การงานบรรณกิจของห้องสมุดกิตติคุณแห่งประเทศไทย
หากท่านต้องการมีส่วนในการงานบรรณกิจของห้องสมุดกิตติคุณแห่งประเทศไทย
ท่านสามารถมอบถวายทรัพย์โดยโอนเงินเข้าบัญชีของห้องสมุด:
ธนาคารกสิกรไทย สาขาพาราไดซ์ พาร์ค
ชื่อบัญชี: นายปิยะ ตั้งเสรีมั่นคง และ
นางสุมิตรา อดุลประวิตรชัย และ
นางสาวทานาธิบดี ชูมณี
เลขที่บัญชี: 218-3-99941-1

รบกวนส่งสลิปการโอนมาที่ Line ID: @gospelbookroom

เยเนซิศ บทที่ 49

c. อวยพรบุตรทั้งหลายของตน
49:1–28
ยนซ. 49:1 ยาโคบจึงเรียกพวกบุตรของตนมาและพูดว่า “พวกเจ้าจงมาชุมนุมพร้อมกัน เพื่อเราจะได้1บอกสิ่งที่จะบังเกิดแก่เจ้าในกเวลาภายหน้า.
ยนซ. 49:2 พวกบุตรของยาโคบเอ๋ย จงมากชุมนุมพร้อมกันเพื่อฟังคำอิสราเอลบิดาของเจ้าเถิด.
ยนซ. 49:3 กรูเบ็นเอ๋ย เจ้าเป็นบุตรหัวปีของเรา เป็นฤทธิ์เดชและเป็นขผลแรกแห่งพละกำลังของเรา เป็นเอกในเกียรติศักดิ์และเป็นเอกในพลัง.
ยนซ. 49:4 แต่เจ้าเป็นเหมือนน้ำเดือด จึง1เป็นเอกไม่ได้ ด้วยเจ้าได้ล่วงเข้าไปถึงกเตียงของบิดาเจ้า ทำให้ที่นอนของเราเป็นมลทินไป.
ยนซ. 49:5 1กซิมโอนกับเลวีเป็นพี่น้องกัน กระบี่ของเขาเป็นเครื่องอาวุธร้ายแรง.
ยนซ. 49:6 จิตของเราเอ๋ย อย่าเข้าไปในที่ปรึกษาหารือของเขากสง่าราศีของเราเอ๋ย อย่าเข้าไปผูกพันในที่ประชุมของเขา เหตุว่าเขาได้ฆ่าคนโดยความโมโห เขาได้ตัดเอ็นน่องวัวตัวผู้ตามอำเภอใจเขา.
ยนซ. 49:7 1ให้ความโกรธอันดุร้ายของเขาเป็นที่แช่ง ให้ความโทโสอันเหี้ยมโหดของเขาเป็นที่สาปเถิด เราจะให้เขากแตกแยกกันในยาโคบ จะให้เขาพลัดพรากไปในอิสราเอล.
ยนซ. 49:8 1กยูดาเอ๋ย พวกพี่น้องจะสรรเสริญเจ้า มือของเจ้าจะจับคอของเหล่าศัตรู ขบุตรทั้งหลายของบิดาจะก้มกราบเจ้า.
ยนซ. 49:9 ยูดาเป็น1กสิงโตขหนุ่ม ลูกเอ๋ยเจ้าก็ได้2ขึ้นไปจากการล่าเหยื่อ. เขา2ก้มหมอบลงเหมือนสิงโตตัวผู้และ3สิงโตตัวเมีย4ใครจะกล้าแหย่เขาให้ลุกขึ้น?
ยนซ. 49:10 1กคทาจะไม่ขาดไปจากยูดา ไม้เท้าแห่งผู้ปกครองจะไม่ขาดไปจาก2หว่างเท้าของเขากว่า3ซีโลจะขมา 4ชนนานาประเทศจะเชื่อฟังเขา.
ยนซ. 49:11 เขาผูก1ลูกลาน้อยไว้ที่เถาองุ่นและผูกลูกลาหนุ่มไว้ที่เถาองุ่นที่ดีเลิศ เขาได้ซัก2เสื้อผ้าของเขาในน้ำองุ่น ได้ซักเสื้อคลุมของเขาในน้ำองุ่นแดง.
ยนซ. 49:12 1ตาของเขาจะแดงด้วยน้ำองุ่น ฟันก็จะขาวด้วยน้ำนม.
ยนซ. 49:13 ฝ่ายกซะบูโลนจะอาศัยอยู่ที่ริมทะเล เขาจะเป็น1ท่าจอดเรือ เขตแดนของเขาจะไปถึง2ขซีโดน.
ยนซ. 49:14 ฝ่ายกยิศซาคารเป็นลามีพละกำลัง1นอนอยู่ระหว่างขคอกแกะ.
ยนซ. 49:15 เขาเห็นที่พักสงบอันดี และ1ดินแดนอันน่าชื่นใจ จึงย่อบ่าของตนลงรับไว้ กลายเป็น2ทาสรับใช้3การงานที่นำเครื่องบรรณาการมามอบถวาย.
ยนซ. 49:16 ส่วนกดานจะพิพากษาพลไพร่ของเขาเป็น1เผ่าหนึ่งในพวกอิสราเอล.
ยนซ. 49:17 ดานจะเป็นงูอยู่ตามทาง เป็น1งูพิษอยู่ในหนทางที่กัดส้นเท้าม้าให้คนขี่ตกหงายลง
ยนซ. 49:18 โอ้พระยะโฮวา ข้าพเจ้าได้กคอยท่า1ขความรอดของพระองค์.
ยนซ. 49:19 ฝ่ายกฆาดจะมีกองทหารมาโจมตีเขา แต่เขาจะกลับโจมตีไล่ตามติด1ส้นเท้าของเขา.
ยนซ. 49:20 ฝ่าย1กอาเซ็รนั้น มีอาหารอัน2อุดมสมบูรณ์ เขาจะผลิตเครื่องเสวยสำหรับกษัตริย์.
ยนซ. 49:21 กนัฟธาลีเป็น1กวางตัวเมียที่ถูกปลดปล่อย เขากล่าวถ้อยคำอันไพเราะ.
ยนซ. 49:22 กโยเซฟเป็น1กิ่งที่เกิดผลดก เกิดผลอยู่ริมน้ำพุ กิ่งของเขาจะเลื้อยพาด ข้ามกำแพง.
ยนซ. 49:23 พวกนักธนูได้ทำให้เขาทุกข์โศก ทั้งยิงและข่มเหงเขา
ยนซ. 49:24 แต่ธนูของเขายังคงแข็งแกร่งมั่นคง ลำแขนของเขา1มีกำลังขึ้นโดยพระหัตถ์แห่งกผู้ทรงฤทธานุภาพของยาโคบ ณ ที่นั่นมีขผู้เลี้ยงคือคศิลาแห่งอิสราเอล
ยนซ. 49:25 กพระเจ้าแห่งบิดาเจ้าผู้ทรงช่วยเจ้า 1ขพระองค์ผู้ทรงพรั่งพร้อมสมบูรณ์จะทรง2อวยพรแก่เจ้า ด้วยคพรที่มาจากฟ้าเบื้องบน พรที่มาจากที่ลึกเบื้องล่าง พรที่มาจากเต้านมและครรภ์มารดา.
ยนซ. 49:26 พรแห่งบิดาของเจ้าเหนือกว่าพรแห่งบรรพบุรุษจะบรรลุถึงสุดขอบเขตแห่งกภูเขาที่นิรันดร์. พรนั้นจะอยู่บนศีรษะของโยเซฟ และอยู่เบื้องบนขกระหม่อมศีรษะแห่ง1ผู้ที่ต้องพรากจากพี่น้อง.
ยนซ. 49:27 ฝ่ายกเบ็นยามินนั้นเป็น1สุนัขป่าที่เที่ยวล่าเหยื่อ เวลาเช้าก็กินเหยื่อเสีย เวลาเย็นก็แบ่งปัน2ของที่ล่ามาได้.”
ยนซ. 49:28 ทั้งหมดนี้เป็นสิบสองเผ่าแห่งพวกอิสราเอล นี่ก็เป็นถ้อยคำที่บิดาได้กล่าวไว้เมื่ออวยพรให้เขา ยาโคบได้อวยพรแก่พวกเขาตามพรของแต่ละคน.
(5) จากโลกนี้ไปอย่างเลอเลิศ
49:29—50:13
ยนซ. 49:29 ท่านจึงกำชับพวกเขาว่า “เราจะไปอยู่รวมกับกบรรพบุรุษของเรา. พวกเจ้าจง1ฝังเราไว้ในถ้ำที่นาของเอ็ฟโรนชนชาติเฮ็ธ
ยนซ. 49:30 ในถ้ำที่อยู่ในนาชื่อกมักเพลาตรงมัมเรในดินแดนคะนาอัน ถ้ำกับที่นานี้ อับราฮามได้ซื้อจากเอ็ฟโรนชนชาติเฮ็ธไว้เป็นสุสาน
ยนซ. 49:31 ณ ที่นั่นเขาได้กฝังอับราฮามและซาราผู้เป็นภรรยา ทั้งขฝังยิศฮาคและริบะคาผู้เป็นภรรยา และเขาได้ฝังเลอาไว้ที่นั่นด้วย
ยนซ. 49:32 ที่นากับถ้ำที่อยู่ในนานั้นเขาได้ซื้อไว้จากชนชาติเฮ็ธ.”
ยนซ. 49:33 เมื่อยาโคบได้กำชับพวกบุตรของตนเสร็จแล้ว ก็ยกเท้าขึ้นบนที่นอน แล้วก็กสิ้นชีพไปอยู่กับพวกพ้องของตน.

คำอธิบาย เยเนซิศ บทที่ 49

ยนซ. 49:1 1 การที่ยาโคบกล่าวคำพยากรณ์ที่มาพร้อมกับพระพร (ข้อ 28) เกี่ยวกับบุตรชายทั้งสิบสองคนของเขานั้น เป็นการปรากฏอีกขั้นหนึ่งแห่งการสุกงอมของเขาในชีวิตอันศักดิ์สิทธิ์. ยาโคบเป็นคนที่ถูกก่อรูปด้วยพระเจ้าและถูกซึมซาบโดยพระองค์ ดังนั้นสิ่งที่เขาพูดจึงเป็นสิ่งที่พระเจ้าตรัส คำพูดของเขาก็คือคำตรัสของพระเจ้า (เทียบ 1กธ.7:25, 40 และคำอธิบาย).
ในที่สุดบุตรชายทั้งสิบสองคนของยาโคบได้กลายเป็นสิบสองเผ่าแห่งครอบครัวอิสราเอล ซึ่งเป็นแบบเล็งของคริสตจักร (บ้านของพระเจ้า) ที่ถูกประกอบขึ้นด้วยผู้เชื่อทั้งหลาย (1ตธ.3:15; ฮร.3:5–6). ดังนั้นสิ่งที่ยาโคบได้กล่าวไว้ทั้งหมดในคำพยากรณ์เกี่ยวกับบุตรชายทั้งหลายของเขานั้น ล้วนเป็นแบบเล็งกับรูปภาพของคริสตจักร จึงควรที่จะถูกปรับใช้กับคริสตจักรและประสบการณ์ฝ่ายวิญญาณของผู้เชื่อและก็ควรที่จะถูกปรับใช้กับลูกหลานของอิสราเอลเช่นกัน (เทียบ 1กธ.10:6).
ยนซ. 49:1 ก พบญ.4:30; 31:29; ดนอ.2:28; 10:14
ยนซ. 49:2 ก ข้อ 2–27; เทียบ พบญ.33:6–25
ยนซ. 49:3 ก ยนซ.29:32
ยนซ. 49:3 ข พบญ.21:17; บพส.78:51; 105:36
ยนซ. 49:4 1 แม้ว่ารูเบ็นมีความเป็นเอกในสิทธิบุตรหัวปี แต่เขาสูญเสียสิ่งนี้ไปเพราะความมลทินของเขา (เทียบ อฟ.5:5; ดู มธ.1:2 คำอธิบาย3) และตกอยู่ในอันตรายแห่งการตายและการลดจำนวนคนลงอย่างมาก (พบญ.33:6). นี่ควรเป็นคำเตือนที่เคร่งเครียดต่อเรา.
ยนซ. 49:4 ก ยนซ.35:22; 1คนก.5:1
ยนซ. 49:5 ก ยนซ.29:33–34; 34:25–26
ยนซ. 49:5 1ก ซิมโอนกับเลวีไม่ได้รับพระพรจากยาโคบ เพราะความโหดร้ายของเขา (34:25–30). ตรงข้าม ยาโคบดำเนินการการพิพากษาต่อเขา ทำให้เขาแตกแยกกันอยู่ท่ามกลางพลไพร่ชาวอิสราเอล (ข้อ 7) เพื่อไม่ให้เขาประพฤติโหดร้ายตามนิสัยของตนเองได้ (ยฮซ.19; 1, 9; 21:1–3, 41). ต่อมาเลวีได้ใช้นิสัยของตนในลักษณะที่เปลี่ยนใหม่และเปลี่ยนแปลงไปฆ่าคนที่นมัสการรูปโคทองคำ (อซด.32:26–28). เนื่องจากเลวีมีความเด็ดขาด มีความร้อนรน และมีความสัตย์ซื่อต่อพระเจ้า เขาจึงได้รับพระพรแห่งฐานะของปุโรหิตพร้อมด้วยอูริมและทูมิมของพระเจ้า (พบญ.33:8–9).
ยนซ. 49:6 ก บพส.16:9; 57:8
ยนซ. 49:7 1 เทียบอาฤธโม 35:8 คำอธิบาย 1.
ยนซ. 49:7 ก เทียบ ยฮซ.19:1–9; 21:1–42; 1คนก.4:24–39
ยนซ. 49:8 ก เทียบ ยฮซ.19:1–9; 21:1–42; 1คนก.4:24–39
ยนซ. 49:8 1ก ข้อ 8-12 มีเมล็ดพันธุ์ที่อัศจรรย์อยู่สามเมล็ดซึ่งได้กล่าวถึงหลักความจริงที่สำคัญในพันธสัญญาใหม่สามประการเกี่ยวกับพระคริสต์ ซึ่งเป็นเนื้อหาของกิตติคุณ: เมล็ดพันธุ์แห่งชัยชนะของพระคริสต์ (ข้อ 8-9), เมล็ดพันธ์แห่งอาณาจักรของพระคริสต์ (ข้อ 10), และเมล็ดพันธ์แห่งการพักสงบในการรับสุขความอุดมสมบูรณ์แห่งชีวิตของพระคริสต์ (ข้อ 11-12). หลักความจริงสามประการนี้คือเค้าโครงของพันธสัญญาใหม่.
ยนซ. 49:8 ข เทียบ ยนซ.27:29
ยนซ. 49:9 ก วว.5:5; เทียบ อฤธ.23:24; 24:9
ยนซ. 49:9 1ก ยูดาที่ถูกเปรียบเป็นสิงห์หนุ่มตามความหมายเชิงบทกวี ณ ที่นี่ เป็นแบบเล็งว่าพระคริสต์เป็นผู้มีชัยชนะที่สำเร็จสุดยอดและเป็นสิงโตที่สู้รบและชัยชนะ (วว.5:5 คำอธิบาย 1).
ยนซ. 49:9 ข ฮซอ.5:14
ยนซ. 49:9 2 สิงโตตัวผู้ที่เยาว์วัยและแข็งแรงมีกำลัง มีไว้สำหรับการสู้รบ และการจับเหยื่อ. เมื่อสิงโตจับเหยื่อก็ลงมาจากที่อยู่ของมันบนภูเขา เมื่อมันจับเหยื่อได้แล้วก็เอาขึ้นไปกัดกินบนภูเขา. หลังจากสิงโตรับสุขเหยื่อแล้วก็หมอบลง (คือนอนลง) พักสงบในความอิ่มหนำ. นี่เป็นรูปภาพที่บรรยายถึงการมีชัยชนะต่อศัตรูของพระคริสต์ในขณะที่พระองค์ถูกตรึงไว้ที่กางเขนและก็เป็นรูปภาพที่บรรยายถึงความอิ่มหนำและการพักสงบในการเสด็จสู่สวรรค์ของพระองค์ ซึ่งเป็นผลลัพธ์แห่งชัยชนะของพระองค์ (อฟ.4:8 และคำอธิบาย).
ยนซ. 49:9 3 สิงโตตัวเมียมีไว้สำหรับให้กำเนิดลูกสิงโต. พระคริสต์ไม่เพียงเป็นสิงโตที่สู้รบและพักสงบเท่านั้น ยังเป็นสิงโตตัวเมียที่ให้กำเนิดด้วย พระองค์ทรงให้กำเนิดผู้มีชัยชนะมากมายเป็น “ลูกสิงโต” ของพระองค์.
ยนซ. 49:9 4 ไม่มีผู้ใดกล้าแหย่ยูดา นี่เป็นเครื่องหมายเล็งถึงฤทธิ์เดชที่น่าเกรงขามแห่งการเป็นขึ้นและการเสด็จสู่สวรรค์ของพระคริสต์ได้พิชิตทุกสิ่ง (มธ.28:18; ฟป.2:9; อฟ.1:21–22).
ยนซ. 49:10 ก บพส.60:7; 108:8; อฤธ.21:18; 24:17
ยนซ. 49:10 1ก ชัยชนะของพระคริสต์ได้นำมาซึ่งอาณาจักร. คทาเป็นเครื่องหมายเล็งถึงอาณาจักร (บพส.45:6) ซึ่งชี้ถึงอำนาจแห่งกษัตริย์ของพระคริสต์. คทาจะไม่ขาดไปจากยูดา นี่หมายความว่า ฐานะแห่งกษัตริย์จะไม่ขาดไปจากพระคริสต์ (2ซมอ.7:12–13; ดนอ.2:44–45; 7:13–14; วว.11:15; 22:1, 3).
ยนซ. 49:10 2 หว่างเท้าของเขา เป็นศัพท์ที่มีความหมายเชิงบทกวี ซึ่งชี้ถึงเชื้อสายหรือลูกหลาน. นี่หมายความว่า กษัตริย์จะบังเกิดจากท่ามกลางเชื้อสายของยูดาเสมอ (1คนก.5:2). พระคริสต์ผู้เป็นกษัตริย์แห่งอาณาจักรของพระเจ้านั้น ทรงเป็นเชื้อสายของยูดา (ฮร.7:14).
ยนซ. 49:10 3 หมายถึง ผู้ที่นำมาซึ่งสันติสุข ซึ่งบ่งชี้ว่า ในการเสด็จมาครั้งที่สองของพระคริสต์ พระองค์จะทรงเป็นสันติราชาที่ทรงนำสันติสุขมาสู่ทั่วทั้งแผ่นดิน (ยซย.9:6–7; 2:4).
ยนซ. 49:10 ข ยอค.21:27; มธ.2:6; 11:3; ลก.7:19
ยนซ. 49:10 4 เท่ากับนานาประเทศ ซึ่งจะนอบน้อมและเชื่อฟังต่อพระคริสต์ในการเสด็จมาครั้งที่สองของพระองค์ (ยซย.2:1–3; 11:10).
ยนซ. 49:11 1 ลูกลา หรือลาเป็นสัตว์ที่ใช้ในการขนส่ง (เทียบ มธ.21:5). การผูกลาไว้บ่งชี้ว่าการเดินทางได้สิ้นสุดและมาถึงจุดหมายปลายทางแล้ว. เถาองุ่นในข้อนี้เป็นแบบเล็งถึงพระคริสต์ผู้ทรงพระชนม์ ซึ่งเต็มด้วยชีวิต (ยฮ.15:1, 5). การผูกลาของเราไว้ที่เถาองุ่น เป็นเครื่องหมายเล็งถึงเราต้องหยุดการตรากตรำและความพยายามแห่งชีวิตธรรมชาติของเราลง และพักสงบในพระคริสต์ผู้ทรงพระชนม์ซึ่งเป็นแหล่งกำเนิดแห่งชีวิต (เทียบ มธ.11:28–30). เพราะว่าพระคริสต์ได้ชัยชนะและได้รับมาซึ่งอาณาจักร ดังนั้นพระองค์จึงกลายเป็นเถาองุ่นอันอุดมสมบูรณ์ต่อเราเพื่อการรับสุขการพักสงบและความอิ่มหนำของเรา.
ยนซ. 49:11 2 เสื้อผ้าเป็นเครื่องหมายเล็งถึงการประพฤติในการดำเนินชีวิตประจำวันของเรา ส่วนเหล้านั้นเป็นเครื่องหมายเล็งถึงชีวิต (ยฮ.2:3). ด้วยเหตุนี้ การซักเสื้อผ้าในน้ำองุ่นและการซักเสื้อคลุมในน้ำองุ่นแดง จึงเป็นเครื่องหมายเล็งว่า ให้การประพฤติของเรา การดำเนินชีวิตประจำวันของเราชุ่มโชกอยู่ในการรับสุขต่อความอุดมสมบูรณ์แห่งชีวิตของพระคริสต์ (มธ.9:17 คำอธิบาย 1).
ยนซ. 49:12 1 ตาเขาแดงด้วยน้ำองุ่น และฟันขาวด้วยน้ำนม ซึ่งเป็นเครื่องหมายเล็งถึง การเปลี่ยนแปลงจากความตายกลายเป็นชีวิตโดยการรับสุขความอุดมสมบูรณ์แห่งชีวิตของพระคริสต์. การใช้งานของฟันคือต้อนรับอาหารเข้าสู่ในปาก และช่วยในการออกเสียงพูด. ในด้านฝ่ายวิญญาณแล้ว ณ ที่นี่ ฟันที่มีสีขาวบ่งชี้ว่าฟันนั้นสามารถใช้งานอย่างปกติและมีพลานามัย เพื่อต้อนรับพระคำของพระเจ้าเข้ามาเป็นอาหารและพูดออกซึ่งพระคำของพระองค์ เพื่อให้ผู้อื่นได้รับการบำรุงเลี้ยงเช่นกัน.
ยนซ. 49:13 ก ยนซ.30:20; พบญ.33:18–19; ยฮซ.19:10–16
ยนซ. 49:13 1 คำพยากรณ์เกี่ยวกับยูดาเป็นรูปภาพที่บรรยายถึงเนื้อหาสาระของกิตติคุณ (ดู ข้อ 8 คำอธิบาย 1). ส่วนคำพยากรณ์ที่ยาโคบได้กล่าวไว้เกี่ยวกับซะบูโลนนั้นเป็นรูปภาพที่บรรยายถึงการประกาศกิตติคุณ. ซะบูโลนเป็นส่วนหนึ่งของฆาลิลาย ซึ่งเป็นสถานที่ที่พระเยซูทรงเริ่มต้นการปรนนิบัติในการประกาศกิตติคุณแห่งอาณาจักรของพระองค์ (มธ.4:12–23; 28:7, 10, 16–20). ซะบูโลนเป็นริมทะเลที่ใช้จอดเรือ เป็นท่าจอดเรือ ในสมัยโบราณ เรือ—ที่บรรทุกสินค้าไว้จะเคลื่อนออกจากท่าเรือโดยพลังของลม. นี่เป็นรูปภาพที่บรรยายถึงข่าวประเสริฐแห่งกิตติคุณจะถูกส่งออกไปโดยผู้ประกาศที่มาจากฆาลิลายที่อยู่ภายใต้ฤทธิ์เดชแห่งพระวิญญาณบริสุทธิ์ซึ่งเป็นลมฝ่ายสวรรค์ (กจ.1:8; 2:2–41; ดู พบส.68:27 คำอธิบาย 3).
ยนซ. 49:13 ข กจ.13:46–47
ยนซ. 49:13 2ข ที่นี่ได้กล่าวถึงซีโดน ซึ่งเป็นท่าเรือของพวกต่างชาติ จึงชี้บ่งว่ากิตติคุณจะไปสู่โลกของชาวต่างชาติ และแผ่ขยายจนถึงที่สุดปลายแผ่นดินโลก (กจ.1:8; 13:46–47).
ยนซ. 49:14 ก ยนซ.30:18; พบญ.33:18–19; 1คนก.12:32
ยนซ. 49:14 1 ลาที่มีพละกำลังเป็นเครื่องหมายเล็งถึงมนุษย์ธรรมชาติ การนอนลงหมายถึงพักสงบในความอิ่มหนำ คอกแกะเป็นเครื่องหมายเล็งถึงองค์การคณะและศาสนาต่างๆ ที่ตั้งอยู่บนพื้นฐานของกฎบัญญัติ (เทียบ ยฮ.10:1–9, 16 และคำอธิบาย). บทกลอนข้อนี้เป็นรูปภาพที่บรรยายว่า ชีวิตคริสตจักรที่แท้จริงนั้น เป็นผลลัพธ์ที่มาจากการประกาศกิตติคุณ. ในการดำเนินชีวิตคริสตจักรมนุษย์ธรรมชาติของเราได้พักสงบในความอิ่มหนำในระหว่าง (นอก) คอกแกะแห่งศาสนา.
ในคำอวยพรของโมเซในพระบัญญัติ 33:18 วรรคหลัง ยิศซาคารยินดีอยู่ในกระโจมของตน. กระโจม ณ ที่นั่นเป็นเครื่องหมายถึงคริสตจักรท้องถิ่นเป็นการสำแดงหนึ่งเดียวแห่งพระกายของพระคริสต์ (อฟ.4:4ก) ผู้เชื่อที่อยู่ในนั้นจะชื่นชมยินดี เพราะได้รับสุขความอุดมสมบูรณ์ของพระคริสต์ (ฟป.4:4; 1ธซ.5:16).
ยนซ. 49:14 ข วนฉ.5:16; บพส.68:13
ยนซ. 49:15 1 ดินแดนเป็นแบบเล็งถึงพระคริสต์เป็นทุ่งหญ้า (ยฮ.10:9 และคำอธิบาย 2) ให้ผู้เชื่อรับสุขในชีวิตคริสตจักร.
ยนซ. 49:15 2 ทาสรับใช้การงานตามที่นายมอบหมายให้ทำ. นี่เป็นเครื่องหมายเล็งถึงการปรนนิบัติที่อวัยวะแห่งพระกายของพระคริสต์กระทำอยู่ในพระกายนั้นมาจากการมอบหมายของศีรษะ (1กธ.12:4–6, 18, 28; อฟ.2:10; 4:11–12). สุดท้ายการปรนนิบัติเช่นนี้กลายเป็นการงานที่นำเครื่องบรรณาการมามอบถวายแด่องค์พระผู้เป็นเจ้าเพื่อพระองค์จะได้รับความอิ่มหนำ (เทียบ รม.15:16).
ยนซ. 49:15 3 บุตรทั้งหลายของยาโคบที่อยู่ในกลุ่มที่สองนั้น เป็นรูปภาพที่บรรยายถึงกิตติคุณ ซึ่งมียูดาเป็นเครื่องหมาย และได้แปรสภาพเป็นจริงในกิตติคุณสี่เล่ม การประกาศกิตติคุณ ซึ่งมีซะบูโลนเป็นเครื่องหมายและได้แปรสภาพเป็นจริงในกิจการ และการดำเนินชีวิตคริสตจักร ซึ่งมียิศซาคารเป็นเครื่องหมายและได้สำเร็จเป็นจริงในหนังสือเล่มอื่นๆ ที่อยู่ในพันธสัญญาใหม่. คำพยากรณ์ของยาโคบเกี่ยวกับยูดา ซะบูโลนและยิศซาคารได้สำเร็จลุล่วงที่พระบัญญัติ 33:19 ณ ที่นั่นกล่าวถึงประชาชนทั้งหลาย (นานาประเทศ) จะถูกเรียกให้ขึ้นภูเขา (ซึ่งเป็นเครื่องหมายเล็งถึงอาณาจักรของพระเจ้า — ดนอ.2:35) ณ ที่นั่นเขาจะถวายเครื่องบูชาแห่งความชอบธรรม รับสุขความอุดมสมบูรณ์แห่งทะเล (ซึ่งชี้ถึงคริสตจักรที่ถูกประกอบด้วยผู้เชื่อชาวต่างชาติเป็นหลัก — มธ.13:1 คำอธิบาย 1) และสิ่งล้ำค่าที่ซ่อนอยู่ในทราย (ซึ่งชี้ถึงอาณาจักรที่อยู่ในดิน — มธ.13:44). นี่แสดงถึงกิตติคุณ การประกาศกิตติคุณและการดำเนินชีวิตคริสตจักร (ซึ่งเป็นผลลัพธ์ของกิตติคุณ) จะนำมาซึ่งการรับสุขแห่งชีวิตคริสตจักรและชีวิตอาณาจักร (เทียบ รม.14:17 และคำอธิบาย 1).
ยนซ. 49:16 ก ยนซ.30:6; พบญ.33:22
ยนซ. 49:16 1 คำในภาษาเฮ็บรายนั้นยังมีความหมายว่า คทา คำพยากรณ์ที่มาพร้อมกับคำอวยพรนี้บ่งชี้ว่ายาโคบกังวลว่า ดานจะถูกตัดออกเนื่องด้วยการทรยศของเขา (ข้อ 17, พบญ.13:5–18). ณ ที่นั่นถ้อยคำของยาโคบไม่เพียงหมายความว่า ดานจะยังคงเป็นเผ่าหนึ่งเผ่าเท่านั้น แต่จะเป็นคทาที่จะได้รับอำนาจอีกด้วย. ใน 1 โครนิกาบทที่ 2—9 และวิวรณ์บทที่ 7 ดานถูกลบทิ้งไปจากบทบันทึกที่กล่าวถึงพลไพร่อันศักดิ์สิทธิ์ของพระเจ้า (เทียบ วว.3:5) แต่ในอาณาจักรพันปีเขาก็ยังคงเป็นเผ่าหนึ่งเพราะการอวยพรจากบิดาของเขา (ยอค.48:1). ดู วว.7:6 คำอธิบาย 1 ย่อหน้าที่ 2.
ยนซ. 49:17 1 ในพระบัญญัติ 33:22 ดานถูกเปรียบเป็นลูกสิงโตที่กระโจนออกจากเมืองบาซาน. ในฐานะที่เป็นลูกสิงโต ดานสู้รบเพื่อได้รับดินแดนมากขึ้น (ยฮซ.19:47; วนฉ.18:27– 29). ดินแดนเป็นเครื่องหมายเล็งถึงพระคริสต์ (ดู พบญ.8:7 คำอธิบาย 1). หลังจากที่ดานได้ประสบความสำเร็จและมีชัยชนะแล้วเขาก็กลายเป็นงูพิษ. ด้วยการประพฤติตนอย่างโดดเดี่ยวและเอกเทศในความเย่อหยิ่งของเขา เขาก่อตั้งรูปเคารพและศูนย์กลางแห่งการนมัสการที่แตกแยกขึ้นมา อีกทั้งยังแต่งตั้งปุโรหิตรับจ้างในเมืองดาน ในขณะที่พระนิเวศน์ของพระเจ้าอยู่ที่ซีโล (วนฉ.18:30–31; เทียบ พบญ.12:5 คำอธิบาย). ดานซึ่งเป็นงูที่กัดส้นเท้าม้าให้คนที่ขี่หงายตกลงมาเป็นเครื่องหมายเล็งถึงการทรยศที่ดานนำเข้ามาจึงกลายเป็นหินกองใหญ่ที่ทำให้ชนชาติอิสราเอลต้องสะดุดล้ม. ในประวัติศาสตร์ของคริสตจักร มีคนฝ่ายวิญญาณหลายคนที่ติดตามแบบอย่างของดาน จึงขัดขวางพลไพร่ของพระเจ้าไม่อาจเดินในหนทางที่พระเจ้าทรงกำหนดได้. คำพยากรณ์ที่ยาโคบกล่าวถึงเกี่ยวกับดาน ได้สำเร็จเป็นจริงไปสู่อีกก้าวหนึ่งอย่างที่เห็นได้ใน 1 พงศาวดารกษัตริย์ 12:26–31 (ดูคำอธิบายที่นั่น).
ยนซ. 49:18 ก บพส.25:5;ยซย.25:9; มคา.7:7
ยนซ. 49:18 ข บพส.119:166, 174; ลก.2:30
ยนซ. 49:18 1ข ยาโคบรอคอยความรอดเพื่อหลุดพ้นจากหินกองใหญ่ที่ทำให้สะดุดล้ม ซึ่งเป็นผลลัพธ์ในที่สุดที่ถูกนำเข้ามาจากการทรยศของเผ่าดาน.
ยนซ. 49:19 ก
ยนซ. 49:19 1 ชัยชนะของฆาดในข้อนี้สอดคล้องกับชัยชนะที่เขามีในพระบัญญัติ 33:20 ซึ่งเป็นเครื่องหมายเล็งว่า ชัยชนะของพระคริสต์ที่สูญเสียไปเพราะการทรยศของดานนั้นถูกฟื้นฟูกลับมา. ตามพระบัญญัติ 33:20–21 ฆาดได้รับการขยายใหญ่ขึ้นเพราะชัยชนะของเขา และเขาได้เลือกที่ดินผืนแรกของแผ่นดินงามไว้สำหรับตนเอง (ที่ดินที่อยู่ทางฟากตะวันออกของแม่น้ำจอร์แดน) แต่ก่อนที่เขาจะรับสุขส่วนแบ่งของเขา เขาได้ไปสู้รบร่วมกับพี่น้องของเขา และทำให้พี่น้องของเขาได้มาซึ่งที่ดินที่อยู่ทางฟากตะวันตกของแม่น้ำจอร์แดนเป็นส่วนแบ่งของพวกเขาด้วย (อฤธ.32:1–32) ดังนั้น เขาจึงได้ปฏิบัติการในความชอบธรรมของพระยะโฮวาและบทบัญญัติ ของพระองค์. ดานพ่ายแพ้เพราะเหตุความเป็นลัทธิปัจเจกชนและความเห็นแก่ตัวของตน แต่ฆาดได้ชัยชนะเพราะเขาให้ความสำคัญกับกลุ่มชน และเอาใจใส่ความต้องการของพวกพี่น้องของตน. ถ้าใช้วลีแห่งพันธสัญญาใหม่มาพูดก็คือ ถ้าเราจะติดตามแบบอย่างของฆาด เราก็ต้องมีความรู้สึกกลุ่มชนแห่งพระกายของพระคริสต์ และเอาใจใส่เหล่าอวัยวะของพระกายเพื่อทำให้พระประสงค์ของพระเจ้าถึงที่สำเร็จ นั่นก็คือชีวิตพระกาย (รม.12:1–21).
ยนซ. 49:20 ก ยนซ.30:13; พบญ.33:24–25
ยนซ. 49:20 1ก ตามฉบับโบราณบางฉบับในภาษาเฮ็บรายว่า ออกจากอาเซ็ร.
ยนซ. 49:20 2 คำพยากรณ์ของยาโคบในข้อนี้และคำอวยพรของโมเซในพระบัญญัติ 33:24–25 นั้นล้วนแสดงให้เห็นถึงความครบบริบูรณ์ของอาเซ็รมาพร้อมกับการฟื้นฟูของฆาด (ข้อ 19). อาเซ็รได้พระพรแห่งอาหารที่อุดมสมบูรณ์ พร้อมด้วยการหล่อเลี้ยงแห่งชีวิตที่อุดมสมบูรณ์. เขาจุ่มเท้าของเขาในน้ำมัน (พบญ.33:24) เป็นเครื่องหมายเล็งถึงการรับสุขต่อการหล่อเลี้ยงที่ครบสมบูรณ์แห่งพระวิญญาณนั้น เพื่อการดำเนินชีวิตประจำวัน (ฟป.1:19; ฆต.3:5). ผลลัพธ์ที่มาจากการจัดเตรียมอันอุดมสมบูรณ์นั้นก็คือการรับสุขการพักสงบอย่างสิ้นเชิงจนมีสันติสุข กำลัง ความมั่นคงและความครบบริบูรณ์.
ยนซ. 49:21 ก ยนซ.30:8; พบญ.33:23
ยนซ. 49:21 1 กวางตัวเมีย เป็นเครื่องหมายเล็งถึงพระคริสต์ผู้เป็นขึ้น (ดูหัวข้อของบทเพลงสรรเสริญบทที่ 22 และคําอธิบาย). พระคริสต์กับพวกที่ประสบการณ์พระคริสต์ในการเป็นขึ้นของพระองค์นั้นกล่าวถ้อยคําอันงดงาม (ลก.4:22; ยฮ.7:46; มธ.28:16, 18 —20; กจ.2:32–36). ตามพระบัญญัติ 33:23 นัฟธาลีอิ่มหนําด้วยพระกรุณาคุณ (ซึ่งเทียบเท่ากับพระคุณแห่งพันธสัญญาใหม่) และเต็มด้วยพระพรแห่งพระยะโฮวา (ซึ่งชี้ถึงพระพรฝ่ายวิญญาณที่อยู่ในสวรรค์ทั้งหลาย — อฟ.1:3). ยิ่งไปกว่านั้น นัฟธาลีจะครอบครองทะเล (โลกของพวกต่างชาติ — ดูมธ.13:1 คําอธิบาย 1) และทางใต้ (ดินแดนอิสราเอล) ซึ่งเป็นเครื่องหมายเล็งถึงพวกที่มีประสบการณ์ต่อพระคริสต์ผู้เป็นขึ้นนั้นจะครอบครองทั่วแผ่นดินโลก โดยการป่าวประกาศพระคริสต์ (มธ.28:19; กจ.1:8; รม.15:19). ดูบพส.68:27 คําอธิบาย 4.
ยนซ. 49:22 ก ยนซ.30:22–24; พบญ.33:13–17; เทียบ ยนซ.41:51–52; ยฮซ.17:14–18
ยนซ. 49:22 1 โยเซฟเป็นกิ่งใหญ่ที่บังเกิดผลมาก. นี่เป็นแบบเล็งถึงพระคริสต์ผู้เป็นกิ่งไม้ (ยซย.11:1) ที่ทำให้พระเจ้าแผ่กิ่งก้านออกไปโดยอาศัยผู้เชื่อที่เป็นกิ่งของพระองค์ (ยฮ.15:1, 5). บ่อน้ำพุในข้อนี้เป็นเครื่องหมายเล็งถึงพระเจ้าผู้เป็นแหล่งกำเนิดแห่งการเกิดผลมาก (บพส.36:9; ยรม.2:13). กิ่งพาดข้ามกำแพงเป็นเครื่องหมายเล็งถึงผู้เชื่อของพระคริสต์ในฐานะที่เป็นกิ่งของพระองค์ ทำให้พระคริสต์แผ่กิ่งก้านออกไปโดยพาดข้ามข้อจำกัดต่างๆ และสำแดงพระคริสต์ใหญ่ขึ้นในสภาพแวดล้อมทุกอย่าง (ฟป.1:20; 4:22; ฟม.10).
ยนซ. 49:24 1 หรือแข็งแรง. ข้อ 23–24 ชี้ถึงโยเซฟที่ทนทุกข์อยู่ภายใต้เงื้อมมือของพวกพี่ชาย (37:18–31). โยเซฟได้ชัยชนะต่อการทนทุกข์ (เทียบ รม.8:36–37) เพราะเขาได้รับการเพิ่มกำลังจากพระเจ้าผู้ทรงมหิทธิฤทธิ์ของยาโคบและผู้ทรงพรั่งพร้อมสมบูรณ์ที่เขาเชื่อพึ่งนั้น (เทียบ 2ตธ.2:1; ฟป.4:13).
ยนซ. 49:24 ก บพส.132:2, 5; ยซย.49:26; 60:16; 1:24; เทียบ กจ.7:46
ยนซ. 49:24 ข บพส.23:1; 80:1; ซคย.13:7; มธ.2:6; ยฮ.10:11, 14, 16; ฮร.13:20; 1ปต.2:25; 5:4; วว.7:17
ยนซ. 49:24 ค พบญ.32:4; เทียบ ยซย.28:16; ซคย.3:9; อฟ.2:20; 1ปต.2:4
ยนซ. 49:25 ก ยนซ.50:17
ยนซ. 49:25 ข ยนซ.17:1; 35:11
ยนซ. 49:25 1ข ภาษาเฮ็บรายชัดได (Shad–dai). ดู 17:1 คำอธิบายที่ 2.
ยนซ. 49:25 2 พระพรที่ประทานแก่โยเซฟที่เห็นได้ในข้อ 25–26 และพระบัญญัติ 33:13–16 นั้น ได้ครอบคลุมถึงกาลเวลาทั้งหมดจากอดีตกาลจนถึงนิรันดร์ (ข้อ 26; พบญ.33:15) และสถานที่ทั้งหมดจากสวรรค์ไปสู่แผ่นดินรวมทั้งที่ลึกที่อยู่ใต้ดิน (ข้อ 25ข; พบญ.33:13–14, 16ก). กาลเวลาบวกกับสถานที่ก็เท่ากับจักรวาล. โยเซฟผู้ได้รับการอวยพรแห่งจักรวาลจากบิดาของเขาเป็นแบบเล็งถึงพระคริสต์ผู้ทรงได้รับการแต่งตั้งเป็นทายาทที่รับสิ่งสารพัดเป็นมรดก (ฮร.1:2; กซ.1:16) พร้อมกับผู้เชื่อของพระองค์ซึ่งเป็นหุ้นส่วนของพระองค์ที่มีส่วนร่วมในสิ่งที่พระองค์ทรงรับมาเป็นมรดก (1กธ.3:21–22; รม.8:17; ฮร.1:9; 3:15; 1:14 และคำอธิบาย). พระพรแห่งจักรวาลที่โยเซฟได้รับมาจะสำเร็จสุดยอดในฟ้าใหม่แผ่นดินโลกใหม่ ทุกสิ่ง ณ ที่นั่นล้วนจะเป็นพระพรต่อพระคริสต์และผู้เชื่อของพระองค์ (วว.21:1, 4–5; 22:3–5).
ยนซ. 49:25 ค พบญ.33:13
ยนซ. 49:26 ก พบญ.33:15; ฮบฆ.3:6
ยนซ. 49:26 ข พบญ.33:16
ยนซ. 49:26 1 ภาษาเฮ็บราย นาซีร (nazir) ซึ่งถูกแปลเป็นนาษารีษในวินิจฉัย 13:5, 7; 16:17. ณ ที่นี่ โยเซฟเป็นแบบเล็งถึงพระคริสต์ผู้เป็นนาษารีษ ซึ่งก็คือผู้ที่ถูกแบ่งแยกออกมาจากสามัญชนและเป็นอยู่ต่อพระเจ้าอย่างสิ้นเชิง (ดู อฤธ.6:2 คำอธิบาย 2). พระพรแห่งจักรวาลจึงถูกประทานสู่กระหม่อม (ยอดศีรษะ) ของนาษารีษผู้นี้ (เทียบ พบญ.33:16ข).
ยนซ. 49:27 ก ยนซ.35:18; พบญ.33:12; วนฉ.20:21, 25
ยนซ. 49:27 1 เบ็นยามินผู้เป็นสุนัขป่าที่กัดฉีกเป็นแบบเล็งถึงพระคริสต์ผู้ทรงทำลายศัตรูโดยการฉีกเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย (อฟ.4:8; 2กธ.10:5).
ยนซ. 49:27 2 พระบัญญัติ 33:12 โมเซอวยพรว่า เบ็นยามินจะอาศัยอยู่ข้างพระยะโฮวาอย่างปลอดภัยและพระยะโฮวาจะประทับอยู่ระหว่างบ่าของเขา. กรุงเยรูซาเล็มพร้อมด้วยพระวิหารของพระเจ้าอันเป็นที่ประทับของพระเจ้า ก็ตั้งอยู่ในอาณาเขตของเบ็นยามิน (วนฉ.1:21). ดังนั้นการอวยพรที่มีต่อบุตรชายทั้งสิบสองของยาโคบนั้นลงท้ายด้วยที่ประทับของพระเจ้ากับผู้คนที่พระองค์ทรงช่วยไถ่ไว้จนถึงนิรันดร์ (วว.21—22). นี่คือพระพรที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของพลไพร่ของพระเจ้า.
เยเนซิศ 49:1–28 เป็นเค้าโครงของพระคัมภีร์ทั้งเล่มและบทคัดย่อของประวัติศาสตร์แห่งพลไพร่ของพระเจ้า ดังที่เห็นได้จากบุตรชายทั้งสิบสองของยาโคบ, ชนชาติอิสราเอล, และคริสตจักร. นี่ก็เป็นรูปภาพที่บรรยายถึงประวัติศาสตร์ส่วนบุคคลของผู้เชื่อทุกคน. บุตรชายสี่คนแรกของยาโคบได้แก่ รูเบ็น, ซิมโอน, เลวี, และยูดานั้นเป็นคนบาป. ทว่าสองคนในพวกคนบาปนี้คือเลวีและยูดาได้เปลี่ยนแปลงเป็นปุโรหิตและกษัตริย์. จากฐานะแห่งกษัตริย์ ซึ่งก็คือยูดาก็ได้ก่อกำเนิดความรอดอันสูงศักดิ์แห่งกษัตริย์ ซึ่งก็คือกิตติคุณที่ถูกนำไปประกาศในโลกของพวกต่างชาติโดยซะบูโลน และผลลัพธ์ก็คือการนำชีวิตคริสตจักรซึ่งมียิศซาคารเป็นตัวแทนนั้นเข้ามา. แต่ว่าการทรยศได้เข้ามาโดยผ่านดาน ต่อจากนั้นก็มีการฟื้นฟูของฆาด ผลลัพธ์ก็คือการนำมาซึ่งความครบบริบูรณ์แห่งความอุดมสมบูรณ์ของพระคริสต์อันมีอาเซ็รเป็นตัวแทนรวมกับการเป็นขึ้นซึ่งมีนัฟธาลีเป็นตัวแทนด้วย. ในที่สุดประวัติศาสตร์แห่งพลไพร่ของพระเจ้าสรุปลงด้วยโยเซฟกับเบ็นยามิน. เขาทั้งสองเป็นแบบเล็งถึงพระคริสต์ทรงเป็นผู้ที่ชัยชนะและครบสมบูรณ์อย่างสิ้นเชิงโดยไม่มีข้อบกพร่องแต่อย่างใด. ตามคำพยากรณ์ของยาโคบและถ้อยคำของโมเซ โยเซฟได้นำมาซึ่งพระพรแห่งจักรวาลอันไร้ขอบเขตจำกัดของพระเจ้า (22–26; พบญ.33:13–16) ส่วนเบ็นยามินได้นำมาซึ่งที่ประทับอันนิรันดร์ของพระเจ้า (พบญ.33:12). ดังนั้นคำสรุปของเยเนซิศบทที่ 49 จึงสอดคล้องกับคำสรุปของพระคัมภีร์ทั้งเล่ม กล่าวคือพระพรแห่งจักรวาลที่อยู่ในฟ้าใหม่แผ่นดินโลกใหม่ ณ ที่นั่นมีที่ประทับอันนิรันดร์ของพระเจ้า ซึ่งก็คือกรุงเยรูซาเล็มใหม่ในฐานะที่เป็นผลลัพธ์และเป้าหมายของพระพรแห่งจักรวาลของพระเจ้า (เทียบ อฟ.1:3; 2:22).
ยนซ. 49:29 ก ยนซ.47:30
ยนซ. 49:29 1 ดู 47:30 คำอธิบาย 1
ยนซ. 49:30 ก ยนซ.23:9, 16–18; 50:13
ยนซ. 49:31 ก ยนซ.25:9; 23:19
ยนซ. 49:31 ข ยนซ.35:29
ยนซ. 49:33 ก กจ.7:15
สารบัญ