การงานบรรณกิจของห้องสมุดกิตติคุณแห่งประเทศไทย
หากท่านต้องการมีส่วนในการงานบรรณกิจของห้องสมุดกิตติคุณแห่งประเทศไทย
ท่านสามารถมอบถวายทรัพย์โดยโอนเงินเข้าบัญชีของห้องสมุด:
ธนาคารกสิกรไทย สาขาพาราไดซ์ พาร์ค
ชื่อบัญชี: นายปิยะ ตั้งเสรีมั่นคง และ
นางสุมิตรา อดุลประวิตรชัย และ
นางสาวทานาธิบดี ชูมณี
เลขที่บัญชี: 218-3-99941-1

รบกวนส่งสลิปการโอนมาที่ Line ID: @gospelbookroom

เยเนซิศ บทที่ 9

(6) สำเร็จพระประสงค์ของพระเจ้า สำแดงพระเจ้าและเป็นตัวแทนของพระเจ้า
9:1–7
ยนซ. 9:1 พระเจ้าได้ทรงกอวยพระพรให้โนฮาและบุตรทั้งหลายของท่านตรัสว่า “1จงบังเกิดขทวีมากทั่วแผ่นดิน.
ยนซ. 9:2 สรรพสัตว์ที่แผ่นดิน นกที่อากาศกับสัตว์ที่เลื้อยคลานบนพื้นดินและปลาในทะเลจะกเกรงกลัวและหวาดกลัวเจ้า เราจะมอบสัตว์ทั้งปวงไว้ในมือของเจ้า
ยนซ. 9:3 สารพัดสัตว์ที่มีชีวิตจะเป็น1กอาหารของเจ้า ดังเช่นขผักสดที่เรายกให้แก่เจ้าแล้วนั้น.
ยนซ. 9:4 แต่ห้ามกินเนื้อพร้อมกับชีวิตของมันคือกเลือดของมัน.
ยนซ. 9:5 โลหิตที่เป็นชีวิตของเจ้านั้นเราจะทวงเอา เราจะทวงเอาจากกสัตว์ทั้งปวง. และเราจะทวงเอาจากมนุษย์ด้วย เราจะขทวงเอาชีวิตมนุษย์จากพี่น้องของตนทุกคน.
ยนซ. 9:6 1ผู้ใดทำให้มนุษย์โลหิตไหล มนุษย์จะทำให้ผู้นั้นโลหิตไหลเหมือนกัน เพราะพระเจ้าได้ทรงสร้างมนุษย์ตาม2กพระฉายาของพระองค์.
ยนซ. 9:7 เจ้าจงบังเกิดกทวีมากขึ้นให้แพร่หลายไปเป็นอันมากทั่วแผ่นดิน.”
(7) เป็นอยู่ภายใต้พันธสัญญาของพระเจ้า
9:8–17
ก. จะไม่มีการพิพากษาโดยอาศัยนํ้าแห่งความตายอีก
ข้อ 8–11
ยนซ. 9:8 พระเจ้าจึงตรัสแก่โนฮากับบุตรทั้งหลายของท่านว่า
ยนซ. 9:9 “ดูเถิด เราเองเป็นผู้ตั้ง1กพันธสัญญาของเราไว้กับเจ้า และกับเชื้อสายของเจ้า
ยนซ. 9:10 และกับสรรพสัตว์ที่มีชีวิตด้วย ทั้งนกและสัตว์ใช้และสรรพสัตว์ที่อยู่บนแผ่นดินกับเจ้า บรรดาที่ได้ออกจากนาวา คือสรรพสัตว์ทุกชนิดบนแผ่นดิน.
ยนซ. 9:11 เราจะตั้งพันธสัญญาของเราไว้กับเจ้าว่า จะไม่ทำลายล้างบรรดาเนื้อหนังโดยให้กน้ำท่วมอีกและจะไม่ให้มีน้ำมาท่วมทำลายแผ่นดินต่อไปเลย.”
ข. มีรุ้งกินนํ้าเป็นเครื่องหมายแห่งความสัตย์ซื่อของพระเจ้าผู้รักษาพันธสัญญา
ข้อ 12–17
ยนซ. 9:12 พระเจ้าตรัสว่า “นี่เป็นกเครื่องหมายแห่งพันธสัญญาซึ่งเราตั้งไว้ในระหว่างเรากับเจ้า ทั้งบรรดาสิ่งที่มีชีวิตอยู่ด้วยสืบไปทุกชั่วอายุ
ยนซ. 9:13 คือเราได้ตั้ง1กรุ้งของเราไว้ที่เมฆ และรุ้งนั้นจะเป็นเครื่องหมายแห่งพันธสัญญาในระหว่างเรากับแผ่นดิน.
ยนซ. 9:14 เมื่อเราให้บังเกิดมีเมฆเหนือแผ่นดิน จะเห็นรุ้งที่เมฆนั้น
ยนซ. 9:15 เราจึงจะกระลึกถึงพันธสัญญาของเราในระหว่างเรากับเจ้าและบรรดาสิ่งที่มีชีวิต และขน้ำจะไม่ท่วมล้างผลาญบรรดาเนื้อหนังอีกเลย.
ยนซ. 9:16 รุ้งนั้นจะมีอยู่ที่เมฆ เราจะมองดูรุ้งนั้น เพื่อเราจะได้ระลึกถึงกพันธสัญญาอันนิรันดร์ในระหว่างเรากับเนื้อหนังและสิ่งมีชีวิตบนแผ่นดิน.”
ยนซ. 9:17 พระเจ้าตรัสแก่โนฮาว่า “นี่เป็นกเครื่องหมายแห่งพันธสัญญาที่เราได้ตั้งไว้ในระหว่างเรากับเนื้อหนังทั้งหลายบนแผ่นดิน.
(8) ความพ่ายแพ้ของผู้นำกับตัวแทนอำนาจ
9:18–29
ก. เนื่องจากความสำเร็จแห่งการงานของเขา
ข้อ 18–21
ยนซ. 9:18 บุตรชายของโนฮาที่ได้ออกมาจากนาวานั้นชื่อเซม ฮาม และยาเฟ็ธ ฮามนั้นเป็นบิดาของคะนาอัน.
ยนซ. 9:19 สามคนนี้เป็นบุตรชายของโนฮากเชื้อสายของเขาได้แพร่กระจายไปทั่วแผ่นดิน.
ยนซ. 9:20 โนฮาได้เริ่มต้นเป็นคนทำสวนและเขาได้ทำสวนองุ่น.
ยนซ. 9:21 ท่านได้ดื่มเหล้าองุ่นจนเมา แล้วก็นอน1เปลือยกายอยู่ในกระโจมของตน.
ข. ฮามได้เปิดโปงความพ่ายแพ้ แต่เซมกับยาเฟ็ธได้ปกปิดความพ่ายแพ้
ข้อ 22–24
ยนซ. 9:22 ฮามผู้เป็นบิดาคะนาอันได้เห็นบิดาของตนกเปลือยกายอยู่ จึงบอกพี่น้องทั้งสองที่อยู่ข้างนอก.
ยนซ. 9:23 เซมกับยาเฟ็ธก็เอาผ้าพาดบ่าทั้งสองคนเดินถอยหลังเข้าไปปกปิดกายของบิดาที่เปลือยอยู่ โดยมิได้หันหน้าดูบิดาที่เปลือยกายอยู่.
ยนซ. 9:24 โนฮาสร่างเมาแล้วก็รู้ว่าบุตรคนรองได้ทำอะไรแก่ตน.
ค. บุตรของฮามถูกสาปแช่ง แต่เซมและยาเฟ็ธได้รับการอวยพร
ข้อ 25–29
ยนซ. 9:25 จึงพูดว่า “1จงให้คะนาอันถูกสาปแช่งเป็นทาสแห่งทาสให้กับพี่น้องของตน.”
ยนซ. 9:26 และท่านพูดอีกว่า “พระยะโฮวาพระเจ้าของ1เซมสมควรได้รับการสรรเสริญ ให้คะนาอันเป็นทาสเขาเถิด.
ยนซ. 9:27 ขอพระเจ้าทรงให้ยาเฟ็ธขยายเพิ่มพูนขึ้น ให้อาศัยอยู่ใน1กระโจมของเซม และให้คะนาอันเป็นทาสของเขา.”
ยนซ. 9:28 ภายหลังน้ำท่วมโนฮามีชีวิตเป็นอยู่ต่อไปอีกสามร้อยห้าสิบปี.
ยนซ. 9:29 รวมอายุโนฮาได้เก้าร้อยห้าสิบปีจึงสิ้นชีวิต.

คำอธิบาย เยเนซิศ บทที่ 9

ยนซ. 9:1 ก ยนซ.1:22
ยนซ. 9:1 1 สิ่งนี้ได้นำมนุษยชาติที่ “เป็นขึ้น” กลับสู่พระประสงค์ดั้งเดิมของพระเจ้า ซึ่งคือการที่มนุษย์สำแดงพระเจ้าและเป็นตัวแทนของพระองค์ (ดู 1:26 คำอธิบาย 2, 3 และ 5). ในชีวิตคริสตจักร ในการเป็นขึ้นของพระคริสต์ เราได้ถูกนำย้อนกลับไปสู่เมื่อแรกเริ่มเพื่อการสำแดงและการเป็นตัวแทนของพระเจ้า.
ยนซ. 9:1 ข ยนซ.1:22
ยนซ. 9:2 ก บพส.8:6–8
ยนซ. 9:3 ก ลวต.11:2; พบญ.12:15; 1ตธ.4:3–4
ยนซ. 9:3 1ก ก่อนการตกต่ำนั้น พระเจ้าตรัสสั่งว่ามนุษย์ควรจะกินแต่ชีวิตพืช ซึ่งเป็นชีวิตที่บำรุงเลี้ยงและชีวิตแห่งการให้กำเนิดเท่านั้น (1:29). แต่ภายหลังการตกต่ำ มนุษย์ไม่เพียงกินชีวิตพืช แต่ยังต้องกินชีวิตสัตว์ ซึ่งมีความเกี่ยวข้องกับการหลั่งพระโลหิตและมีนัยถึงความจำเป็นของการไถ่ (ฮร.9:22. ดู ยฮ. 6: 51 คำอธิบาย 2; และ อซด.12:8 คำอธิบาย 1).
ยนซ. 9:3 ข ยนซ.1:29
ยนซ. 9:4 ก ลวต.17:10–11, 14; พบญ.12:16, 23; 1ซมอ.14:33; กจ.15:20, 29
ยนซ. 9:5 ก เทียบ อซด.21:28
ยนซ. 9:5 ข ยนซ.42:22; อซด.21:12, 14; ลวต.24:17; อฤธ.35:33; พบญ.19:10; 1พกษ.2:32; บพส.9:12; ลก.11:50–51; เทียบ มธ.26:52; วว.13:10
ยนซ. 9:6 1 นี่เป็นจุดเริ่มต้นแห่งการปกครองของมนุษย์. ในสวนเอเดนก่อนการตกต่ำนั้น มนุษย์อยู่ภายใต้การปกครองของพระเจ้าโดยตรง. ภายหลังการตกต่ำ มนุษย์อยู่ภายใต้การปกครองของมโนธรรมของตนเอง (3:7–10). อย่างไรก็ตามการปกครองของมโนธรรมของมนุษย์นั้นก็ใช้ไม่ได้ผล และมนุษย์ยังได้ตกต่ำไปสู่ความชั่วร้ายยิ่งขึ้น (6:5, 11). ด้วยเหตุนี้หลังจากน้ำท่วม พระเจ้าจึงทรงมอบอำนาจให้มนุษย์ปกครองเหนือมนุษย์ด้วยกันเอง และการปกครองของมนุษย์ก็เริ่มต้นขึ้น (รม.13:1 และคำอธิบาย 3 และ 4).
ในเวลานั้นโนฮาเป็นตัวแทนอำนาจที่อยู่ภายใต้พระเจ้า. นี่คือเงาแห่งอาณาจักรของพระเจ้า และความเที่ยงแท้นั้น ก็คือชีวิตคริสตจักรในแผนการบริหารแห่งพันธสัญญาใหม่ของพระเจ้า ส่วนการปรากฏเป็นจริงนั้นก็คืออาณาจักรพันปี (ดู มธ.5:3 คำอธิบาย 4; ฮร.12:28 คำอธิบาย 1).
ยนซ. 9:6 ก ยนซ. 1:26–27
ยนซ. 9:6 2ก ดู 1:26 คำอธิบาย 3.
ยนซ. 9:7 ก ยนซ.1:22
ยนซ. 9:9 ก ยนซ.6:18; 9:11–17; ยซย.54:9–10; เทียบ ฮซอ.2:18
ยนซ. 9:9 1ก ในการที่จะยืนยันกับมนุษยชาติว่าจะไม่มีน้ำท่วมมาทำลายพวกเขาและโลกอีก พระเจ้าได้ทรงตั้งพันธสัญญากับโนฮา กับเชื้อสายของเขา และกับสรรพสัตว์ที่มีชีวิต (ข้อ 9–17; ดู วว.8:22 คำอธิบาย 1; 4:6 คำอธิบาย 1).
ยนซ. 9:11 ก ยซย.54:9
ยนซ. 9:12 ก ยนซ.9:13; 17; เทียบ ยนซ.17:11; อซด.24:8; 31:16–17; มธ.26:27–28
ยนซ. 9:13 ก ยอค.1:28; วว.4:3; 10:1
ยนซ. 9:13 1ก รุ้งกินน้ำเป็นเครื่องหมายเล็งถึงความสัตย์ซื่อของพระเจ้าในการรักษาพันธสัญญาของพระองค์. ตัวของพระเจ้าเองก็คือความสัตย์ซื่อ (1กธ.1:9; 1ยฮ.1:9). พระองค์ทรงสัตย์ซื่อต่อพระคำของพระองค์ และพระคำของพระองค์ก็คือพันธสัญญา. ในตอนท้ายของพระคัมภีร์เราได้มองเห็นรุ้งกินน้ำอีกครั้งหนึ่ง (วว.4:3) ซึ่งบ่งชี้ว่าความสัตย์ซื่อของพระเจ้าจะดำรงอยู่ตลอดไป (ดู วว.4:3 คำอธิบาย 3; 21:19 คำอธิบาย 1; ส่วนที่ 2; ใน วว.21; ยอค.1:28 คำอธิบาย 1).
ยนซ. 9:15 ก ลวต.26:42, 45; ยอค.16:60; ลก.1:72
ยนซ. 9:15 ข ยนซ.9:11; ยซย.54:9
ยนซ. 9:16 ก ยนซ.17:7, 13, 19
ยนซ. 9:17 ก ยนซ.9:12–13
ยนซ. 9:19 ก ยนซ.10:1–32
ยนซ. 9:21 1 นี่คือความพ่ายแพ้ของโนฮาที่เกิดขึ้นหลังจากความสำเร็จในการงานของเขา ซึ่งเขาได้ประสบการณ์อยู่ภายใต้การอวยพระพรของพระเจ้า (ข้อ 1). โนฮาเมามายด้วยเหล้าองุ่นจากไร่องุ่นของเขา และเขาก็หละหลวมจึงได้เปลือยกายอย่างไม่รู้ตัว. ในประสบการณ์ฝ่ายวิญญาณนั้น เนื่องจากนิสัยที่ตกต่ำของเรา เราจึงต้องได้รับการปกปิดทุกครั้งที่เรามาต่อเบื้องพระพักตร์ของพระเจ้า (3:7; อซด.20:25–26; 28:40–43). ในด้านฝ่ายวิญญาณนั้นการปกปิดของเราก็คือพระคริสต์นั่นเอง (ลก.15:22; ฆต.3:27; บพส.45:13). การเปลือยกายฝ่ายวิญญาณคือการสูญเสียพระคริสต์ผู้เป็นเครื่องปกปิดของเราต่อเบื้องพระพักตร์ของพระเจ้า (เทียบ รม.13:14).
ยนซ. 9:22 ก ยนซ.2:25
ยนซ. 9:25 1 ในฐานะบิดาของครอบครัวและผู้นำของมนุษยชาติ โนฮาเป็นตัวแทนอำนาจของพระเจ้าบนแผ่นดินโลก. แม้ว่าโนฮาได้พ่ายแพ้ แต่เชื้อสายของฮามกลับถูกสาปแช่งเพราะว่าฮามเปิดโปงความพ่ายแพ้ของตัวแทนอำนาจของพระเจ้า (ข้อ 22) และด้วยเหตุนี้จึงได้แตะต้องการปกครองของพระเจ้าในทางที่ผิด. เซมและยาเฟ็ธได้รับการอวยพระพรเพราะพวกเขาเคารพต่อการปกครองของพระเจ้า โดยการปกปิดความพ่ายแพ้ของตัวแทนอำนาจของพระเจ้า และมิได้มองดูความพ่ายแพ้นั้น (ข้อ23). ความพ่ายแพ้ของผู้นำในการปกครองของพระเจ้านั้นกลายเป็นบททดสอบของเราเสมอ. การเปิดโปงความพ่ายแพ้ของผู้นำเป็นเหตุให้เราเข้าไปพัวพันกับการปกครองของพระเจ้าในทางลบ ด้วยเหตุนี้เองจึงทำให้เราสูญเสียไปซึ่งการอวยพระพรของพระเจ้า (ดู พบญ.27:16 เทียบ อฟ.6:2–3; อฤธ.12:1–10 และคำอธิบาย; 2ซมอ.15:10; 18:14–15). ถ้าเราคงอยู่ในฐานะที่ถูกต้องภายใต้การปกครองของพระเจ้า การตกต่ำของผู้นำก็จะกลายมาเป็นพระพรของเรา.
ยนซ. 9:26 1 เซมซึ่งเป็นบุตรคนโตของโนฮานั้นเป็นบรรพบุรุษของชาวเฮ็บราย ซึ่งก็คือชาวยิว (อับราฮามเป็นลูกหลานของเซม — 11:10:26). ในคำพยากรณ์ของโนฮาที่เกี่ยวกับบุตรชายทั้งสามของเขาในข้อ 25–27 นั้น เซมได้รับการอวยพรให้มีพระเจ้าเป็นพระเจ้าของเขา.
ยนซ. 9:27 1 กระโจมเป็นสถานที่ที่ผู้คนมาอาศัย พักสงบ และมีสันติสุขและการรับสุข. การที่ยาเฟ็ธอาศัยอยู่ในกระโจมของเซมนั้นบ่งชี้ว่า ถ้ายาเฟ็ธและลูกหลานของเขาต้องการได้รับการอวยพระพรและรับสุขพระเจ้าเป็นการพักสงบ สันติสุข การรับสุข และความรอดของพวกเขานั้น พวกเขาจำต้องเชื่อในพระเจ้าของชาวยิว (เทียบ ยฮ.4:22). เมื่อองค์พระเยซูเจ้าทรงเสด็จมาในฐานะเชื้อสายของอับราฮามและลูกหลานของเซม พระองค์ได้กลายมาเป็นกระโจมหรือพลับพลา (ยฮ.1:14) ซึ่งจะสำเร็จสุดยอดเป็นกรุงเยรูซาเล็มใหม่ในฐานะกระโจมที่สุดยอดของเซม และเป็นพลับพลาของพระเจ้าที่อยู่กับมนุษย์ไปตราบชั่วนิรันดร์ ซึ่งวิสุทธิชนมากมายจากทุกชนชาติทั้งในพันธสัญญาเดิมและพันธสัญญาใหม่จะอาศัยร่วมกันเพื่อร่วมมีส่วนในพระพรที่นิรันดร์ของชีวิตนิรันดร์ (วว.21:3 และคำอธิบาย 1).
สารบัญ