เยเนซิศ บทที่ 35
3. ในด้านที่สาม — ประสบการณ์ของยาโคบ (ต่อ)
(3) ได้รับการเปลี่ยนแปลง
35:1–29
(3) ได้รับการเปลี่ยนแปลง
35:1–29
ก. ได้รับการเตือนสติที่เบ็ธเอล
ข้อ 1–15
ข้อ 1–15
ยนซ.
35:1 พระเจ้าตรัสแก่ยาโคบว่า “จงลุกขึ้นไปที่1กเบ็ธเอลและอาศัยอยู่ที่นั่น ให้ก่อขแท่นบูชาแด่พระเจ้าผู้สำแดงพระองค์แก่เจ้า เมื่อเจ้าได้คหนีไปจากเอซาวพี่ชายของเจ้า”
ยนซ.
35:2 ครั้งนั้นยาโคบได้พูดกับคนในครอบครัวและคนทั้งปวงที่อยู่กับท่านว่า “จง1ทิ้งรูปพระของชาวต่างชาติของเจ้าเสียให้หมด ชำระตัวและ1เปลี่ยนเครื่องนุ่งห่มเสีย
ยนซ.
35:3 และให้เราทั้งหลายลุกขึ้นไปยังเบ็ธเอล ที่นั่นเราจะก่อแท่นบูชาแด่พระเจ้าผู้ทรงกสดับตอบเราในวันที่เรามีความทุกข์ลำบาก และขอยู่กับเราในทางที่เราจะไปนั้น”
ยนซ.
35:4 เขาได้เอารูปพระของชาวต่างชาติทั้งหมดที่มีอยู่กับมือของเขาและ1ตุ้มหูที่อยู่ที่หูมาให้ยาโคบ ยาโคบก็ฝังไว้ใต้ต้นโอ๊กที่อยู่ใกล้เซเค็ม
ยนซ.
35:5 เขาทั้งหลายก็เดินทางไป และเมืองต่างๆ ที่อยู่รอบข้างมิได้ไล่ตามบุตรชายทั้งหลายของยาโคบไป เพราะพระเจ้าทำให้เขากหวาดกลัว.
ยนซ.
35:6 ยาโคบกับบรรดาคนที่อยู่กับเขาได้มาถึงลูศ ซึ่งก็คือกเบ็ธเอล ในดินแดนคะนาอัน.
ยนซ.
35:7 ที่นั่นยาโคบได้ก่อ1กแท่นบูชาไว้ และเรียกสถานที่นั้นว่า2เอลเบ็ธเอล เหตุว่าที่นั่นพระเจ้าได้ทรงสำแดงพระองค์แก่ยาโคบเมื่อครั้งหนีเอซาวขพี่ชายไป.
ยนซ.
35:8 ฝ่ายกดะโบราพี่เลี้ยงของนางริบะคาก็ถึงแก่ความตาย และเขาได้ฝังศพไว้ใต้ต้นโอ๊กซึ่งอยู่ทางใต้ของเบ็ธเอล และเขาได้เรียกชื่อต้นไม้นั้นว่า1อัลโลนบาคูท.
ยนซ.
35:9 เมื่อยาโคบมาจากพาดันอารัม พระเจ้าก็สำแดงพระองค์แก่ยาโคบอีก และทรงอวยพรเขา.
ยนซ.
35:10 ตรัสแก่เขาว่า “เจ้ามีชื่อว่ายาโคบ เขาจะกไม่เรียกเจ้าว่ายาโคบอีกต่อไป แต่จะเรียกว่า1ขอิสราเอล” ดังนั้นพระองค์จึงได้ตั้งชื่อให้เขาว่าอิสราเอล.
ยนซ.
35:11 พระเจ้าตรัสแก่เขาว่า “เราเป็น1กพระเจ้าผู้พรั่งพร้อมสมบูรณ์ทุกสิ่ง จงขเกิดผู้คนทวีมากขึ้น จะมี2คประเทศหนึ่ง3และประชาชาติมากมายเกิดมาจากเจ้าและกษัตริย์หลายองค์จะออกมาจากบั้นเอวของเจ้า.
ยนซ.
35:12 และดินแดนนี้ที่เราให้แก่อับราฮามและยิศฮาค เราจะให้แก่เจ้า และเราจะให้แก่กเชื้อสายของเจ้าที่จะมาภายหลังเจ้า.”
ยนซ.
35:13 พระเจ้าเสด็จขึ้นไปจากที่ๆ ซึ่งพระองค์ได้ตรัสแก่ยาโคบนั้น.
ยนซ.
35:14 ยาโคบก็ปัก1เสาไว้ในที่ซึ่งพระองค์ได้ตรัสแก่เขาซึ่งเป็นกเสาหิน เขาก็เอา2เครื่องบูชาดื่มและน้ำมันเทลงบนเสานั้น.
ยนซ.
35:15 ยาโคบได้ตั้งชื่อสถานที่ซึ่งพระเจ้าได้ตรัสแก่เขานั้นว่ากเบ็ธเอล.
ข. ได้รับการจัดการที่ลึกซึ้งและเป็นส่วนตัวยิ่งขึ้น
ข้อ 16–26
ข้อ 16–26
(ก) การตายของนางราเฮ็ล
ข้อ 16–20
ข้อ 16–20
ยนซ.
35:16 เขาทั้งหลายเดินทางจากเบ็ธเอลนั้น. มาใกล้จะถึงบ้านเอ็ฟราธาเมื่อนางราเฮ็ลจะให้กำเนิดบุตรก็ทนเจ็บลำบาก.
ยนซ.
35:17 ขณะที่เธอทนเจ็บลำบากที่สุด หญิงผดุงครรภ์บอกว่า “อย่ากลัวเลย ท่านจะได้กบุตรชายคนหนึ่ง.”
ยนซ.
35:18 เมื่อใกล้จะ1ตายคือจิตจะแยกจากไป นางได้ตั้งชื่อบุตรนั้นว่า2เบ็นโอนี แต่บิดาได้เรียกว่า3กเบ็นยามิน.
ยนซ.
35:19 นางราเฮ็ลกตายแล้วเขาก็ฝังศพไว้ริมทางจะไปบ้านเอ็ฟราธา ซึ่งก็คือขเบ็ธเลเฮม.
ยนซ.
35:20 ยาโคบก็เอา1เสาหินปักไว้ตรงที่ฝังศพนั้น ซึ่งเป็นกเสาหิน ณ ที่ฝังศพนางราเฮ็ลอยู่จนทุกวันนี้.
(ข) อนุภรรยาของยาโคบถูกทำให้มีราคี สิทธิบุตรหัวปีจึงได้หันเปลี่ยนไป
ข้อ 21–26
ข้อ 21–26
ยนซ.
35:21 1อิสราเอลก็เดินทางต่อไปอีก ได้ตั้งกกระโจมอยู่เลยหอคอยชื่อเอเดระ.
ยนซ.
35:22 อยู่มาเมื่ออิสราเอลอาศัยที่ดินแดนนั้น รูเบ็นได้ไป1กร่วมหลับนอนกับนางบีละฮาภรรยาน้อยของบิดา และอิสราเอลก็รู้เรื่องนั้น. ฝ่ายยาโคบมีบุตรชายขสิบสองคน
ยนซ.
35:23 บุตรของนางเลอาชื่อรูเบ็น เป็นบุตรหัวปีของยาโคบ และซิมโอน, เลวี, ยูดา, ยิศซาคาร, และซะบูโลน.
ยนซ.
35:24 บุตรของนางราเฮ็ลชื่อโยเซฟและเบ็นยามิน.
ยนซ.
35:25 บุตรของนางบีละฮาหญิงรับใช้ของนางราเฮ็ลชื่อดานและนัฟธาลี.
ยนซ.
35:26 บุตรของนางซีละพาหญิงรับใช้ของนางเลอาชื่อฆาดและอาเซ็ร คนเหล่านี้เป็นบุตรของยาโคบซึ่งเกิดที่พาดันอารัม.
ค. เข้าสู่การสามัคคีธรรมที่ครบสมบูรณ์
ข้อ 27
ข้อ 27
ยนซ.
35:27 ฝ่ายยาโคบก็มาหายิศฮาคบิดาของท่านที่มัมเรคือที่คิระยัธอัรบา (คือ1กเฮ็บโรน) เป็นสถานที่ที่อับราฮามและยิศฮาคเคยเป็นขคนต่างแดนมาก่อน.
ง. ได้รับการปลดปล่อยให้พ้นจากพันธะของบิดา
ข้อ 28–29
ข้อ 28–29
ยนซ.
35:28 ยิศฮาคก็มีอายุได้หนึ่งร้อยแปดสิบปี.
ยนซ.
35:29 และยิศฮาคก็สิ้นอายุขัยและตายไปอยู่กับบรรพบุรุษของท่าน ท่านเป็นคนแก่ชราและวันเวลาก็ครบบริบูรณ์มากแล้ว เอซาวและยาโคบผู้เป็นบุตรก็เอาท่านไป1กฝังเสีย.
คำอธิบาย เยเนซิศ บทที่ 35
ยนซ.
35:1 ก ยนซ.28:19; 35:6, 15
ยนซ.
35:1 1ก ยาโคบได้ให้คำปฏิญาณกับพระเจ้าที่เบ็ธเอล สัญญาว่าหากพระเจ้าทรงรักษาและดูแลเขา หินที่เขาตั้งขึ้นเป็นเสานี้จะกลายเป็นบ้านของพระเจ้า (28:20–22). ในที่นี้พระเจ้าได้มาเตือนให้ยาโคบปฏิบัติตามคำปฏิญาณของเขา (เทียบ 31:13). ยาโคบได้เดินทางจากพาดันอารัม มายังเซเค็มในดินแดนคะนาอัน และเขาก็อาศัยอยู่ที่นั่น (33:18–20). อย่างไรก็ตาม นี่ยังไม่อาจบรรลุถึงเป้าหมายของพระเจ้า. พระประสงค์ของพระเจ้าตามพระทัยปรารถนาของพระองค์คือ พระองค์ต้องการได้มาซึ่งเบ็ธเอล ซึ่งเป็นบ้านของพระองค์บนแผ่นดินโลก. ดังนั้นยาโคบจึงจำเป็นต้องเดินทางต่อจากเซเค็มไปยังเบ็ธเอล. เหตุการณ์ที่เลวร้ายมากมายในบทที่ 34 ล้วนเป็นอำนาจสิทธิ์ขาดของพระเจ้าที่พระองค์ทรงใช้เพื่อทำให้ยาโคบไม่สามารถอยู่ในเซเค็มได้อีกต่อไปและเพื่อจัดเตรียมยาโคบให้ต้อนรับพระบัญชาของพระเจ้าในการขึ้นไปยังเบ็ธเอล. การเดินทางของยาโคบจากเซเค็มขึ้นไปยังเบ็ธเอลนั้น เป็นเครื่องหมายเล็งถึงเราที่ได้ผ่านการดำเนินชีวิตคริสเตียนที่เป็นปัจเจกชนขึ้นไปยังการดำเนินชีวิตคริสเตียนแห่งกลุ่มชนเพื่อการก่อสร้างที่ประทับอันนิรันดร์ของพระเจ้า ซึ่งก็คือคริสตจักรในวันนี้และกรุงเยรูซาเล็มใหม่ในโลกนิรันดร์.
เบ็ธเอลเป็นเมล็ดพันธุ์ที่ยิ่งใหญ่ในพระคัมภีร์ ซึ่งก็คือเมล็ดพันธุ์แห่งบ้านของพระเจ้า. เมื่ออิสราเอล คือยาโคบที่ถูกเปลี่ยนแปลงแล้ว ได้เพิ่มพูนขึ้นเป็นบ้านของอิสราเอล ในสายพระเนตรของพระเจ้านั้นบ้านของอิสราเอลก็คือบ้านของพระเจ้า (ดู ฮร.3:6 คำอธิบาย 1). ในที่สุดพลับพลาและพระวิหารในเวลาต่อมาก็ถูกสร้างเพื่อเป็นสัญลักษณ์เล็งถึงบ้านของอิสราเอลในฐานะที่ประทับของพระเจ้าบนแผ่นดินโลกในพันธสัญญาเดิม. ในตอนเริ่มต้นของพันธสัญญาใหม่นั้นองค์พระเยซูเจ้าทรงกลายเป็นเนื้อหนังเพื่อกลายเป็นความเที่ยงแท้แห่งพลับพลาและพระวิหาร (ยฮ.1:14; 2:18–21). จากนั้นใน มธ.16:18 องค์พระผู้เป็นเจ้าทรงพยากรณ์ว่าพระองค์จะทรงสร้างคริสตจักรมาเป็นที่ประทับ ซึ่งก็คือพระวิหารของพระเจ้า (อฟ.2:22; 1กธ.3:16–17) บนตัวของพระองค์เองในฐานะที่ทรงเป็นศิลาและพร้อมด้วยผู้เชื่อทั้งหลายซึ่งเป็นก้อนหินมากมาย (1กธ.3:11; 1ปต.2:5). นี่คือเบ็ธเอลซึ่งก็คือบ้านของพระเจ้า (1ตธ.3:15) สุดท้ายเบ็ธเอลนี้ก็จะขยายใหญ่ขึ้นจนสำเร็จสุดยอดกลายเป็นกรุงเยรูซาเล็มใหม่ ซึ่งก็คือพลับพลาที่นิรันดร์ของพระเจ้า และในท่ามกลางนั้นมีตัวของพระเจ้าเองและพระเมษโปดกเป็นพระวิหาร (วว.21:3, 22; ดู 28:12 คำอธิบาย 1).
เบ็ธเอลเป็นเมล็ดพันธุ์ที่ยิ่งใหญ่ในพระคัมภีร์ ซึ่งก็คือเมล็ดพันธุ์แห่งบ้านของพระเจ้า. เมื่ออิสราเอล คือยาโคบที่ถูกเปลี่ยนแปลงแล้ว ได้เพิ่มพูนขึ้นเป็นบ้านของอิสราเอล ในสายพระเนตรของพระเจ้านั้นบ้านของอิสราเอลก็คือบ้านของพระเจ้า (ดู ฮร.3:6 คำอธิบาย 1). ในที่สุดพลับพลาและพระวิหารในเวลาต่อมาก็ถูกสร้างเพื่อเป็นสัญลักษณ์เล็งถึงบ้านของอิสราเอลในฐานะที่ประทับของพระเจ้าบนแผ่นดินโลกในพันธสัญญาเดิม. ในตอนเริ่มต้นของพันธสัญญาใหม่นั้นองค์พระเยซูเจ้าทรงกลายเป็นเนื้อหนังเพื่อกลายเป็นความเที่ยงแท้แห่งพลับพลาและพระวิหาร (ยฮ.1:14; 2:18–21). จากนั้นใน มธ.16:18 องค์พระผู้เป็นเจ้าทรงพยากรณ์ว่าพระองค์จะทรงสร้างคริสตจักรมาเป็นที่ประทับ ซึ่งก็คือพระวิหารของพระเจ้า (อฟ.2:22; 1กธ.3:16–17) บนตัวของพระองค์เองในฐานะที่ทรงเป็นศิลาและพร้อมด้วยผู้เชื่อทั้งหลายซึ่งเป็นก้อนหินมากมาย (1กธ.3:11; 1ปต.2:5). นี่คือเบ็ธเอลซึ่งก็คือบ้านของพระเจ้า (1ตธ.3:15) สุดท้ายเบ็ธเอลนี้ก็จะขยายใหญ่ขึ้นจนสำเร็จสุดยอดกลายเป็นกรุงเยรูซาเล็มใหม่ ซึ่งก็คือพลับพลาที่นิรันดร์ของพระเจ้า และในท่ามกลางนั้นมีตัวของพระเจ้าเองและพระเมษโปดกเป็นพระวิหาร (วว.21:3, 22; ดู 28:12 คำอธิบาย 1).
ยนซ.
35:1 ข ยนซ.12:7
ยนซ.
35:1 ค ยนซ.27:43
ยนซ.
35:2 1 รูปเคารพคือทุกสิ่งที่มาแทนที่พระเจ้าองค์จริงแท้ (เทียบ 1ยฮ.5:20–21). สำหรับเบ็ธเอลซึ่งเป็นบ้านของพระเจ้านั้น รูปเคารพจำต้องถูกกำจัดออกไป (2กธ.6:16). นอกจากนี้ ทุกสิ่งที่ไม่บริสุทธิ์ มลทิน และแปดเปื้อนก็ต้องถูกชำระสะสาง (2กธ.7:1). สำหรับการสำเร็จเป็นจริงของเบ็ธเอล นั้น คนเก่าพร้อมด้วยการดำเนินชีวิตแบบเก่า ซึ่งมีเครื่องหมายเล็งถึงโดยเสื้อผ้าชุดเก่า (ยซย.64:6) จำต้องถูกถอดทิ้งเสีย แล้วสวมใส่คนใหม่พร้อมด้วยการดำเนินชีวิตแบบใหม่ซึ่งก็คือการดำเนินชีวิตคริสตจักร (อฟ.4:22–24).
ยนซ.
35:3 ก เทียบ ยนซ.32:11; บพส.107:6
ยนซ.
35:3 ข ยนซ.28:20
ยนซ.
35:4 1 ตุ้มหูมีไว้ประดับตัวให้สวยงาม. การที่ยาโคบฝังตุ้มหูพร้อมด้วยพระของชาวต่างชาติซึ่งก็คือรูปเคารพนั้น ชี้บ่งว่าในความรู้สึกของยาโคบและครอบครัวของเขา ตุ้มหูเป็นสิ่งที่น่ารังเกียจเช่นเดียวกับรูปเคารพ (เทียบ อซด.32:2–4 และข้อ 2 คำอธิบาย 1).
ยนซ.
35:5 ก เทียบ อซด.15:16; พบญ.11:25; ยซอ.2:9; 2คนก.14:14
ยนซ.
35:6 ก ยนซ.28:19
ยนซ.
35:7 ก ยนซ.12:7
ยนซ.
35:7 1ก แท่นบูชามีไว้สำหรับการมอบถวาย. การก่อแท่นบูชาเพื่อการมอบถวายของยาโคบที่เซเค็มนั้น (33:20) เขากระทำเพื่อส่วนตัวของเขา แต่การก่อแท่นบูชาเพื่อการมอบถวายของเขาที่เบ็ธเอลนี้ เขากระทำเพื่อบ้านพระเจ้า สำหรับสำเร็จพระประสงค์อันนิรันดร์ของพระเจ้าและกระทำให้พระทัยปรารถนาของพระองค์อิ่มหนำ.
ยนซ.
35:7 2 หมายถึง พระเจ้าแห่งเบ็ธเอล. ที่เบ็ธเอล นี้ พระเจ้าไม่ทรงเป็นเพียงพระเจ้าแห่งปัจเจกชนอีกต่อไป แต่พระองค์ทรงเป็นพระเจ้าแห่งกลุ่มชน ซึ่งก็คือบ้านของพระเจ้า.
ยนซ.
35:7 ข ยนซ.35:1
ยนซ.
35:8 ก ยนซ.24:59
ยนซ.
35:8 1 หมายถึง ต้นโอ๊กแห่งการร่ำไห้.
ยนซ.
35:10 ก เทียบ ยนซ.17:5, 15
ยนซ.
35:10 ข ยนซ.32:28
ยนซ.
35:10 1ข ที่พะนิเอลนั้นพระเจ้าทรงเปลี่ยนชื่อของยาโคบเป็นอิสราเอล (32:28) แต่ในที่นั่นยาโคบยังไม่มีประสบการณ์ต่อชื่อใหม่นี้มากนัก. แต่กลับเป็นที่เบ็ธเอลที่ยาโคบได้เปลี่ยนใหม่อย่างแท้จริง และกลายเป็นบุคคลใหม่ ซึ่งก็คือบุคคลที่ได้รับการเปลี่ยนแปลงแล้ว (เทียบ รม.12:2). การเปลี่ยน แปลงประเภทนี้จะสามารถประสบการณ์ได้ที่เบ็ธเอลเพียงเท่านั้น ซึ่งก็คือในการดำเนินชีวิตคริสตจักรที่ถูกต้อง. คริสตจักรคือคนใหม่คนเดียว (อฟ.2:15) และการดำเนินชีวิตคริสตจักรก็คือการดำเนินชีวิตที่ใหม่ของอิสราเอลที่ได้รับการเปลี่ยนแปลงแล้ว (ฆต.6:16) ชีวิตนี้ก็คือพระเจ้าที่อยู่ในพระคริสต์.
ยนซ.
35:11 ก ยนซ.17:1
ยนซ.
35:11 1ก ภาษาเฮ็บรายคือเอลชัดได (El Shad dai). บทนี้และบทที่ 17 ล้วนมีความสอดคล้องกันในเรื่องการเปิดเผยอันศักดิ์สิทธิ์เกี่ยวกับชื่อเรียก “พระเจ้าผู้พรั่งพร้อมสมบูรณ์” (ข้อ 11; 17:1) ในการเปลี่ยนชื่อของมนุษย์ ซึ่งเป็นเครื่อง หมายเล็งถึงการเปลี่ยนแปลงตัวของมนุษย์ (ข้อ 10; 17:5) และในพระสัญญาเกี่ยวกับการเพิ่มทวีเพื่อจะก่อกำเนิดนานาประเทศและกษัตริย์ (ข้อ 11; 17:4, 6). ทั้งสามเรื่องนี้ล้วนบ่งชี้ว่าความพรั่งพร้อมสมบูรณ์ของพระเจ้าและการที่พระองค์ทรงเปลี่ยนแปลงพลไพร่ของพระองค์ก็มีเพื่อให้พวกเขาเกิดผู้คนทวีมากขึ้นเพื่อจะก่อกำเนิดบุคคลที่ได้รับการเปลี่ยนแปลงมาเป็นวัสดุที่ใช้ในการก่อสร้างบ้านของพระเจ้า ซึ่งก็คือเบ็ธเอล (ดู 17:5 คำอธิบาย 2 และข้อ 15 คำอธิบาย 2).
ยนซ.
35:11 ข ยนซ.1:22
ยนซ.
35:11 ค ยนซ.17:5–6, 16
ยนซ.
35:11 2ค ดู 17:4 คำอธิบาย 1.
ยนซ.
35:11 3 แปลตามตรง ชุมนุมชนของประชาชาติ.
ยนซ.
35:12 ก ยนซ.12:7
ยนซ.
35:14 1 สิ่งนี้เป็นการกระทำซ้ำที่ยาโคบเคยทำไว้ใน 28:18. ในที่นั้นเบ็ธเอลซึ่งก็คือบ้านของพระเจ้านั้นเป็นเพียงแค่ความฝัน ยังไม่ได้กลายเป็นประสบการณ์ของยาโคบ. แต่ในที่นี้ยาโคบได้ปักเสาต้นที่สองที่เบ็ธเอลเพื่อมอบถวายตัวเองแด่พระเจ้าเพื่อเป็นการสำเร็จความฝันและคำปฏิญาณที่เขาได้ให้ไว้กับพระเจ้าใน 28:10–22. เสาต้นนี้เป็นหลักเขตที่สองในประสบการณ์ของยาโคบ (ดู 31:52 คำอธิบาย 1).
ยนซ.
35:14 ก ยนซ.28:18; 31:45
ยนซ.
35:14 2 ดู ฟป.2:17 คำอธิบาย 1. นี่เป็นการกล่าวถึงเครื่องบูชาดื่มเป็นครั้งแรกในพระคัมภีร์ (อฤธ.15:1–5; 28:7–10; ฟป.2:17; 2ตธ.4:6). ในที่นี้ได้กล่าวถึงเครื่องบูชาดื่มเชื่อมกับเสาที่เบ็ธเอล เป็นการบ่งชี้ว่าเครื่องบูชาดื่มนั้นมีไว้เพื่อการก่อสร้างของพระเจ้า. ข้อเท็จจริงที่ว่ายาโคบได้เทเครื่องบูชาดื่มลงบนเสาก่อนที่จะเทน้ำมันนั้น เป็นเครื่องหมายเล็งว่า การเทออกของเครื่องบูชาดื่มจะนำมาซึ่งการเทออกของพระวิญญาณ (กจ.2:33) เพื่อแบ่งแยกบ้านของพระเจ้าให้บริสุทธิ์ (อซด.40:9).
ยนซ.
35:15 ก ยนซ.28:19; 35:1, 6
ยนซ.
35:17 ก ยนซ.30:24
ยนซ.
35:18 1 นางราเฮ็ลคือการเลือกสรรตามธรรมชาติของยาโคบตามความปรารถนาแห่งใจของเขา (29:18–20). การตายของนางราเฮ็ลนั้นจึงเป็นการสูญเสียการเลือกสรรตามธรรมชาติของยาโคบ. นี่เป็นการจัดการที่ลึกซึ้งและเป็นส่วนตัวสำหรับยาโคบ. ยาโคบสูญเสียนางราเฮ็ล แต่ในระหว่างขั้นตอนนี้เขาได้รับมาซึ่งเบ็นยามินผู้เป็นแบบเล็งของพระคริสต์. “ราเฮ็ล” ต้องตายเสียก่อน “เบ็นยามิน” จึงจะสามารถเกิดมาได้. ในทำนองเดียวกัน ในที่สุดพระเจ้าก็จะมากำจัดการเลือกสรรตามธรรมชาติของเรา เพื่อเราจะสามารถก่อกำเนิดพระคริสต์เพื่อการสำแดงของพระองค์. เป้าหมายของพระเจ้าไม่ได้มีเพื่อทำให้ผู้ที่พระองค์ทรงเลือกสรรต้องทนทุกข์กับการสูญเสีย แต่มีเพื่อจะก่อกำเนิดพระคริสต์ผ่านพวกเขา.
ยนซ.
35:18 2 หมายถึง บุตรแห่งความทุกข์.
ยนซ.
35:18 ก ยนซ.49:27
ยนซ.
35:18 3ก หมายถึง บุตรแห่งมือขวา. เบ็นยามินเป็นแบบเล็งถึงพระคริสต์. พระองค์ทรงเป็นเบ็นโอนี บุตรแห่งความทุกข์ก่อน คือตั้งแต่การบังเกิดของพระองค์ผ่านการดำเนินชีวิตมนุษย์บนแผ่นดินโลก (ยซย.53:3) แต่ในที่สุดพระองค์ก็จะทรงกลายเป็นเบ็นยามิน บุตรแห่งมือขวา ซึ่งเริ่มตั้งแต่การเป็นขึ้นและการเสด็จสู่สวรรค์ของพระองค์ (มธ.26:64; ดู บพส.68:27 คำอธิบาย 1). เบ็นยามินและโยเซฟ บุตรสองคนของยาโคบที่เกิดโดยนางราเฮ็ลนั้นล้วนเป็นแบบเล็งถึงพระคริสต์. แม้ว่าโยเซฟจะเกิดก่อน แต่ในด้านแบบเล็งแล้ว เขาคือการสานต่อของเบ็นยามิน เนื่องจากบทบันทึกชีวิตของโยเซฟ (บทที่ 37—50) ถูกบันทึกตามหลังบทบันทึกแห่งการเกิดของเบ็นยามิน. โยเซฟก็เหมือนกับเบ็นยามิน ซึ่งเป็นแบบเล็งถึงพระคริสต์ผู้ทนทุกข์และถูกยกชู. ในชีวิตช่วงแรกของโยเซฟ เขาได้ทนทุกข์ในฐานะบุตรแห่งความทุกข์ แต่ในช่วงที่สองเขากลับถูกยกชูขึ้นนั่งบัลลังก์เบื้องขวาพระหัตถ์ของฟาโรห์ (41:40–44).
ยนซ.
35:19 ก ยนซ.48:7
ยนซ.
35:19 ข นรธ.1:2; 4:11; มคา.5:2; มธ.2:6, 16–18
ยนซ.
35:20 1 ดู 31:52 คำอธิบาย 1.
ยนซ.
35:20 ก 1ซมอ.10:2
ยนซ.
35:21 1 ก่อนหน้านี้ ยาโคบได้ถูกเปลี่ยนชื่อเป็นอิสราเอล (32:27–28; 35:10) แต่นี่เป็นครั้งแรกที่เขาถูกเรียกว่าอิสราเอล. กรณีนี้บ่งชี้ว่าหลังจากประสบการณ์ของเขาที่เบ็ธเอลและการตายของนางราเฮ็ล ยาโคบได้กลายเป็นบุคคลที่ได้รับการเปลี่ยนแปลงแล้ว.
ยนซ.
35:21 ก ฮร.11:9
ยนซ.
35:22 ก ยนซ.49:4; 1คนก.5:1; เทียบ 2ซมอ.16:22; 1กธ.5:1
ยนซ.
35:22 1ก รูเบ็นซึ่งเกิดจากนางเลอาเป็นบุตรหัวปีและเป็นผู้ที่ควรจะสืบทอดสิทธิบุตรหัวปี. อย่างไรก็ตาม เนื่องจากความมลทินในราคะตัณหาของเขา เขาได้สูญเสียสิทธิบุตรหัวปี แต่สิทธินี้ได้ถูกมอบให้กับโยเซฟบุตรของนางราเฮ็ล (1คนก.5:1; ยนซ.49:3–4; 48:22). โยเซฟได้รับสิทธิบุตรหัวปีก็เนื่องด้วยความบริสุทธิ์ของเขา (39:7–12; เทียบ ฮร.12:16 และคำอธิบาย).
ยนซ.
35:22 ข ข้อ 22–26: เทียบ ยนซ.46:8–27; อซด.1:1–4; กจ.7:8; มธ.1:2
ยนซ.
35:27 ก ยนซ.13:18
ยนซ.
35:27 1ก หลังจากที่ยาโคบได้ประสบการณ์การจัดการที่ลึกซึ้งและเป็นส่วนตัวยิ่งขึ้น เขาก็ได้เข้าสู่การสามัคคีธรรมที่ครบสมบูรณ์กับพระเจ้าที่เฮ็บโรน (เฮ็บโรน หมายถึง สามัคคีธรรม). อับราฮามได้มายังเซเค็ม (12:6) ผ่านเบ็ธเอล (12:8) และได้อาศัยที่เฮ็บโรน (13:18; 18:1). ยิศฮาคก็ได้ใช้เวลาเกือบทั้งชีวิตของเขาที่เฮ็บโรน. ยาโคบก็เดินตามรอยของอับราฮามมายังเซเค็ม (33:18) ผ่านเบ็ธเอล (35:6) และอาศัยอยู่ในเฮ็บโรน. ในเฮ็บโรนนั้น ยาโคบได้รับสุขการพักสงบ, ความชื่นชมยินดี, ความอิ่มหนำ, ความใกล้ชิดสนิทสนม, และการสามัคคีธรรมที่ครบบริบูรณ์กับองค์พระผู้เป็นเจ้า. ยาโคบเริ่มสุกงอมในชีวิตที่เฮ็บโรนนี้เอง.
ยนซ.
35:27 ข ยนซ.17:8
ยนซ.
35:29 ก ยนซ.49:31
ยนซ.
35:29 1ก ยิศฮาคตายในความเชื่อ ซึ่งบ่งชี้โดยข้อเท็จจริงที่เขาได้ถูกฝังในถ้ำมักเพลา (49:30–32; เทียบ 23:9 และคำอธิบาย).