การงานบรรณกิจของห้องสมุดกิตติคุณแห่งประเทศไทย
หากท่านต้องการมีส่วนในการงานบรรณกิจของห้องสมุดกิตติคุณแห่งประเทศไทย
ท่านสามารถมอบถวายทรัพย์โดยโอนเงินเข้าบัญชีของห้องสมุด:
ธนาคารกสิกรไทย สาขาพาราไดซ์ พาร์ค
ชื่อบัญชี: นายปิยะ ตั้งเสรีมั่นคง และ
นางสุมิตรา อดุลประวิตรชัย และ
นางสาวทานาธิบดี ชูมณี
เลขที่บัญชี: 218-3-99941-1

รบกวนส่งสลิปการโอนมาที่ Line ID: @gospelbookroom

เยเนซิศ บทที่ 19

ค. การบันทึกในด้านลบของโลต
19:1–38
(ก) ผู้ชอบธรรมที่พ่ายแพ้กับเสาเกลือต้นหนึ่ง
ข้อ 1–29
ยนซ. 19:1 ฝ่ายกทูตสวรรค์สององค์นั้นก็มาถึงเมืองซะโดมในเวลาเย็น 1ขโลตกำลังนั่งอยู่ที่ประตูเมืองพอแลเห็นแล้วก็ลุกขึ้น ไปต้อนรับท่านโน้มกายซบหน้ากราบลงถึงดิน.
ยนซ. 19:2 แล้วทูลว่า “นายเจ้าข้า ขอท่านได้เลี้ยวเข้าไปในเรือนของข้าพเจ้าผู้ทาสของท่านและค้างสักคืนหนึ่ง ข้าพเจ้าจะกล้างเท้าของท่าน พรุ่งนี้จึงค่อยตื่นแต่เช้าแล้วเดินทางต่อไป” ท่านก็ตอบว่า “อย่าเลย เราจะค้างคืนที่ท้องตลาด.”
ยนซ. 19:3 โลตได้เชิญชวนเขาอย่างกระตือรือล้น ท่านจึงหันเลี้ยวเข้าไปในเรือนของเขา. โลตก็จัดงานเลี้ยงสำหรับท่านปิ้งขนมไร้เชื้อ ท่านก็ได้รับประทาน.
ยนซ. 19:4 แต่เมื่อท่านยังไม่ทันเข้านอน ชาวเมืองกซะโดมทั้งปวงทั้งคนแก่และหนุ่มจากทุกมุมเมืองก็มาล้อมเรือนนั้นไว้
ยนซ. 19:5 ร้องเรียกโลตพูดว่า “คนเหล่านั้นที่เข้ามาหาเจ้าในคืนนี้อยู่ที่ไหน? จงพาเขาออกมาหาเรา เพื่อเราจะได้1ร่วมรู้กับเขา.”
ยนซ. 19:6 ส่วนโลตได้ออกทางประตูไปหาคนพวกนั้นและปิดประตูที่อยู่ข้างหลังเขา.
ยนซ. 19:7 กล่าวว่า “พี่น้องทั้งหลายอย่าได้กระทำการชั่วร้ายเช่นนี้เลย.
ยนซ. 19:8 ข้าพเจ้ามี1ลูกสาวสองคนยังไม่เคยร่วมรู้อยู่กับผู้ชายเลย. ข้าพเจ้าจะพาเขาออกมาให้ท่าน ท่านจงทำแก่เขาตามชอบใจเถิด แต่ส่วนท่านทั้งสองนี้ขออย่าได้กระทำอะไรแก่เขาเลย เพราะว่าเขาได้เข้ามาอยู่ใต้ชายคาของข้าพเจ้าแล้ว.”
ยนซ. 19:9 แต่คนเหล่านั้นก็พูดว่า “จงถอยไปเสีย.” และพูดอีกว่า “คนนี้เข้ามาเป็นกคนต่างแดน ยังจะตั้งตนเป็นผู้พิพากษา. เราจะกระทำแก่เจ้าให้เลวร้ายกว่าที่เราคิดจะกระทำแก่คนทั้งสองนั้นอีก.” เขาจึงผลักโลตโดยแรงแล้วเข้ามาใกล้ประตูเพื่อจะพังประตูเข้าไป.
ยนซ. 19:10 ชายสองคนนั้นจึงยื่นมือออกดึงโลตเข้าไปในเรือนด้วยกัน แล้วปิดประตูเสีย.
ยนซ. 19:11 แล้วกระทำให้ตาคนเหล่านั้นทั้งคนแก่และคนหนุ่มที่อยู่นอกประตูเรือนนั้น1มืดมัวไป คนเหล่านั้นก็คลำหาประตูจนเหนื่อยก็ไม่พบ.
ยนซ. 19:12 ชายสองคนนั้นจึงถามโลตว่า “ที่นี่มีใครอีกหรือ? จงพาบุตรเขย บุตรชายหญิงหรือบรรดาคนของเจ้าในเมืองนี้ออกไปจากที่นี่เสีย.
ยนซ. 19:13 ด้วยเราจะทำลายสถานที่นี้เพราะเสียงร้องของคนทั้งปวงดังยิ่งนักต่อพระพักตร์พระยะโฮวา พระยะโฮวาจึงทรงใช้เรามาทำลายสถานที่แห่งนี้เสีย.”
ยนซ. 19:14 โลตก็ออกไปบอกบุตรเขยที่จะแต่งงานกับบุตรสาวว่า “จงลุกขึ้นกออกไปจากที่นี่เสีย ด้วยพระยะโฮวาจะทรงทำลายเมืองนี้” แต่บุตรเขยนั้นนึกว่าเขาพูดล้อเล่น.
ยนซ. 19:15 ครั้นเวลารุ่งเช้าทูตสวรรค์ก็เร่งกโลตว่า “จงลุกขึ้นพาภรรยาทั้งบุตรสาวสองคนที่อยู่ด้วยกันที่นี่ออกไปเสีย เกรงว่าเจ้าจะถูกทำลายเสียเพราะความบาปชั่วของเมืองนี้.”
ยนซ. 19:16 เมื่อโลตยัง1ชักช้าอยู่ชายสองคนนั้นจึงจับมือของโลตกับมือภรรยาและมือบุตรสาวทั้งสองของโลตพาเขาออกไปให้อยู่ที่นอกเมือง เพราะพระยะโฮวาทรงพระเมตตาแก่โลต.
ยนซ. 19:17 เมื่อได้พาคนเหล่านั้นออกมาภายนอกแล้วก็พูดว่า “เจ้าจงหนีเอาชีวิตรอดเถิดอย่าได้กเหลียวหลังมาดู อย่าได้หยุดพักในที่ราบลุ่มนี้เลย จงหนีไปที่ภูเขา เกรงว่าเจ้าจะถูกทำลาย.”
ยนซ. 19:18 ฝ่ายโลตทูลต่อท่านว่า “นายเจ้าข้า ขออย่าให้เป็นอย่างนั้นเลย
ยนซ. 19:19 ถ้าผู้ทาสของท่านเป็นที่โปรดปรานในสายตาของท่านแล้ว และท่านได้สำแดงความเอ็นดูรักใคร่อย่างยิ่งใหญ่ให้ปรากฏในการปกป้องชีวิตของข้าพเจ้า ข้าพเจ้าไม่มีกำลังที่จะหนีไปที่ภูเขา เกรงว่าภัยพิบัติจะมาตามทันข้าพเจ้า และข้าพเจ้าจะตายเสีย.
ยนซ. 19:20 ดูเถิด เมืองนี้อยู่ใกล้เป็นเมืองเล็กๆ พอจะหนีเข้าไปได้ นี่เป็นเมืองเล็กๆ มิใช่หรือ? ขอท่านให้ข้าพเจ้าหนีไปที่นั่นเถิด 1ชีวิตของข้าพเจ้าก็จะดำรงคงอยู่.”
ยนซ. 19:21 ทูตสวรรค์พูดกับเขาว่า “เรื่องนี้เราอนุญาตตามคำขอของเจ้า เราจะไม่ทำลายล้างเมืองนั้น.
ยนซ. 19:22 เจ้าจงรีบเร่งหนีไปที่นั่น เราจะทำอะไรไม่ได้จนกว่าเจ้าจะไปถึงที่นั่นแล้ว” เหตุฉะนี้เขาจึงเรียกชื่อเมืองนั้นว่า1โซอาระ.
ยนซ. 19:23 เมื่อโลตเข้าไปในโซอาระ ดวงอาทิตย์ได้ขึ้นส่องสว่างแก่แผ่นดินแล้ว.
ยนซ. 19:24 แล้วพระยะโฮวาจึงทรงให้กกำมะถันและไฟมาแต่พระองค์จากฟ้าตกที่ขซะโดมและอะโมรา.
ยนซ. 19:25 พระองค์ได้ทรงทำลายล้างเมืองเหล่านั้นและที่ราบลุ่มกับพลเมืองทั้งปวงและบรรดาสิ่งที่งอกขึ้นบนดิน.
ยนซ. 19:26 ส่วนกภรรยาของโลตซึ่งอยู่ข้างหลังนั้น ได้หันกลับไปมองดู ตัวก็กลับเป็น1ขเสาเกลือ.
ยนซ. 19:27 อับราฮามลุกขึ้นแต่เช้าตรู่ไปถึงที่ซึ่งตนได้กยืนต่อพระพักตร์พระยะโฮวาแต่ก่อนนั้น.
ยนซ. 19:28 และมองไปยังซะโดมและอะโมราและที่ราบลุ่มทั้งหมดนั้น ก็เห็นควันไฟจากเมืองนั้นเหมือนกควันที่พลุ่งขึ้นจากเตาไฟ.
ยนซ. 19:29 เมื่อพระเจ้าทรงทำลายเมืองทั้งหลายในที่ราบลุ่มนั้น พระองค์ทรงกระลึกถึงอับราฮาม จึงโปรดให้โลตออกไปจากท่ามกลางการทำลายล้าง ในขณะเมื่อพระองค์ทรงทำลายล้างเมืองที่โลตอาศัยอยู่นั้น.
(ข) เชื้อสายที่เกิดจากการผิดประเวณีในวงศ์ญาติ
ข้อ 30–38
ยนซ. 19:30 ฝ่ายโลตได้ออกจากโซอาระขึ้นไปอยู่ที่ภูเขา บุตรสาวสองคนก็ไปด้วย เพราะจะอยู่ที่โซอาระก็กลัว โลตจึงได้ไปอยู่ในถ้ำกับบุตรสาวสองคนด้วยกัน.
ยนซ. 19:31 ฝ่ายบุตรสาวหัวปีจึงพูดกับบุตรสาวคนเล็กว่า “บิดาเราแก่แล้ว และไม่มีชายใดที่แผ่นดินจะเข้ามาหาเราตามธรรมเนียมโลกเลย.
ยนซ. 19:32 เราจะให้บิดาเราดื่มเหล้าองุ่น แล้วเราจะเข้าไปนอนกับบิดา เพื่อเราจะรักษา1เชื้อสายบิดาของเราให้คงอยู่.”
ยนซ. 19:33 คืนวันนั้นบุตรสาวทั้งสองคนก็ให้บิดาดื่มเหล้าองุ่น บุตรสาวหัวปีจึงเข้าไปนอนกับบิดา บิดาก็สังเกตไม่ได้ว่าบุตรสาวมานอนด้วยหรือลุกขึ้นไปเมื่อไร.
ยนซ. 19:34 ครั้นรุ่งขึ้นบุตรสาวหัวปีจึงพูดกับบุตรสาวคนเล็กว่า “เมื่อคืนนี้พี่ได้นอนกับบิดาแล้ว. คืนวันนี้เราจะให้บิดาดื่มเหล้าองุ่นอีก น้องจงเข้าไปนอนกับบิดาเถิด เพื่อจะได้รักษาเชื้อสายของบิดาของเราให้คงอยู่.”
ยนซ. 19:35 คืนวันนั้นเขาก็ให้บิดาดื่มเหล้าองุ่นแล้วน้องสาวก็ลุกขึ้นเข้าไปนอนกับบิดา บิดาก็สังเกตไม่ได้ว่าบุตรสาวมานอนด้วยหรือลุกขึ้นไปเมื่อไร.
ยนซ. 19:36 ดังนี้แหละบุตรสาวของโลตจึงได้ตั้งครรภ์กับบิดาของตนทั้งสองคน.
ยนซ. 19:37 บุตรสาวหัวปีได้คลอดบุตรเป็นชาย เรียกชื่อว่า1กโมอาบ คนนี้เป็นบรรพบุรุษของพวก2ขโมอาบจนทุกวันนี้.
ยนซ. 19:38 บุตรสาวคนเล็กได้คลอดบุตรเป็นชาย เรียกชื่อว่า1เบ็นอำมี คนนี้เป็นบรรพบุรุษของกพวกอำโมนจนทุกวันนี้.

คำอธิบาย เยเนซิศ บทที่ 19

ยนซ. 19:1 ก ข้อ 1–14; 2ปต.2:7, 8
ยนซ. 19:1 ข ยนซ.11:27
ยนซ. 19:1 1ข โลตเป็นคนชอบธรรมและเป็นคนที่อยู่ในธรรม (2ปต.2:6–9). แต่ว่า แม้เขาได้ออกจากเมืองอูระของชาวเคเซ็ด และก็เป็นหนึ่งในพลไพร่ของพระเจ้าซึ่งอาศัยอยู่ด้วยกันกับอับราฮามในแผ่นดินคะนาอัน (12:5). แต่เขาก็พ่ายแพ้เพราะเหตุที่แยกไปจากอับราฮามผู้มีพยานของพระเจ้าอยู่ด้วย และถูกซัดเซเข้าไปในซะโดมเมืองที่ชั่วร้าย (13:11–13; 14:12) ซึ่งเมืองนี้ถูกพระเจ้าปรับโทษและจะต้องถูกทำลายภายใต้การพิพากษาของพระองค์
เมืองอูระแคว้นเคเซ็ดเป็นสถานที่แห่งรูปเคารพ. อียิปต์เป็นสถานที่แห่งความมั่งคั่งและความรื่นเริงฝ่ายโลก และเมืองซะโดมเป็นเมืองแห่งความบาป. สถานที่ทั้งสามแห่งนี้ก่อให้เกิดอาณาเขตที่เป็นรูปสามเหลี่ยมล้อมรอบดินแดนคะนาอัน. ผู้คนที่ได้รับการทรงเรียกจากพระเจ้าได้อาศัยอยู่ในสามเหลี่ยมนี้จำต้องระมัดระวังเพื่อจะไม่ตกเข้าไปในเมืองแห่งรูปเคารพ ลงไปในสถานที่แห่งความรื่นเริงฝ่ายโลกหรือถูกซัดเซเข้าไปในเมืองแห่งความบาป.
ยนซ. 19:2 ก ยนซ.18:4
ยนซ. 19:4 ก ยนซ.13:13; 18:20; ยซย.3:9
ยนซ. 19:5 1 ชาวเมืองซะโดมที่ชั่วร้ายนั้นเป็นพวกรักร่วมเพศ (รม.1:24–27).
ยนซ. 19:8 1 โลตยอมสังเวยลูกสาวพรหมจารีของตนเพื่อสนองราคะตัณหาของชาวเมืองซะโดม นี่แสดงว่าโลตได้อาศัยอยู่ในซะโดมเมืองแห่งความชั่วร้ายเป็นเวลานานทีเดียว กระทั่งสูญเสียไปซึ่งความรู้สึกทางด้านศีลธรรมและความละอาย (ข้อ 33, 35).
ยนซ. 19:9 ก เทียบ ยนซ.13:10–12
ยนซ. 19:11 1 นี่ชี้แจงว่าการกระทำบาปทำให้คนตาบอด (ดู มธ.9:27 คำอธิบาย 1; ยฮ.12:40 คำอธิบาย 1; 9:1 คำอธิบาย 2).
ยนซ. 19:14 ก อฤธ.16:21, 26, 45; เทียบ ยรม.51:6
ยนซ. 19:15 ก ข้อ 15–23; ลก.17:29; 2ปต.2:7–9
ยนซ. 19:16 1 โลตไม่ยอมหนีไปจากเมืองที่ชั่วร้ายและถูกปรับโทษนั้น แต่องค์พระผู้เป็นเจ้าทรงมีพระเมตตา จึงดึงเขาออกจากเมืองซะโดมเหมือนดึงท่อนไม้ออกจากกองไฟ (เทียบ ซคย.3:2; ยด.23).
ยนซ. 19:17 ก ยนซ.19:26; เทียบ ลก.17:31
ยนซ. 19:20 1 แปลตามตรงคือ จิต ของข้าพเจ้า.
ยนซ. 19:22 1 หมายถึง เล็กน้อย.
ยนซ. 19:24 ก พบญ.29:23; ลก.17:29
ยนซ. 19:24 ข ยรม.50:40; พรท.4:6; อมศ.4:11; ซฟย.2:9; 2ปต.2:6; ยด.7; มธ.10:15; รม.9:29
ยนซ. 19:26 ก ลก.17:32
ยนซ. 19:26 ข เทียบ มธ.5:13
ยนซ. 19:26 1ข ดูลูกา 17:32 คำอธิบาย 1.
ยนซ. 19:27 ก ยนซ.18:22
ยนซ. 19:28 ก วว.9:2
ยนซ. 19:29 ก ยนซ.8:1
ยนซ. 19:32 1 บุตรสาวของโลตได้สูญเสียไปซึ่งความรู้สึกทางด้านศีลธรรมของพวกเธอ เนื่องจากเธอถูกกระแสที่ชั่วช้าแห่งโลกที่ชั่วช้าทำให้มึนชาไปแล้ว. เธอปรารถนาที่จะสืบเชื้อสายโดยไม่คำนึงถึงวิธีการ และได้ให้กำเนิดบุตรจากบิดาโดยการผิดประเวณีในวงศ์ญาติ ฉะนั้นจึงเป็นการละเมิดหลักการควบคุมที่พระเจ้าทรงกำหนดไว้. พูดตามหลักการแล้ว การใช้วิธีการใดๆ ที่บาปชั่ว หรืออยู่ฝ่ายโลกเพื่อได้มาซึ่งการเพิ่มพูน เพื่อให้การงานคริสเตียนของเราถึงที่สำเร็จ ก็เป็นการทำลายหลักการควบคุมของพระเจ้า และเป็นการผิดประเวณีในวงศ์ญาติฝ่ายวิญญาณ (เทียบ มธ.7:21–23). เชื้อสายที่เกิดจากการผิดประเวณีในวงศ์ญาติได้กลายเป็นสิ่งที่มาทำลายพลไพร่ของพระเจ้าอย่างใหญ่หลวงโดยการล่วงประเวณี (อฤธ.25:1–5; วว.2:14 คำอธิบาย 3 และ 4).
ยนซ. 19:37 ก พบญ.2:9
ยนซ. 19:37 1ก หมายถึง จากบิดา.
ยนซ. 19:37 ข นรธ.1:6
ยนซ. 19:37 2ข พระเจ้าทรงปฏิเสธและละทิ้งชาวโมอาบและชาวอำโมนไปด้วยความเกลียดชังที่แยกบริสุทธิ์และศักดิ์สิทธิ์ (ข้อ 38). โดยทรงบัญชาให้พลไพร่ของพระองค์ “อย่าแสวงหาสันติสุขหรือความเจริญสำหรับพวกเขาตลอดชีวิตเป็นนิตย์” และทรงห้ามไม่ให้ชาวอำโมนหรือชาวโมอาบเข้าในที่ประชุมของพระยะโฮวา “จนถึงสิบชั่วอายุก็จงอย่าให้… เลยเป็นนิตย์.” (พบญ.23:3–6; เทียบ มธ.1:5 คำอธิบาย 3).
ยิศมาเอลที่เกิดจากความพยายามฝ่าย เนื้อหนังนั้นถูกพระเจ้าปฏิเสธและละทิ้ง (21:10–12). ส่วนโมอาบและเบ็นอำมีที่เกิดจากการผิดประเวณีในวงศ์ญาติก็เป็นความอัปยศที่อยู่ในประวัติศาสตร์. มีเพียงยิศฮาคที่เกิดจากพระคุณของพระเจ้าเท่านั้น จึงจะถูกใช้ในการทำให้ พระประสงค์ของพระเจ้าสำเร็จ.
ยนซ. 19:38 1 หมายถึง บุตรแห่งพลไพร่ของเรา.
ยนซ. 19:38 ก พบญ.2:19
สารบัญ