เยเนซิศ บทที่ 42
(4) ค่อยๆ สุกงอม
ก. ขั้นตอนในการสุกงอม — การจัดการในระยะสุดท้าย
ก. ขั้นตอนในการสุกงอม — การจัดการในระยะสุดท้าย
(ข) ถูกจู่โจมด้วยการกันดารอาหาร ถูกบีบบังคับให้ส่งบุตรทั้งหลายไปซื้อธัญญาหารที่อียิปต์
42:1–5
42:1–5
ยนซ.
42:1 เมื่อยาโคบเห็นว่ามีข้าวอยู่ในอียิปต์ จึงพูดกับพวกลูกชายของตนว่า “มองดูกันและกันอยู่ทำไมเล่า?
ยนซ.
42:2 ยาโคบพูดต่อไปว่า “เราได้ยินว่ามีข้าวในอียิปต์ 1พวกเจ้าจงกลงไปที่นั่นไปซื้อข้าวจากที่นั่นมาให้พวกเรา เพื่อเราจะได้มีชีวิตดำรงอยู่ต่อไปและไม่ขตาย.”
ยนซ.
42:3 1พวกพี่ชายของโยเซฟสิบคนนั้นก็ลงไปซื้อข้าวที่อียิปต์.
ยนซ.
42:4 แต่กเบ็นยามินน้องชายโยเซฟนั้นยาโคบไม่ให้ไปกับพวกพี่ชาย เพราะยาโคบกล่าวว่า เกรงว่าเขาจะขถูกทำร้าย.
ยนซ.
42:5 และพวกบุตรของอิสราเอลก็ไปด้วยกันกับคนทั้งปวงที่ไปซื้อข้าว เพราะเกิดกกันดารอาหารทั่วดินแดนคะนาอัน.
(5) ในด้านการครองอำนาจแห่งผู้สุกงอม (อิสราเอล) ซึ่งเห็นได้ในตัวโยเซฟ(ต่อ)
ฎ. ถูกจำได้โดยบุตรทั้งหลายของอิสราเอล
42:6–28;43:15—45:24
42:6–28;43:15—45:24
(ก) ปฏิบัติต่อพวกพี่ชายด้วยสติปัญญาสำแดงความรักต่อพวกเขา
42:6–28
42:6–28
ยนซ.
42:6 ในเวลานั้นโยเซฟเป็นผู้กปกครองแผ่นดิน ท่านเป็นผู้ขายข้าวแก่ประชาชนทั้งหลายในดินแดนนั้น. พวกพี่ชายของโยเซฟก็มาขก้มกราบลงถึงดินต่อท่าน.
ยนซ.
42:7 เมื่อโยเซฟได้เห็นพี่ชายของตนก็จำได้ แต่ทำเป็นไม่รู้จัก และพูดจากห้าวต่อพวกเขา ถามเขาว่า “พวกเจ้ามาแต่ไหน?” เขาตอบว่า “มาแต่ดินแดนคะนาอัน เพื่อจะซื้ออาหาร.”
ยนซ.
42:8 ส่วนโยเซฟจำพวกพี่ชายได้ แต่พวกพี่ชายจำท่านไม่ได้.
ยนซ.
42:9 โยเซฟได้ระลึกถึงกความฝันทั้งสองอย่างที่เกี่ยวกับพวกเขาแต่ก่อนนั้น จึง1พูดกับพวกเขาว่า “พวกเจ้าเป็นขสายลับมาสอดแนมดู2สภาพจริงของดินแดนนี้.”
ยนซ.
42:10 เขาเหล่านั้นพูดกับเขาว่า “นายเจ้าข้า มิใช่อย่างนั้น ทาสทั้งหลายของท่านมาซื้ออาหาร.
ยนซ.
42:11 ข้าพเจ้าทั้งหลายเป็นบุตรร่วมบิดาเดียวกัน. เป็นคนซื่อสัตย์ ทาสของท่านไม่เคยเป็นสายลับเลย.”
ยนซ.
42:12 โยเซฟพูดกับเขาอีกว่า “ไม่ใช่เช่นนั้นพวกเจ้าทั้งหลายมาสอดแนมดูสภาพจริงในดินแดนนี้แน่.”
ยนซ.
42:13 พวกเขาพูดว่า “ข้าพเจ้าทั้งหลายผู้เป็นทาสของท่านมีพี่น้องสิบสองคนเป็นบุตรร่วมบิดาเดียวกัน อยู่ในดินแดนคะนาอัน บัดนี้น้องสุดท้องนั้นยังอยู่กับบิดา แต่น้องอีกคนหนึ่ง1กเสียชีวิตแล้ว.”
ยนซ.
42:14 โยเซฟพูดกับพวกเขาอีกว่า “เห็นจะถูกเหมือนเราว่าแก่เจ้าแล้วว่าพวกเจ้าเป็นสายลับ.
ยนซ.
42:15 เราจะทดสอบพวกเจ้าดังนี้โดยสาบานด้วยพระชนม์ของฟาโรห์ว่า พวกเจ้าจะไปจากที่นี่ไม่ได้เว้นแต่จะพากน้องสุดท้องมาก่อน.
ยนซ.
42:16 จงให้คนหนึ่งในพวกเจ้าไปพาน้องมา เราจะจำเจ้าทั้งหลายไว้ในคุก เพื่อจะทดสอบดูว่าถ้อยคำของเจ้าจริงหรือไม่. มิฉะนั้น ฟาโรห์ทรงพระชนม์อยู่แน่ฉันใด พวกเจ้าก็ต้องเป็นสายลับแน่ฉันนั้น"
ยนซ.
42:17 โยเซฟก็ขังพี่ชายทั้งปวงไว้ใน1คุกสามวัน.
ยนซ.
42:18 ในวันที่สามโยเซฟจึงบอกเขาว่า “จงทำดังนี้ ก็จะได้มีชีวิตรอด ด้วยเราเกรงกลัวพระเจ้า.
ยนซ.
42:19 ถ้าแม้นเจ้าทั้งหลายเป็นกคนซื่อสัตย์ จงให้คนหนึ่งในพวกเจ้าจำอยู่ในคุก นอกจากนั้นจงนำข้าวกลับไปเพื่อช่วยครอบครัวของเจ้าที่กันดารอาหาร.
ยนซ.
42:20 แล้วให้พาน้องสุดท้องมาหาเราที่นี่ ดังนั้นจึงจะเป็นการพิสูจน์ถึงถ้อยคำของพวกเจ้า พวกเจ้าก็จะไม่ตาย” พวกเขาก็ยอมทำดังนั้น.
ยนซ.
42:21 พวกเขาจึงพูดกันว่า “เรามีกความผิดต่อน้องอย่างแท้จริง เพราะเราได้เห็นความทุกข์ยากแห่งจิตของน้อง เมื่อเขาอ้อนวอนแต่เรามิได้ฟัง เหตุฉะนั้นความทุกข์ยากครั้งนี้จึงเกิดแก่เรา.”
ยนซ.
42:22 ฝ่ายรูเบ็นตอบน้องทั้งหลายว่า “ข้าได้บอกพวกเจ้าว่าอย่ากทำบาปด้วยการทำร้ายเด็กนั้น แต่เจ้าทั้งหลายไม่ฟังมิใช่หรือ? เหตุฉะนี้ขโลหิตของน้องนั้นจึงเรียกร้องจากเรา.”
ยนซ.
42:23 พวกเขาไม่รู้ว่าโยเซฟฟังออก เพราะว่าเมื่อพูดกันมีคนเป็นล่าม.
ยนซ.
42:24 โยเซฟก็หันหน้าออกไปจากเขาแล้วกร้องไห้. แล้วกลับเข้ามาพูดกับเขาอีก. ท่านจึงนำ1ซิมโอนออกมาจากท่ามกลางเขาแล้วมัดไว้ต่อหน้าเขา.
ยนซ.
42:25 โยเซฟจึงสั่งให้กใส่ข้าวในกระสอบของพี่ชายให้เต็ม และเงินที่นำมาซื้อข้าวนั้นให้ใส่ไว้ในกระสอบทุกคนด้วย. และให้อาหารไปกินระหว่างทาง คนใช้ก็กระทำดังนั้น.
ยนซ.
42:26 เมื่อเขาบรรทุกข้าวบนหลังลาเสร็จแล้ว ก็ไปจากที่นั่น.
ยนซ.
42:27 ครั้นมาถึงที่หยุดพัก คนหนึ่งได้เปิดกระสอบออกจะเอาข้าวให้ลากิน ก็เห็นเงินอยู่ในปากกกระสอบนั้น
ยนซ.
42:28 เขาจึงบอกแก่พี่น้องทั้งหลายว่า “ดูเถิด เงินของฉันกลับคืนมาอยู่ในปากกระสอบของฉันนี้” พี่น้องทั้งหลายพากันตกใจนักจนตัวสั่น จึงพูดต่อกันและกันว่า “พระเจ้าได้ทรงทำอะไรอย่างนี้แก่เราเล่า?”
(4) ค่อยๆ สุกงอม
ก. ขั้นตอนในการสุกงอม — การจัดการในระยะสุดท้าย
ก. ขั้นตอนในการสุกงอม — การจัดการในระยะสุดท้าย
(ค) ซิมโอนผู้เป็นบุตรคนรองได้ถูกกักตัวอยู่ที่อียิปต์
42:29–38
42:29–38
ยนซ.
42:29 เมื่อเขากลับมาถึงที่ของยาโคบผู้เป็นบิดาในดินแดนคะนาอัน ก็เล่าความทั้งหมดที่เกิดขึ้นแก่พวกเขานั้นให้บิดาฟังว่า
ยนซ.
42:30 “ท่านผู้เป็นเจ้านายในดินแดนนั้นพูดจากห้าวกับพวกฉันหาว่าพวกฉันเป็นสายลับไปสอดแนมดูดินแดนนั้น.
ยนซ.
42:31 พวกฉันพูดกับเขาว่า ข้าพเจ้าทั้งหลายเป็นคนซื่อสัตย์ หาได้เป็นกสายลับไม่.
ยนซ.
42:32 ข้าพเจ้าทั้งหลายเป็นบุตรร่วมบิดาเดียวกัน มีพี่น้องสิบสองคน แต่มีคนหนึ่งกเสียชีวิตแล้ว บัดนี้น้องสุดท้องยังอยู่กับบิดาในดินแดนคะนาอัน.
ยนซ.
42:33 ท่านผู้เป็นเจ้านายในดินแดนนั้นตอบว่า ทำอย่างนี้เราจึงจะรู้ว่าพวกเจ้าเป็นกคนซื่อสัตย์ คือจงให้คนหนึ่งในพวกพี่น้องอยู่กับเรา แล้วเจ้าทั้งหลายจงนำข้าวกลับไปช่วยบ้านของเจ้าที่กันดารอาหาร.
ยนซ.
42:34 แล้วพากน้องสุดท้องมาหาเราที่นี่ เราจึงจะรู้ว่าพวกท่านมิได้เป็นสายลับ แต่เป็นคนซื่อสัตย์ เราจึงจะปล่อยพี่น้องของเจ้าไป แล้วพวกเจ้าจะได้ทำขการค้าขายในดินแดนนี้.”
ยนซ.
42:35 ครั้นเขาทั้งหลายเทกระสอบข้าวออกก็เห็นห่อเงินอยู่ในกกระสอบของทุกๆ คน ขณะที่เขาทั้งหลายกับบิดาเห็นห่อเงินนั้นเขาก็ตกใจกลัว.
ยนซ.
42:36 ฝ่ายยาโคบบิดาจึงพูดว่า “พวกเจ้าทำให้เรากสูญเสียลูกของเรา โยเซฟก็เสียไปแล้ว และซิมโอนก็ต้องเสียไป เจ้าจะเอาเบ็นยามินไปเสียอีก ทั้งหมดนี้ล้วนได้ประดังมาที่ตัวพ่อ.”
ยนซ.
42:37 รูเบ็นจึงบอกบิดาว่า “ถ้าข้าพเจ้าไม่พาเบ็นยามินมาให้ท่านแล้ว ท่านจงเอาบุตรชายทั้งสองคนของข้าพเจ้าฆ่าเสีย. จงมอบเบ็นยามินไว้ในมือข้าพเจ้าเถิด ข้าพเจ้าจะนำกลับมาหาท่านอีก.”
ยนซ.
42:38 ยาโคบบอกว่า “เราไม่ยอมให้เบ็นยามินไปกับเจ้า เพราะพี่ชายก็ตายเสียแล้ว เหลืออยู่แต่เบ็นยามินคนนี้. ถ้าเกิดกภัยอันตรายแก่เขาในทางที่เจ้าจะไปนั้น เจ้าก็จะทำให้เราผู้มีผมหงอกลงสู่แดนมรณาอย่างขเศร้าสลด.
คำอธิบาย เยเนซิศ บทที่ 42
ยนซ.
42:2 1 พระเจ้าทรงใช้การกันดารอาหารและการที่ยาโคบส่งพวกบุตรไปยังอียิปต์นั้นมาจัดการยาโคบ เพื่อให้เขาได้สุกงอมในชีวิต. ในระหว่างที่ยาโคบเฝ้ารอคอยพวกบุตรชายกลับมาอย่างช้านาน สิ่งทั้งปวงที่ครอบครองตัวเขาแต่เดิมนั้นล้วนถูกเทออกให้ว่างเปล่าอย่างสิ้นเชิง (ข้อ 36; 43:13–14) เมื่อเป็นเช่นนี้พระเจ้าจึงสามารถนำองค์ประกอบแห่งชีวิตอันศักดิ์สิทธิ์ไปเติมเต็มยาโคบได้ (ดู 45:26 คำอธิบาย 1).
ยนซ.
42:2 ก กจ.7:12
ยนซ.
42:2 ข ยนซ.43:8
ยนซ.
42:3 1 บทบันทึกเกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างโยเซฟกับพวกพี่น้องของเขาในบทที่ 42—45 นั้น เป็นรูปภาพที่บรรยายถึงความสัมพันธ์ระหว่างพระคริสต์และชนชาติอิสราเอลอย่างละเอียดถี่ถ้วน (1) เหมือนดังที่พวกพี่น้องของโยเซฟต้องถูกบีบบังคับให้หันสู่เขาเพื่อจะได้อาหาร (ข้อ 1–5; 43:1–15) บุตรหลานของชนชาติอิสราเอลก็ต้องถูกบีบบังคับให้หันสู่พระคริสต์เพื่อจะได้รักษาไว้ซึ่งการดำรงอยู่ของเขาเช่นกัน (ซคย.12:10; รม.11:26). (2) เหมือนดังที่พวกพี่น้องของโยเซฟจำเขาไม่ได้ (8, 28; 43:32–34; 44:14–34) วันนี้พลไพร่อิสราเอลก็ไม่รู้ว่าพระคริสต์เป็นผู้ใดเช่นกัน. (3) เหมือนดังที่โยเซฟได้ทดสอบและตีสอนพวกพี่น้องของเขาหลังจากพวกพี่น้องถูกบีบบังคับให้หันสู่เขา (15–24; 44:1–13) พระคริสต์ก็จะทดสอบและตีสอนพลไพร่อิสราเอลขณะที่พวกเขาอยู่ในขั้นตอนที่หันสู่พระองค์เช่นกัน (ซคย.13:8–9). (4) ขณะที่โยเซฟตีสอนพวกพี่น้องของเขานั้น เขาก็รักพวกพี่น้องและดูแลพวกเขาอย่างเร้นลับ (25; 43:16, 25–34) ทำนองเดียวกันในยุคสุดปลายพระคริสต์ก็จะสำแดงความรักที่พระองค์ทรงมีต่อชนชาติอิสราเอลและหล่อเลี้ยงความต้องการของเขาอย่างเร้นลับ (เทียบ วว.7:2–8). (5) เหมือนดังที่ในที่สุดโยเซฟได้ทำความรู้จักกับพวกพี่น้องของเขาที่โง่เขลา (45:1–4, 14–16) พระคริสต์ก็จะทรงยอมรับชนชาติอิสราเอลที่โง่เขลาเช่นกัน (รม.11:26). (6) เหมือนดังที่ในที่สุดพวกพี่น้องของโยเซฟได้รู้จักเขา (45:15) ในที่สุดชนชาติอิสราเอลก็จะรู้จักพระคริสต์เช่นกัน (ซคย.12:10). (7) เหมือนดังที่โยเซฟได้เปิดเผยตัวเขาเองต่อพวกพี่น้องของเขาในการถูกยกชูและในสง่าราศีของเขา (45:8, 13) พระคริสต์ก็จะทรงเปิดเผยตัวพระองค์เองต่อพลไพร่อิสราเอลที่เหลือไว้ในการถูกยกชูและในสง่าราศีของพระองค์ (มคา.5:3–4; มธ.24:30). (8) พวกพี่น้องของโยเซฟมีส่วนในการรับสุขการครองอำนาจของโยเซฟในฐานะที่เป็นพยานของพระเจ้าที่อยู่บนแผ่นดินโลก พวกเขาได้รับการดูแลจากโยเซฟเป็นพิเศษ (45:16–24; 47:11–12; 50:21) ทำนองเดียวกันในอาณาจักรพันปี อิสราเอลจะมีส่วนในการรับสุขการครองอำนาจด้วยกันกับพระคริสต์ในฐานะที่เป็นพยานของพระเจ้าท่ามกลางนานาประเทศอิสราเอลจะได้รับการดูแลที่พิเศษจากพระคริสต์ (ยซย.2:2–3; 61:6; ซคย.8:23; 14:16–19).
ยนซ.
42:4 ก ยนซ.35:18
ยนซ.
42:4 ข ยนซ.42:38
ยนซ.
42:5 ก กจ.7:11
ยนซ.
42:6 ก ยนซ.41:41
ยนซ.
42:6 ข ยนซ.37:7, 9–10
ยนซ.
42:7 ก ยนซ.42:30
ยนซ.
42:9 ก ยนซ.37:5, 9
ยนซ.
42:9 1 บทบันทึกแห่งชีวิตของโยเซฟเป็นการเปิดเผยถึงการปกครองแห่งพระวิญญาณนั้น เพราะว่าการปกครองแห่งพระวิญญาณนั้นเป็นด้านของการครองอำนาจของวิสุทธิชนที่สุกงอม. แม้เขาเต็มไปด้วยความรู้สึกกับอารมณ์ฝ่ายมนุษย์ต่อพวกพี่น้องของเขา (24; 43:30–31; 45:1–2) แต่เขากลับรักษาตัวเขาเองพร้อมด้วยความรู้สึกทั้งหมดของเขาไว้อยู่ภายใต้การปกครองแห่งพระวิญญาณนั้น. เขาปฏิบัติต่อพวกพี่น้องของเขาด้วยความกระจ่างแจ้ง สติปัญญา และการวินิจฉัยแยกแยะ และอบรมเขาตามความต้องการของเขา เพื่อสำเร็จและก่อสร้างเขาขึ้นมาเป็นพลไพร่แห่งกลุ่มชนที่ดำเนินชีวิตร่วมกันจนกลายเป็นพยานของพระเจ้าที่อยู่บนแผ่นดินโลก (เทียบ 45:24). โยเซฟเป็นคนที่ปฏิเสธตนเอง และนำตนเองไปวางอยู่ภายใต้การนำพาแห่งอำนาจสิทธิ์ขาดของพระเจ้าอย่างเด็ดขาด การประพฤติปฏิบัติตัวของเขาล้วนมีไว้เพื่อผลประโยชน์ของพระเจ้าและพลไพร่ของพระองค์อย่างสิ้นเชิง. การดำเนินชีวิตของโยเซฟที่อยู่ภายใต้การจำกัดของพระเจ้านั้น เป็นรูปภาพที่บรรยายถึงการดำเนินชีวิตมนุษย์ของพระเยซู (ยฮ.5:19, 30ข; 7:16, 18; 14:10) ซึ่งสำแดงถึงความสุกงอมและความครบสมบูรณ์แห่งชีวิตอันศักดิ์สิทธิ์และจะนำอาณาจักรของพระเจ้าเข้ามา.
ยนซ.
42:9 ข ยนซ.42:30
ยนซ.
42:9 2 แปลตามตรงคือ ความเปลือยเปล่า ข้อ 12 ก็เช่นเดียวกัน.
ยนซ.
42:13 ก ยนซ.37:30; 42:32
ยนซ.
42:13 1ก แปลตามตรงคือ ไม่มีแล้ว.
ยนซ.
42:15 ก ยนซ.42:34; 43:3; 44:23
ยนซ.
42:17 1 การกระทำเช่นนี้ก็เพื่อสัมผัสมโนธรรมของเขาทำให้เขาสำนึกความบาปของตนในการเกลียดชังและขายโยเซฟ (ข้อ 21–22).
ยนซ.
42:19 ก ยนซ.42:33–34
ยนซ.
42:21 ก เทียบ ยนซ.37:23–28
ยนซ.
42:22 ก ยนซ.37:21
ยนซ.
42:22 ข เทียบ ยนซ.9:5–6; ลก.11:50–51
ยนซ.
42:24 ก ยนซ.43:30
ยนซ.
42:24 1 อาจจะเป็นเพราะว่าซิมโอนเป็นผู้นำหน้าที่มุ่งหมายจะฆ่าโยเซฟ (เทียบ 49:5–7).
ยนซ.
42:25 ก ยนซ.44:1
ยนซ.
42:27 ก ยนซ.42:35; 43:21
ยนซ.
42:30 ก ยนซ.42:7
ยนซ.
42:31 ก ยนซ.42:9
ยนซ.
42:32 ก ยนซ.42:13
ยนซ.
42:33 ก ยนซ.42:19
ยนซ.
42:34 ก ยนซ.42:15, 20
ยนซ.
42:34 ข ยนซ.34:10, 21
ยนซ.
42:35 ก ยนซ.42:27; 43:21
ยนซ.
42:36 ก ยนซ.43:14
ยนซ.
42:38 ก ยนซ.42:4; 44:29
ยนซ.
42:38 ข ยนซ.37:35; 44:29, 31