เยเนซิศ บทที่ 24
ญ. การสมรสของยิศฮาค
24:1–67
24:1–67
ยนซ.
24:1 อับราฮามแก่ชรามากแล้ว และพระยะโฮวาได้ทรงกอวยพรแก่ท่านในทุกสิ่ง.
ยนซ.
24:2 1อับราฮามได้พูดกับ2กคนรับใช้ที่สูงอายุที่สุดในบ้านซึ่งเป็นผู้ดูแลทรัพย์สิ่งของทั้งหมดของท่านว่า “จงวางมือไว้ที่ใต้โคนขาของเราเถิด
ยนซ.
24:3 เราจะให้เจ้าปฏิญาณต่อพระยะโฮวาผู้เป็นกพระเจ้าแห่งฟ้าสวรรค์ และพระเจ้าแห่งแผ่นดินว่าเจ้าจะ1ไม่รับขบุตรีของชนชาติคะนาอันที่เราอาศัยอยู่นี้มาเป็นภรรยาบุตรของเรา.
ยนซ.
24:4 แต่เจ้าจงไปหากภรรยาให้ยิศฮาคบุตรของเราที่บ้านเกิดและ1วงศ์ญาติของเรา.”
ยนซ.
24:5 ฝ่ายคนรับใช้พูดกับท่านว่า “ถ้าหญิงนั้นไม่ยอมตามข้าพเจ้ามายังดินแดนนี้ ข้าพเจ้าไม่ต้องพาบุตรชายของท่านไปยังดินแดนที่ท่านออกมานั้นหรือ?”
ยนซ.
24:6 อับราฮามจึงพูดกับเขาว่า “เจ้า1จงระวังให้ดี อย่าพาบุตรของเรากลับไปที่นั่นเลย.
ยนซ.
24:7 พระยะโฮวากพระเจ้าแห่งฟ้าสวรรค์ผู้ทรงขพาเรามาจากบ้านบิดาและดินแดนเกิดของเราพระองค์ตรัสกับเราและทรงปฏิญาณไว้ต่อเราว่า “เราจะประทานดินแดนนี้แก่คเชื้อสายของเจ้า” พระองค์จะใช้ทูตไปข้างหน้าเจ้า เจ้าจงหาภรรยาคนหนึ่งให้บุตรของเราจากที่นั่น.
ยนซ.
24:8 ถ้าหญิงนั้นไม่ยอมตามเจ้ามา เจ้าก็จะพ้นจากคำปฏิญาณต่อเรานี้ เพียงแต่ว่าเจ้าอย่าพาบุตรของเรากลับไปที่นั่นเลย.”
ยนซ.
24:9 ส่วนคนรับใช้ก็วางมือของตนใต้โคนขาอับราฮามนายของตนแล้วปฏิญาณต่อท่านเพื่อเรื่องนี้.
ยนซ.
24:10 คนรับใช้จึงนำอูฐสิบตัวจากท่ามกลางฝูงอูฐของนายและนำของมีค่าต่างๆ ของนายติดมือ. แล้วออกเดินทางไป1กเมโสโปเตเมียจนถึงเมืองของนาโฮร.
ยนซ.
24:11 เขาจึงให้อูฐคุกเข่าลงริมบ่อน้ำนอกเมืองในเวลาเย็น ซึ่งเป็นเวลาที่พวกผู้หญิงออกมาตักน้ำ.
ยนซ.
24:12 เขาจึงพูดว่า “ข้าแต่พระยะโฮวา พระเจ้าของกอับราฮามนายข้าพเจ้า 1ขอพระองค์ทรงสำแดงความเอ็นดูรักใคร่แก่อับราฮามนายของข้าพเจ้า โปรดให้ข้าพเจ้าประสบความสำเร็จในวันนี้.
ยนซ.
24:13 กข้าพเจ้ายืนอยู่ริมน้ำพุ เมื่อบุตรสาวของชาวเมืองกำลังออกมาจะตักน้ำ.
ยนซ.
24:14 ถ้าข้าพเจ้าพูดกับหญิงสาวคนใดว่า ‘ขอเอาเหยือกน้ำลงให้ข้าพเจ้าดื่มน้ำ’ และผู้ที่พูดว่า ‘เชิญดื่มเถิด และฉันจะให้อูฐของท่านกินด้วย’ ขอโปรดให้หญิงนั้นแหละเป็นคนที่พระองค์ได้ทรงกำหนดจะให้แก่ยิศฮาคผู้รับใช้ของพระองค์ เช่นนี้ข้าพเจ้าจึงจะรู้ว่าพระองค์ได้ทรงแสดงความเอ็นดูรักใคร่ต่อนายของข้าพเจ้า.”
ยนซ.
24:15 เมื่อพูดยังมิทันขาดคำ ก็แลเห็นริบะคาบุตรสาวของบะธูเอลผู้เป็นบุตรชายนางมิละคาภรรยาของนาโฮรน้องชายของอับราฮามได้แบกเหยือกน้ำไว้บนบ่าเดินออกมา.
ยนซ.
24:16 หญิงสาวคนนี้สวยงามมาก เป็นสาว1พรหมจารี ยังไม่เคยร่วมประเวณีกับผู้ชายเลย เธอก็ลงไปที่ข้างน้ำพุตักน้ำเต็มเหยือกแล้วขึ้นมา.
ยนซ.
24:17 คนรับใช้ก็วิ่งไปหาเธอพูดว่า “ขอน้ำในเหยือกให้ข้าพเจ้าดื่มสักหน่อย.”
ยนซ.
24:18 เธอก็ว่า “นายเจ้าข้า เชิญดื่มเถิด” แล้วจึงรีบเอาเหยือกน้ำลงถือไว้ที่มือให้เขาดื่ม.
ยนซ.
24:19 เมื่อเขาดื่มแล้วเธอจึงว่า “ดิฉันจะตักน้ำให้อูฐของท่านกินจนอิ่มด้วย.”
ยนซ.
24:20 เธอก็รีบเทน้ำลงที่รางแล้ววิ่งไปที่บ่ออีก ตักน้ำให้อูฐทุกตัว.
ยนซ.
24:21 ชายนั้นก็เพ่งดูเธออย่างเงียบๆ เพื่อจะรู้ว่าพระยะโฮวาจะทรงโปรดให้หนทางราบรื่นหรือไม่.
ยนซ.
24:22 ครั้นอูฐกินน้ำอิ่มแล้ว คนรับใช้นั้นก็หยิบ1กห่วงทองคำติดจมูกหนัก2ครึ่งเชกไกละกับ1กำไลข้อมือทองคำคู่หนึ่งหนัก2สิบเชกไกละให้แก่เธอ
ยนซ.
24:23 แล้วพูดว่า “ขอบอกฉันว่าเธอเป็นบุตรีของใคร? ในบ้านบิดาของเธอมีที่พักสำหรับเราบ้างไหม?”
ยนซ.
24:24 เธอจึงบอกชายนั้นว่า “ดิฉันเป็นบุตรีบะธูเอลผู้เป็นบุตรของนางมิละคากับนาโฮร.”
ยนซ.
24:25 แล้วก็บอกกับชายนั้นต่อไปว่า “ที่บ้านดิฉันมีฟางและอาหารบริบูรณ์ ทั้งมีที่พักอาศัยด้วย.”
ยนซ.
24:26 แล้วชายนั้นก็ก้มลงกนมัสการพระยะโฮวา.
ยนซ.
24:27 กล่าวว่า “พระยะโฮวา พระเจ้าของกอับราฮามนายข้าพเจ้า สมควรได้รับการสรรเสริญ ผู้ไม่ทรงละทิ้งและทรงเอ็นดูรักใคร่และสัตย์ซื่อต่อนายของข้าพเจ้า. สำหรับข้าพเจ้านั้นพระยะโฮวาได้ทรงนำพาตลอดทางไปถึงบ้านพี่น้องนายข้าพเจ้า.”
ยนซ.
24:28 ฝ่ายหญิงสาวนั้นก็วิ่งกลับไปเล่าเรื่องให้คนที่บ้านมารดาได้ฟัง.
ยนซ.
24:29 นางสาวริบะคามีพี่ชายชื่อกลาบาน ลาบานก็วิ่งออกไปหาชายนั้นที่ริมน้ำพุ.
ยนซ.
24:30 ครั้นลาบานเห็นห่วงจมูกและกำไลที่ข้อมือของน้องสาว กับได้ยินริบะคาน้องสาวพูดว่าชายผู้นั้นพูดกับฉันอย่างนี้ เขาก็ไปหาชายคนนั้น. พบเขากำลังยืนอยู่กับอูฐที่ริมน้ำพุ.
ยนซ.
24:31 จึงพูดว่า “เชิญท่านผู้กได้รับพระพรจากพระยะโฮวาเข้ามาเถิด จะยืนอยู่ภายนอกทำไม? ข้าพเจ้าได้จัดแจงเรือนทั้งที่ให้อูฐอยู่แล้ว”
ยนซ.
24:32 พอชายนั้นเข้ามาในเรือนแล้ว 1ลาบานก็แก้เครื่องอูฐออก จัดฟางและอาหารให้อูฐกิน ตักน้ำให้ชายกับคนทั้งหลายที่มาด้วยนั้นกล้างเท้า.
ยนซ.
24:33 แล้วยกอาหารมาตั้งให้รับประทาน. แต่ชายนั้นพูดว่า “ข้าพเจ้ายังจะไม่รับประทานจนกว่าข้าพเจ้าจะเล่าเรื่องธุระให้ฟัง. ลาบานก็ว่า “เชิญพูดเถิด.”
ยนซ.
24:34 ชายนั้นจึงพูดว่า “ข้าพเจ้าเป็นคนรับใช้ของอับราฮาม
ยนซ.
24:35 พระยะโฮวาทรงกอวยพระพรแก่นายข้าพเจ้าเป็นอันมาก. ให้เจริญใหญ่ยิ่ง พระองค์ได้พระราชทานฝูงแกะแพะ ฝูงโค เงินทอง คนรับใช้ชายหญิงและฝูงอูฐ ฝูงลาให้ท่าน.
ยนซ.
24:36 ฝ่ายนางซาราภรรยาของนายได้ให้กำเนิดกบุตรแก่นายข้าพเจ้าเมื่ออายุแก่ชราแล้ว และได้ยกขทุกสิ่งที่มีอยู่ให้บุตรนั้นทั้งสิ้น.
ยนซ.
24:37 นายให้ข้าพเจ้ากปฏิญาณตัวว่า อย่าได้รับบุตรสาวชนชาติคะนาอันในดินแดนที่เราอาศัยอยู่นี้มาเป็นภรรยาบุตรของเรา.
ยนซ.
24:38 แต่จงไปหาภรรยาให้บุตรของเราที่บ้านบิดาและวงศ์ญาติของเรา.
ยนซ.
24:39 ข้าพเจ้าจึงพูดกับนายว่า เกรงว่าหญิงนั้นจะไม่มากับข้าพเจ้า.
ยนซ.
24:40 ท่านก็พูดกับข้าพเจ้าว่า พระยะโฮวาที่เราดำเนินเฉพาะพระองค์นั้นจะทรงใช้กทูตของพระองค์ให้ไปกับเจ้า จะให้หนทางของเจ้าราบรื่น. เจ้าจึงจะหาภรรยาให้บุตรของเราในวงศ์ญาติและที่บ้านบิดาของเราได้.
ยนซ.
24:41 เมื่อเจ้าไปถึงวงศ์ญาติของเราแล้ว เจ้าจะพ้นจากคำปฏิญาณต่อเรา ถ้าเขาไม่ยอมให้หญิงนั้นแก่เจ้า เจ้าจะพ้นจากคำปฏิญาณต่อเรา.
ยนซ.
24:42 วันนี้พอข้าพเจ้ามาถึงริมน้ำพุ ก็ได้ทูลว่า ข้าแต่พระยะโฮวา พระเจ้าของกอับราฮามนายข้าพเจ้า ขอทรงโปรดให้หนทางของข้าพเจ้าราบรื่น
ยนซ.
24:43 กบัดนี้ข้าพเจ้ายืนอยู่ริมน้ำพุ พูดกับหญิงพรหมจารีคนใดที่ออกมาตักน้ำว่า “ขอให้ข้าพเจ้าได้ดื่มน้ำที่เหยือกสักหน่อย”
ยนซ.
24:44 ถ้าเธอพูดกับข้าพเจ้าว่า “กเชิญดื่มเถิด และจะตักน้ำให้อูฐของท่านกินด้วย” ขอให้หญิงคนนั้นได้เป็นภรรยาที่พระยะโฮวาได้ทรงกำหนดไว้ให้แก่บุตรนายของข้าพเจ้า.
ยนซ.
24:45 เมื่อข้าพเจ้าพูดในใจไม่ทันขาดคำก็เห็นนางสาวริบะคาแบกเหยือกน้ำไว้บนบ่าออกมา ลงไปตักน้ำที่น้ำพุ ข้าพเจ้าจึงพูดแก่เธอว่า “ขอน้ำให้ข้าพเจ้าได้ดื่มเถิด.”
ยนซ.
24:46 เธอก็รีบเอาเหยือกน้ำลงจากบ่า พูดว่า เชิญเถิด ดิฉันจะให้อูฐของท่านกินด้วย ข้าพเจ้าจึงได้ดื่ม และเธอก็ให้อูฐกินด้วย.
ยนซ.
24:47 เมื่อข้าพเจ้าถามเธอว่าเธอเป็นบุตรีของใคร? เธอพูดว่า เป็นบุตรีบะธูเอล ผู้เป็นบุตรชายนาโฮรกับนางมิละคา ข้าพเจ้าจึงนำกห่วงจมูกใส่ที่จมูกกับกำไลใส่ที่ข้อมือทั้งสองข้างของนาง.
ยนซ.
24:48 แล้วข้าพเจ้าได้ก้มศีรษะลงกนมัสการสรรเสริญพระยะโฮวาพระเจ้าของอับราฮามนายข้าพเจ้า ผู้ได้ทรงนำข้าพเจ้าไปในทางที่ถูกต้องจนได้หลานสาวของขพี่น้องของนายข้าพเจ้ามาเป็นภรรยาบุตรของท่าน.
ยนซ.
24:49 บัดนี้ถ้าท่านจะโปรดเอ็นดูรักใคร่และสัตย์จริงต่อนายข้าพเจ้า ขอบอกข้าพเจ้าเถิด ถ้าหาไม่ ขอบอกด้วย เพื่อข้าพเจ้าจะได้หันไปข้างขวาหรือข้างซ้าย.”
ยนซ.
24:50 ลาบานและบะธูเอลจึงตอบว่า “เหตุการณ์นี้เป็นมาแต่พระยะโฮวา เราไม่อาจพูดดีหรือร้ายต่อท่าน.
ยนซ.
24:51 ดูเถิดนางสาวริบะคาอยู่ต่อหน้าท่าน เชิญพาไปให้เป็นภรรยาบุตรนายของท่านตามคำตรัสแห่งพระยะโฮวา.”
ยนซ.
24:52 ครั้นคนรับใช้ของอับราฮามได้ยินเขาพูดอย่างนั้นจึงก้มกราบลงที่ดิน นมัสการพระยะโฮวา.
ยนซ.
24:53 คนรับใช้นั้นจึงหยิบ1เครื่องเงิน เครื่องทองคำ และเครื่องนุ่งห่มให้นางสาวริบะคา. ทั้งให้ของมีค่าแก่พี่ชายและมารดาของเธอด้วย.
ยนซ.
24:54 คนรับใช้นั้นกับคนที่มาด้วยกันก็กินและดื่มและค้างอยู่หนึ่งคืน. ครั้นรุ่งเช้าก็ลุกขึ้น คนรับใช้นั้นก็กล่าวว่าโปรดส่งข้าพเจ้ากลับไปหานายของข้าพเจ้า.
ยนซ.
24:55 พี่ชายและมารดาของหญิงนั้นก็ว่า “ขอให้เธออยู่กับเราอีกสักหน่อยหนึ่ง คือสักสิบวันแล้วจึงค่อยไป.”
ยนซ.
24:56 แต่คนรับใช้นั้นตอบว่า “อย่าหน่วงเหนี่ยวข้าพเจ้าไว้ให้เนิ่นช้าเลย เพราะพระยะโฮวาทรงโปรดให้หนทางข้าพเจ้าราบรื่น. โปรดส่งข้าพเจ้ากลับไปหานายของข้าพเจ้าเถิด.”
ยนซ.
24:57 เขาทั้งหลายตอบว่า “จงเรียกเธอมาและถาม1เธอ.”
ยนซ.
24:58 เมื่อเขาเรียกนางสาวริบะคามาถามว่า “จะไปกับท่านผู้นี้หรือ?” เธอก็ตอบว่า “ฉันจะไป.”
ยนซ.
24:59 เขาจึงส่งนางสาวริบะคาผู้เป็นน้องสาวและกพี่เลี้ยงของเธอไปกับคนรับใช้ของอับราฮามและพวกที่มาด้วยนั้น.
ยนซ.
24:60 เขาทั้งหลายจึงอวยพรนางสาวริบะคาว่า “น้องของเราเอ๋ย ขอให้เจ้าเป็นมารดาของคนกพันๆ หมื่นๆ ให้เชื้อสายของเจ้าได้ยึดครองขประตูเมืองของผู้ที่เกลียดชังเขา.”
ยนซ.
24:61 นางสาวริบะคากับหญิงรับใช้ของนางก็ลุกขึ้นขี่อูฐตามคนรับใช้นั้นไป คนรับใช้ก็พานางสาวริบะคาไป.
ยนซ.
24:62 เวลานั้นยิศฮาคก็มาจาก1กเบเออร์ลาฮายรอย ด้วยท่านอาศัยอยู่ในดินแดนเนเกบ.
ยนซ.
24:63 เวลาเย็นยิศฮาคก็ออกไปที่ทุ่งนาเพื่อจะตรึกตรองถึงเรื่องต่างๆ จึงเงยหน้าแลดูก็เห็นฝูงอูฐมา.
ยนซ.
24:64 พอนางสาวริบะคาเงยหน้าแลเห็นยิศฮาคเธอก็ลงจากอูฐ.
ยนซ.
24:65 เธอได้ถามคนรับใช้ว่า “ชายที่เดินในทุ่งนามาหาเรานั้นคือใคร?” คนรับใช้ก็บอกว่า “ผู้นั้นคือนายของข้าพเจ้า” เธอจึงหยิบกผ้าคลุมหน้ามาคลุมหน้าเธอไว้.
ยนซ.
24:66 คนรับใช้ก็เล่าเรื่องที่ตนได้ทำนั้นให้ยิศฮาคฟังทุกประการ.
ยนซ.
24:67 ยิศฮาคจึง1พาเธอเข้ามาในกระโจมของนางซารามารดาของตน และรับนางสาวริบะคามาเป็นภรรยา ทั้งมีความรักต่อเธอ. ยิศฮาคก็ได้รับการปลอบโยนหลังจากที่มารดาของท่านสิ้นชีวิตแล้ว.
คำอธิบาย เยเนซิศ บทที่ 24
ยนซ.
24:1 ก ยนซ.24:35
ยนซ.
24:2 1 ประการสำคัญในบทนี้ได้เปิดเผยถึงการดำเนินชีวิตในความเป็นจริงที่เป็นหนึ่งกับพระเจ้าของพลไพร่ของพระองค์ เพื่อการบรรลุถึงพระประสงค์อันนิรันดร์ของพระเจ้า. การสมรสของยิศฮาคไม่ได้มีเพื่อการดำเนินชีวิตของเขาเท่านั้น แต่มีเพื่อก่อกำเนิดบุคคลกลุ่มหนึ่งโดยสิ้นเชิง ซึ่งก็คือเชื้อสายของอับราฮาม เพื่อพระประสงค์ของพระเจ้าจะถึงที่สำเร็จ (22:17). เพราะฉะนั้น ในเรื่องการสมรสของยิศฮาคทุกเรื่องล้วนดำเนินตามแผนการบริหารของพระเจ้าเพื่อบังเกิดพระคริสต์และก่อกำเนิดอาณาจักรของพระเจ้า.
บทนี้ก็นำเสนอถึงแบบเล็งที่มีเนื้อหาอันอุดมสมบูรณ์ ซึ่งบรรยายถึงการสมรสของพระคริสต์ (ซึ่งมียิศฮาคเป็นแบบเล็ง) และคริสตจักร (ซึ่งมีริบะคาเป็นแบบเล็ง).
บทนี้ก็นำเสนอถึงแบบเล็งที่มีเนื้อหาอันอุดมสมบูรณ์ ซึ่งบรรยายถึงการสมรสของพระคริสต์ (ซึ่งมียิศฮาคเป็นแบบเล็ง) และคริสตจักร (ซึ่งมีริบะคาเป็นแบบเล็ง).
ยนซ.
24:2 ก ยนซ.15:2
ยนซ.
24:2 2ก บทบันทึกของการสมรสแห่งยิศฮาคในตอนนี้ อับราฮามเป็นแบบเล็งถึงพระเจ้าพระบิดา คนรับใช้เป็นแบบเล็งถึงพระเจ้าพระวิญญาณ ยิศฮาคเป็นแบบเล็งถึงพระเจ้าพระบุตร และริบะคาเป็นแบบเล็งถึงผู้คนที่พระเจ้าได้ทรงเลือกสรรไว้ ซึ่งจะสมรสกับพระบุตรและกลายเป็นคู่ครองของพระองค์. พันธสัญญาใหม่ทั้งเล่มก็คือการบันทึกถึงพระเจ้าตรีเอกภาพทรงร่วมกันทำงานเพื่อจะได้รับมาซึ่งมนุษยชาติส่วนหนึ่งที่เป็นเจ้าสาวและคู่ครองสำหรับพระบุตร (ยฮ.3:29; 2กธ.11:2; อฟ.5:25–32; วว.19:7–9; 21:2, 9–10). ในนิรันดร์กาลก่อน พระเจ้าพระบิดาทรงมีพระประสงค์อันนิรันดร์และทรงวางโครงการอันนิรันดร์ไว้อย่างหนึ่งเพื่อจะได้มาซึ่งคริสตจักรเป็นเจ้าสาวสำหรับพระบุตรของพระองค์จากท่ามกลางมนุษยชาติ (อฟ.3:8–11). แล้วในกาลเวลา พระเจ้าพระบิดาทรงมอบหมายให้พระเจ้าพระวิญญาณดำเนินตามโครงการของพระองค์ โดยการไปติดต่อกับเจ้าสาวที่ถูกเลือกสรรไว้ และทรงนำเธอไปสู่พระเจ้าพระบุตรซึ่งเป็นคู่ครองและภรรยาของพระองค์.
ยนซ.
24:3 ก อษร.5:11; กจ.17:24; ยนซ.14:19, 22; เทียบ ยนซ.24:7
ยนซ.
24:3 1 ในที่นี่ไม่ได้บันทึกไว้ว่าพระเจ้าทรงบอกกับอับราฮามว่า จงอย่ารับหญิงชนชาติคะนาอันมาเป็นภรรยาของบุตรชายของเขา (เทียบ พบญ.7:1–4). แต่เพราะอับราฮามดำเนินชีวิตที่เป็นหนึ่งกับพระเจ้า (ข้อ 40ก) ดังนั้นเขาจึงรู้จักน้ำพระทัยและความคิดของพระองค์ และมีการกระทำที่สอดคล้องกับความรู้สึกทางภายในของพระเจ้า (เทียบ 1กธ.7:25 และคำอธิบาย; 2กธ.2:10 และคำอธิบาย 3; ฟป.1:8 และคำอธิบาย).
ยนซ.
24:3 ข ยนซ.26:34–35; 27:46; พบญ.7:3; เทียบ 2กธ.6:14
ยนซ.
24:4 ก เทียบยนซ.28:1–2
ยนซ.
24:4 1 ในด้านแบบเล็งแล้ว ข้อเท็จจริงที่เจ้าสาวของยิศฮาคถูกรับมาจากวงศ์ญาติของอับราฮาม เป็นการชี้บ่งว่าคู่ครองของพระคริสต์จะต้องมาจากเผ่าพันธุ์ของพระคริสต์ ไม่ได้มาจากเหล่าทูตสวรรค์หรือสิ่งทรงสร้างอย่างอื่น (2:18–23 และคำอธิบาย). เนื่องจากพระคริสต์ทรงกลายเป็นเนื้อหนังมาเป็นมนุษย์ (ฮร.2:14ก) ดังนั้นมนุษยชาติจึงได้กลายเป็นเผ่าพันธุ์ของพระองค์.
ยนซ.
24:6 1 ถ้อยคำซึ่งอับราฮามได้พูดกับคนรับใช้ของเขาในข้อ 6–8 และข้อ 40 บ่งชี้ว่าอับราฮามดำเนินชีวิตโดยเชื่อในองค์พระผู้เป็นเจ้าผู้ทรงอำนาจสิทธิ์ขาดในทุกสิ่ง เพื่อดำเนินการแผนการบริหารของพระเจ้าในแผ่นดินที่พระเจ้าทรงสัญญาไว้.
ยนซ.
24:7 ก 2คนก.36:23; เทียบ ยนซ.24:3
ยนซ.
24:7 ข ยนซ.12:1–7
ยนซ.
24:7 ค ยนซ.12:7
ยนซ.
24:10 ก เทียบ กจ.7:2
ยนซ.
24:10 1ก หมายถึง อารัมที่อยู่ในบริเวณระหว่างแม่น้ำสองสายคือ ดินแดนเมโสโปเตเมีย.
ยนซ.
24:12 ก ยนซ.24:27, 42, 48
ยนซ.
24:12 1 การอธิษฐานของคนรับใช้ ณ ที่นี่ บ่งชี้ว่าเขาเดินตามรอยเท้าของอับราฮามโดยการเชื่อพึ่งองค์พระผู้เป็นเจ้าเพื่อสำเร็จหน้าที่ความรับผิดชอบของเขา (21, 42).
ยนซ.
24:13 ก ข้อ 13–14; ยนซ.24:43–44
ยนซ.
24:16 1 ริบะคานั้น มีความบริสุทธิ์หมดจด มีความเอ็นดู และขยันขันแข็ง. เธอก็เป็นหญิงที่เด็ดขาดในเรื่องของการตัดสินใจที่จะต้อนรับยิศฮาคเป็นสามีของเธอ (ข้อ 57–58, 61) และเธอก็นอบน้อมต่อยิศฮาคด้วย (64–65). เพราะฉะนั้น เธอจึงเป็นแบบเล็งที่ดีเยี่ยมของคริสตจักร ซึ่งเป็นเจ้าสาวและภรรยาของพระคริสต์.
ยนซ.
24:22 ก เทียบ ยอค.16:11–13
ยนซ.
24:22 1ก ของขวัญที่ยิศฮาคได้ส่งมาและถูกมอบให้โดยคนรับใช้ของอับราฮามผู้เป็นบิดานั้น เป็นเครื่องหมายเล็งถึงความอุดมสมบูรณ์ของพระคริสต์ ซึ่งถูกประทานแก่เจ้าสาวโดยพระวิญญาณของพระเจ้าเพื่อให้พระประสงค์ของพระเจ้าถึงที่สำเร็จ. ของขวัญเหล่านี้มีความเกี่ยวข้องกับการใช้งานของผู้เชื่อ. ทองคำเป็นเครื่องหมายเล็งถึงพระนิสัยอันศักดิ์สิทธิ์ ห่วงเป็นเครื่องหมายเล็งถึงของประทานของพระวิญญาณนั้นในช่วงแรกเริ่ม (กจ.2:38) ซึ่งก็คือตัวของพระวิญญาณนั้นทรงเป็นรอยประทับตราและหมายมัดจำเป็นการลิ้มรสล่วงหน้าถึงพระเจ้าผู้เป็นส่วนแห่งนิรันดร์ของเรา (อฟ.1:13–14; เทียบ ลก.15:22). การใช้งานของจมูกคือการดมกลิ่น การสวมห่วงทองคำไว้ที่จมูกของริบะคา ในด้านฝ่ายวิญญาณแล้วเป็นเครื่องหมายเล็งถึงการใช้งานในการดมกลิ่นของเธอได้ถูกยึดฉวยไว้ด้วยพระนิสัยอันศักดิ์สิทธิ์ (เทียบ 2กธ.2:14–16; ฮร.6:4–6; 1ปต.2:2–3; 2ปต.1:4). มือมีไว้เพื่อการทำงาน (ดู 1ตธ.2:8 คำอธิบาย 4). การสวมกำไลไว้ที่ข้อมือของริบะคา เป็นเครื่องหมายเล็งถึงการได้รับการใช้งานอันศักดิ์สิทธิ์ เพื่อการปรนนิบัติในพระกายของพระคริสต์ (รม.12:4).
ยนซ.
24:22 2 ครึ่งเชกไกละนี้เป็นเครื่องหมายเล็งถึงการลิ้มรสในครั้งแรกหรือการลิ้มรสล่วงหน้าของพระวิญญาณนั้น ซึ่งเป็นการค้ำประกันว่าการลิ้มรสอย่างสมบูรณ์นั้นกำลังจะมา (รม.8:23; 2กธ.1:22; อฟ.1:13–14). หมายเลข “สิบ” ของสิบเชกไกละนั้นเป็นเครื่องหมายเล็งถึงความสมบูรณ์หรือความครบถ้วน (อย่างเช่น พระบัญญัติ 10 ประการ ซึ่งได้สำแดงข้อเรียกร้องของพระเจ้าออกมาอย่างสมบูรณ์) ซึ่งบ่งชี้ว่าการใช้งานอันศักดิ์สิทธิ์ที่เราได้รับมาจากพระวิญญาณนั้นเป็นการใช้งานที่สมบูรณ์โดยไม่ได้เป็นเพียงบางส่วน (1กธ.12:4–11).
ยนซ.
24:26 ก ยนซ.24:48, 52
ยนซ.
24:27 ก ยนซ.24:12, 42, 48
ยนซ.
24:29 ก ยนซ.25:20; 28:2; 29:5
ยนซ.
24:31 ก ยนซ.26:29
ยนซ.
24:32 1 แปลตามตรง เขา.
ยนซ.
24:32 ก ยนซ.18:4
ยนซ.
24:35 ก ยนซ.24:1
ยนซ.
24:36 ก ยนซ.21:2
ยนซ.
24:36 ข ยนซ.25:5
ยนซ.
24:37 ก ยนซ.24:3–8
ยนซ.
24:40 ก ยนซ.24:7
ยนซ.
24:42 ก ยนซ.24:12, 27
ยนซ.
24:43 ก ข้อ 43–44; ยนซ.24:13–14
ยนซ.
24:44 ก ยนซ.24:14; 18–19
ยนซ.
24:47 ก เทียบ ยอค.16:11–12
ยนซ.
24:48 ก ยนซ.24:26
ยนซ.
24:48 ข ยนซ.22:23
ยนซ.
24:53 1 ห่วงทองคำกับกำไลทองคำ (ข้อ 22) เครื่องเงินเครื่องทองกับเสื้อผ้าอาภรณ์ที่นำมาให้ริบะคานั้น รวมทั้งสิ่งล้ำค่าที่ถูกมอบให้กับพี่ชายและมารดาของเธอนั้น เป็นสัญลักษณ์เล็งถึงความอุดมสมบูรณ์ที่หาที่สิ้นสุดไม่ได้ของพระคริสต์ (อฟ.3:8). คนรับใช้เป็นพยานถึงความอุดมสมบูรณ์ของยิศฮาคต่อริบะคา ซึ่งก็คือสิ่งที่ยิศฮาคได้รับมาจากบิดาเป็นมรดก (ข้อ 35–36) และมอบบางส่วนของความอุดมสมบูรณ์เหล่านี้ให้กับริบะคาเป็นการลิ้มรสล่วงหน้า. สิ่งนี้ทำให้ริบะคาถูกดึงดูดให้ไปหายิศฮาคและทำให้เธอยินดีที่จะละจากบ้านของบิดาไปเป็นภรรยาของเขา (ข้อ 58) แม้ว่าเธอจะไม่เคยพบยิศฮาคมาก่อน. ทำนองเดียวกัน พระวิญญาณนั้นได้มาถึงผู้เชื่อของพระคริสต์และเป็นพยานถึงความอุดมสมบูรณ์ของพระคริสต์ต่อเขา ซึ่งก็คือสิ่งที่พระองค์ได้รับมาจากพระบิดา (ยฮ.16:13–15) ทำให้เขาถูกพระองค์ดึงดูดกลับคืนสู่พระคริสต์ เขาจึงได้ละทิ้งโลกนี้และทอดทิ้งความสัมพันธ์ฝ่ายธรรมชาติที่อยู่ในเนื้อหนัง เพื่อจะเข้าสนิทกับพระคริสต์ (มธ.19:29) แม้เขาจะไม่เคยเห็นพระองค์มาก่อนแต่ก็รักพระองค์ (1ปต.1:8). ก่อนที่ริบะคาจะได้พบกับยิศฮาคในแผ่นดินงาม เธอก็ได้มีส่วนและได้รับสุขมรดกของยิศฮาคโดยของขวัญจากคนรับใช้แล้ว. กรณีนี้ก็เป็นเหมือนกับที่เราได้รับสุขของประทานแห่งพระวิญญาณนั้นเป็นการลิ้มรสล่วงหน้าถึงการรับสุขอย่างสมบูรณ์ที่มีต่อความอุดมสมบูรณ์ของพระคริสต์ก่อนที่เราจะพบกับพระองค์ (ฮร.6:4; รม.8:23).
ยนซ.
24:57 1 แปลตามตรงคือ จากปากของเธอ.
ยนซ.
24:59 ก ยนซ.35:8
ยนซ.
24:60 ก เทียบ ยนซ.17:16
ยนซ.
24:60 ข ยนซ.22:17
ยนซ.
24:62 ก ยนซ.16:14; 25:11
ยนซ.
24:62 1ก หมายถึง บ่อขององค์ผู้ทรงพระชนม์อยู่ที่เห็นข้าพเจ้า หรือบ่อขององค์ผู้ทรงเปิดเผยตัวพระองค์เอง.
ยนซ.
24:65 ก 1กธ.11:10
ยนซ.
24:67 1 ยิศฮาคผู้เป็นบุตรของอับราฮามนั้นไม่ได้ทำอะไรเลย สิ่งเดียวที่เขาทำก็คือการรับเจ้าสาว. นี่เป็นเครื่องหมายเล็งถึง ทุกสิ่งล้วนเป็นโครงการที่พระบิดาได้ทรงวางไว้และพระวิญญาณก็ทรงกระทำให้สำเร็จลุล่วง สิ่งเดียวที่พระบุตรทรงกระทำก็คือการรับเจ้าสาว.
ยิศฮาครับริบะคาตอนพลบค่ำ (ข้อ 63) กรณีนี้เป็นเครื่องหมายเล็งถึง การสมรสของพระคริสต์จะเกิดขึ้นตอนพลบค่ำของยุคสมัยนี้ ซึ่งก็คือขณะที่ยุคสมัยนี้ใกล้จะสิ้นสุดลง. ยิศฮาคได้นำริบะคาเข้าไปในกระโจมของนางซารามารดาของเขาและรักริบะคา. ซึ่งเป็นเครื่องหมายเล็งถึงพระคริสต์จะต้อนรับเจ้าสาวของพระองค์ในพระคุณ (ซึ่งมีซาราเป็นแบบเล็ง) และในความรัก. หลังจากยิศฮาคได้สมรสกับริบะคาแล้ว เขาจึงได้รับการปลอบโยนและความอิ่มหนำ เช่นเดียวกับพระคริสต์ที่จะได้รับความอิ่มหนำในวันสมรสของพระองค์.
ยิศฮาครับริบะคาตอนพลบค่ำ (ข้อ 63) กรณีนี้เป็นเครื่องหมายเล็งถึง การสมรสของพระคริสต์จะเกิดขึ้นตอนพลบค่ำของยุคสมัยนี้ ซึ่งก็คือขณะที่ยุคสมัยนี้ใกล้จะสิ้นสุดลง. ยิศฮาคได้นำริบะคาเข้าไปในกระโจมของนางซารามารดาของเขาและรักริบะคา. ซึ่งเป็นเครื่องหมายเล็งถึงพระคริสต์จะต้อนรับเจ้าสาวของพระองค์ในพระคุณ (ซึ่งมีซาราเป็นแบบเล็ง) และในความรัก. หลังจากยิศฮาคได้สมรสกับริบะคาแล้ว เขาจึงได้รับการปลอบโยนและความอิ่มหนำ เช่นเดียวกับพระคริสต์ที่จะได้รับความอิ่มหนำในวันสมรสของพระองค์.