เยเนซิศ บทที่ 25
(5) ชีวิตยังไม่สุกงอม
25:1–18
25:1–18
ยนซ.
25:1 อับราฮามได้ภรรยา1อีกคนหนึ่งชื่อกคะตูรา.
ยนซ.
25:2 นางคนนี้ได้ให้กำเนิดบุตรกับอับราฮามชื่อ ซิมราน ยัคซาน มาดาน กมิดยาน ยิศบาค และซูฮา.
ยนซ.
25:3 ยัคซานได้ให้กำเนิดบุตรชายชื่อซะบาและดะดาน บุตรชายของดะดานชื่ออาซูริม ละตูซีม และละอูมิม.
ยนซ.
25:4 บุตรชายของมิดยานคือเอฟา เอเฟร ฮะโนค อะบีดา และเอลดาอา คนเหล่านี้เป็นบุตรหลานนางคะตูรา.
ยนซ.
25:5 อับราฮามก็ได้มอบ1กทรัพย์สินทุกสิ่งให้2ยิศฮาค.
ยนซ.
25:6 ส่วนบุตรชายทั้งหลายของภรรยาน้อยของอับราฮาม อับราฮามก็ฉวยโอกาสในขณะที่ยังมีชีวิตอยู่ได้แบ่งของกำนัลให้บ้าง. และให้ไปเสียจากยิศฮาค บุตรชายของตนยังดินแดนข้างทิศตะวันออก.
ยนซ.
25:7 วันเวลาแห่งอายุที่อับราฮามได้ดำรงชีวิตอยู่คือหนึ่งร้อยเจ็ดสิบห้าปี.
ยนซ.
25:8 อับราฮามมีอายุมากจนแก่งอมแล้วก็สิ้นชีพตายจากไปอยู่กับบรรพบุรุษของเขา.
ยนซ.
25:9 ส่วนยิศฮาคกับยิศมาเอลบุตรชายทั้งสองได้ฝังศพของอับราฮามบิดาไว้ที่ถ้ำ1กมักเพลาอยู่ตรงตำบลมัมเรที่นาของเอ็ฟโรนบุตรชายของโซฮัรชนชาติเฮ็ธ
ยนซ.
25:10 เป็นที่นาที่อับราฮามได้ซื้อไว้จากชนชาติเฮ็ธ ทั้งกอับราฮามกับนางซาราผู้เป็นภรรยาล้วนได้ฝังอยู่ที่นั่น.
ยนซ.
25:11 ภายหลังเมื่ออับราฮามได้ตายแล้วพระเจ้าทรง1อวยพรให้ยิศฮาคบุตรชาย และยิศฮาคได้ไปอาศัยอยู่ที่กเบเออร์ลาฮายรอย.
ยนซ.
25:12 ต่อไปนี้เป็นลำดับพงศ์พันธุ์ของกยิศมาเอล ที่นางฮาฆารชนชาติอียิปต์ผู้เป็นทาสีของนางซาราได้ให้กำเนิดกับอับราฮาม.
ยนซ.
25:13 กบุตรชายของยิศมาเอลมีชื่อตามลำดับดังนี้ คือนะบาโยธบุตรหัวปีของยิศมาเอล จากนั้นคือเคดาร อัดเบล มิบซาม
ยนซ.
25:14 มิศมา ดูมา มาซา
ยนซ.
25:15 ฮะดัด เธมา ยะตูระ นาฟิศ และเคดะมา.
ยนซ.
25:16 คนเหล่านี้เป็นบุตรชายยิศมาเอล เขาเหล่านั้นมีชื่อตามหมู่บ้าน ตามค่ายของเขา และตามเผ่าซึ่งได้เป็นหัวหน้าสิบสองเผ่า.
ยนซ.
25:17 เมื่อยิศมาเอลมีอายุได้หนึ่งร้อยสามสิบเจ็ดปีแล้วก็สิ้นชีวิตไปร่วมอยู่กับบรรพบุรุษ.
ยนซ.
25:18 ลูกหลานของเขาได้อาศัยอยู่ตั้งแต่เมืองฮาวิลาจนถึงเมืองซูระ ซึ่งอยู่ตรงหน้าอียิปต์ตามทางที่ไปยังอาซูระ เขาได้อาศัยอยู่ตรงหน้าพี่น้องทั้งหลายของตน.
2. ในด้านที่สอง — ประสบการณ์ของยิศฮาค
25:19–21, 27–28; 26:1—27:4, 27ข–41; 28:6–9
25:19–21, 27–28; 26:1—27:4, 27ข–41; 28:6–9
(1) ได้บุตรชายฝาแฝด
25:19–21
25:19–21
ยนซ.
25:19 ต่อไปนี้เป็นลำดับพงศ์พันธุ์ของยิศฮาคบุตรชายของอับราฮาม อับราฮามให้กำเนิดบุตรชายชื่อกยิศฮาค.
ยนซ.
25:20 พออายุยิศฮาคได้สี่สิบปีก็ได้นางริบะคาบุตรีบะธูเอลชนชาติอารัมอยู่บ้านพาดันอารัม คือน้องสาวของลาบานชนชาติอารัมมาเป็นภรรยา.
ยนซ.
25:21 ยิศฮาคได้1ทูลวอนต่อพระยะโฮวาเพื่อภรรยา เพราะนางเป็นหมัน พระยะโฮวาทรงโปรดสดับฟังคำทูลวอนนั้น นางริบะคาภรรยาของยิศฮาคจึงกตั้งครรภ์.
3. ในด้านที่สาม — ประสบการณ์ของยาโคบ (รวมทั้งโยเซฟด้วย)
25:22–26, 29–34; 27:5–27ก; 27:42—28:5; 28:10—50:26
25:22–26, 29–34; 27:5–27ก; 27:42—28:5; 28:10—50:26
(1) ได้รับการจัดการ
25:22–26, 29–34; 27:5–27ก;27:42—28:5; 28:10—32:21
25:22–26, 29–34; 27:5–27ก;27:42—28:5; 28:10—32:21
ก. ได้รับการเลือกสรรเป็นบุตรคนรอง
25:22–26
25:22–26
ยนซ.
25:22 ทารกทั้งสองในท้องของนางนั้นเบียดเสียดกัน นางจึงพูดว่า “ถ้าเป็นอย่างนั้น เหตุไรเราจึงเป็นเช่นนี้?” นางก็ไปทูลถามพระยะโฮวา.
ยนซ.
25:23 พระยะโฮวาตรัสแก่นางว่า “ในครรภ์ของเจ้ามีอยู่1กสองชนชาติ จะมีสองเผ่าคลอดออกจากท้องของเจ้า. ฝ่ายเผ่าหนึ่งจะมีขกำลังมากกว่าอีกเผ่าหนึ่ง. พี่จะคปรนนิบัติ2น้อง.”
ยนซ.
25:24 เมื่อถึงกำหนดคลอดแล้วก็เป็นลูกแฝดอยู่ในครรภ์ของนาง.
ยนซ.
25:25 คนที่คลอดมาก่อนผิวเนื้อแดง มีขนดุจเสื้อผ้าขนสัตว์ทั้งตัว เขาก็ตั้งชื่อว่า1เอซาว.
ยนซ.
25:26 ส่วนคนที่คลอดมาทีหลังมือของเขาก็1กจับส้นเท้าของเอซาวไว้ เขาก็ตั้งชื่อว่า2ขยาโคบ. เมื่อนางริบะคาคลอดลูกแฝดนั้นยิศฮาคมีอายุได้หกสิบปี.
2. ในด้านที่สอง — ประสบการณ์ของยิศฮาค (ต่อ)
(2) เป็นอยู่ในชีวิตธรรมชาติเหมือนยาโคบ
25:27–28; 28:6–9
25:27–28; 28:6–9
ยนซ.
25:27 เมื่อเด็กชายทั้งสองนี้ได้เติบโตขึ้น เอซาวก็เป็นพรานที่ชำนาญมักอยู่ในป่ายาโคบเป็นคนเงียบสงบมักอยู่ในกกระโจม.
ยนซ.
25:28 ฝ่ายยิศฮาคได้รักเอซาว เพราะ1ได้รับประทานเนื้อสัตว์ป่าของเขาบ่อยๆ แต่นางริบะคารักยาโคบ.
3. ในด้านที่สาม — ประสบการณ์ของยาโคบ (ต่อ)
(1) ได้รับการจัดการ (ต่อ) ;
(1) ได้รับการจัดการ (ต่อ) ;
ข. ถูกบีบบังคับให้ไปจากมารดาที่รักและบ้านบิดา
25:29–34; 27:5–27ก; 27:42—28:5
25:29–34; 27:5–27ก; 27:42—28:5
(ก) ฉกฉวยสิทธิบุตรหัวปี
25:29–34
25:29–34
ยนซ.
25:29 วันหนึ่งเมื่อยาโคบกำลังตุ๋นอาหารอยู่. เอซาวกลับมาจากป่ามีความหิวอิดโรยมาก.
ยนซ.
25:30 จึงพูดกับยาโคบว่า “ขออาหารแดงนั้นให้พี่รับประทานบ้างเถิด ด้วยพี่หิวอิดโรยมาก” เหตุฉะนี้เขาจึงเรียกชื่อเอซาวว่า1กอะโดม (แดง).
ยนซ.
25:31 ยาโคบตอบว่า “พี่จงขายสิทธิบุตรหัวปีให้ฉัน1ก่อนเถิด.”
ยนซ.
25:32 เอซาวก็พูดว่า “บัดนี้ เราจวนจะตายแล้ว สิทธิบุตรหัวปีนั้นจะเป็นประโยชน์อะไรแก่เราเล่า?”
ยนซ.
25:33 ยาโคบว่า “พี่จงสาบานกับฉันก่อน” เอซาวจึงสาบานตัวขายกสิทธิบุตรหัวปีให้แก่ยาโคบ.
ยนซ.
25:34 ยาโคบจึงส่งขนมปังและถั่วแดงต้มให้แก่เอซาว เอซาวก็รับประทานและดื่ม แล้วก็ลุกขึ้นไป. เอซาวได้1ดูถูกสิทธิบุตรหัวปีของเขาเช่นนี้เอง.
คำอธิบาย เยเนซิศ บทที่ 25
ยนซ.
25:1 1 แม้ว่าอับราฮามได้รับการทรงเรียกของพระเจ้า ได้รับการโปรดให้ชอบธรรม มีชีวิตเป็นอยู่โดยความเชื่อในพระเจ้า และดำเนินชีวิตอยู่ในการสามัคคีธรรมกับพระเจ้า แต่เขาก็ยังไม่บรรลุถึงความสุกงอมในชีวิตฝ่ายวิญญาณของเขา. สิ่งนี้จะเห็นได้จากข้อเท็จจริงที่ว่าหลังจากซาราตายแล้ว อับราฮามได้แต่งงานอีกครั้งหนึ่งและให้กำเนิดบุตรชายอีกหกคนโดยกำลังแห่งเนื้อหนังของเขา. ยิ่งกว่านั้นในบั้นปลายชีวิตของอับราฮาม เขาไม่ได้อวยพรแก่ผู้ใดเลย ซึ่งตรงข้ามกับยิศฮาคและยาโคบ (27:27–29; 48:13–20; 49:1–28; เทียบ ฮร.7:7).
เมื่อพิจารณาในด้านประสบการณ์แห่งชีวิตแล้ว อับราฮามไม่อาจยืนอยู่ในฐานะบุคคลที่ครบถ้วนคนหนึ่งได้. เขายังต้องการให้ยิศฮาคและยาโคบ (รวมถึงโยเซฟ) มาเสริมให้เขาครบถ้วน (ดู 12:1 คำอธิบาย 1 ย่อหน้าที่ 2).
เมื่อพิจารณาในด้านประสบการณ์แห่งชีวิตแล้ว อับราฮามไม่อาจยืนอยู่ในฐานะบุคคลที่ครบถ้วนคนหนึ่งได้. เขายังต้องการให้ยิศฮาคและยาโคบ (รวมถึงโยเซฟ) มาเสริมให้เขาครบถ้วน (ดู 12:1 คำอธิบาย 1 ย่อหน้าที่ 2).
ยนซ.
25:1 ก ข้อ 1–4; 1คนก.1:32–33
ยนซ.
25:2 ก ยนซ.37:28; อซด.2:15; 3:1; อฤธ.22:4; ฮบฆ.3:7
ยนซ.
25:5 ก ยนซ.24:36
ยนซ.
25:5 1ก พระเจ้าทรงเห็นว่ายิศฮาคเป็นบุตรชายของอับราฮามเพียงผู้เดียวเป็นเชื้อสายหนึ่งเดียวในการสืบทอดพระสัญญาซึ่งพระเจ้าประทานแก่อับราฮามเป็นมรดก เพื่อทำให้พระประสงค์ของพระองค์ถึงที่สำเร็จ (22:2, 12, 16, 18; 17:19; 26:3–4). ด้วยเหตุนี้ยิศฮาคจึงเป็นแบบเล็งถึงพระคริสต์ผู้เป็นพระบุตรองค์เดียวของพระเจ้า (ยฮ.1:14; 3:16) พระบิดาทรงมอบทุกอย่างที่พระองค์ทรงมีแก่พระบุตร (ยฮ.3:35; 16:15ก). การที่ยิศฮาคกลายเป็นทายาทที่สืบทอดความอุดมสมบูรณ์ของบิดาเป็นมรดกนั้นไม่ใช่โดยความพยายามของเขา แต่โดยพระคุณต่างหาก.
ยนซ.
25:5 2 ในเยเนซิศนั้นบทบันทึกของอับราฮาม (12:1—25:18) และยิศฮาค (21:1–8; 22:1–24; 24:1–67) นั้นซ้อนทับกัน. การดำเนินชีวิตของอับราฮามเปิดเผยว่า ถ้าเราจะรับสุขพระคุณของพระเจ้าและมีการรับสุขความอุดมสมบูรณ์ของพระเจ้าอย่างครบสมบูรณ์ เราก็ต้องอดทนต่อการสูญเสียและชีวิตธรรมชาติก็ต้องรับพิธีสุหนัตและถูกตัดทิ้งไป. ส่วนการดำเนินชีวิตของยิศฮาคเปิดเผยว่า การที่เราทนทุกข์ในการสิ้นสุดชีวิตธรรมชาติก็เพื่อให้เราได้รับสุขพระคุณของพระเจ้า. ตลอดชีวิตของยิศฮาคเขาไม่ได้ทำอะไรเลย มีแต่รับสุขพระพรอันอุดมสมบูรณ์ของพระเจ้า (11; 26:24ข). พระพรนี้ก็ชี้ถึงพระคุณแห่งพันธสัญญาใหม่ (ดู ข้อ 11 คำอธิบาย 1). ยิศฮาคบังเกิดในพระคุณ (21:1–3; ฆต.4:23) เติบโตขึ้นในพระคุณ (21:8) และกลายเป็นทายาทในพระคุณ (ข้อ 5). ในพันธสัญญาใหม่ ผู้เชื่อทุกคนที่ถูกเรียกล้วนเป็นทายาทแห่งพระคุณซึ่งถูกกำหนดไว้สำหรับรับสุขพระคุณที่แน่นอนและปราศจากเงื่อนไขของพระเจ้า (อฟ.1:3, 6–8; 2:7).
ยนซ.
25:9 ก ยนซ.23:9; 35:29
ยนซ.
25:9 1ก ดูบทที่ 23:9 คำอธิบาย.
ยนซ.
25:10 ก ยนซ.49:30–31
ยนซ.
25:11 1 พระพรในพันธสัญญาเดิมเป็นสิ่งที่เทียบเท่ากับพระคุณในพันธสัญญาใหม่ (ดู อฟ.1:3 คำอธิบาย 7). ของประทานซึ่งพระเจ้าประทานให้เราโดยไม่คิดมูลค่านั้นก็คือพระพรของพระองค์. เมื่อของประทานที่ไม่คิดมูลค่าของพระเจ้าซึ่งอยู่ในพระคริสต์นี้ถูกกระทำเข้าสู่ภายในเรากลายเป็นองค์ประกอบแห่งชีวิตในตัวเราแล้ว ของประทานนี้ก็กลายเป็นพระคุณ (ดู รม.5:2 คำอธิบาย 1).
ยนซ.
25:11 ก ยนซ.16:14; 24:62
ยนซ.
25:12 ก ยนซ.16:15
ยนซ.
25:13 ก ข้อ 13–16; 1คนก.1:29–31
ยนซ.
25:19 ก มธ.1:2
ยนซ.
25:21 1 การที่ยิศฮาคต้องการบุตรชายนั้น สอดคล้องกับความต้องการของพระเจ้าในการได้รับเชื้อสายที่เกิดจากยิศฮาค เพื่อให้พระประสงค์ที่นิรันดร์ของพระองค์ถึงที่สำเร็จ. เพราะเหตุนี้ พระเจ้าจึงทรงตอบคำทูลขอของยิศฮาค. ในที่สุดยาโคบบุตรชายของยิศฮาคไม่เพียงสนองความต้องการของยิศฮาคเท่านั้น แต่ยังได้สำเร็จพระประสงค์ของพระเจ้าอีกด้วย เพราะพระคริสต์ทรงบังเกิดมาจากยาโคบ (มธ.1:1–2). พระองค์ทรงนำมาซึ่งคริสตจักร อาณาจักร และกรุงเยรูซาเล็มใหม่.
ยนซ.
25:21 ก รม.9:10
ยนซ.
25:23 ก เทียบ ยนซ.17:16
ยนซ.
25:23 1ก ซึ่งก็คือ อิสราเอล (32:28) และอะโดม (ข้อ 30; 36:1, 43; ยรม.49:7–8; อบย.8).
ยนซ.
25:23 ข เทียบ 2ซมอ.8:14; อบย.18–21
ยนซ.
25:23 ค ยนซ.27:29, 40; รม.9:12
ยนซ.
25:23 2 นี่คือการเลือกสรร การคัดเลือกของพระเจ้า ก่อนที่ยาโคบจะเกิดมา ซึ่งสอดคล้องกับการเลือกสรรที่พระเจ้าได้ทรงกระทำไว้ก่อนวางรากสร้างโลก (อฟ.1:4; รม.9:11). การที่พระเจ้าทรงเลือกสรรยาโคบนั้นเป็นไปตามการล่วงรู้ของพระองค์ (1ปต.1:2; รม.8:29) โดยไม่ได้มาจากการประพฤติของยาโคบ แต่โดยพระเจ้าผู้ทรงเรียกไว้และสำแดงความเมตตา (รม.9:11, 16). การเลือกสรรของพระเจ้ามาพร้อมกับการกำหนดไว้ล่วงหน้าของพระองค์ ต่อจากนั้นคือการทรงเรียกของพระเจ้า (อฟ.1:4–5; รม.8:30).
ยนซ.
25:25 1 หมายถึง ขนดก หยาบ
ยนซ.
25:26 ก ฮซอ.12:3
ยนซ.
25:26 1ก แม้ยาโคบยังอยู่ในครรภ์ของมารดา เขาก็แย่งชิงจะเป็นบุตรหัวปีแล้ว. ใจปรารถนาที่เขาจะกลายเป็นผู้บังเกิดคนแรกนั้น สอดคล้องกับพระประสงค์ของพระเจ้าที่จะให้เขาได้รับสิทธิบุตรหัวปีเป็นมรดก. ทว่ายาโคบก็ทำตัวเหมือนกับอับราฮามปู่ของเขา คือเขาได้ใช้ความสามารถกับกำลังธรรมชาติของเขามาบรรลุถึงน้ำพระทัยของพระเจ้าและตอบสนองความต้องการของตัวเขาเอง. แม้ว่าพระเจ้าได้ทรงเลือกสรรยาโคบไว้เป็นคนแรกแล้ว แต่โดยอำนาจสิทธิ์ขาดของพระเจ้า พระองค์ทรงให้เขาเกิดมาเป็นคนที่สอง เพื่อให้เขาเรียนรู้ว่า มนุษย์ธรรมชาติไม่มีคุณค่าใดๆ เลย ซึ่งจำต้องถูกตัดทิ้ง. เนื่องจากมนุษย์ธรรมชาติของยาโคบไม่มีคุณสมบัติเขาจึงต้องได้รับการเปลี่ยนแปลง.
บทบันทึกเกี่ยวกับชีวิตของยาโคบใช้เนื้อที่เกือบครึ่งหนึ่งของหนังสือเยเนซิศ. บทบันทึกที่ยาวมากนี้แสดงให้เราเห็นถึงพระประสงค์ที่พระเจ้าทรงมีอยู่ในการเลือกสรร การกำหนดไว้ล่วงหน้าและการทรงเรียกของพระองค์มีเพื่อเปลี่ยนแปลงคนบาปให้กลายเป็นเจ้าชายของพระเจ้า ซึ่งมีพระฉายามาสำแดงพระเจ้าและปฏิบัติการในอำนาจแห่งการปกครองมาเป็นตัวแทนของพระเจ้า (เทียบ 1:26). พระเจ้าทรงกำหนดให้ยาโคบต้องเป็นอยู่อย่างดิ้นรนตลอดชีวิต. ยิ่งกว่านั้น พระเจ้าได้จัดแจงทุกสภาพแวดล้อม ทุกสภาพการณ์และทุกคนที่อยู่ในการดำเนินชีวิตของยาโคบ เพื่อให้สิ่งเหล่านี้ร่วมมือซึ่งกันและกันทำให้ยาโคบได้รับประโยชน์. ฉะนั้นพระองค์จึงสามารถเปลี่ยนแปลงยาโคบได้จากผู้ฉกชิง ผู้จับส้นเท้าจนกลายเป็นอิสราเอลเจ้าชายของพระเจ้า. พระเจ้าทรงใช้ครอบครัวของยาโคบเป็นพิเศษ รวมทั้งบิดา มารดา พี่ชาย ลุง ภรรยา และลูกๆ ของเขา มาจัดการยาโคบเพื่อให้เขาเปลี่ยนแปลง. การที่พระเจ้าทรงจัดการยาโคบเป็นรูปภาพที่ครบสมบูรณ์แห่งการงานของพระวิญญาณบริสุทธิ์ ในการตีสอนและเปลี่ยนแปลงผู้เชื่อแห่งพันธสัญญาใหม่ (รม.8:28–29; 12:2; 2กธ.3:18).
บทบันทึกเกี่ยวกับชีวิตของยาโคบใช้เนื้อที่เกือบครึ่งหนึ่งของหนังสือเยเนซิศ. บทบันทึกที่ยาวมากนี้แสดงให้เราเห็นถึงพระประสงค์ที่พระเจ้าทรงมีอยู่ในการเลือกสรร การกำหนดไว้ล่วงหน้าและการทรงเรียกของพระองค์มีเพื่อเปลี่ยนแปลงคนบาปให้กลายเป็นเจ้าชายของพระเจ้า ซึ่งมีพระฉายามาสำแดงพระเจ้าและปฏิบัติการในอำนาจแห่งการปกครองมาเป็นตัวแทนของพระเจ้า (เทียบ 1:26). พระเจ้าทรงกำหนดให้ยาโคบต้องเป็นอยู่อย่างดิ้นรนตลอดชีวิต. ยิ่งกว่านั้น พระเจ้าได้จัดแจงทุกสภาพแวดล้อม ทุกสภาพการณ์และทุกคนที่อยู่ในการดำเนินชีวิตของยาโคบ เพื่อให้สิ่งเหล่านี้ร่วมมือซึ่งกันและกันทำให้ยาโคบได้รับประโยชน์. ฉะนั้นพระองค์จึงสามารถเปลี่ยนแปลงยาโคบได้จากผู้ฉกชิง ผู้จับส้นเท้าจนกลายเป็นอิสราเอลเจ้าชายของพระเจ้า. พระเจ้าทรงใช้ครอบครัวของยาโคบเป็นพิเศษ รวมทั้งบิดา มารดา พี่ชาย ลุง ภรรยา และลูกๆ ของเขา มาจัดการยาโคบเพื่อให้เขาเปลี่ยนแปลง. การที่พระเจ้าทรงจัดการยาโคบเป็นรูปภาพที่ครบสมบูรณ์แห่งการงานของพระวิญญาณบริสุทธิ์ ในการตีสอนและเปลี่ยนแปลงผู้เชื่อแห่งพันธสัญญาใหม่ (รม.8:28–29; 12:2; 2กธ.3:18).
ยนซ.
25:26 ข ยนซ.27:36; มธ.1:2; กจ.7:8
ยนซ.
25:26 2ข หมายถึง ผู้ฉกชิง ผู้จับส้นเท้า.
ยนซ.
25:27 ก ฮร.11:9
ยนซ.
25:28 1 แปลตามตรงคือ เนื้อสัตว์ป่าอยู่ในปากของเขา. ความรักที่ลำเอียงของยิศฮาคมีต่อบุตรชายคนโตนั้นเป็นสิ่งที่อยู่ในชีวิตธรรมชาติ ตามรสนิยม และความรักชอบแห่งธรรมชาติอย่างสิ้นเชิงเหมือนกับความรักที่ริบะคามีต่อยาโคบ และความรักที่ยาโคบมีต่อโยเซฟ (37:3–4). แม้ว่ายิศฮาคเป็นอยู่โดยธรรมชาติ แต่เขายังคงรับสุขพระคุณของพระเจ้า. อย่างไรก็ดี การที่เขาเป็นอยู่ในชีวิตธรรมชาตินั้นทำให้เขาทนทุกข์ เหมือนกับริบะคาและยาโคบ.
ยนซ.
25:30 ก ยนซ.36:1
ยนซ.
25:30 1ก หมายถึง แดง.
ยนซ.
25:31 1 แปลตามตรงคือ วันนี้ ข้อ 33 ก็เช่นเดียวกัน.
ยนซ.
25:33 ก ฮร.12:16
ยนซ.
25:34 1 เกี่ยวกับเรื่องเอซาวดูถูกสิทธิบุตรหัวปี (ดู ฮร.12:16–17 และคำอธิบาย).