เยเนซิศ บทที่ 3
II. มนุษย์ได้ตกตํ่าเพราะความเสื่อมเสียของซาตาน
3:1—11:32
3:1—11:32
1. การตกต่ำครั้งที่หนึ่ง — ตกต่ำจากการสถิตอยู่ของพระเจ้าไปสู่มโนธรรมของมนุษย์
3:1–24
3:1–24
(1) การล่อลวงของงู (ซาตาน) กับการตกต่ำครั้งที่หนึ่งของมนุษย์
ข้อ 1–7
ข้อ 1–7
ยนซ.
3:1 1กงูเป็นสัตว์2ฉลาดกว่าบรรดาสัตว์ป่าที่พระยะโฮวาพระเจ้าได้ทรงสร้างไว้ งูจึงถาม3หญิงนั้นว่า “4จริงหรือที่พระเจ้าตรัสห้ามว่า ขพวกเจ้าอย่ากิน[ผล]ของต้นไม้ทุกชนิดในสวนนี้?”
ยนซ.
3:2 หญิงนั้นจึง1พูดกับงูว่า “ผลของต้นไม้ในสวนนี้เรากินได้ทั้งหมด
ยนซ.
3:3 เว้นแต่ผลของต้นไม้ที่อยู่กลางสวนนั้น พระเจ้าตรัสห้ามว่า กอย่ากินหรือถูกต้องเลยเกรงว่าจะตาย.”
ยนซ.
3:4 งูจึงพูดกับหญิงนั้นว่า “กพวกเจ้าจะไม่ตายเป็นแน่หรอก
ยนซ.
3:5 1เพราะพระเจ้าทรงทราบอยู่ว่า เจ้ากินผลไม้นั้นเข้าไปวันใด ตาของเจ้าจะเปิดออกในวันนั้น แล้วเจ้าจะรู้จักความดีและชั่วกเหมือนกับ2พระเจ้า.”
ยนซ.
3:6 เมื่อกหญิงนั้นเห็นว่า[ผลของ]ต้นไม้นั้นดีสำหรับเป็นอาหารและขงามน่าดูด้วย ทั้งเป็นผลไม้ที่พึงปรารถนาให้มีปัญญาขึ้น จึง1เก็บผลไม้นั้นมาคกินเข้าไป แล้วส่งให้สามีที่อยู่ด้วยกันกับเธอ และสามีของเธอก็ได้กินด้วย.
ยนซ.
3:7 1ตาของเขาทั้งสองนั้นก็ถูกกเปิดออก จึง2รู้ว่าเปลือยกายอยู่ แล้วจึงเอา3ใบมะเดื่อมากลัดเป็นเครื่องปกปิดตัวไว้.
(2) การจัดการของพระเจ้าที่มีต่อการตกต่ำครั้งที่หนึ่งของมนุษย์
ข้อ 8–24
ข้อ 8–24
ก. เสาะหามนุษย์
ข้อ 8–13
ข้อ 8–13
ยนซ.
3:8 เมื่อมี1ลมเย็นพัดมาในวันนั้นเขาทั้งสองได้ยินเสียงของพระยะโฮวาพระเจ้าเสด็จดำเนินอยู่ในสวน ชายคนนั้นกับภรรยาก็หลบไปกซ่อนตัวอยู่ใต้ต้นไม้ในสวนนั้น ให้พ้นจากพระพักตร์พระยะโฮวาพระเจ้า.
ยนซ.
3:9 1พระยะโฮวาพระเจ้าได้ทรงเรียกชายนั้นและตรัสแก่เขาว่า “2เจ้าอยู่ที่ไหน?”
ยนซ.
3:10 ชายนั้นทูลว่า “ข้าพเจ้าได้ยินพระสุรเสียงพระองค์ในสวนก็กลัว เพราะกเปลือยกายอยู่จึงได้ซ่อนตัวเสีย.”
ยนซ.
3:11 พระยะโฮวาพระเจ้าจึงตรัสว่า “1ใครบอกเจ้าว่าเจ้าเปลือยกายอยู่? เจ้ากินผลไม้ที่เราสั่งว่าอย่ากินนั้นแล้วหรือ?”
ยนซ.
3:12 ชายนั้นทูลว่า “หญิงที่พระองค์ประทานให้อยู่กินกับข้าพเจ้านั้นได้ให้ผลไม้นั้นแก่ข้าพเจ้า ข้าพเจ้าจึงได้กินเข้าไป."
ยนซ.
3:13 พระยะโฮวาพระเจ้าตรัสถามหญิงว่า “เจ้าได้ทำอะไรลงไป?” หญิงนั้นทูลว่า “กงูล่อลวงข้าพเจ้า ข้าพเจ้าจึงได้กินเข้าไป.”
ข. พิพากษางู
ข้อ 14
ข้อ 14
ยนซ.
3:14 พระยะโฮวาพระเจ้าจึงตรัสแก่งูว่า “เพราะเหตุที่เจ้ากระทำเช่นนี้ เจ้าก็เป็นที่1สาปแช่งมากกว่าสัตว์ใช้และสัตว์ป่าทั้งปวง เจ้าจะต้องเลื้อยไปด้วย2ท้อง จะต้องกินกผงคลีดินจนตลอดชีวิต.
ค. คำสัญญาเกี่ยวกับเชื้อสายของผู้หญิง
ข้อ 15
ข้อ 15
ยนซ.
3:15 เราจะทำให้เจ้ากับ1หญิงนี้ ทั้ง2เชื้อสายของเจ้ากับ3เชื้อสายของเขาเป็นศัตรูกัน เชื้อสายของหญิงจะ4กทำให้หัวของเจ้าฟกช้ำ และเจ้าจะ4ทำให้ส้นเท้าของเขาฟกช้ำ.”
ง. โดยอาศัยการทนทุกข์มาตีสอนมนุษย์
ข้อ 16–19
ข้อ 16–19
ยนซ.
3:16 พระองค์ตรัสแก่หญิงนั้นว่า “เราจะเพิ่มความทุกข์ลำบากมากขึ้นในกาลเมื่อเจ้า1กตั้งครรภ์และเมื่อคลอดบุตร. เจ้าจะมีความปรารถนาต่อสามี และเขาจะ1ขบังคับบัญชาเจ้า.”
ยนซ.
3:17 พระองค์จึงตรัสแก่อาดามว่า “เพราะเหตุเจ้าได้เชื่อฟังถ้อยคำของภรรยา แล้วกินผลไม้ที่เราสั่งไว้ว่าอย่ากินนั้น แผ่นดินจึงต้องถูกกสาปแช่งเพราะตัวเจ้า เจ้าจะต้องหากินที่แผ่นดินด้วย1ขการตรากตรำชั่วชีวิต.
ยนซ.
3:18 แผ่นดินจะงอกกต้นหนามและหญ้าหนามให้แก่เจ้า และเจ้าจะกินผักที่ทุ่งนา
ยนซ.
3:19 เจ้าจะหากินด้วยเหงื่อไหลอาบหน้ากว่าเจ้าจะกลับเป็นดิน เพราะเจ้าออกมาจากดิน เจ้าเป็นแต่กผงคลีดิน และจะต้องขกลับคืนเป็นผงคลีดินอีก."
จ. การไถ่ที่ได้กระทำไว้ล่วงหน้า
ข้อ 20–21
ข้อ 20–21
ยนซ.
3:20 ชายนั้นก็เรียกชื่อภรรยาของตนว่า1เอวา เพราะนางเป็นกมารดาของบรรดาชนที่มีชีวิต.
ยนซ.
3:21 พระยะโฮวาพระเจ้าได้ทรงทำเสื้อด้วย1หนังสัตว์ให้อาดามกับภรรยา2กสวมปกปิดกายของเขา.
ฉ. ปิดทางเข้าสู่ต้นไม้แห่งชีวิต
ข้อ 22–24
ข้อ 22–24
ยนซ.
3:22 แล้วพระยะโฮวาพระเจ้าตรัสว่า “ดูเถิดมนุษย์นั้นเป็นผู้ที่รู้จักความดีและชั่วเหมือนกับ1กเราแล้ว บัดนี้2เกรงว่าเขาจะยื่นมือเด็ดผลของขต้นไม้แห่งชีวิตกินเข้าไป ทำให้มีชีวิตดำรงอยู่นิรันดร์”
ยนซ.
3:23 เหตุฉะนั้นพระยะโฮวาพระเจ้าจึงทรงส่งเขาออกไปจากสวนเอเดน ให้ไปไถหว่านบนกดินที่ตัวเขาได้บังเกิดออกมาจากนั้น.
ยนซ.
3:24 เมื่อไล่ชายนั้นออกไปแล้ว พระองค์ทรงตั้ง1กคะรูบิมไว้ข้างทิศตะวันออกของสวนเอเดน และตั้ง1กระบี่เพลิงอันหนึ่งที่หมุนได้รอบทิศเพื่อเฝ้าทางที่จะเข้าไปถึงขต้นไม้แห่งชีวิตนั้น.
คำอธิบาย เยเนซิศ บทที่ 3
ยนซ.
3:1 ก 2กธ.11:3; วว.12:9; 20:2
ยนซ.
3:1 1ก การตกต่ำครั้งที่หนึ่งของมนุษย์นั้นเริ่มต้นที่ซาตานใช้งูมาล่อลวง (2กธ.11:3). งูที่ฉลาดได้เป็นการแปรสภาพเป็นรูปธรรมของซาตาน, ผู้ชั่วร้าย, ผู้เป็นศัตรูและปรปักษ์ของพระเจ้า (มธ.13:39ก; วว.12:9 คำอธิบาย 3, 4) อีกทั้งยังเป็นผู้ล่อลวงมนุษย์ด้วย (มธ.4:3; 1ธซ.3:5).
หลังจากหนังสือเยเนซิศบทที่ 2 ซาตานก็ได้เข้ามาและก่อนหนังสือวิวรณ์สองบทสุดท้ายมันก็ถูกขับไล่ออกไป (วว.20:10). ในระหว่างพระคัมภีร์สองบทแรกกับสองบทสุดท้าย ซาตานก็ได้ทำงานอย่างไม่หยุดคือมันได้ทำลายและทำให้มนุษย์เสื่อมเสีย เพื่อเป็นการขัดขวางพระเจ้าทำให้พระเจ้าไม่สามารถสำเร็จพระประสงค์ที่นิรันดร์ของพระองค์. ในทุกยุคทุกสมัยที่ผ่านมานั้นเป้าหมายแห่งการงานอันศักดิ์สิทธิ์ของพระเจ้าก็มีไว้เพื่อก่อสร้างพระกายของพระคริสต์ เพื่อสำแดงพระคริสต์ผู้เป็นพระบุตรของพระองค์และกำจัดงูนั้น.
หลังจากหนังสือเยเนซิศบทที่ 2 ซาตานก็ได้เข้ามาและก่อนหนังสือวิวรณ์สองบทสุดท้ายมันก็ถูกขับไล่ออกไป (วว.20:10). ในระหว่างพระคัมภีร์สองบทแรกกับสองบทสุดท้าย ซาตานก็ได้ทำงานอย่างไม่หยุดคือมันได้ทำลายและทำให้มนุษย์เสื่อมเสีย เพื่อเป็นการขัดขวางพระเจ้าทำให้พระเจ้าไม่สามารถสำเร็จพระประสงค์ที่นิรันดร์ของพระองค์. ในทุกยุคทุกสมัยที่ผ่านมานั้นเป้าหมายแห่งการงานอันศักดิ์สิทธิ์ของพระเจ้าก็มีไว้เพื่อก่อสร้างพระกายของพระคริสต์ เพื่อสำแดงพระคริสต์ผู้เป็นพระบุตรของพระองค์และกำจัดงูนั้น.
ยนซ.
3:1 2 หรือเจ้าเล่ห์
ยนซ.
3:1 3 งูไปติดต่อกับผู้หญิงโดยที่ไม่ไปติดต่อกับผู้ชาย เพราะว่าผู้หญิงเป็นภาชนะที่อ่อนแอกว่า (1ปต.3:7).
ยนซ.
3:1 4 ขณะที่ซาตานไปล่อลวงผู้หญิงนั้น ก่อนอื่นมันไปสัมผัสกับความคิดของเธอ คือได้ตั้งคำถามในพระคำของพระเจ้า ทำให้เธอสงสัยพระคำของพระเจ้า. คำถามของงูได้ปลุกเร้าความคิดของเอวาให้เกิดความสงสัย จนทำให้เธอไม่สามารถใช้วิญญาณมาติดต่อกับพระเจ้า. แม้กระทั่งก่อนที่เอวาจะกินผลไม้ของต้นไม้แห่งความรู้นั้น ความคิดที่ชั่วร้ายของซาตานก็ได้เข้าสู่ภายในของเธอและทำให้ความคิดของเธอเป็นมลทินไป.
ยนซ.
3:1 ข เทียบ ยนซ.2:16–17; 3:11
ยนซ.
3:2 1 สาเหตุทางภายนอกแห่งการตกต่ำครั้งแรกของมนุษย์ก็คือการล่อลวงของงู ส่วนสาเหตุทางภายในก็คือการตั้งตัวเป็นศีรษะของผู้หญิง (ข้อ 2–3, 6). ผู้หญิงเป็นตัวแทนถึงฐานะที่มนุษย์มีความสัมพันธ์กับพระเจ้า. พระเจ้าทรงเป็นสามีของมนุษย์ (ยซย.54:5) ส่วนมนุษย์อยู่ในฐานะของภรรยา. มนุษย์ต้องอยู่ภายใต้อำนาจแห่งการเป็นประมุขของพระเจ้าฉันใด ผู้หญิงก็ต้องอยู่ภายใต้การเป็นศีรษะของผู้ชายฉันนั้น (1กธ.11:3). นี่ก็คือการปกป้องอย่างหนึ่งที่มีเพื่อต่อต้านความเจ้าเล่ห์ของศัตรู. ในที่นี้เอวาตั้งตัวเป็นศีรษะคือได้คุยกับงูโดยตรงโดยที่ไม่มีการปกปิดจากสามีของเธอ. ฉะนั้นเธอจึงได้ตกเข้าไปในบ่วงแร้วของงูคือถูกงูหลอกลวง (1ตธ.2:14). ความพ่ายแพ้ของเอวาในที่นี้เป็นเครื่องหมายเล็งถึงความพ่ายแพ้ของมนุษย์ ซึ่งได้ทิ้งพระเจ้าไว้ข้างหนึ่ง แล้วชิงอำนาจแห่งการเป็นประมุขของพระเจ้าและได้กระทำการโดยตั้งตัวเป็นเอกเทศต่อพระเจ้า ฉะนั้น จึงได้เปิดหนทางให้ซาตานที่เจ้าเล่ห์นั้นเข้ามาหลอกลวง (ดู รม.7:4 คำอธิบาย 1).
ยนซ.
3:3 ก ยนซ.2:17; 3:11
ยนซ.
3:4 ก ยนซ.3:13; 2กธ.11:3; เทียบ ยฮ.8:44
ยนซ.
3:5 1 คำพูดใส่ร้ายที่ผู้ชั่วร้ายนั้นพูดได้ทำให้เอวาเกิดความเข้าใจผิดต่อความรักของพระเจ้าและเกิดความสงสัยต่อพระทัยของพระเจ้าในเรื่องที่พระเจ้าตรัสห้ามมนุษย์ไม่ให้กินผลไม้ของต้นไม้แห่งความรู้ ดีและชั่ว (2:16–17). คำพูดนี้เป็นพิษร้ายที่ได้ทำลายอารมณ์ของเอวา ทำให้เธอไม่ชอบพระเจ้า.
ยนซ.
3:5 ก ยซย.14:14; ยอค.28:2, 9; เทียบ 1ยฮ.3:2
ยนซ.
3:5 2 หรือพระเจ้าทั้งหลาย.
ยนซ.
3:6 ก 1ตธ.2:14
ยนซ.
3:6 ข 1ยฮ.2:16
ยนซ.
3:6 1 ในขั้นตอนที่มนุษย์กำลังตกต่ำนั้นไม่ได้ใช้วิญญาณติดต่อกับพระเจ้า ฉะนั้น มนุษย์จึงได้มองข้ามพระเจ้าไปและทิ้งพระเจ้าไว้ข้างหนึ่ง. ตรงกันข้ามเขากลับใช้จิตของเขาคือตกอยู่ในความคิดมาพูดเหตุผลกับงู ตกอยู่ในอารมณ์ทำให้มีความปรารถนาต่อต้นไม้แห่งความรู้ และตกอยู่ในความตั้งใจทำการตัดสินใจเก็บผลไม้ของต้นไม้แห่งความรู้มากิน.
ยนซ.
3:6 ค ยนซ.3:12, 17
ยนซ.
3:7 1 ผลลัพธ์ที่น่ากลัวแห่งการตกต่ำครั้งที่หนึ่งของมนุษย์นั้นหนักหนาสาหัสมาก. ประการแรกมนุษย์ได้ฝ่าฝืนพระบัญชาของพระเจ้า (2:17; รม.5:14). ดังนั้นจึงได้ตกเข้าไปภายใต้การปรับโทษของพระเจ้า (รม.5:16) และได้รับการสาปแช่ง (ข้อ 17–19). เขายังได้ออกห่างจากพระเจ้า (ข้อ 8) คือได้ตัดขาดจากชีวิตของพระเจ้า (อฟ.4:18) ที่อยู่ในต้นไม้แห่งชีวิต (ข้อ 23–24). นอกจากนี้ขณะที่มนุษย์ตกต่ำนั้นความคิด ความรู้สึกและความปรารถนาที่ชั่วร้ายของซาตานก็ได้ฉีดเข้าไปภายในความคิด อารมณ์ และความตั้งใจของมนุษย์จึงได้ทำให้จิตของมนุษย์เป็นมลทินไป (ข้อ 1, 4–6). เนื่องจากมนุษย์ได้กินต้นไม้แห่งความรู้ ซาตานจึงได้เข้าสู่ร่างกายของมนุษย์จนกลายเป็นความบาปที่อยู่ภายในมนุษย์ (เทียบ รม.7:8, 11, 17, 20 กับ ข้อ 8 คำอธิบาย 1). ฉะนั้นร่างกายของมนุษย์ที่ถูกสร้างมาอย่างบริสุทธิ์และปราศจากบาป จึงได้แปรเปลี่ยนกลายเป็นร่างกายของความบาป (รม.7:18 คำอธิบาย 2). ผลลัพธ์ของการตกต่ำก็คือวิญญาณของมนุษย์ตาย (เทียบ อฟ.2:1, 5 กับข้อ 1 คำอธิบาย 2) ถูกตัดขาดจากพระเจ้าและสูญเสียการใช้งานที่เขามีต่อพระเจ้า. ด้วยเหตุนี้ทั้งสามส่วนของมนุษย์ทั้งร่างกาย จิต และวิญญาณก็ล้วนได้ถูกทำลายเนื่องจากการตกต่ำ. นอกจากนี้มนุษย์ที่ตกต่ำก็ถูกก่อรูปให้กลายเป็นคนบาป (รม.5:19) กลายเป็นผู้ที่ถูกทำร้ายจากความตาย (รม.5:12ข, 14; 1กธ.15:22ก). ผลลัพธ์ก็คือมนุษย์ถูกทำลายจนไม่อาจสำเร็จพระประสงค์ของพระเจ้า นั่นก็คือการมีพระฉายาของพระเจ้าเพื่อสำแดงพระองค์กับการมีอำนาจแห่งการปกครองของพระเจ้าเพื่อเป็นตัวแทนของพระองค์ (1:26) ในที่สุด เนื่องจากการตกต่ำของมนุษย์จึงทำให้สรรพสิ่งที่ถูกสร้างตกเข้าไปในความว่างเปล่าจนกลายเป็นทาสของความเสื่อมเสีย (รม.8:20–21).
ยนซ.
3:7 ก ยนซ.3:5
ยนซ.
3:7 2 นี่ก็คือมโนธรรมของมนุษย์เริ่มมีการใช้งาน. มโนธรรมเป็นการใช้งานส่วนหนึ่งแห่งวิญญาณของมนุษย์ (เทียบ 2:7 คำอธิบาย 5 ย่อหน้าที่ 3) ซึ่งมีตั้งแต่เมื่อพระเจ้าทรงสร้างมนุษย์แล้ว. อย่างไรก็ตามต้องรอจนกระทั่งมนุษย์มีส่วนในต้นไม้แห่งความรู้ แล้วการใช้งานของมโนธรรมจึงจะปรากฏออกมา. หลังจากที่อาดามตกต่ำแล้วจึงรู้สึกอายเนื่องจากเปลือยกายอยู่ (เทียบ 2:25) เพราะว่าการใช้งานแห่งมโนธรรมได้ถูกเร่งเร้าขึ้นมาแล้ว. เริ่มตั้งแต่นั้นเป็นต้นมามโนธรรมของมนุษย์ก็เริ่มแบกรับหน้าที่ในการปฏิเสธความชั่วและปฏิบัติตามความดี (ดู รม.9:1 คำอธิบาย 2).
ยนซ.
3:7 3 ใบมะเดื่อเป็นชีวิตของพืชจึงไม่รวมถึงพระโลหิตแห่งการช่วยไถ่ (เทียบ ฮร.9:22). การปกปิดด้วยใบมะเดื่อก็เป็นตัวแทนถึงการประพฤติของมนุษย์ที่พยายามจะมาปกปิดความบาปของเขา. การประพฤติเช่นนี้ไม่เพียงพอต่อการปกปิดร่างกายที่เปลือยเปล่าของมนุษย์ เพื่อทำให้มนุษย์ได้รับการโปรดให้ชอบธรรมและได้รับการโปรดปรานต่อเบื้องพระพักตร์ของพระเจ้า (เทียบ รม.3:20; ดู ข้อ 21 คำอธิบาย 1 และ 2).
ยนซ.
3:8 1 แปลตามตรงคือลมเบาๆ. ภาษาเฮ็บรายคือรูอัค (ruach).
ยนซ.
3:8 ก โยบ.31:33; เทียบ ยรม.23:23–24; ฮร.4:13; บพส. 139:1–12
ยนซ.
3:9 1 แม้ว่ามนุษย์ที่พระเจ้าทรงสร้างนั้นได้ถูกปรปักษ์ของพระเจ้าทำลายเสียแล้ว ทว่าพระเจ้าผู้ไม่แปรเปลี่ยนและดำรงอยู่นิรันดร์ พระองค์จะไม่เปลี่ยนพระทัยโดยละทิ้งแผนการบริหารนิรันดร์ที่ทรงกำหนดขึ้นในนิรันดร์กาลก่อนที่มีเพื่อนิรันดร์กาลในอนาคตอย่างแน่นอน (อฟ.3:9–11). ฉะนั้นเพื่อพระประสงค์ที่ไม่มีทางเปลี่ยนแปลงแล้ว พระองค์จึงต้องช่วยมนุษย์ที่พระองค์ทรงสร้าง แม้กระทั่งยอมจ่ายราคาในการสังเวยพระบุตรองค์เดียวของพระองค์ (ยฮ.3:16). เพราะเหตุนี้พระคริสต์ผู้เป็นพระภาคที่สองแห่งตรีเอกภาพอันศักดิ์สิทธิ์ก็ได้เตรียมพร้อมที่จะเข้าสู่กาลเวลาตั้งแต่ในนิรันดร์กาลก่อน (มคา.5:2) ตามการประชุมอันศักดิ์สิทธิ์ของตรีเอกภาพอันศักดิ์สิทธิ์ในนิรันดร์กาลก่อน เพื่อจะทรงตายแทนมนุษย์ที่ตกต่ำ (กจ.2:23 คำอธิบาย 1; 1ปต.1:18–20, ข้อ 20 คำอธิบาย 1).
ยนซ.
3:9 2 หลังจากการตกต่ำแล้วสิ่งที่ตามมาทันทีก็คืออาดามกับเอวารู้ว่าผลลัพธ์แห่งการทำผิดของพวกเขาก็คือความตาย (เทียบ รม.1:32ก; 6:23ก). ดังนั้นพวกเขาจึงได้หลบไปจากพระพักตร์ขององค์พระผู้เป็นเจ้าและรอคอยการพิพากษาแห่งความตาย (ข้อ 8). อย่างไรก็ตามพระเจ้าได้มาเสาะหาพวกเขา ไม่ใช่เพื่อมาตัดสินลงโทษประหารชีวิต แต่ได้มาประกาศกิตติคุณให้กับพวกเขา เพื่อช่วยให้พวกเขาหลุดพ้นจากการตกต่ำ (เทียบ ยฮ.3:17; ลก.19:10). ถ้อยคำประโยคแรกของกิตติคุณที่พระเจ้าได้มาประกาศก็คือ “เจ้าอยู่ที่ไหน?” คำถามนี้ไม่ใช่การประกาศคำพิพากษา แต่เป็นถ้อยคำเริ่มต้นของข่าวแห่งความยินดี.
ยนซ.
3:10 ก ยนซ.2:25; 3:7
ยนซ.
3:11 1 การที่พระเจ้าทรงถามอาดามกับเอวานั้นไม่ใช่เพื่อจะปรับโทษพวกเขา แต่ทรงต้องการนำพาพวกเขาให้ยอมรับการล่วงละเมิดของตัวเอง (เทียบ 1ยฮ.1:9).
ยนซ.
3:13 ก 2กธ.11:3; 1ตธ.2:14
ยนซ.
3:14 1 พระเจ้าไม่ได้พิพากษาอาดามกับเอวา แต่ได้พิพากษางูโดยการสาปแช่งงู
ยนซ.
3:14 2 กรณีนี้ก็มีความหมายเป็นนัยว่าพระเจ้าได้จำกัดกิจกรรมและการเคลื่อนไหวของซาตานให้อยู่บนแผ่นดินเท่านั้น. ดังนั้นขอเพียงเราวางความคิดไว้บนสิ่งที่อยู่เหนือล้ำกว่าแผ่นดิน งูผู้เป็นผีมารซาตานนั้นก็ไม่อาจมาแตะต้องเราได้เลย (กซ.3:1–3; 1ยฮ.5:18; รม.16:20).
ยนซ.
3:14 ก ยซย.65:25; มคา.7:17; เทียบ ยนซ.3:19
ยนซ.
3:15 1 ก่อนอื่นหญิงในที่นี้เป็นเครื่องหมายเล็งถึงเอวา จากนั้นเป็นเครื่องหมายเล็งถึงมาเรียผู้เป็นหญิงพรหมจารี ซึ่งเป็นมารดาของพระเยซู (ฆต.4:4). เธอยังได้เป็นเครื่องหมายเล็งถึงพลไพร่ทั้งหมดของพระเจ้า คือคนเหล่านั้นที่เชื่อและพึ่งพิงพระเจ้า ผู้ได้ยืนอยู่ต่อเบื้องพระพักตร์พระเจ้าในฐานะที่เป็นผู้หญิง (ดู ข้อ 2 คำอธิบาย 1) ซึ่งมีตัวแทนโดยผู้หญิงแห่งจักรวาลในหนังสือวิวรณ์ 12:1 (ดูคำอธิบาย). ฉะนั้นงูกับผู้หญิงจึงเป็นศัตรูกันและกัน นั่นก็คือซาตานได้เป็นศัตรูต่อพลไพร่ทั้งหมดของพระเจ้า (ดู วว.12:4 คำอธิบาย 2). ความเกลียดชังและการต่อสู้ระหว่างงูกับพลไพร่ของพระเจ้านั้นได้เริ่มต้นที่ซาตานได้ยุยงให้คายินฆ่าเฮเบล (4:8; 1ยฮ.3:12) ตลอดจนผ่านทุกยุคทุกสมัยจนกระทั่งซาตานถูกทิ้งลงในบึงไฟชั่วนิตย์นิรันดร์ (วว.20:7–10).
ยนซ.
3:15 2 เชื้อสายของงูก็คือคนเหล่านั้นที่ติดตามซาตาน. เนื่องจากซาตานผู้เป็นงูเฒ่า (วว.12:9; 20:2) ได้ฉีดตัวมันเองในฐานะที่เป็นความบาปเข้าสู่เนื้อหนังของมนุษย์ (ดู รม.7:18 คำอธิบาย 2) ดังนั้นมนุษย์ทุกคนจึงได้กลายเป็นงูในสายพระเนตรของพระเจ้า (มธ.23:33). ในเมื่อพวกเขาเป็นผู้ติดตามซาตานพวกเขาจึงเป็นลูกของมันด้วย ซึ่งก็คือเชื้อสายของมันที่ไม่ได้เป็นเพราะถูกรับมาเลี้ยง แต่เป็นเพราะเกิดมาจากมัน (มธ.3:7; 13:38; ยฮ.8:44; 1ยฮ.3:10). ฉะนั้นพวกเขาจึงมีนิสัยและชีวิตของงู. พวกเขาถูกซาตานหลอกใช้ให้มาข่มเหงและสู้รบกับเชื้อสายของผู้หญิง.
ยนซ.
3:15 3 เชื้อสายของผู้หญิงก็คือพระเยซูคริสต์ผู้กลายเป็นเนื้อหนัง พระองค์ทรงเป็นพระเจ้า แต่ได้กลายเป็นมนุษย์โดยบังเกิดจากมาเรียผู้เป็นหญิงพรหมจารีดังที่ได้ทำนายไว้ใน ยซย.7:14 ได้สำเร็จเป็นจริงใน มธ.1:23 และได้รับการยืนยันใน ฆต.4:4. ด้วยเหตุนี้ คำสัญญาในที่นี้จึงเป็นการชี้แจงว่าตัวของพระเจ้าเองต้องการกลายเป็นเชื้อสายของมนุษย์ เพื่อทำให้หัวของงูที่ทำลายมนุษย์นั้นฟกช้ำ. ในที่สุดแล้วเชื้อสายของผู้หญิงจะขยายใหญ่ขึ้นซึ่งครอบคลุมถึงผู้เชื่อที่มีชัยชนะ นั่นก็คือส่วนที่เข้มแข็งในท่ามกลางพลไพร่ของพระเจ้าซึ่งได้มีเครื่องหมายเล็งถึงโดยบุตรชายใน วว.12:5 (ดู คำอธิบาย 2). บุตรชายก็คือเชื้อสายที่เป็นกลุ่มชนของผู้หญิงซึ่งรวมถึงองค์พระเยซูเจ้าผู้เป็นเชื้อสายส่วนบุคคลของผู้หญิง. ใน บพส.2:8–9; วว.2:26–27; และ 12:5 ได้ชี้บ่งว่าองค์พระเยซูเจ้าผู้ที่ได้รับการชโลมจากพระเจ้า ผู้มีชัยชนะในท่ามกลางคริสตจักร และบุตรชายจะปกครองนานาประเทศด้วยคทาเหล็ก ฉะนั้นจึงเป็นข้อพิสูจน์ว่าองค์พระเยซูเจ้า ผู้มีชัยชนะ และบุตรชายนั้นเป็นหนึ่ง. องค์พระผู้เป็นเจ้าที่เป็นผู้นำของผู้มีชัยชนะ (วว.3:21) ทรงเป็นศีรษะ, ศูนย์กลาง, ความเที่ยงแท้, ชีวิต, และนิสัยของบุตรชาย ส่วนบุตรชายในฐานะที่เป็นผู้มีชัยชนะที่ติดตามนั้นก็คือพระกายของพระองค์.
ยนซ.
3:15 ก ฮร.2:14; เทียบ รม.16:20
ยนซ.
3:15 4ก เชื้อสายของผู้หญิงทำให้หัวของงูฟกช้ำก็คือการทำลายผู้มีอำนาจแห่งความตายคือซาตาน โดยการตายบนกางเขนขององค์พระเยซูเจ้า (ฮร.2:14 คำอธิบาย 1; 1ยฮ.3:8). ขณะที่องค์พระผู้เป็นเจ้าทรงทำลายงูอยู่บนกางเขนนั้น งูก็ได้ทำให้ส้นเท้าของพระองค์ฟกช้ำด้วย นี่ก็หมายถึงการทำให้พระองค์บาดเจ็บโดยการตรึงเท้าของพระองค์ไว้บนกางเขน(บพส.22:16).
โดยการตายบนกางเขนขององค์พระผู้เป็นเจ้า ซาตานที่เป็นงูเฒ่าได้รับการพิพากษาและได้ถูกขับไล่ออกไป (ยฮ.12:31; 16:11). ในที่สุดแล้วการพิพากษานี้จะอาศัยผู้มีชัยชนะในฐานะที่เป็นบุตรชายซึ่งก็คือเชื้อสายแห่งกลุ่มชนของผู้หญิงเป็นผู้ดำเนินการ (วว.12:9 คำอธิบาย 1).
โดยการตายบนกางเขนขององค์พระผู้เป็นเจ้า ซาตานที่เป็นงูเฒ่าได้รับการพิพากษาและได้ถูกขับไล่ออกไป (ยฮ.12:31; 16:11). ในที่สุดแล้วการพิพากษานี้จะอาศัยผู้มีชัยชนะในฐานะที่เป็นบุตรชายซึ่งก็คือเชื้อสายแห่งกลุ่มชนของผู้หญิงเป็นผู้ดำเนินการ (วว.12:9 คำอธิบาย 1).
ยนซ.
3:16 ก 1ตธ.2:15; เทียบ ยฮ.16:2
ยนซ.
3:16 1ก การทนรับความทุกข์และความลำบากของการให้กำเนิด (1ตธ.2:14–15; 5:13–14) รวมทั้งการทนรับการบังคับบัญชาจากสามี (1กธ.11:3; 1ตธ.2:11–12) ก็คือการจำกัดและการปกป้องที่พระเจ้าทรงกำหนดให้กับผู้หญิง เพราะว่าขณะที่มนุษย์ตกต่ำนั้น ผู้หญิงเป็นผู้นำหน้า.
ยนซ.
3:16 ข อฟ.5:22–24; กซ.3:18; 1ปต.3:1, 5–6; ตต.2:5; เทียบ 1กธ.11:3; 14:34–35; 1ตธ.2:11–12
ยนซ.
3:17 ก ยนซ.5:29; เทียบ ฆต..3:13; วว.22:3
ยนซ.
3:17 ข ผปก.2:22
ยนซ.
3:17 1ข หรือ ทนทุกข์เจ็บปวด. แผ่นดินได้งอกต้นหนามและหญ้าหนาม (ข้อ 18) มนุษย์ต้องทนความยากลำบากชั่วชีวิตและเหงื่อไหลอาบหน้า (ข้อ 17, 19ก) และจะกลับคืนสู่ดิน (นั่นก็คือตาย ข้อ 19) ทั้งหมดนี้ล้วนแต่เป็นสิ่งที่พระเจ้าทรงกำหนดเพื่อจำกัดและปกป้องมนุษย์ที่มีบาปและตกต่ำ.
ยนซ.
3:18 ก ฮร.6:8; เทียบ มธ.27:29
ยนซ.
3:19 ก ยนซ.2:7; บพส.103:14; 1กธ.15:47
ยนซ.
3:19 ข โยบ34:15; บพส.90:3; 104:29; ผปก.3:20; 12:7
ยนซ.
3:20 1 หมายถึง มีชีวิตอยู่. พระเจ้าทรงประกาศข่าวแห่งความยินดีในข้อ 15 ว่าเชื้อสายของผู้หญิงจะทำลายงู. นี่ก็คือการประกาศกิตติคุณครั้งแรกในพระคัมภีร์ทั้งเล่ม. หลังจากที่อาดามได้ยินกิตติคุณนี้แล้วก็เชื่อว่าตัวเขากับเอวาจะมีชีวิตอยู่ต่อไปและจะไม่ตาย (เทียบ ยฮ.3:14–16) ฉะนั้นอาดามจึงได้เรียกชื่อภรรยาของตนว่า "เอวา" ซึ่งหมายถึงมีชีวิตอยู่. ดังนั้นพระเจ้าทรงเป็นผู้แรกที่ประกาศข่าวแห่งความยินดีของกิตติคุณและอาดามก็คือคนแรกที่เชื่อ.
ยนซ.
3:20 ก กจ.17:26
ยนซ.
3:21 1 อาจจะเป็นหนังของลูกแกะ. ลูกแกะได้พลีชีพและหลั่งโลหิตเพื่ออาดามกับเอวาเพื่อความบาปจะได้รับการอภัย (ฮร.9:22). การที่พระเจ้าทรงฆ่าลูกแกะก็เป็นแบบเล็งถึงการตายแทนของพระคริสต์ผู้เป็นพระเมษโปดกของพระเจ้า. พระองค์ได้หลั่งพระโลหิตออกมาเพื่อสำเร็จการช่วยไถ่ทำให้พระเจ้าสามารถโปรดให้ชอบธรรมแก่คนบาปที่เชื่อนั้น (ยฮ.1:29; วว.13:8ข; 1ปต.1:18–20; 3:18ก; อฟ.1:7; รม.3:24).
พระเจ้าทรงให้อาดามกับเอวาสวมใส่หนังสัตว์ก็หมายความว่าพระเจ้าทรงโปรดให้ชอบธรรมแก่พวกเขาโดยความเชื่อของพวกเขา (รม.3:28). เสื้อผ้าเป็นแบบเล็งถึงพระคริสต์ทรงปกปิดเราในฐานะที่เป็นความชอบธรรมของพระเจ้าเพื่อให้เราได้รับการโปรดให้ชอบธรรมจากพระเจ้า (ยรม.23:6; 1กธ.1:30). เสื้อผ้านี้พระเจ้าทรงทำขึ้นได้มาแทนที่ใบมะเดื่อที่อาดามกับเอวาทำเป็นเครื่องปกปิดกาย (ข้อ 7; ดู ลก.15:22 คำอธิบาย 3).
พระเจ้าทรงให้อาดามกับเอวาสวมใส่หนังสัตว์ก็หมายความว่าพระเจ้าทรงโปรดให้ชอบธรรมแก่พวกเขาโดยความเชื่อของพวกเขา (รม.3:28). เสื้อผ้าเป็นแบบเล็งถึงพระคริสต์ทรงปกปิดเราในฐานะที่เป็นความชอบธรรมของพระเจ้าเพื่อให้เราได้รับการโปรดให้ชอบธรรมจากพระเจ้า (ยรม.23:6; 1กธ.1:30). เสื้อผ้านี้พระเจ้าทรงทำขึ้นได้มาแทนที่ใบมะเดื่อที่อาดามกับเอวาทำเป็นเครื่องปกปิดกาย (ข้อ 7; ดู ลก.15:22 คำอธิบาย 3).
ยนซ.
3:21 ก เทียบ 2คนก.6:41; บพส.132:16; ยซย.61:10
ยนซ.
3:21 2ก การแทนที่ที่แท้จริงนั้นขึ้นอยู่กับการเข้าสนิท. หลังจากที่พระเจ้าให้อาดามสวมใส่หนังแกะแล้ว อาดามก็ได้กลายเป็นหนึ่งกับแกะนั้น. ฉะนั้นคนบาปจึงได้กลายเป็นหนึ่งกับผู้ที่มาตายแทน. นี่ก็คือการเข้าสนิท. การเข้าสนิทนำเข้าสู่ประสิทธิภาพแห่งการแทนที่. เมื่อเราเชื่อในกิตติคุณ พระคริสต์ก็จะสวมอยู่บนตัวเราเพื่อเป็นความชอบธรรมที่มาปกปิดเรา (เทียบ ลก.15:22) และเราก็ถูกวางไว้ในพระคริสต์ (1กธ.1:30) เพื่อให้เรากลายเป็นหนึ่งกับพระคริสต์. ในเมื่อเรากลายเป็นหนึ่งกับพระคริสต์แล้ว ทุกสิ่งที่พระองค์ทรงสำเร็จบนกางเขนก็จะกลายเป็นของเราด้วย. การเชื่อพระเยซูคริสต์ก็คือการกลายเป็นหนึ่งกับพระองค์และเข้าสู่การเข้าสนิทกับพระองค์ (ดู ยฮ.3:16 คำอธิบาย 3). ในการเข้าสนิทเช่นนี้ทุกสิ่งที่พระคริสต์ทรงเป็น, ทรงมี, ทรงกระทำแล้ว, จะทรงกระทำในอนาคต, ทรงบรรลุถึง และทรงได้รับก็ล้วนแต่เป็นของเรา (ดู 6:14 คำอธิบาย 3 ย่อหน้า 2; 8:18 คำอธิบาย 1 ย่อหน้า 2; อซด.12:22 คำอธิบาย 2; 1ยฮ.2:2 คำอธิบาย 3).
หัวข้อหลักของกิตติคุณนั้นสามารถมองเห็นได้ในข้อ 15 กับ 21 ซึ่งบ่งชี้ว่าหลังจากที่มนุษย์ตกต่ำแล้วพระเจ้าผู้ทรงสร้างมนุษย์ได้กลายเป็นพระผู้ช่วยให้รอดของมนุษย์ พระองค์ทรงตายในฐานะที่กลายเป็นเชื้อสายของมนุษย์ เพื่อจะทำลายซาตาน, ช่วยไถ่มนุษย์ที่ตกต่ำ, และจะกลายเป็นความชอบธรรมของมนุษย์ที่อยู่ต่อเบื้องพระพักตร์พระเจ้า เพื่อให้มนุษย์ได้รับการโปรดให้ชอบธรรมและได้กลายเป็นหนึ่งกับพระเจ้าในพระองค์.
หัวข้อหลักของกิตติคุณนั้นสามารถมองเห็นได้ในข้อ 15 กับ 21 ซึ่งบ่งชี้ว่าหลังจากที่มนุษย์ตกต่ำแล้วพระเจ้าผู้ทรงสร้างมนุษย์ได้กลายเป็นพระผู้ช่วยให้รอดของมนุษย์ พระองค์ทรงตายในฐานะที่กลายเป็นเชื้อสายของมนุษย์ เพื่อจะทำลายซาตาน, ช่วยไถ่มนุษย์ที่ตกต่ำ, และจะกลายเป็นความชอบธรรมของมนุษย์ที่อยู่ต่อเบื้องพระพักตร์พระเจ้า เพื่อให้มนุษย์ได้รับการโปรดให้ชอบธรรมและได้กลายเป็นหนึ่งกับพระเจ้าในพระองค์.
ยนซ.
3:22 ก ยนซ.1:26
ยนซ.
3:22 1ก แปลตามตรงคือ เป็นผู้หนึ่งในพวกเรา.
ยนซ.
3:22 2 แม้ว่าอาดามกับเอวาจะได้รับการช่วยไถ่ล่วงหน้า แต่พวกเขาก็ยังไม่ได้รับการช่วยไถ่ที่แท้จริงซึ่งพระคริสต์ได้ทรงกระทำสำเร็จบนกางเขน. ในนิสัยของพวกเขายังคงมีบาป. ถ้าหากพวกเขากินต้นไม้แห่งชีวิตเข้าไปในสภาพเช่นนี้ พวกเขาก็จะมีชีวิตดำรงอยู่นิรันดร์พร้อมกับนิสัยที่มีบาป. พระเจ้าจะไม่อนุญาตให้เรื่องเช่นนี้เกิดขึ้น. ต้นไม้แห่งชีวิตเป็นเครื่องหมายเล็งถึงพระเจ้าทรงเป็นชีวิตของมนุษย์ ซึ่งไม่อาจให้มนุษย์ที่มีบาปนั้นมาแตะต้อง. ฉะนั้นก่อนที่จะสำเร็จการช่วยไถ่ที่แท้จริงนั้น พระเจ้าจึงต้องปิดทางไปสู่ต้นไม้แห่งชีวิตเสีย. จนกระทั่งการช่วยไถ่ที่แท้จริงได้สำเร็จ และได้ขจัดความบาปของมนุษย์ออกไป (ยฮ.1:29) และได้ทำให้นิสัยที่บาปชั่วของมนุษย์สิ้นสุดลง (ยฮ.3:14; รม.8:3 คำอธิบาย 3) มนุษย์จึงจะมีโอกาสที่จะเข้าใกล้ต้นไม้แห่งชีวิตอีกครั้งหนึ่ง (วว.22:14).
ยนซ.
3:22 ข ยนซ.2:9; วว.22:2; 2:7
ยนซ.
3:23 ก 23ก ยนซ.2:7
ยนซ.
3:24 ก อซด.25:18–22; บพส.18:10; เทียบ ยอค.28:14
ยนซ.
3:24 1ก พระเจ้าทรงปิดทางเข้าถึงต้นไม้แห่งชีวิตด้วยสื่อกลางสามอย่างคือคะรูบีม, เพลิง, และกระบี่. คะรูบีมเป็นเครื่องหมายเล็งถึงสง่าราศีของพระเจ้า (เทียบ ยอค.9:3; 10:4; ฮร.9:5); เพลิงเป็นเครื่องหมายเล็งถึงการแยกบริสุทธิ์ของพระเจ้า (พบญ.4:24; 9:3; ฮร.12:29); ส่วนกระบี่ที่ใช้ประหารนั้นบ่งชี้ถึงความชอบธรรมของพระเจ้า (เทียบ พรท.3:42–43; รม.2:5). คุณลักษณะเหล่านี้ของพระเจ้าได้มีข้อเรียกร้องบนตัวของคนบาป. ในเมื่อมนุษย์ที่มีบาปไม่อาจบรรลุถึงข้อเรียกร้องเหล่านี้ (รม.3:10–18, 23) เขาจึงไม่อาจติดต่อกับพระเจ้าผู้เป็นต้นไม้แห่งชีวิต. จนกระทั่งพระคริสต์ได้ตอบสนองข้อเรียกร้องแห่งสง่าราศี, ความบริสุทธิ์, และความชอบธรรมของพระเจ้าโดยการตายที่ครอบคลุมสรรพสิ่งบนกางเขนของพระองค์ จึงได้เปิดทางที่ใหม่และมีชีวิต ทำให้มนุษย์สามารถเข้าสู่ที่บริสุทธิ์สุดและมีส่วนในต้นไม้แห่งชีวิต (ฮร.10:19–20 กับข้อ 20 คำอธิบาย 2; วว.22:14; คำอธิบาย 4).
ยนซ.
3:24 ข ยนซ.2:9; เทียบ วว.22:14