เยเนซิศ บทที่ 47
(ง) อวยพรแก่ผู้คนทุกเวลา
47:1–10; 47:28 — 49:28
47:1–10; 47:28 — 49:28
a. อวยพรแก่ฟาโรห์
47:1–10
47:1–10
ยนซ.
47:1 โยเซฟเข้าไปกทูลฟาโรห์ว่า “บิดาและพี่น้องของข้าพเจ้ากับทั้งฝูงแพะแกะและฝูงโคและทรัพย์สมบัติของเขาทั้งสิ้นได้มาจากดินแดนคะนาอัน บัดนี้อยู่ในดินแดนโฆเซ็นแล้ว.”
ยนซ.
47:2 โยเซฟก็เลือกห้าคนจากพวกพี่น้องพาเข้าไปเฝ้าฟาโรห์.
ยนซ.
47:3 ฟาโรห์ตรัสถามพี่น้องของโยเซฟว่า “กเจ้าทั้งหลายเคยทำมาหาเลี้ยงชีพอย่างไร?” เขาจึงทูลว่า “ผู้ทาสของท่านเป็นขคนเลี้ยงแพะแกะทั้งพวกเราและบรรพบุรุษ.”
ยนซ.
47:4 เขาจึงทูลต่อไปว่า “ข้าพเจ้าได้มากเป็นคนต่างแดนอยู่ในดินแดนนี้ ด้วยไม่มีทุ่งหญ้าจะเลี้ยงฝูงแพะแกะของข้าพเจ้าผู้ทาสของท่าน เพราะเหตุในดินแดนคะนาอันนั้นเกิดกันดารอาหารรุนแรงนัก. เหตุฉะนี้ขอทรงโปรดให้ข้าพเจ้าผู้เป็นทาสทั้งหลายอาศัยอยู่ในดินแดนโฆเซ็นเถิด.”
ยนซ.
47:5 ฟาโรห์จึงตรัสแก่โยเซฟว่า “บิดาและพวกพี่น้องของท่านมาหาท่านแล้ว.
ยนซ.
47:6 ดินแดนอียิปต์อยู่ต่อหน้าท่าน จงเลือกดินแดนที่กดีที่สุดให้บิดาและพวกพี่น้องของท่านอาศัยอยู่ คือให้เขาอาศัยอยู่ในดินแดนโฆเซ็น. แล้วในพวกพี่น้องนั้น ถ้าท่านเห็นผู้ใดมีความสามารถ จงตั้งผู้นั้นให้เป็นผู้ดูแลปศุสัตว์ของเรา.”
ยนซ.
47:7 โยเซฟก็พายาโคบบิดาของท่านเข้าเฝ้ายืนอยู่ต่อพระพักตร์ฟาโรห์ ยาโคบก็1กอวยพรให้แก่ท่าน.
ยนซ.
47:8 ฟาโรห์จึงตรัสถามยาโคบว่า “1อายุท่านได้เท่าไร?”
ยนซ.
47:9 ยาโคบทูลตอบฟาโรห์ว่า อายุที่ข้าพเจ้ามีชีวิตเป็นคนกต่างแดนอยู่นับได้ร้อยสามสิบปี ขปีเดือนที่ข้าพเจ้ามีชีวิตอยู่นั้นก็คน้อยและลำเค็ญ ไม่เท่าอายุบรรพบุรุษของข้าพเจ้าที่เป็นคนต่างแดนอยู่นั้น.”
ยนซ.
47:10 ยาโคบก็กล่าวคำอวยพรแก่ฟาโรห์อีก แล้วก็ทูลลาไปจากพระพักตร์ของฟาโรห์.
(5) ในด้านการครองอำนาจแห่งผู้สุกงอม (อิสราเอล) ซึ่งเห็นได้ในตัวโยเซฟ(ต่อ)
a. การครองอำนาจ
47:11–27; 50:14–2647:11–27
47:11–27; 50:14–2647:11–27
ยนซ.
47:11 ฝ่ายโยเซฟให้บิดาและพี่น้องทั้งปวงของตนอยู่ ณ ดินแดนที่ดีที่สุดในดินแดนอียิปต์ คือในดินแดนราเมเซศ ให้เป็นทรัพย์สมบัติของเขาตามรับสั่งของฟาโรห์.
ยนซ.
47:12 โยเซฟได้กผดุงชีพบิดาและพี่น้องทั้งปวงรวมทั้งครอบครัวบิดาด้วยอาหารตามจำนวนคนของแต่ละครอบครัว.
ยนซ.
47:13 ไม่มีอาหารทั่วดินแดนทั้งหมดนั้น เป็นเพราะการกันดารอาหารรุนแรงยิ่งนักจนดินแดนอียิปต์และดินแดนคะนาอันเหี่ยวแห้งอับเฉาไปเพราะการกันดารอาหารนั้น.
ยนซ.
47:14 โยเซฟได้1รวบรวมเงินที่มีอยู่ในดินแดนอียิปต์และดินแดนคะนาอันซึ่งเป็นเงินที่ได้จากการกขายข้าวนั้นไว้ในพระราชวังฟาโรห์.
ยนซ.
47:15 เมื่อเงินในดินแดนอียิปต์และดินแดนคะนาอันได้ใช้หมดแล้ว ชนชาติอียิปต์ทั้งปวงได้มาหาโยเซฟพูดว่า “โปรดให้อาหารแก่พวกเราเถิด เหตุใดจึงปล่อยให้ข้าพเจ้าทั้งหลายตายต่อหน้าท่านเล่า? ด้วยเงินก็หมดเสียแล้ว.”
ยนซ.
47:16 โยเซฟจึงพูดว่า “ถ้าเงินหมดแล้ว จงเอาฝูงปศุสัตว์ของเจ้ามาให้เรา เราจะเอาอาหารมาแลกกับปศุสัตว์นั้น.”
ยนซ.
47:17 เขาก็นำฝูงปศุสัตว์มาให้โยเซฟ และโยเซฟก็แจกอาหารให้เขา แลกกับฝูงม้า, ฝูงโค, ฝูงแพะแกะ, และฝูงลา โยเซฟได้1เลี้ยงคนเหล่านั้นด้วยอาหารมาแลกกับปศุสัตว์ของเขาไว้ได้ปีหนึ่ง.
ยนซ.
47:18 เมื่อปีนั้นล่วงไปแล้ว เขาก็มาหาท่านในปีต่อมาและพูดว่า “ข้าพเจ้าทั้งหลายจะไม่ปิดบังนายของข้าพเจ้าว่า เงินของข้าพเจ้าหมดไปแล้ว และฝูงปศุสัตว์ของข้าพเจ้าก็เป็นของนายด้วย. พวกข้าพเจ้าไม่มีสิ่งใดเหลือ เว้นแต่ตัวข้าพเจ้ากับที่ดินเท่านั้น.
ยนซ.
47:19 ทำไมพวกข้าพเจ้าทั้งหลายจึงต้องตายและที่ดินก็ร้างเปล่าต่อหน้าท่านเล่า? ขอท่านได้โปรดซื้อตัวข้าพเจ้ากับที่ดินไว้แลกกับอาหาร พวกข้าพเจ้ากับที่ดินจะเป็น1ประโยชน์ต่อฟาโรห์. ขอท่านได้โปรดให้เมล็ดข้าวแก่ข้าพเจ้า เพื่อข้าพเจ้าจะได้เลี้ยงชีวิตและไม่ตายไป และที่ดินก็จะไม่ร้างเปล่าเสียไป.”
ยนซ.
47:20 โยเซฟก็ซื้อที่ดินทั้งหมดในอียิปต์ให้แก่ฟาโรห์ทั้งสิ้น ด้วยชนชาติอียิปต์ทุกคนได้ขายที่ดินของตน เพราะการกันดารอาหารรุนแรงยิ่งนัก เพราะฉะนั้นที่ดินจึงตกเป็นของฟาโรห์ทั้งสิ้น.
ยนซ.
47:21 ส่วนพลไพร่นั้น โยเซฟได้ให้เขาย้ายไปอยู่ตามเมืองต่างๆ จากเขตแดนด้านหนึ่งจนถึงสุดเขตแดนอีกด้านหนึ่งของอียิปต์.
ยนซ.
47:22 เว้นแต่ที่ดินของพวกปุโรหิตนั้นโยเซฟไม่ได้ซื้อ เพราะปุโรหิตนั้นได้รับปันส่วนจากฟาโรห์ เขาได้รับประทานตามส่วนที่ฟาโรห์พระราชทานให้ เหตุฉะนี้เขาจึงไม่ขายที่ดินของตน.
ยนซ.
47:23 โยเซฟชี้แจงแก่พลไพร่ทั้งปวงว่า “บัดนี้เราได้ซื้อตัวเจ้าทั้งหลายกับที่ดินของเจ้าให้เป็นของฟาโรห์แล้ว ดูเถิด นี่เป็นเมล็ดข้าวที่ให้เจ้าทั้งหลาย จงหว่านลงในที่ดินเถิด.
ยนซ.
47:24 ครั้นเมื่อเก็บเกี่ยวแล้ว จงแบ่งออกเป็นกห้าส่วน ส่วนหนึ่งจงถวายแก่ฟาโรห์ และสี่ส่วนนอกนั้นจงเอาไว้เป็นของตนสำหรับใช้เป็นพันธุ์ข้าวในที่นาบ้าง สำหรับเป็นอาหารแก่เจ้าและครอบครัวกับเด็กเล็กบ้าง.”
ยนซ.
47:25 คนทั้งปวงก็ตอบว่า “ท่านได้ช่วยข้าพเจ้าให้รอดชีวิตแล้ว ขอให้ข้าพเจ้าทั้งหลายได้รับความเมตตาในสายตาของนายข้าพเจ้าเถิด ข้าพเจ้าทั้งหลายจะยอมเป็นทาสของฟาโรห์.”
ยนซ.
47:26 โยเซฟได้ตั้งบทบัญญัติเกี่ยวกับที่ดินในดินแดนอียิปต์ตราบเท่าถึงทุกวันนี้ คือให้แบ่งสิ่งของทั้งปวงเป็นห้าส่วน ส่วนหนึ่งเป็นของฟาโรห์ กเว้นไว้แต่ที่ดินของปุโรหิตไม่เป็นของฟาโรห์.
ยนซ.
47:27 ฝ่ายพวกอิสราเอลได้อาศัยอยู่ในอียิปต์ ที่ดินแดนกโฆเซ็น เขาได้รับทรัพย์สมบัติและเกิดทวีมากขึ้นที่นั่น.
(4) ค่อยๆ สุกงอม
ข. การสำแดงออกของการสุกงอม
(ง) อวยพรแก่ผู้คนทุกเวลา
ข. การสำแดงออกของการสุกงอม
(ง) อวยพรแก่ผู้คนทุกเวลา
b. อวยพรแก่โยเซฟ
47:28 — 48:22
47:28 — 48:22
ยนซ.
47:28 ยาโคบได้อาศัยอยู่ในดินแดนอียิปต์สิบเจ็ดปี. รวมกอายุยาโคบได้หนึ่งร้อยสี่สิบเจ็ดปี.
ยนซ.
47:29 อิสราเอลเมื่อใกล้จะสิ้นชีพจึงเรียกโยเซฟบุตรมาสั่งว่า “ถ้าเราได้รับความเมตตาต่อสายตาพวกเจ้า ขอจงวางมือของเจ้า1กใต้โคนขาของเรา และจงปฏิญาณโดยความเอ็นดูและความสัตย์จริง. คืออย่าฝังศพของเราไว้ในอียิปต์เลย
ยนซ.
47:30 แต่เมื่อเราจะ1ล่วงหลับไปอยู่กับกบรรพบุรุษ จงนำเราออกจากอียิปต์ไปฝังไว้ที่ฝังศพบรรพบุรุษของเราเถิด” โยเซฟก็สัญญาว่า “ข้าพเจ้าจะกระทำตามคำสั่งของท่าน.”
ยนซ.
47:31 อิสราเอลจึงพูดว่า “จงสาบานต่อเราด้วย” โยเซฟก็สาบานต่อบิดา. แล้วอิสราเอลก็ก้มลงกนมัสการที่1บนขหัวเตียงนั้น.
คำอธิบาย เยเนซิศ บทที่ 47
ยนซ.
47:1 ก ยนซ.46:31
ยนซ.
47:3 ก ยนซ.46:33
ยนซ.
47:3 ข ยนซ.46:32, 34
ยนซ.
47:4 ก พบญ.26:5
ยนซ.
47:6 ก ยนซ.45:18
ยนซ.
47:7 ก ยนซ.14:19
ยนซ.
47:7 1ก การปรากฏที่หนักแน่นที่สุดแห่งการสุกงอมในชีวิตของยาโคบคือเขาได้อวยพรแก่ทุกคน ซึ่งครอบคลุมถึงฟาโรห์ (ข้อ 7, 10)} หลานสองคนของยาโคบ (ข้อ 48)} และบุตรสิบสองคนของตนด้วย (49:1–28). มือที่ฉกชิงได้กลายเป็นมือที่อวยพร (48:14–16). การสุกงอมในชีวิตเป็นเรื่องการถูกเติมเต็มด้วยพระเจ้าผู้เป็นชีวิต. ส่วนพระพรคือการหลั่งไหลชีวิตและการหลั่งไหลพระเจ้าโดยการสุกงอมในชีวิต. การอวยพรแก่ผู้อื่นก็คือนำเขาเข้าสู่การสถิตอยู่ขององค์พระผู้เป็นเจ้า และนำพระเจ้าเข้าสู่เขาเป็นพระคุณ, ความรัก, และการสามัคคีธรรม เพื่อเขาจะได้รับสุขพระเจ้าตรีเอกภาพ — พระบิดา, พระบุตร, และพระวิญญาณ (14:18–19; อฤธ.6:23–27; 2กธ.13:14). การที่ยาโคบอวยพรแก่ฟาโรห์นั้นชี้แจงว่าเขาใหญ่กว่าฟาโรห์ (ฮร.7:7).
ยนซ.
47:8 1 แปลตามตรง วันแห่งปีทั้งหลาย
ยนซ.
47:9 ก ยนซ.17:8
ยนซ.
47:9 ข ยนซ.25:7; 47:28
ยนซ.
47:9 ค โยบ 14:1; บพส.39:5; ยก.4:14
ยนซ.
47:12 ก ยนซ.45:11; 50:21
ยนซ.
47:14 1 เนื่องจากโยเซฟได้ทนทุกข์และปฏิเสธตัวเอง เขาจึงได้รับความอุดมสมบูรณ์แห่งการหล่อเลี้ยงของชีวิต. อาหารทั้งหมดของอียิปต์ล้วนอยู่ในมือของโยเซฟ. เพื่อที่จะได้รับอาหารจากโยเซฟ พลไพร่จำต้องจ่ายราคาสี่อย่าง: เงินของเขา, ปศุสัตว์ของเขา, ที่ดินของเขา, และตัวของเขาเอง (14–23). เงินเป็นตัวแทนของความสะดวกสบาย, ปศุสัตว์เป็นเครื่องหมายเล็งถึงสื่อกลางของการดำเนินชีวิต, และที่ดินเป็นตัวแทนของทรัพยากร. ถ้าเราจะได้รับการหล่อเลี้ยงแห่งชีวิตจากองค์พระผู้เป็นเจ้า เราก็จำต้องนำความสะดวกสบายของเรา, สื่อกลางแห่งการดำรงชีวิตของเรา, และทรัพยากรของเราไปถวายแด่พระองค์. เราถวายแด่พระองค์ยิ่งมาก การหล่อเลี้ยงแห่งชีวิตที่เราได้จากพระองค์ก็ยิ่งมาก. ในที่สุด เพื่อที่จะได้รับส่วนที่ดีที่สุดจากองค์พระผู้เป็นเจ้า ซึ่งครอบคลุมถึงอาหารที่มีไว้เพื่อความอิ่มหนำและเมล็ดพันธุ์ที่มีไว้เพื่อการแพร่พันธุ์ (ข้อ 23) เราจำต้องนำตัวเราเองและทุกส่วนของเราถวายแด่พระองค์.
สุดท้ายในอียิปต์มีเจ้าของที่ดินเพียงคนเดียวและทุกคนล้วนกลายเป็นผู้รับสุขในระดับเดียวกัน. นี่เป็นแบบเล็งของอาณาจักรพันปี. ณ ที่นั่นแผ่นดินและความบริบูรณ์ที่เติมเต็มอยู่ในนั้นล้วนเป็นกรรมสิทธิ์ของพระคริสต์ (บพส.24:1; ดนอ.7:13–14). ชนนานาประเทศบนแผ่นดินโลกจะรับสุขความอุดมสมบูรณ์ของพระคริสต์.
สุดท้ายในอียิปต์มีเจ้าของที่ดินเพียงคนเดียวและทุกคนล้วนกลายเป็นผู้รับสุขในระดับเดียวกัน. นี่เป็นแบบเล็งของอาณาจักรพันปี. ณ ที่นั่นแผ่นดินและความบริบูรณ์ที่เติมเต็มอยู่ในนั้นล้วนเป็นกรรมสิทธิ์ของพระคริสต์ (บพส.24:1; ดนอ.7:13–14). ชนนานาประเทศบนแผ่นดินโลกจะรับสุขความอุดมสมบูรณ์ของพระคริสต์.
ยนซ.
47:14 ก ยนซ.41:56–57
ยนซ.
47:17 1 แปลตามตรงคือ นำพา (อย่างคนเลี้ยงแกะ).
ยนซ.
47:19 1 แปลตามตรงคือ รับใช้ฟาโรห์.
ยนซ.
47:24 ก ยนซ.41:34
ยนซ.
47:26 ก ยนซ.47:22
ยนซ.
47:27 ก ยนซ.45:10
ยนซ.
47:28 ก ยนซ.47:9
ยนซ.
47:29 ก ยนซ.24:2
ยนซ.
47:29 1ก การวางมือไว้ใต้โคนขานั้นหมายถึงการปฏิญาณ. ใน 32:25 พระเจ้าได้แตะต้องโคนขาของยาโคบ (ดูคำอธิบาย 2 ของข้อนั้น). หลังจากประสบการณ์ครั้งนั้นยาโคบจึงขาเขยก แต่ก็ยังเดินได้ (32:31). แต่ว่าขณะที่ยาโคบกำลังจะจากโลกนี้ไป เขาไม่สามารถทำอะไรเพื่อตนเองได้อีกแล้ว ได้แต่นอนบนเตียง. กำลังธรรมชาติของเขาถูกสิ้นสุดอย่างสิ้นเชิง เขาได้แต่เชื่อพึ่งพระคุณของพระเจ้า (ซึ่งมีโยเซฟผู้เป็นแบบเล็งของพระคริสต์เป็นตัวแทน) ในที่สุดการที่ยาโคบสามารถถูกนำเข้าสู่แผ่นดินงามเป็นการรับมรดกที่เที่ยงแท้ของเขาก็ไม่ใช่โดยกำลังของเขา แต่โดยมือของโยเซฟ (50:5–13). ทำนองเดียวกัน การที่เราสามารถรับพระสัญญาของพระเจ้าเป็นมรดกนั้น ก็ไม่ใช่โดยกำลังของเรา แต่โดยพระคุณของพระคริสต์ (เทียบ 2กธ.12:9).
ยนซ.
47:30 1 ยาโคบเห็นว่าการตายเหมือนกับการนอนหลับ ซึ่งชี้แจงว่า เขาเชื่อในการเป็นขึ้น (1ธซ.4:13–16). เขากำชับโยเซฟว่าอย่าฝังเขาไว้ในอียิปต์ (ข้อ 29) แต่ให้ฝังไว้ในแผ่นดินงาม ณ ถ้ำมักเพลาซึ่งเป็นที่ฝังบรรพบุรุษของเขา (49:29–32). นี่บ่งชี้ว่าเขาตายในความเชื่อ. เขาเชื่อว่าในวันแห่งการเป็นขึ้นนั้น เขาจะฟื้นขึ้นมาอีกและรับแผ่นดินงามเป็นมรดกตามพระสัญญาของพระเจ้า (28:13; 35:12).
ยนซ.
47:30 ก ยนซ.49:29
ยนซ.
47:31 ก ฮร.11:21
ยนซ.
47:31 1 ฉบับเซ็บทัวจินท์ (Septuagint) แปลว่า ค้ำหัวไม้เท้าของเขา (เทียบ ฮร.11:21; ดู ฮร.11:21 คำอธิบาย 1).
ยนซ.
47:31 ข ยนซ.48:2; 1พกษ.1:47