่แน่ฉันใด ข้าพเจ้าจะไม่ทำอย่างนี้เลย!
2ซมอ.
11:12 แล้วดาวิดก็กล่าวแก่อูรียาว่า วันนี้ก็ค้างเสียที่นี่เถิด พรุ่งนี้เราจะใช้เจ้าไป. อูรียาก็ค้างอยู่ในกรุงเยรูซาเล็มในวันนั้นและวันต่อมา.
2ซมอ.
11:13 ดาวิดเรียกเขามา เขาก็มารับประทานและดื่มต่อหน้าดาวิด และท่านทำให้เขามึนเมา. ในตอนเย็นเขาก็ออกไปนอนบนที่นอนกับพวกข้าราชการของเจ้านายของเขา แต่ไม่ได้ลงไปยังบ้านของเขา.
2ซมอ.
11:14 พอรุ่งเช้าดาวิดเขียนจดหมายถึงโยอาบ และส่งไปโดยมือของอูรียา.
2ซมอ.
11:15 ดาวิดเขียนจดหมายนั้นว่า จงตั้งอูรียาให้อยู่กองหน้าของการรบที่ดุเดือดที่สุด แล้วให้พวกเจ้าถอยไปจากเขาเพื่อให้เขาถูกโจมตีและถูกฆ่าตาย.
2ซมอ.
11:16 เมื่อโยอาบกำลังเฝ้าล้อมเมืองอยู่ ท่านจึงแต่งตั้งให้อูรียาไปในที่ที่ท่านทราบว่ามีพวกทหารกล้าอยู่ที่นั่น.
2ซมอ.
11:17 คนของเมืองนั้นก็ออกมาสู้รบกับโยอาบ มีพลไพร่คือข้าราชการของดาวิดบางคนล้มตาย อูรียาชนชาติเฮธก็ตายด้วย.
2ซมอ.
11:18 โยอาบจึงใช้ทูตไปบอกเรื่องการรบทั้งสิ้นให้ดาวิดทราบ
2ซมอ.
11:19 ท่านกำชับทูตนั้นว่า เมื่อเจ้าทูลเรื่องราวการรบทั้งสิ้นต่อกษัตริย์เสร็จแล้ว
2ซมอ.
11:20 ถ้ากษัตริย์กริ้วขึ้นมาและถามเจ้าว่า ทำไมพวกเจ้าจึงเข้ารบใกล้เมืองนัก? พวกเจ้าไม่รู้หรือว่าเขาจะยิงธนูจากบนกำแพง?
2ซมอ.
11:21 ใครฆ่ากอะบีเมเล็คบุตรยะรูบะเซ็ธ ไม่ใช่ผู้หญิงคนหนึ่งที่เอาหินโม่แป้งชิ้นบนทุ่มเขาจากกำแพงเมือง จนเขาตายที่เมืองเธเบศหรือ? ทำไมพวกเจ้าจึงเข้าไปใกล้กำแพง? แล้วเจ้าจงกล่าวว่า อูรียาชนชาติเฮธผู้รับใช้ของท่านก็ตายด้วย.
2ซมอ.
11:22 ทูตก็ไป เขาบอกดาวิดให้ทราบทุกอย่างตามที่โยอาบใช้เขามา.
2ซมอ.
11:23 ทูตนั้นกล่าวแก่ดาวิดว่า คนเหล่านั้นเข้มแข็งกว่าเรา และออกมาสู้รบกับเราที่กลางทุ่ง แต่เราขับไล่พวกเขาไปถึงทางเข้าประตูเมือง.
2ซมอ.
11:24 แล้วทหารธนูก็ยิงบรรดาผู้รับใช้ของท่านจากกำแพง ผู้รับใช้ของกษัตริย์บางคนก็สิ้นชีวิต. และอูรียาชนชาติเฮธผู้รับใช้ของท่านก็สิ้นชีวิตด้วย.
2ซมอ.
11:25 ดาวิดก็กล่าวแก่ทูตนั้นว่า เจ้าจงกล่าวแก่โยอาบดังนี้ว่า อย่าให้เรื่องนี้ทำให้ท่านทุกข์ใจ เพราะดาบย่อมสังหารไม่ว่าคนนั้นหรือคนนี้ จงสู้รบให้เข้มแข็งขึ้น และล้มล้างเมืองนั้นเสียให้ได้. เจ้าจงหนุนใจเขา[ด้วยถ้อยคำนี้].
2ซมอ.
11:26 เมื่อภรรยาของอูรียาได้ยินว่า อูรียาสามีของนางสิ้นชีวิตแล้ว นางก็คร่ำครวญเรื่องสามีของนาง.
2ซมอ.
11:27 เมื่อการไว้ทุกข์ผ่านไปแล้ว ดาวิดก็ใช้คนไปให้รับนางมาที่วัง และนางก็ได้เป็นกภรรยาคนหนึ่งของท่าน นางให้กำเนิดบุตรชายคนหนึ่งแก่ท่าน. แต่สิ่งซึ่งดาวิดกระทำนั้นไม่เป็นที่พอพระทัยพระยะโฮวา.
คำอธิบาย 2 ซามูเอล บทที่ 11
2ซมอ.
11:1 ก 1คนก.20:1
2ซมอ.
11:3 ก 2ซมอ.23:39; มธ.1:6
2ซมอ.
11:4 1 หลังจากที่ศัตรูทั้งหมดของอิสราเอลได้ถูกสยบแล้ว และดาวิดได้รับการยกชูให้เป็นกษัตริย์ของอิสราเอลแล้ว ดาวิดก็ได้กระทำบาปใหญ่ประการหนึ่งในขณะที่เขาอยู่ในสถานการณ์ที่สันติสุข. กรณีนี้บ่งชี้ว่าเมื่อใดก็ตามที่เรามีความสุขสบายอยู่ในสถานการณ์ที่สันติสุข เราก็ง่ายที่จะปล่อยตัวไปตามเนื้อหนังของเรา (เทียบ 1ปต.4:1 และคำอธิบาย 4). ความบาปของดาวิดเป็นผลมาจากการปล่อยตัวไปตามราคะตัณหาของตาและราคะตัณหาของเนื้อหนัง (ข้อ 2ข–3). ดาวิดใช้อำนาจแห่งฐานะกษัตริย์ของเขาไปในทางที่ผิด (ข้อ 4–5) คือได้เจตนาคบชู้โดยการแย่งเอาภรรยาของผู้อื่น. หลังจากที่ได้กระทำเช่นนี้แล้ว ดาวิดก็พยายามที่จะปกปิดความประพฤติที่ชั่วร้ายของตนโดยการเสแสร้ง (ข้อ 6–13). จากนั้นเขาก็ฆาตกรรมอูรียาผู้รับใช้ที่สัตย์ซื่อของเขาโดยการสมคบกับโยอาบ เพื่อเขาจะได้นำภรรยาของอูรียามาเป็นของตน (ข้อ 14–25; 12:9). การประพฤติของดาวิดในที่นี้แตกต่างกับการประพฤติของโยเซฟอย่างสิ้นเชิง โยเซฟวิ่งหนีจากการคบชู้ (ยนซ.39:1–12) และแตกต่างกับโบอัศผู้ได้รักษาตัวเองให้สะอาดจากการปล่อยตัวไปตามเนื้อหนังแห่งความบาป (นรธ.3). จากความบาปครั้งนี้ครั้งเดียว ดาวิดก็ได้ละเมิดพระบัญญัติห้าข้อหลัง (อซด.20:13–17). ความบาปของดาวิดเป็นการลบหลู่และล่วงละเมิดพระเจ้าอย่างใหญ่หลวง และแทบจะลบล้างทุกสิ่งที่เขาบรรลุสำเร็จในอดีตไปเสีย.
ดาวิดซึ่งเป็นผู้ที่สอดคล้องกับพระทัยของพระเจ้านั้น (1ซมอ.13:14) เป็นผู้ที่ครบสมบูรณ์ในทุกด้าน แต่เขากลับพ่ายแพ้ในเรื่องของการปล่อยตัวไปตามราคะตัณหาแห่งเนื้อหนัง (1พกษ.15:5). ดาวิดหละหลวมในเรื่องนี้ และได้สังเวยไปซึ่งความสำเร็จอันสูงส่งในการแสวงหาพระเจ้าของเขา. แม้ว่าเขาจะเป็นผู้ที่ประสบความสำเร็จอย่างสูงส่งในการแสวงหาฝ่ายวิญญาณ แต่เขากลับยังคงสามารถกระทำบาปที่ใหญ่หลวงเช่นนี้. เรื่องนี้ควรจะเป็นคำเตือนสำหรับเราทุกคน.
ดาวิดซึ่งเป็นผู้ที่สอดคล้องกับพระทัยของพระเจ้านั้น (1ซมอ.13:14) เป็นผู้ที่ครบสมบูรณ์ในทุกด้าน แต่เขากลับพ่ายแพ้ในเรื่องของการปล่อยตัวไปตามราคะตัณหาแห่งเนื้อหนัง (1พกษ.15:5). ดาวิดหละหลวมในเรื่องนี้ และได้สังเวยไปซึ่งความสำเร็จอันสูงส่งในการแสวงหาพระเจ้าของเขา. แม้ว่าเขาจะเป็นผู้ที่ประสบความสำเร็จอย่างสูงส่งในการแสวงหาฝ่ายวิญญาณ แต่เขากลับยังคงสามารถกระทำบาปที่ใหญ่หลวงเช่นนี้. เรื่องนี้ควรจะเป็นคำเตือนสำหรับเราทุกคน.
2ซมอ.
11:11 ก เทียบ 2ซมอ.7:2, 6
2ซมอ.
11:21 ก วนฉ.9:53
2ซมอ.
11:27 ก 2ซมอ.12:9