เยเนซิศ บทที่ 17
ค. พันธสัญญาของพระเจ้าได้รับการยืนยันโดยพิธีสุหนัต
17:1–14
17:1–14
ยนซ.
17:1 เมื่ออายุอับรามได้1เก้าสิบเก้าปี พระยะโฮวาได้ทรงปรากฏแก่อับราม ตรัสว่า “เราเป็นพระเจ้าผู้2กพรั่งพร้อมสมบูรณ์ทุกประการ เจ้าจง3ดำเนินอยู่ต่อหน้าเราและเป็นคน3ครบสมบูรณ์.
ยนซ.
17:2 เราจะตั้งกพันธสัญญาของเราไว้ในระหว่างเรากับเจ้า และเราจะให้เชื้อสายของเจ้าขทวีขึ้นเป็นอันมาก.”
ยนซ.
17:3 อับรามก็หมอบกราบซบหน้าลง พระเจ้าจึงตรัสสนทนากับอับรามว่า.
ยนซ.
17:4 “นี่คือกพันธสัญญาของเราก็ได้ตั้งไว้กับเจ้าแล้ว เจ้าจะเป็นขบิดาของ1ชนนานาประเทศ.
ยนซ.
17:5 เจ้าจะไม่ถูกเรียกชื่อว่า1อับรามอีก แต่จะเรียกว่า2กอับราฮาม เพราะเราได้ให้เจ้าเป็นบิดาของชนนานาประเทศ.
ยนซ.
17:6 เราจะให้เชื้อสายของเจ้าบังเกิดทวียิ่งๆ ขึ้นไป เราจะให้ชนกประเทศต่างๆ และขกษัตริย์หลายองค์เกิดออกมาจากเจ้า.
ยนซ.
17:7 เราจะสถาปนากพันธสัญญาของเราไว้ในระหว่างเรากับเจ้า ทั้งเชื้อสายทุกชั่วอายุของเจ้า สำหรับจะให้เป็นพันธสัญญาถาวรเป็นนิตย์ว่า เราจะเป็นขพระเจ้าของเจ้าทั้งเชื้อสายของเจ้าสืบๆ ไป.
ยนซ.
17:8 ดินแดนคะนาอันทั้งสิ้นที่เจ้าเป็นกคนต่างแดนอาศัยอยู่นั้น เราจะยกให้เจ้าและขเชื้อสายของเจ้าเพื่อเป็นมรดกเป็นนิตย์ และเราจะเป็นคพระเจ้าของเขาทั้งหลาย.”
ยนซ.
17:9 พระเจ้าจึงตรัสแก่อับราฮามอีกว่า “เจ้าเองก็ดี หรือเชื้อสายของเจ้าตลอดทุกชั่วอายุก็ดี จงถือรักษาพันธสัญญาของเราไว้.
ยนซ.
17:10 นี่เป็นพันธสัญญาระหว่างเรากับเจ้าและเชื้อสายของเจ้าสืบๆ ไปซึ่งพวกเจ้าต้องถือรักษา จงให้ชายทั้งหลายของเจ้า1กรับพิธีสุหนัต.
ยนซ.
17:11 เจ้าทั้งหลายต้องรับพิธีสุหนัต เพื่อเป็น1กเครื่องหมายแห่งพันธสัญญาในระหว่างเรากับเจ้า.
ยนซ.
17:12 ชายทั้งหลายในทุกชั่วอายุของเจ้าเมื่ออายุได้1แปดวันแล้ว จะเป็นคนที่เกิดในเรือนของเจ้าก็ดีหรือกชนต่างประเทศที่ซื้อมาด้วยเงินไม่ใช่เชื้อสายของเจ้าก็ดี ต้องรับพิธีสุหนัตสิ้นทุกคน.
ยนซ.
17:13 ผู้ที่เกิดในเรือนของเจ้าก็ดีหรือผู้ที่ซื้อมาด้วยเงินของเจ้าก็ดีต้องรับพิธีสุหนัตนั้น ดังนี้แหละ กพันธสัญญาของเราจะได้อยู่ที่เนื้อหนังของเจ้าเป็นพันธสัญญาขถาวรเป็นนิตย์.
ยนซ.
17:14 ชายผู้ใดที่มิได้รับพิธีสุหนัตคือมิได้ตัดหนังหุ้มปลายองคชาต ผู้นั้น1ต้องตัดขาดจากพลไพร่ เพราะเขาได้ละเมิดพันธสัญญาของเราเสียแล้ว.”
ง. คำสัญญาเกี่ยวกับการกำเนิดของยิศฮาค
17:15–27
17:15–27
ยนซ.
17:15 พระเจ้าตรัสแก่อับราฮามว่า “ฝ่ายนาง1ซารายภรรยาของเจ้า เจ้าอย่าได้เรียกชื่อของนางว่าซาราย แต่จงเรียกชื่อว่า2ซารา.
ยนซ.
17:16 เราจะอวยพรแก่นางและจะประทานกบุตรแก่เจ้า1จากนางนั้น. เราจะอวยพรให้นางเป็นมารดาของขชนนานาประเทศ กษัตริย์ของพลไพร่ต่างๆ จะเกิดมาจากนางนั้น.”
ยนซ.
17:17 อับราฮามจึงหมอบกราบซบหน้าลงกหัวเราะและพูดในใจของตนว่า “คนอายุได้ขหนึ่งร้อยปีแล้วจะมีบุตรได้หรือ?” อายุของนางซาราได้เก้าสิบปีแล้ว จะให้กำเนิดบุตรได้หรือ?”
ยนซ.
17:18 อับราฮามจึงทูลพระยะโฮวาว่า “ขอโปรดให้ยิศมาเอลมีชีวิตเป็นอยู่ต่อพระพักตร์ของพระองค์!”
ยนซ.
17:19 พระองค์จึงตรัสว่า “หามิได้นางซาราภรรยาของเจ้าจะให้กำเนิดกบุตรชาย เจ้าจงเรียกชื่อเขาว่า1ขยิศฮาค เราจะ2สถาปนาพันธสัญญาไว้กับเขาและจะเป็นพันธสัญญาของเชื้อสายของเขาสืบต่อไปเป็นนิตย์.
ยนซ.
17:20 ฝ่ายยิศมาเอลนั้น เราได้ฟังคำของเจ้า เราได้อวยพรแก่เขา และจะให้เขามีเชื้อสายบังเกิดกทวีขึ้นเป็นอันมาก เจ้านายจะเกิดมาจากเขาขสิบสององค์ และเราจะทำให้เขาเป็นคประเทศใหญ่.
ยนซ.
17:21 แต่พันธสัญญาของเรา เราจะกสถาปนาไว้ต่อยิศฮาคบุตรของเจ้าที่นางซาราจะให้กำเนิดปีหน้าตาม1ขเวลาที่กำหนดนี้.”
ยนซ.
17:22 เมื่อตรัสสนทนาจบแล้ว พระเจ้าจึงเสด็จขึ้นไปจากอับราฮาม.
ยนซ.
17:23 อับราฮามจึงให้ยิศมาเอลบุตรชายของตน และคนทั้งปวงที่เกิดในเรือนของตนก็ดี หรือซื้อมาด้วยเงินก็ดี คือชายทั้งปวงที่อยู่ในเรือนของตนนั้น กรับพิธีสุหนัตในวันเดียวกัน ตามที่พระเจ้าได้ตรัสกับท่านแล้ว.
ยนซ.
17:24 เมื่ออับราฮามรับพิธีสุหนัตนั้น อายุได้เก้าสิบเก้าปี.
ยนซ.
17:25 ฝ่ายยิศมาเอลบุตรชายของท่าน เมื่อรับพิธีสุหนัต อายุได้สิบสามปี.
ยนซ.
17:26 อับราฮามกับยิศมาเอลบุตรของท่านได้รับพิธีสุหนัตในวันเดียวกัน.
ยนซ.
17:27 บรรดาชายในเรือน ทั้งคนที่เกิดในเรือนกับคนที่ซื้อมาด้วยเงินจากประเทศอื่น ก็ได้รับพิธีสุหนัตด้วยกันกับอับราฮามสิ้นทุกคน.
คำอธิบาย เยเนซิศ บทที่ 17
ยนซ.
17:1 1 อับราฮามใช้กำลังธรรมชาติของเขาในการให้กำเนิดยิศมาเอล ซึ่งเป็นการขัดขืนต่อพระเจ้าและแผนการบริหารของพระเจ้าอย่างรุนแรง. ดังนั้นหลังจากยิศมาเอลได้กำเนิดออกมา การสามัคคีธรรมของอับราฮามกับพระเจ้าก็ถูกตัดขาดไป พระเจ้าได้ทรงรอคอยถึง 13 ปี (เทียบ 16:16) กระทั่งกำลังธรรมชาติของอับราฮามถูกทำให้สิ้นสุดแล้วพระเจ้าจึงเสด็จมาติดต่อกับอับราฮามอีกครั้งหนึ่ง (รม.4:19 และคำอธิบาย; ดู 15:4 คำอธิบาย 1).
ยนซ.
17:1 ก ยนซ.28:3; 35:11; 43:14; 48:3; 49:25; อซด.6:3; โยบ 33:4; ยอค.10:5
ยนซ.
17:1 2ก เอล–ชัด–ได (El–Shad–dai) เอล ในภาษาเฮ็บราย หมายความว่า “ผู้ทรงมหิทธิฤทธิ์” คำว่า “ชัดได” มาจากศัพท์ภาษาเฮ็บรายอีกคำหนึ่งที่มีความหมายว่า “ทรวงอก” หรือ “เต้านม.” ชื่อเรียกอันศักดิ์สิทธิ์นี้เปิดเผยว่า พระเจ้าทรงเป็นผู้ทรงมหิทธิฤทธิ์ที่มีเต้านม ซึ่งก็คือองค์ผู้ทรงมหิทธิฤทธิ์ที่พรั่งพร้อมสมบูรณ์ทุกประการนั่นเอง. พระองค์ทรงเป็นต้นกำเนิดแห่งพระคุณ ทรงใช้ความอุดมสมบูรณ์ที่อยู่ในสิ่งทรงเป็นอันศักดิ์สิทธิ์ของพระองค์ไปหล่อเลี้ยงผู้ที่พระองค์ได้ทรงเรียกนั้น ทำให้เขาสามารถก่อกำเนิดพระคริสต์มาเป็นเชื้อสาย เพื่อสำเร็จพระประสงค์ของพระเจ้า.
ยนซ.
17:1 3 ณ ที่นี่ การดำเนินต่อเบื้องพระพักตร์พระเจ้า ก็คือดำเนินในการสถิตอยู่ของพระเจ้า รับสุขพระองค์และการหล่อเลี้ยงที่พรั่งพร้อมสมบูรณ์ของพระองค์ตลอดเวลา. การเป็นคนครบสมบูรณ์ ก็คือได้รับพระเจ้าเป็นองค์ประกอบและปัจจัยแห่งความครบสมบูรณ์ที่เพิ่มเข้าสู่ภายในเรา. อันที่จริง นี่หมายความว่า เราจะไม่พึ่งพิงกำลังของเนื้อหนัง แต่เชื่อพึ่งในพระเจ้าผู้ทรงมหิทธิฤทธิ์ที่พรั่งพร้อมสมบูรณ์เพื่อการดำเนินชีวิตและการงานของเรา
ยนซ.
17:2 ก ยนซ.15:18
ยนซ.
17:2 ข ยนซ.17:6; 22:17
ยนซ.
17:4 ก ยนซ.15:18
ยนซ.
17:4 ข รม.4:11, 12, 17, 18
ยนซ.
17:4 1 การเอ่ยถึงชนนานาประเทศและกษัตริย์หลายองค์ในข้อ 4–6 และในบทที่ 35:11 เปิดเผยเป็นนัยว่า ผลลัพธ์แห่งการเพิ่มทวีของเราย่อมจะเป็นการดำเนินชีวิตคริสตจักรที่ถูกต้องซึ่งเป็นอาณาจักรของพระเจ้าบนแผ่นดินโลก (รม.14:17 คำอธิบาย 1; ดู 12:2 คำอธิบาย 2)
ยนซ.
17:5 1 หมายถึง บิดาที่ได้รับการยกชู.
ยนซ.
17:5 ก นฮย.9:7
ยนซ.
17:5 2ก หมายถึง บิดาของฝูงชนทั้งหลาย พระเจ้าต้องสำเร็จพระประสงค์อันนิรันดร์ของพระองค์ สิ่งที่พระองค์ต้องการจึงไม่เพียงเป็นบุคคลที่ถูกยกชูคนหนึ่ง แต่ต้องเป็นบิดาของฝูงชนทั้งหลาย (เทียบ 1:28; 9:1). เหตุฉะนี้ การเปลี่ยนชื่อของอับราฮามจึงเป็นเครื่องหมายเล็งถึงการเปลี่ยนตัวตนของเขา เพื่อสำเร็จพระประสงค์ของพระเจ้า. ในด้านประสบการณ์ฝ่ายวิญญาณ การเปลี่ยนชื่อที่แท้จริงคือเปลี่ยนจาก “ข้าพเจ้า” เป็น “พระคริสต์” (ฆต.2:20) และเปลี่ยนจาก “ข้าพเจ้า” เป็น “พระคุณของพระเจ้า” (1กธ.15:10). มีเพียงพระคริสต์ผู้ทรงเป็นพระคุณของพระเจ้า แต่ไม่ใช่ “ข้าพเจ้า” ที่สามารถก่อกำเนิดฝูงชนทั้งหลายซึ่งเป็นสิ่งที่จำเป็นในการสำเร็จพระประสงค์ของพระเจ้า (ดู 15:4 คำอธิบาย 1; เทียบ 32:27–28; ยฮ.1:42).
ยนซ.
17:6 ก ยนซ.17:16
ยนซ.
17:6 ข มธ.1:1
ยนซ.
17:7 ก ฆต.3:17
ยนซ.
17:7 ข อซด.6:7; ลวต.26:12; ยรม.31:33; ฮร.8:10
ยนซ.
17:8 ก ยนซ.23:4; 28:4; 35:27; 37:1; 47:9; 1คนก.29:15; บพส.39:12; 105:11, 12; ฮร.11:9
ยนซ.
17:8 ข ยนซ.12:7
ยนซ.
17:8 ค ฮร.11:16
ยนซ.
17:10 ก ยนซ.21:4; กจ.7:8; รม.4:11
ยนซ.
17:10 1ก ความหมายฝ่ายวิญญาณของการรับพิธีสุหนัตคือถอดทิ้งเนื้อหนัง ถอดทิ้งตัวเองและคนเก่า โดยอาศัยการตรึงกางเขนของพระคริสต์ (กซ.2:11, 13ก; พบญ.10:16; ยรม.4:4ก; กจ.7:51; ฆต.5:24; รม.6:6; อฟ.4:22; กซ.3:9). ในบทที่ 16 อับราฮามใช้เนื้อหนังของเขาให้กำเนิดยิศมาเอล. ในที่นี้พระเจ้าจะให้เขาตัดทิ้งเนื้อหนังของเขาและสิ้นสุดกำลังธรรมชาติของเขา เพื่อให้พระเจ้าจะได้เข้ามาก่อกำเนิดยิศฮาคโดยพระคุณของพระองค์และสำเร็จพระประสงค์ของพระองค์. การรับพิธีสุหนัตในพันธสัญญาเดิมเท่ากับการรับบัพติศมาในพันธสัญญาใหม่ (กซ.2:11–12 และคำอธิบาย) การรับพิธีสุหนัตที่แท้จริงไม่ได้อยู่ที่เนื้อหนังทางภายนอก แต่คือทางภายใน คือ “เป็นเรื่องของใจ ขึ้นอยู่กับวิญญาณ ไม่ขึ้นอยู่กับตัวอักษร” (รม.2:28–29; ดู ยฮซ.5:2 คำอธิบาย 1)
ยนซ.
17:11 ก เทียบ ยนซ.9:12
ยนซ.
17:11 1ก แม้ว่าพระสัญญาของพระเจ้าเกี่ยวกับการให้พลไพร่ที่พระองค์ทรงเลือกสรรไว้ได้รับแผ่นดินงามเป็นมรดกนั้น (12:1–2, 7; 13:15–17) ได้ถูกตั้งให้เป็นพันธสัญญาแล้ว (15:4–5, 18–21) แต่พันธสัญญาแห่งพระสัญญาของพระเจ้านี้ยังต้องการพันธสัญญาของการรับพิธีสุหนัตเพื่อเสริมให้มั่นคง. การรับพิธีสุหนัตเป็นกระบวนการที่พลไพร่ซึ่งพระเจ้าได้ทรงเลือกสรรไว้จำต้องผ่าน เพื่อได้รับมรดกที่พระเจ้าทรงสัญญาไว้. การรับพิธีสุหนัตเป็นเครื่องหมายเล็งว่าพลไพร่ที่พระเจ้าทรงเลือกสรรในพันธสัญญาใหม่จำต้องถูกสิ้นสุดโดยกางเขน เช่นนี้เขาจึงสามารถได้รับความอุดมสมบูรณ์ทั้งสิ้นที่อยู่ในพระคริสต์ ซึ่งพระเจ้าได้ทรงสัญญาไว้เป็นมรดก (เทียบ ฆต.2:20; ดู รม.4:11 คำอธิบาย 1).
ยนซ.
17:12 1 ตามภาพเล็งนั้น วันที่แปด ซึ่งเป็นวันแรกของสัปดาห์ใหม่ ชี้ถึงการเป็นขึ้นของพระคริสต์ (มธ.28:1; ยฮ.20:1) การรับพิธีสุหนัตจำเป็นต้องอยู่ในการเป็นขึ้น และสิ่งนั้นจะนำเราเข้าสู่การเป็นขึ้นเสมอ (กซ.2:12; เทียบ รม.6:3–5) ทำให้เรากลายเป็นคนใหม่ สิ่งทรงสร้างใหม่ (2กธ.5:17; ฆต.6:15) เพื่อสำเร็จพระประสงค์ของพระเจ้า.
การรับพิธีสุหนัตนั้นเท่ากับการเปลี่ยนชื่อของมนุษย์ (ข้อ 5). ทั้งสองสิ่งนี้ล้วนเป็นเครื่องหมายเล็งถึงการสิ้นสุดคนเก่าของเรา และนำสิ่งที่เราเป็นเข้าสู่การเป็นขึ้น ทำให้เราไม่ใช่มนุษย์ธรรมชาติอีกต่อไป แต่เป็นมนุษย์แห่งการเป็นขึ้น.
การรับพิธีสุหนัตนั้นเท่ากับการเปลี่ยนชื่อของมนุษย์ (ข้อ 5). ทั้งสองสิ่งนี้ล้วนเป็นเครื่องหมายเล็งถึงการสิ้นสุดคนเก่าของเรา และนำสิ่งที่เราเป็นเข้าสู่การเป็นขึ้น ทำให้เราไม่ใช่มนุษย์ธรรมชาติอีกต่อไป แต่เป็นมนุษย์แห่งการเป็นขึ้น.
ยนซ.
17:12 ก อซด.12:48–49
ยนซ.
17:13 ก ยนซ.17:11
ยนซ.
17:13 ข เทียบ ยนซ.9:16
ยนซ.
17:14 1 ถ้าหากว่าผู้ที่พระเจ้าทรงเลือกสรรนั้น ไม่ได้ดำเนินชีวิตแห่งการตรึงกางเขน โดยสิ้นสุดตัวเขาเองและมนุษย์ธรรมชาติของเขา เขาก็จะถูกตัดขาดจากประสบการณ์ด้านทัศนะภายในที่มีต่อพระคริสต์ ชีวิตคริสตจักรและการหล่อเลี้ยงแห่งพระคุณของพระเจ้า และเขาจะไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับพันธสัญญาของพระเจ้าเพื่อการสำเร็จพระประสงค์ของพระเจ้า (ยฮ.15:6; ฆต.5:4).
ยนซ.
17:15 1 หมายถึง เจ้าหญิงของฉัน.
ยนซ.
17:15 2 หมายถึง เจ้าหญิง คำว่า “ของฉัน” ที่ตามหลัง “เจ้าหญิง” (ดู ข้อ 15 คำอธิบาย 1) ชี้ถึงความคับแคบและความเป็นพิเศษ. ในที่นี้การเปลี่ยนชื่อของนางซาราเป็นเครื่องหมายเล็งถึงความกว้างใหญ่ไพศาล ซึ่งแสดงว่าตัวของเธอเองได้ถูกทำให้ขยายใหญ่และกว้างขวางขึ้นเพื่อทำให้เธอกลายเป็นมารดาของชนนานาประเทศ (ข้อ 16). ดังที่เราได้มองเห็นบนตัวของอับราฮาม (ข้อ 5) และนางซารา การหันเปลี่ยนเช่นนี้เรียกร้องให้คนเก่าและมนุษย์ธรรมชาติของเราถูกสิ้นสุด ดังนั้นเราจึงจะถูกเปลี่ยนแปลงและกลายเป็นคนใหม่ คนเช่นนี้จึงสามารถก่อกำเนิดเชื้อสายและใส่ใจต่อผู้อื่น เพื่อทำให้พระประสงค์ของพระเจ้าสำเร็จลุล่วง.
ยนซ.
17:16 ก ยนซ.17:19; 18:10–14; 21:2; รม.9:9; ฆต.4:23
ยนซ.
17:16 1 หรือ โดยพระคุณของพระเจ้าซึ่งอยู่ในพันธสัญญาที่พระเจ้าทรงสัญญาไว้ ซึ่งมีนางซาราภรรยาของอับราฮามซึ่งเป็นผู้หญิงที่เป็นไทเป็นสัญลักษณ์ (ฆต.4:22–26). การที่ยิศฮาคเกิดจากนางซารานั้นเป็นเครื่องหมายเล็งถึง ผู้เชื่อในพระคริสต์ได้เกิดจากการเป็นขึ้นของพระคริสต์โดยพระคุณของพระเจ้า (1ปต.1:3) กลายเป็นเชื้อสายของอับราฮามที่ชอบด้วยกฎหมาย (ฆต.4:28, 31; 3:29). พันธสัญญาแห่งการรับพิธีสุหนัตของพระเจ้าในบทนี้สอดคล้องกับพันธสัญญาใหม่ ในพันธสัญญาใหม่นั่นการตายของพระคริสต์ได้ตัดทิ้งคนเก่าที่อยู่ในเนื้อหนังของเราเสียและการเป็นขึ้นของพระคริสต์ทำให้คนใหม่ของเรา (ซึ่งมียิศฮาคเป็นเครื่องหมาย) จะได้รับการเริ่มต้นแห่งการเกิดใหม่ทำให้เรากลายเป็นสิ่งทรงสร้างใหม่ (2กธ.5:17).
ยนซ.
17:16 ข ยนซ.17:6; 35:11
ยนซ.
17:17 ก ยนซ.18:12; 21:6
ยนซ.
17:17 ข รม.4:19
ยนซ.
17:19 ก ยนซ.17:16
ยนซ.
17:19 ข ยนซ.21:3; ฆต.4:28
ยนซ.
17:19 1ข หมายถึง เขาหัวเราะ.
ยนซ.
17:19 2 ยิศมาเอล เป็นเชื้อสายที่เกิดจากเนื้อหนัง ซึ่งได้ถูกพระเจ้าปฏิเสธไป (21:10). มีเพียงยิศฮาคเป็นเชื้อสายที่เกิดจากพระคุณของพระเจ้า และถูกตั้งขึ้นเพื่อสำเร็จพระประสงค์ของพระเจ้า (ข้อ 21; 21:12; รม.9:7–9).
ยนซ.
17:20 ก ยนซ.16:10
ยนซ.
17:20 ข เทียบ ยนซ.25:12–16
ยนซ.
17:20 ค ยนซ.21:18
ยนซ.
17:21 ก ยนซ.26:3–5
ยนซ.
17:21 ข ยนซ.18:10, 14; 21:2; รม.9:9
ยนซ.
17:21 1ข ดูบทที่ 18:14 คำอธิบาย 1
ยนซ.
17:23 ก รม.4:11