การงานบรรณกิจของห้องสมุดกิตติคุณแห่งประเทศไทย
หากท่านต้องการมีส่วนในการงานบรรณกิจของห้องสมุดกิตติคุณแห่งประเทศไทย
ท่านสามารถมอบถวายทรัพย์โดยโอนเงินเข้าบัญชีของห้องสมุด:
ธนาคารกสิกรไทย สาขาพาราไดซ์ พาร์ค
ชื่อบัญชี: นายปิยะ ตั้งเสรีมั่นคง และ
นางสุมิตรา อดุลประวิตรชัย และ
นางสาวทานาธิบดี ชูมณี
เลขที่บัญชี: 218-3-99941-1

รบกวนส่งสลิปการโอนมาที่ Line ID: @gospelbookroom

เยเนซิศ บทที่ 31

ยนซ. 31:1 1ยาโคบได้ยินถ้อยคำแห่งบุตรทั้งหลายของลาบานพูดว่า “ยาโคบได้แย่งสิ่งของทั้งหมดของบิดาของเราไปเสีย เขาได้2ความมั่งคั่งนั้นมาจากสิ่งที่เป็นของบิดาเราทั้งนั้น”
ยนซ. 31:2 ยาโคบได้พิจารณาดูสีหน้าของลาบานที่มีต่อเขาไม่เหมือนเมื่อก่อน
ยนซ. 31:3 พระยะโฮวาจึงตรัสแก่ยาโคบว่า “จงกกลับไปยังดินแดนบิดาและญาติพี่น้องของเจ้าเถิด เราจะขสถิตอยู่กับเจ้า”
ยนซ. 31:4 ยาโคบก็ให้คนไปเรียกนางราเฮ็ลและนางเลอาให้มาหาที่ฝูงแพะแกะของเขาในท้องทุ่ง
ยนซ. 31:5 แล้วบอกนางทั้งสองว่า “ฉันเห็นสีหน้าบิดาเจ้าที่มีต่อฉันไม่เหมือนแต่ก่อน แต่พระเจ้าแห่งบรรพบุรุษของฉันทรงสถิตอยู่กับฉัน
ยนซ. 31:6 เจ้าทั้งสองรู้แล้วว่าฉันได้กรับใช้บิดาของเจ้าด้วยสุดกำลัง
ยนซ. 31:7 ส่วนบิดาของเจ้าได้บิดพริ้วต่อฉันเปลี่ยนค่าจ้างของฉันเสียกสิบครั้งแล้ว แต่พระเจ้ามิได้ทรงอนุญาตให้เขาทำอันตรายแก่ฉัน
ยนซ. 31:8 ถ้าเขาว่าสัตว์ที่มีลายด่างนั้นเป็นกค่าจ้างของฉัน ครั้งนั้นฝูงแกะแพะทั้งปวงก็มีลูกเป็นลายด่างอย่างนั้น ถ้าเขาว่าฝูงแพะแกะที่มีริ้วลายเป็นค่าจ้างของฉัน ครั้งนั้น ฝูงแพะแกะทั้งปวงก็มีลูกเป็นริ้วลายอย่างนั้นหมด
ยนซ. 31:9 ดังนี้แหละพระเจ้าจึงทรง1กแย่งเอาฝูงแพะแกะของบิดาเจ้าพระราชทานให้แก่ฉัน
ยนซ. 31:10 ครั้นมาในฤดูที่ฝูงแพะแกะเหล่านั้นผสมพันธุ์กัน ฉันได้แหงนหน้าดูจึงเห็นในความฝันว่าแพะตัวผู้ที่สมจรกับแพะแกะตัวเมียนั้นเป็นแพะลาย แพะด่างและแพะจุด
ยนซ. 31:11 ในความฝันนั้น1กทูตของพระเจ้าพูดกับฉันว่า ‘ยาโคบเอ๋ย’ ฉันพูดว่า ‘ข้าพเจ้าอยู่ที่นี่’
ยนซ. 31:12 พระองค์ตรัสว่า ‘จงแหงนหน้าดูบรรดาแพะตัวผู้ที่สมจรกับฝูงแพะแกะเป็นแพะลาย แพะด่างและแพะจุด เพราะ1เราได้กเห็นบรรดาการนั้นที่ลาบานได้กระทำแก่เจ้าแล้ว
ยนซ. 31:13 เราเป็น1พระเจ้าของกเบ็ธเอลที่เจ้าได้ขชโลมน้ำมันที่เสาและตั้งคำมั่นสัญญาต่อเรา บัดนี้จงลุกขึ้นจากดินแดนนี้คกลับไปยังดินแดนที่เจ้าเกิดนั้น’”
ยนซ. 31:14 นางราเฮ็ลกับนางเลอาจึงตอบเขาว่า “เรายังมีส่วนหรือมีมรดกในบ้านบิดาของเราอีกหรือ?
ยนซ. 31:15 บิดานับเราเหมือนเป็นแขกเมืองมิใช่หรือ? เพราะบิดาได้ขายเรา ทั้งได้ฮุบเงินค่าตัวของเราหมดแล้ว
ยนซ. 31:16 ความมั่งคั่งทั้งปวงที่พระเจ้าได้ทรงยึดมาจากบิดาของเรา นั่นแหละเป็นของๆ เรากับลูกหลานของเรา บัดนี้พระเจ้าตรัสสั่งอย่างไร ท่านจงทำอย่างนั้นเถิด”
ซ. หนีจากลาบาน และถูกลาบานไล่ตาม
31:17–55
ยนซ. 31:17 ดังนั้นยาโคบก็ลุกขึ้นให้บุตรภรรยาขึ้นขี่อูฐ
ยนซ. 31:18 และต้อนฝูงสัตว์และทรัพย์สิ่งของทั้งปวงที่ตนหาได้ในที่นั้นกับสัตว์ที่ได้ในเมืองพาดันอารัมไปหายิศฮาคบิดาที่ดินแดนคะนาอัน
ยนซ. 31:19 เวลานั้นลาบานได้ออกไปตัดขนแกะ ฝ่ายราเฮ็ลก็ลัก1กรูปพระของบิดาไปด้วย.
ยนซ. 31:20 ฝ่ายยาโคบได้ตบตาลาบานชนชาติอารัม มิให้รู้ว่าตนได้หนีไป
ยนซ. 31:21 ยาโคบได้นำสิ่งทั้งปวงที่มีอยู่นั้นหนีข้าม1แม่น้ำไปมุ่งหน้าจะไปยังภูเขาฆีละอาด
ยนซ. 31:22 ครั้นล่วงมาได้สามวันมีคนมาบอกลาบานว่ายาโคบหนีไปแล้ว
ยนซ. 31:23 ฝ่ายลาบานก็พาญาติพี่น้องของตนไล่ตามไป ได้เจ็ดวันก็ตามทันยาโคบที่ภูเขาฆีละอาด
ยนซ. 31:24 ในคืนวันนั้น1พระเจ้าทรงปรากฏในกความฝัน ตรัสแก่ลาบานชนชาติอารัมว่า “จงระวังตัวอย่าพูดดีหรือร้ายแก่ยาโคบเลย”
ยนซ. 31:25 ลาบานได้ตามทันยาโคบ ส่วนยาโคบได้กตั้งกระโจมอยู่ที่ภูเขา ส่วนลาบานกับญาติพี่น้องทั้งหลายได้ตั้งกระโจมอยู่ที่ภูเขาฆีละอาด
ยนซ. 31:26 ลาบานก็พูดกับยาโคบว่า “เจ้าทำอะไรเล่า เจ้ากตบตาเราพาบุตรหญิงของเราหนีไปเหมือนเชลยที่จับได้ด้วยดาบ?
ยนซ. 31:27 เหตุไฉนเจ้าได้หลบหนีมาอย่างลับๆ โดยไม่บอกให้เรารู้ ถ้าเรารู้เราจะได้จัดให้มีการเล่นขับร้องด้วยรำมะนาและเครื่องสาย แล้วส่งเจ้าไปด้วยความยินดี?
ยนซ. 31:28 ทำไมเจ้าไม่ยอมให้เราจูบหลานและบุตรหญิงของเราเล่า? เจ้าทำดังนี้ช่างเป็นการโง่เขลามาก
ยนซ. 31:29 เรามีกำลังพอที่จะทำอันตรายแก่เจ้าได้ แต่ในเวลากลางคืนวานนี้กพระเจ้าแห่งบิดาของเจ้ามาตรัสแก่เราว่า ‘จงระวังตัวอย่าพูดดีหรือร้ายแก่ยาโคบเลย’
ยนซ. 31:30 บัดนี้แม้ว่าเจ้าได้ไปเพราะคิดถึงบ้านบิดามากทำไมจึงลักรูปพระของเรามาด้วยเล่า?”
ยนซ. 31:31 ยาโคบจึงตอบแก่ลาบานว่า “เพราะข้าพเจ้ากลัว1เกรงว่าท่านจะยึดบุตรีของท่านคืนจากข้าพเจ้าเสีย
ยนซ. 31:32 ส่วนรูปพระของท่านนั้น ถ้าพบที่กคนไหน อย่าให้ชีวิตของผู้นั้นรอดเลย จงค้นดูต่อหน้าญาติพี่น้องของเรา สิ่งใดๆ ที่เป็นของท่านอยู่ที่เราก็เอาไปเถิด” ด้วยยาโคบมิรู้ว่านางราเฮ็ลได้ลักรูปพระเหล่านั้นมา
ยนซ. 31:33 ลาบานจึงเข้าไปในกระโจมของยาโคบ กระโจมของนางเลอา และในกระโจมสาวใช้ทั้งสองคนนั้นค้นดูหาพบไม่จึงได้ออกมาจากกระโจมของนางเลอาแล้วเข้าไปในกระโจมของนางราเฮ็ล
ยนซ. 31:34 ส่วนนางราเฮ็ลได้ซ่อนรูปพระไว้ในกูบอูฐและนั่งทับไว้ ลาบานเข้ามาคลำหาทั่วกระโจมก็คลำหาพบไม่
ยนซ. 31:35 นางราเฮ็ลก็พูดกับบิดาว่า “ขอนายท่านอย่าโกรธที่ดิฉันลุกขึ้นต้อนรับท่านไม่ได้ ด้วยว่าธรรมดาที่ผู้หญิงมีประจำเดือนเกิดกับดิฉัน” ลาบานได้ค้นหารูปพระนั้นไม่พบเลย
ยนซ. 31:36 ฝ่ายยาโคบก็โกรธเถียงกับลาบานว่า “ฉันได้ล่วงละเมิดหรือทำบาปประการใดท่านจึงรีบไล่ตามฉันมาอย่างนี้?
ยนซ. 31:37 ท่านได้คลำหาของๆ ฉันทั้งสิ้นท่านได้พบอะไรบ้างที่เป็นของมาจากเรือนของท่าน จงเอามาตั้งไว้ที่นี้ตรงหน้าญาติพี่น้องของเราและท่านให้เขาตัดสินระหว่างเราทั้งสอง
ยนซ. 31:38 ฉันอยู่กับท่านมายี่สิบปีแล้ว แกะตัวเมียและแพะตัวเมียก็มิได้แท้งลูก และแกะตัวผู้ในฝูงแพะแกะของท่านฉันก็มิได้กิน
ยนซ. 31:39 ที่สัตว์ร้ายกัดฉีกกินเสีย ฉันก็มิได้นำมาให้ท่าน ฉันเองกชดใช้ให้ ที่ถูกขโมยไปในเวลากลางวันหรือกลางคืนก็ดี ท่านได้เรียกคืนจากฉันทั้งนั้น
ยนซ. 31:40 ฉันเคยเป็นเช่นนี้เสมอมาคือ เวลากลางวันฉันถูกเผาผลาญด้วยแดดร้อน เวลากลางคืนก็หนาวเหน็บด้วยน้ำค้างแข็งทำให้ฉันนอนไม่หลับ
ยนซ. 31:41 ฉันได้อาศัยอยู่ในบ้านเรือนของท่านยี่สิบปีมาแล้ว คือได้กรับใช้สิบสี่ปีสำหรับตัวบุตรีสองคน แล้วได้รับใช้อีกหกปีสำหรับฝูงแพะแกะของท่าน แต่ท่านได้เปลี่ยนค่าจ้างถึงขสิบครั้งแล้ว
ยนซ. 31:42 ถ้าแม้กพระเจ้าของบิดาของฉัน คือพระเจ้าของอับราฮามและผู้ที่ยิศฮาคเกรงกลัวไม่ทรงสถิตอยู่กับฉัน ครั้งนี้ท่านคงได้ให้ไปตัวเปล่าเป็นแน่ พระเจ้าทรงเห็นความทุกข์ลำบากและการตรากตรำของฉัน จึงได้ทรงติเตียนท่านเมื่อคืนนี้”
ยนซ. 31:43 ลาบานจึงตอบยาโคบว่า “บุตรีนี้เป็นบุตรีของเรา และเด็กเหล่านี้ก็เป็นลูกหลานของเรา และแพะแกะทั้งปวงนี้ก็เป็นของเรา ทุกๆ สิ่งที่ท่านเห็นนั้นก็เป็นของๆ เราทั้งสิ้น วันนี้เราจะทำอะไรแก่บุตรีของเราหรือแก่บุตรหลานที่เกิดจากพวกนางเล่า?
ยนซ. 31:44 มาเถิดให้เรากทำสัญญากัน ให้คำสัญญานั้นเป็นพยานในระหว่างเรากับเจ้า”
ยนซ. 31:45 ฝ่ายยาโคบก็ปักกศิลาก้อนหนึ่งตั้งขึ้นไว้ให้เป็นเสา
ยนซ. 31:46 แล้วยาโคบจึงพูดกับญาติพี่น้องว่า “จงเก็บรวบรวมก้อนหินนั้น” เขาก็เก็บก้อนหินมากองสุมไว้กองหนึ่ง แล้วกินเลี้ยงกันที่ข้างกองหินนั้น
ยนซ. 31:47 กลาบานจึงตั้งชื่อกองหินนั้นว่า1ยะฆัรซาฮาดูธา แต่ยาโคบตั้งชื่อว่า2ฆาเลด
ยนซ. 31:48 ลาบานพูดว่า “วันนี้กองหินนี้จะเป็นกพยานในระหว่างเรากับเจ้า” เหตุฉะนี้เขาตั้งชื่อว่าฆาเลด
ยนซ. 31:49 ทั้งให้ชื่อ1มิศพา เพราะเขาได้พูดว่า “ให้พระยะโฮวาทรงเฝ้าระวังดูเรากับเจ้าเมื่อเราจากกันไป
ยนซ. 31:50 ถ้าเจ้าจะรังแกบุตรหญิงของเรา หรือจะรับหญิงอื่นมาเป็นภรรยาแม้ไม่มีคนอยู่กับพวกเราก็จริง แต่ดูเถิด พระเจ้าทรงเป็นกพยานในระหว่างเรากับเจ้า”
ยนซ. 31:51 ลาบานจึงพูดกับยาโคบว่า “จงดูกกองหินและเสาหิน ที่เราได้ตั้งขึ้นไว้ระหว่างเรากับเจ้า
ยนซ. 31:52 ให้กองหินและเสาหินนี้เป็น1พยานว่าเราจะไม่ล่วงข้ามกองหินนี้ไปทำอันตรายแก่เจ้า และเจ้าจะไม่ล่วงข้ามกองหินและเสาหินนี้
ยนซ. 31:53 ขอให้พระเจ้าของอับราฮาม และพระเจ้าของนาโฮร กพระเจ้าแห่งบรรพบุรุษของเราทั้งสองทรงตัดสินในระหว่างพวกเรา” ฝ่ายยาโคบก็สาบานต่อพระเจ้าที่ยิศฮาคบิดาของเขายำเกรงนั้น
ยนซ. 31:54 ยาโคบก็ถวายเครื่องบูชาบนภูเขานั้น แล้วได้เชิญพวกญาติพี่น้องมารับประทานอาหารด้วยกัน ครั้นรับประทานอาหารแล้วก็ค้างคืนอยู่บนภูเขานั้น
ยนซ. 31:55 ลาบานตื่นขึ้นแต่เช้าตรู่จูบหลานกับบุตรีของตนและอวยพรแก่เขา แล้วลาบานก็จากที่นั่นกลับไปยังที่อยู่ของตน

คำอธิบาย เยเนซิศ บทที่ 31

ยนซ. 31:1 1 แปลตามตรงคือ เขา.
ยนซ. 31:1 2 หรือ สง่าราศี.
ยนซ. 31:3 ก ยนซ.31:13; 32:9
ยนซ. 31:3 ข ยนซ.28:15
ยนซ. 31:6 ก ยนซ.30:29; เทียบ ยนซ.31:38–41
ยนซ. 31:7 ก ยนซ.31:41; เทียบ อฤธ.14:22; นฮย.4:12; โยบ19:3; วว.2:10
ยนซ. 31:8 ก ยนซ.30:32
ยนซ. 31:9 ก ยนซ.31:1
ยนซ. 31:9 1ก แปลตามตรงคือ ช่วยชีวิต หรือ ช่วยกู้ให้พ้นภัย. ข้อ 16 ก็เช่นเดียวกัน.
ยนซ. 31:11 ก ยนซ.22:15; 48:16
ยนซ. 31:11 1ก ดูบทที่ 16:7 คำอธิบาย 1.
ยนซ. 31:12 1 คำที่พระยะโฮวาได้ตรัสแก่ยาโคบในที่นี้บ่งชี้ว่าการที่ยาโคบมั่งคั่งขึ้นมาได้นั้นไม่ใช่โดยความฉลาดของเขาเอง แต่โดยพระหัตถ์อันทรงอำนาจสิทธิ์ขาดของพระเจ้า (ข้อ 16).
ยนซ. 31:12 ก เทียบ อซด.3:7
ยนซ. 31:13 1 ภาษาเฮ็บรายคือ เอลเบ็ธเอล
ยนซ. 31:13 ก ยนซ.28:19; 35:7
ยนซ. 31:13 ข ยนซ.28:18
ยนซ. 31:13 ค ยนซ.31:3; 32:9
ยนซ. 31:19 ก ยนซ.31:30, 34; เทียบ วนฉ.17:5; 1ซมอ.19:13; ยอค.21:21; ฮซอ.3:4
ยนซ. 31:19 1ก รูปพระเหล่านี้คือรูปเคารพที่นมัสการกันในบ้านของลาบาน.
ยนซ. 31:21 1 คือแม่น้ำยูเฟรติส (Euphrates).
ยนซ. 31:24 1 บุคคลสำคัญในบทนี้ไม่ใช่ยาโคบหรือลาบาน แต่คือพระเจ้าผู้ไม่ประจักษ์แก่ตาที่ทำการเปลี่ยนแปลง พระองค์ทรงใช้อำนาจสิทธิ์ขาดของพระองค์มาจัดเตรียมสภาพแวดล้อมต่างๆ เพื่อให้ยาโคบถูกเปลี่ยนแปลง (เทียบ รม.8:28–29). ยาโคบอยู่ภายใต้การดูแลอย่างลับๆ ของพระคริสต์ในฐานะทูตสวรรค์ของพระเจ้า (ข้อ11) เพราะว่า ในที่สุดแล้วพระคริสต์ก็จะต้องบังเกิดมาจากลูกหลานของยาโคบซึ่งก็คือนางมาเรีย (มธ.1:2, 16).
ยนซ. 31:24 ก ยนซ.20:3
ยนซ. 31:25 ก ฮร.11:9
ยนซ. 31:26 ก 26ก ยนซ.31:20
ยนซ. 31:29 ก เทียบ ยนซ.28:13; 31:42, 53
ยนซ. 31:31 1 แปลตามตรงคือ พูด.
ยนซ. 31:32 ก เทียบ ยนซ.44:9
ยนซ. 31:39 ก เทียบ อซด.22:12
ยนซ. 31:41 ก ยนซ.29:27
ยนซ. 31:41 ข ยนซ.31:7
ยนซ. 31:42 ก ยนซ.31:53
ยนซ. 31:44 ก ยนซ.26:28
ยนซ. 31:45 ก เทียบ ยนซ.28:18
ยนซ. 31:47 ก ยนซ.28:5; 31:20
ยนซ. 31:47 1 ภาษาอาราเมอิค แปลว่า กองหินแห่งพยาน.
ยนซ. 31:47 2 ภาษาเฮ็บราย แปลว่า กองหินแห่งพยาน.
ยนซ. 31:48 ก ยนซ.31:44–45; ยฮซ.24:27
ยนซ. 31:49 1 แปลว่า เสาแห่งการเฝ้าระวัง.
ยนซ. 31:50 ก วนฉ.11:10; 1ซมอ.12:5; ยรม.42:5; เทียบ โยบ16:19; มคา.1:2
ยนซ. 31:51 ก ยนซ.31:45–46
ยนซ. 31:52 1 เสาที่ยาโคบตั้งขึ้นในที่นี้มีเพื่อเป็นพยาน.เรื่องของเสาในฐานะที่เป็นพยานนั้นยังสามารถเห็นได้จากเสาสองต้น (หมายเลข 2 เป็นตัวเลขแห่งพยาน — มธ.18:16; ลก.10:1) ที่ซะโลโมได้ตั้งขึ้นที่หน้าพระวิหาร (1พกษ.7:21) และในคริสตจักรคือบ้านของพระเจ้าในฐานะเสาที่ค้ำชูหลักความจริงโดยการเป็นพยานและการสำแดงของหลักความจริง (1ตธ.3:15–16). เสาทั้งสามที่ตั้งขึ้นโดยยาโคบในบทที่ 31 และบทที่ 35 นั้นเป็นหลักเขตสามอันในตลอดชีวิตของยาโคบ. (เสาที่ตั้งขึ้นในบทที่ 28:18 เป็นผลสะท้อนต่อความฝัน ไม่ถือว่าเป็นส่วนหนึ่งของประสบการณ์ฝ่ายวิญญาณของยาโคบ ดังนั้นจึงไม่นับว่าเป็นหลักเขตในตลอดชีวิตของเขา (ดู 35:14 คำอธิบาย 1). เสาแรกตั้งขึ้นที่ฆาเลด (Galeed) (ข้อ 45, 47) เป็นพยานในประสบการณ์ในช่วงระยะแรกของยาโคบถึงการดูแลที่ทรงอำนาจสิทธิ์ขาดของพระเจ้าที่มีต่อเขา. เสาที่สองตั้งขึ้นที่เบ็ธเอล (35:14). เป็นพยานในในช่วงระยะที่สองถึงการก่อสร้างของพระเจ้า ซึ่งก็คือบ้านของพระเจ้า. เสาที่สามตั้งขึ้นตรงที่ฝังศพของนางราเฮ็ลขณะเดินทางไปยังเบ็ธเลเฮม (35:20) เป็นพยานในประสบการณ์ในช่วงระยะที่สามของยาโคบถึงการตายแห่งการเลือกสรรตามธรรมชาติของเขา ซึ่งมีไว้สำหรับกำเนิดพระคริสต์ซึ่งมีแบบเล็งโดยเบ็นยามิน (ดู 35:18 คำอธิบาย 1 และ 3).
ยนซ. 31:53 ก ยนซ.31:42
สารบัญ